เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4-4 มูลค่ารูปสลัก

ตอนที่ 4-4 มูลค่ารูปสลัก

ตอนที่ 4-4 มูลค่ารูปสลัก 


บนถนนดรายโร้ดในเมืองเฟนไล อลิซยืนโดดเดี่ยวบนระเบียงชั้นสองของบ้านมือทั้งสองท้าวคางในขณะจ้องมองลงมาที่ถนนในช่วงคนพลุกพล่าน

หลังลินลี่ย์จากไป อลิซก็ใช้เวลาเกือบทุกวันในการเฝ้ามองดูผู้คนบนท้องถนนหวังว่าจะได้พบกับลินลี่ย์อีกสักครั้ง แต่...

“สถาบันกำลังจะเปิดสอนพรุ่งนี้แล้วข้าคงต้องเดินทางกลับในวันนี้” อลิซลอบถอนหายใจพลางชำเลืองมองถนน

นางหวังว่าลินลี่ย์จะมาหานางอีกสักครั้งแต่ผ่านมาสิบวันแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา เสียงตะโกนเรียกของเพื่อนสนิทอย่างนีย่าไม่ได้ต้องโสตประสาทเลยแม้แต่น้อย “อลิซ เร็วเข้า!” นีย่า โทนี่ และคาลันยืนรออยู่หน้าประตู

คาลัน นีย่า และโทนี่ต่างเป็นนักเรียนของสถาบันทหารและสถาบันของพวกเขาก็อยู่ไม่ไกลจากสถาบันฝึกสอนจอมเวทของอลิซสักเท่าไรเนื่องจากทั้ง 4 ครอบครัวอาศัยอยู่ในเมืองเฟนไลเหมือนกันจึงมักเดินทางไปพร้อมกันอยู่บ่อยครั้ง

“ก็ได้ๆข้ามาแล้ว!”

อลิซเหลือบมองไปที่ถนนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสะพายเป้แล้วเดินลงบันไดไป

….

เป็นเวลา 3 วันหลังจากอลิซเดินทางออกจากเมืองเฟนไลลินลี่ย์ก็มายืนอยู่เบื้องหน้าที่พักของอลิซ ชะเง้อมองดูบนระเบียงเล็กๆแต่ก็ไม่เห็นใคร

“เฮ้เจ้าไปทำอะไรตรงนั้นกัน!?” ยามวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านพักตระโกนใส่ลินลี่ย์

ลินลี่ย์หันมายิ้มให้อย่างสุภาพแล้วเอ่ยตอบ “สวัสดีข้ามาจากสถาบันเวลเลน อลิซเป็นเพื่อนสนิทของข้า นางยังอยู่ที่บ้านหรือไม่?”

“โอ้”ได้ยินดังนั้น ยามผู้นั้นก็เปลี่ยนท่าทีส่งยิ้มให้อย่างรวดเร็ว “อลิซออกเดินทางไปสถาบันตั้งแต่3 วันที่แล้ว นางคงกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเป็นแน่”

“โอว...เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก” ลินลี่ย์เอ่ย

ลินลี่ย์หันกลับมา ทิ้งถนนดรายโร้ดไว้เบื้องหลังเดินออกมาสักพักก็อดหันกลับไปมองระเบียงชั้นสองไม่ได้ ความผิดหวังเล็กๆพลันผุดขึ้นมาในจิตใจ

……….

บนถนนหน้าสถาบันเอินส์

แสงสีขาวฉายออกมาจากแหวนมังกรขนดและกลายเป็นชายแก่ในชุดคลุมสีขาวเดลิน โคเวิร์ทในชุดขาวเอ่ยกับลินลี่ย์อย่างยิ้มแย้ม “ลินลี่ย์เจ้ากำลังหลงรักอลิซใช่หรือไม่?”

