เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่  4-3 ฮ็อก

ตอนที่  4-3 ฮ็อก

ตอนที่  4-3 ฮ็อก


เช้าวันต่อมาระหว่างนั่งรับประทานอาหารเช้าในห้องอาหาร ลินลี่ย์ก็ต้องแปลกใจที่ว่าบิดาของเขาดูสดใสและเปี่ยมไปด้วยพลังกว่าทุกวันลินลี่ย์ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน

หลังจากวางมีดและซ่อมฮ็อกยิ้มแย้มแล้วกล่าวกับลินลี่ย์ “ลินลี่ย์ครั้งนี้เจ้าอยู่บ้านให้นานขึ้นหน่อยได้หรือไม่? นานแล้วที่ข้าไม่ได้เจอหน้าเจ้าพวกเราสองพ่อลูกจะได้ใช้เวลาร่วมกันนานขึ้น”

นี่บิดาของเขากำลังขอให้เขาอยู่บ้านให้นานขึ้นอย่างนั้นหรือ?

ลินลี่ย์รู้สึกประหลาดใจหลายปีมานี้บิดาของเขาไม่เคยกล่าวเช่นนี้มาก่อน เดิมทีลินลี่ย์วางแผนจะเดินทางไปเที่ยวเล่นในเมืองเฟนไลและถ้าโชคดีอาจได้เจออลิซบ้าง แต่หลังจากได้ยินบิดากล่าวดังนั้นเขาก็ตัดสินใจค่อยไปเยี่ยมนางในภายหลัง

“ขอรับท่านพ่อ” ลินลี่ย์พยักหน้ายินดี

ฮ็อกพยักหน้าอย่างมีความสุขเช่นกันแต่ในประกายตาของเขากลับแอบเก็บซ่อนความนัยบางอย่างไว้

….

ครั้งนี้ลินลี่ย์กลับมาเยี่ยมเมืองอู่ซันกว่า10 วันเต็ม แม้จะล่วงเลยมาจนถึงวันแรกในการเปิดภาคเรียนของสถาบันเอินส์เขาก็ยังคงไม่เดินทางกลับ และฮ็อกก็ไม่ได้เร่งเร้าอันใด

เหนือยอดเขาสูงในเมืองอูซันเมฆฝนครึ้มค่อยๆเคลื่อนตัวมาปกคลุมโดยรอบ ลินลี่ย์กำลังนั่งทำสมาธิและกลั่นกรองพลังธาตุของตนเอง

อณูธาตุดินและธาตุลมต่างหมุนเวียนรอบตัวลินลี่ย์อย่างหนาแน่นแทรกซึมเข้ามาในร่างกายจากทุกทิศทางและถูกดูดซึมโดยกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นเลือดของเขา เป็นการพัฒนาร่างกายเพื่อรองรับพลังขั้นต่อไปส่วนที่เหลือจากที่ร่างกายการดูดซึมจะถูกแปลงเป็นพลังธาตุและสะสมไว้ที่จุดตันเถียนบริเวณทรวงอก

เหมือนกับมหาสมุทรที่หล่อเลี้ยงแม่น้ำนับร้อยสายการไหลเวียนพลังธาตุในร่างกายเขาย่อมมีจุดจบที่บริเวณนี้

ลินลี่ย์นั่งทำสมาธิเช่นนี้ราวครึ่งวันเมื่อถึงคราลืมตา ดวงอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว

“ถึงเวลากลับสถาบันแล้ว” ลินลี่ย์สาวเท้าก้าวเดินและสูดลมหายใจลึก“หลังจากที่ข้ามอบแก่นเวทเหล่านั้นให้ ดูเหมือนท่านพ่อจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นและพวกเราก็คล้ายจะสนิทสนมกันมากขึ้นด้วย”