“นิดหน่อย”ลินลี่ย์ไม่ปฏิเสธ

เดลิน โคเวิร์ทลูบเคราหัวเราะลั่น“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้า เจ้าเด็กโง่งมอย่างเจ้าจะหลงรักหญิงสาวได้สักวัน แต่ลินลี่ย์...เจ้ากับอลิซอยู่คนละสถาบันสำหรับพวกเจ้าที่อยู่กันคนละที่แล้วมันค่อนข้างยากที่จะพัฒนาความสัมพันธ์อยู่ไม่น้อย”

“ข้ารู้คงต้องแล้วแต่พรหมลิขิต ถ้าเราเกิดมาคู่กันย่อมเป็นตามนั้นหากไม่ใช่ข้าก็จะลืมเสีย” ลินลี่ย์อดคิดไม่ได้ว่าหากเขาได้ครองคู่กับอลิซจะดีเพียงใด

พลันคิดไปถึงใบหน้าหวาดกลัวของนางยามเผชิญกับหมูศึกกระหายเลือด

ท่าทีเขินอายของนางยามพวกเขาพูดคุยกันระหว่างเดินทางกลับจากเทือกเขาอสูรเวท

และรูปโฉมของนางภายใต้แสงจันทร์สาดส่องช่างงดงามดุจเทพธิดาแห่งดวงจันทร์

…..

“รักแรกพบที่ใครเคยกล่าวถึงคงเป็นเช่นนี้กระมัง” ลินลี่ย์กล่าวกับตนเอง ตอนอายุเท่านี้เหล่าพี่น้องในหอพักของเขาต่างก็เคยคบหากับหญิงสาวกันหมดแล้วโดยเฉพาะเยลกับเรย์โนลด์ที่มีคนรักคนแรกตั้งแต่อายุน้อยกว่านี้

ลินลี่ย์อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ภาวนาให้ความสัมพันธ์นี้ยาวนานตราบเท่านาน

…..

ที่สถาบันเอินส์ ลินลี่ย์ยังคงเป็นนักเรียนที่มุ่งมั่นและฝึกฝนอย่างหนักทุกวันเขาจะใช้เวลาส่วนหนึ่งฝึกฝนในโรงเรียนเหล็กสกัดพลังทั้งในการเชื่อมต่อกับธาตุและแก่นพลังวิญญาณต่างเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เพียงกระพริบตา หนึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป

ตามกำหนดการเดิม ลินลี่ย์และเหล่าพี่น้องจะนำรูปสลักใหม่3 ชิ้นไปยังเมืองเฟนไล เพื่อส่งมอบให้ตัวแทนของหอศิลป์พรูกซ์ ออสโทนี่

“เกือบ15,000 เหรียญทอง?แพงขนาดนั้นเชียวหรือ?” ลินลี่ย์รู้สึกประหลาดใจกับราคาของรูปสลักที่ถูกประมูลไปครั้งก่อน

ออสโทนี่หัวเราะลั่น “ท่านลินลี่ย์นี่ยังถือว่าปกติ มูลค่ารูปสลักของช่างผู้เชี่ยวชาญย่อมมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 เหรียญทองและที่หอศิลป์พรูกซ์ส่งจดหมายเชิญให้ท่านก็เนื่องจากท่านเป็นจอมเวทอัจฉริยะอายุ 15ปีที่เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักจากสถานภาพของท่านเพียงอย่างเดียวก็ทำให้ราคาของรูปสลักนี้เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากปกติ”

“และที่สำคัญ...รูปสลักของท่านยังปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์แม้ว่าผู้อื่นจะแกะสลักได้สวยงามเพียงใด ในด้านความเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันย่อมต้องมีตำหนิอยู่บ้างแต่ลวดลายแกะสลักของท่านนั้นงดงามเป็นเนื้อเดียวกันคนดูไม่สามารถบอกได้เลยว่าจุดไหนท่านใช้สิ่วตรงจุดไหนท่านใช้สิ่วปีกผีเสื้อรูปสลักจึงสมบูรณ์แบบไร้ตำหนิ”

ได้ยินดังนี้ลินลี่ย์ก็หัวเราะ

ร่องรอยจากการเปลี่ยนเครื่องมืออย่างนั้นหรือ?

ตั้งแต่เริ่มจนเสร็จสิ้นการแกะสลักของเขาใช้เพียงเหล็กสกัดตรงเพียงชิ้นเดียว ไม่ได้ใช้เครื่องมืออื่นอีกเป็นธรรมดาที่จะเรียบเนียนไร้ตำหนิ

“ลักษณะเด่นนี้ประกอบกับชาติกำเนิดของท่านในตระกูลขุนนางบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ที่แผ่ออกจากรูปสลัก และสถานภาพในปัจจุบันของท่านจึงเป็นเหตุให้รูปสลักมีราคาสูงถึง 5,000 เหรียญทองสิ่งเดียวที่ทำให้ราคาของรูปสลักไม่สูงไปว่านี้คือความบกพร่องเล็กน้อยในลวดลายการแกะสลักของท่าน”ออสโทนี่อธิบายและชื่นชม

ลินลี่ย์เข้าใจแจ่มแจ้ง

“ความบกพร่องเล็กน้อย?” ลินลี่ย์สั่นหัวเพราะเขาใช้เพียงเหล็กสกัดตรง แม้ว่าจะให้ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เพียงใดแต่ในด้านประสิทธิภาพ ย่อมเป็นธรรมดาที่ไม่สามารถเทียบกับเครื่องมีเฉพาะอย่างสิ่วปีกผีเสื้อและสิ่วโค้งได้เลย

ในขณะเดียวกันก็ต้องถอนหายใจอย่างอดไม่ได้

รูปสลักเพียง 3 ชิ้นกลับมีราคาสูงถึง 15,000 เหรียญทองเงินจำนวนนี้ได้มาอย่างง่ายดายนัก ถ้ามุ่งมั่นแกะสลักสัก 1 เดือนคงทำได้สัก 10ชิ้น

รูปสลัก 10 ชิ้นหมายถึงเงิน 50,000 เหรียญทอง!

“ข้าใช้เวลา2 เดือนในเทือกเขาอสูรเวท ฝ่าภัยอันตรายและประสบการณ์เสี่ยงตายนับครั้งไม่ถ้วนหลังจากสังหารเหล่านักฆ่าไปมากมายยังได้เพียง 70,000 เหรียญทองการแกะสลักนี่ช่างไม่ต่างอะไรกับการขโมยเงินเสียจริง”ถอนหายใจอีกครั้งอย่างอดไม่ได้

มูลค่ารูปสลักของลินลี่ย์ถือว่ามีราคาสูงแม้แต่ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้วยกัน

“ถ้าผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักยังทำเงินได้ขนาดนี้แล้วปรมาจารย์ด้านการแกะสลักเล่า...” หัวใจลินลี่ย์กระตุกเบาๆ

ยิ่งลินลี่ย์รู้จักกับอาชีพนี้มากเท่าไรก็ยิ่งประหลาดใจมากเท่านั้นเหมือนว่าในวงการนักแกะสลักเองก็มีความแตกต่างอย่างมากในเรื่องของรายได้ ขนาดในสหภาพศักดิ์สิทธิ์เองยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักอยู่ไม่ถึงร้อยคนบอกได้เลยว่าหายากเพียงใด

“ท่านลินลี่ย์ได้โปรดฝึกฝนอย่างหนัก ข้าเชื่อว่าท่านจะกลายเป็นปรมาจารย์ด้านการแกะสลักที่ยอดเยี่ยมในสักวัน”ออสโทนี่กล่าวอย่างกระตือรือร้น

เหล่าปรมาจารย์ด้านการแกะสลักไม่เพียงแต่สร้างรูปสลักที่มีมูลค่ามหาศาลเท่านั้นพวกเขายังมีสถานะทางสังคมที่สูงส่งอีกด้วยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโครงสร้างประติมากรรมโบราณแม้แต่เหล่าขุนนางที่ทรงอำนาจก็ไม่อาจดูแคลน

ปรมาจารย์!

ช่างเป็นสมญานามที่ยิ่งใหญ่เสียจริงไม่ใช่สิ่งที่มีแค่เงินและอำนาจจะหามาได้มีเพียงอัจฉริยะบุคคลที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศาสตร์แต่ละแขนงเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติขนานนามว่า ‘ปรมาจารย์’

จบบทที่ ตอนที่ 4-4 มูลค่ารูปสลัก

คัดลอกลิงก์แล้ว