สิบวันที่ผ่านมานับว่าเป็นสิบวันที่เขาได้ใกล้ชิดกับบิดามากที่สุดในชีวิต

“เหตุใดท่าทีของท่านพ่อจึงแปลกไปเช่นนี้? เป็นเพราะแก่นเวท?ข้าไม่คิดว่าท่านจะเปลี่ยนไปเพราะเงิน...บางที่อาจเป็นร่องรอยแผลเป็นบนร่างกายของข้า?”ลินลี่ย์คาดเดา แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ท่าทีของบิดาต่อเขาเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้

‘เอ่ยถามเมื่อยามหนาว ห่วงหาเมื่อยามร้อน’เป็นวลีที่อธิบายความเป็นห่วงและใส่ใจที่ฮ็อกมีให้ลินลี่ย์ได้เป็นอย่างดี

เมื่อเดินเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลบาลุคลินลี่ย์ก็พลันเห็นว่าในมือของบิดาถือหนังสือเล่มหนึ่ง “ท่านพ่อ นี่ก็ดึกมาแล้วทำไมท่านไม่เก็บหนังสือไว้อ่านต่อพรุ่งนี้เล่า?”

“โอ้ ลินลี่ย์ เจ้ากลับมาแล้ว”ฮ็อกหัวเราะพลางปิดหนังสือ “คำพูดของเจ้ามีเหตุผล ข้าจะอ่านต่อพรุ่งนี้แล้วกัน”

“ลินลี่ย์ หลังจากฝึกฝนเป็นเวลานานเจอคงกระหายน้ำมาก” ฮ็อกรินน้ำชาร้อนใส่แก้วเปล่าและวางไว้ด้านข้าง“มาดื่มให้ชุ่มคอก่อนเถิด น้ำชานี่อุ่นกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป ไม่เย็นเกินไป”

“ขอบคุณท่านพ่อ” หัวใจลินลี่ย์รู้สึกอบอุ่น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ฮ็อกปฏิบัติกับลินลี่ย์ตลอดสิบวันช่างใส่ใจอย่างยิ่ง ในอดีต ฮ็อกมักเข้มงวดและจริงจังอยู่เสมอน้อยครั้งที่จะแสดงด้านอ่อนโยนให้เห็น

ระหว่างจิบชา ลินลี่ย์ก็เอ่ย“ท่านพ่อ ข้ากลับมาอยู่บ้านสักพักหนึ่งแล้วกำลังวางแผนเดินทางกลับสถาบันในวันพรุ่งนี้”

“พรุ่งนี้?” ฮ็อกชะงักไปพักหนึ่งก่อนพยักหน้า“ได้สิ สิ้นปีนี้ค่อยกลับมาเยี่ยมให้เร็วขึ้นหน่อยได้หรือไม่?”

“แน่นอนขอรับ” ลินลี่ย์กล่าวรับคำ

ฮ็อกพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ลินลี่ย์ พ่อของเจ้าช่างไร้ความสามารถนัก ตระกูลของเราขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วด้วยแก่นเวทเหล่านี้ การเรียนของน้องชายเจ้าคงสำเร็จไปได้ด้วยดีเพียงเท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว แต่ข้าก็อดคิดถึงความภาคภูมิใจของตระกูลเราไม่ได้ข้าหวังว่าเจ้าจะนำมรดกของเรากลับมาอยู่ภายใต้การดูและของตระกูลเราอีกครั้ง”

ลินลี่ย์สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นที่บิดามีต่อเขาลินลี่ย์สูดหายใจลึกครั้งหนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น

“บัดนี้ข้าไม่หลงเหลือความปรารถนาอื่นใดนอกจากได้เห็นดาบศึก ‘เพชฌฆาตประหารหมู่’ กับตาสักครั้งก่อนสิ้นใจ”น้ำเสียงของฮ็อกพลันเปลี่ยนทุ้มต่ำ

ลินลี่ย์สามารถสัมผัสความขมขื่นของบิดาได้จากน้ำเสียงเขารีบกล่าว “ท่านพ่อ อย่าเศร้าโศกไปเลย ท่านเพิ่งอายุ 40 ในปีนี้ยังมีเวลาอีกมากนัก ข้ามีความมั่นใจว่าภายใน 10 ปีนี้จะสามารถนำดาบของเรา‘เพชฌฆาตประหารหมู่’ กลับมาเป็นที่เคารพบูชาในหอบรรพชนของเราอีกครั้งได้อย่างแน่นอน”

“สิบปีอย่างนั้นหรือ ดี...ช่างดียิ่ง”ฮ็อกพยักหน้าอย่างยินดี

….

วันต่อมาหลังรับประทานอาหารร่วมกับบิดาเสร็จ ลินลี่ย์ก็เดินทางออกจากเมืองอู่ซัน ในคืนนั้นที่คฤหาสน์ตระกูลบารุค มีบุรุษ 2 คนกำลังสนทนากันบนโต๊ะใหญ่ในห้องอาหารที่ปิดสนิทพลางชำเลืองมองแก่นเวทถุงใหญ่ เป็นฮ็อกกับฮิลแมนนั่นเอง

ฮิลแมนตกใจอย่างหนักเมื่อรู้เรื่องแก่นเวทฮ็อกจึงกล่าว “ฮิลแมนข้าวางแผนที่จะขายแก่นเวททั้งหมดและอยากให้เจ้าเก็บรักษาเงินก้อนนี้ไว้”

ฮิลแมนรู้สึกตัวและรีบกล่าว“ท่านลอร์ดฮ็อก ข้าว่าไม่สมควร เหตุใดท่านจึงมอบเงินให้ข้าดูแลเล่า? ท่านควรทำเสียเองจะดีกว่า”

“ฮิลแมน อย่าเรียกข้าว่าลอร์ดฮ็อกเลยข้าอยากให้เจ้าเรียกว่า ‘พี่ใหญ่ฮ็อก’ อีกครั้งมากกว่า” ฮ็อกหัวเราะอย่างอบอุ่น

จู่ๆฮ็อกก็ยืนขึ้นและหันหน้าไปทางตะวันออก“ให้ข้าเก็บเอาไว้เองอย่างนั้นหรือ? ฮ่าฮ่า... ฮิลแมนอันที่จริงนอกจากเจ้าแล้วก็ไม่มีใครที่รู้เรื่องความขัดแย้งของตระกูลบาลุคดีไปมากกว่าเจ้า...และข้า”

ฮิลแมนชะงัก เขาไม่รู้ว่าฮ็อกจะกล่าวประโยคข้างต้นนี้เพื่อสิ่งใด

“เรื่องราวครั้งนั้นรบกวนส่วนลึกของจิตใจข้าเป็นเวลายาวนานถึง11 ปี เป็นเวลา 11 ปีที่หัวใจของข้ารู้สึกคันยิบเหมือนถูกฝูงมดกัดข้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ตลอดเวลา กล้ำกลืนให้ผ่านไปอีกหนึ่งวัน อีกหนึ่งปี...และเพียงพริบตาเดียว 11 ปีก็ผ่านพ้นไป”

ร่างทั้งร่างของฮ็อกสั่นเทิ้ม

ใบหน้าของฮิลแมนพลันเปลี่ยนสีเขายืนขึ้นและกล่าวอย่างตระหนก “ท่านลอร์ดฮ็อก หรือท่านกำลังจะ...?!”

“ถูกต้อง! ข้าจะสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นข้าต้องการแก้แค้นให้กับลีน่า!” ใบหน้าของฮ็อกฉาบไปด้วยแววอำมหิตบรรยากาศชั่วร้ายปกคลุมไปทั่ว

“ท่านลอร์ดฮ็อก” ฮิลแมนกล่าวอย่างรวดเร็ว“ไม่ใช่ว่าเราทำการสืบสวนตั้งแต่วันนั้นแล้วหรอกหรือ? อีกฝ่ายเป็นผู้มีพลังอำนาจมหาศาลเพียงแค่หางเล็กๆที่เราเจอก็น่าหวาดหวั่นเพียงพอแล้วหากทำการสืบสวนต่อไปอาจหมายถึงความตายของท่านแน่”

ฮ็อกคำรามเสียงต่ำ“ตาย? เจ้าคิดว่าข้าเกรงกลัวต่อความตายอย่างนั้นหรือ? ฮิลแมนเจ้าไม่รู้ว่าข้าต้องทนอยู่กับความปวดร้าวเพียงใดตลอด 11 ปีมานี้ ความขมขื่นที่ผ่านมาก็เพียงพอสำหรับข้าแล้วแก่นเวทนี้มีมูลค่าประมาณ 80,000 เหรียญทองมากพอจะเป็นค่าเล่าเรียนให้กับวอร์ตัน ด้วยเงินจำนวนนี้ข้าก็ไม่จำต้องห่วงอะไรอีก”

“ตลอดหลายปีมานี้ที่ข้าทนอยู่ก็เพราะบุตรชายทั้งสองของข้า แต่บัดนี้ลินลี่ย์เติบใหญ่จนยืนได้ด้วยลำแข้งตนเองแล้ววอร์ตันเองก็ไปถึงจักรวรรดิโอเบรียนแล้ว ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีก”

ฮ็อกบีบบ่าทั้งสองข้างของฮิลแมนแน่นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “ฮิลแมนตลอดเวลาที่เจ้าติดตามรับใช้ข้าในฐานะลอร์ดฮ็อก ตลอดหลายปีมานี้เราก็ได้พัฒนาสายสัมพันธ์พี่น้องอย่างแน่นแฟ้นในฐานะพี่ชาย ข้าอยากให้เจ้าช่วยเหลือข้าสักครา”

“ฮ็อก ท่าน...” ฮิลแมนทำตัวไม่ถูก

เขารู้ดีว่าฮ็อกต้องการสืบสวนเหตุการณ์ในครานั้นมากเพียงใดเหตุการณ์ที่ทำให้อีกฝ่ายสูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รักไปตลอดกาล

“ข้าตั้งใจไว้แล้ว ฮิลแมน เจ้าต้องเข้าใจว่าชีวิตนี้การอยู่อย่างขมขื่นนั้นทรมานกว่าการตายมากนัก” ดวงตาของฮ็อกพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเห็นเช่นนี้ฮิลแมนได้แต่รู้สึกสิ้นหวัง เขาเข้าใจความรู้สึกของฮ็อกดี

ว่าทำไมตลอดหลายปีมานี้ฮ็อกจึงกลายเป็นคนเข้มงวดและเย็นชา

หลายคนอาจไม่รู้แต่ฮิลแมนรู้ดี ก่อนที่มารดาของลินลี่ย์และวอร์ตัน ลีน่าจะเสียชีวิตฮ็อกเป็นเพียงชายหนุ่มที่เป็นมิตรและเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย แต่หลังการตายของลีน่านิสัยของฮ็อกก็เปลี่ยนไป

แม้ว่าตลอดเวลาฮ็อกจะบอกผู้อื่นว่าลีน่าตายจากการคลอดบุตร มีเพียงฮิลแมนกับพ่อบ้านแอชลี่ย์ที่รู้ความจริง

“ฮิลแมน อย่าพยายามเปลี่ยนใจข้าเลยข้าแค่อยากถามเจ้า – เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่?” ฮ็อกจ้องเขม็งไปที่ฮิลแมนเมื่อเห็นดังนั้นในที่สุดฮิลแมนก็ถอนหายใจยาว “ก็ได้ ข้าจะช่วยท่าน”ใบหน้าของฮ็อกพลางปรากฏรอยยิ้มกว้าง ...รอยยิ้มแห่งอิสระและการปลดปล่อย

จบบทที่ ตอนที่  4-3 ฮ็อก

คัดลอกลิงก์แล้ว