เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3-24 นางชื่ออลิซ (2)

ตอนที่ 3-24 นางชื่ออลิซ (2)

ตอนที่ 3-24 นางชื่ออลิซ (2)


“หืม?” ลินลี่ย์หันกลับมาช้าๆ

คาลันรีบเดินเข้าไปหาเพื่อกล่าวขอบคุณลินลี่ย์ “ข้าชื่อคาลัน ข้าอยากขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของท่านถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อลิซคงตายไปแล้ว”

เด็กสาวชื่ออลิซรีบวิ่งเข้ามาหาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่านางยังดูตื่นเต้นมากพอให้แก้มของนางแดงระเรื่อและหอบหายใจถี่ แต่ดวงตากลมโตสีหมอกของนางยังคงจ้องลินลี่ย์อย่างไม่วางตา“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าชื่อว่าอลิซ ชื่อเต็มคืออลิซ สตราฟ เป็นจอมเวทธาตุดิน”

สายตาของลินลี่ย์หยุดที่อลิซชั่วขณะ

เขายอมรับว่าอลิซเป็นหญิงสาวที่งดงามมากคนหนึ่ง นางให้ความรู้สึกที่ทำให้บุรุษหนุ่มทั้งหลายหลงใหลและอยากปกป้องเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ตามธรรมชาติไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งด้วยจริตเสียงหรือเครื่องสำอางใดๆ

“ลินลี่ย์! ในเทือกเขาอสูรเวทตามปกติแล้วเมื่อเจ้าเห็นผู้อื่นตกอยู่ในอันตรายเจ้ามักจะไม่เข้าไปยุ่งวันนี้เกิดอะไรขึ้น?” เสียงหยอกล้อของเดลิน โคเวิร์ทดังขึ้นในหัวลินลี่ย์ “โอ้ ข้าเข้าใจแล้วเจ้าคงชอบเด็กสาวอลิซคนนั้นสินะ”

ลินลี่ย์ขมวดคิ้ว

“ปู่เดลิน ในอดีตที่ข้าไม่ช่วยเหลือใคร ก็เพราะเราอยู่ในเขตชั้นในของเทือกเขาอสูรเวท  อสูรเวทที่มนุษย์ต่อสู้อยู่ส่วนใหญ่เป็นอสูรเวทระดับ6 บางครั้งเป็นถึงอสูรเวทระดับ 7 ซึ่งข้าไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยใครได้และการสังหารอสูรเวทระดับ 5 ก็ไม่ได้ยุ่งยากนัก เหตุใดข้าจะไม่ช่วยเหลือพวกเขาเล่า?” ลินลี่ย์รีบอธิบาย

เดลิน โคเวิร์ทหัวเราะและไม่กล่าวสิ่งใดต่อ

“ข้าชื่อโทนี่  ท่านจอมเวท!  ท่านล่ะชื่ออะไร?”  บุรุษหนุ่มอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเช่นกัน

ลินลี่ย์มองคนในกลุ่มนี้อย่างใจเย็น “พวกเจ้าเข้ามาในเทือกเขาอสูรเวทนานแค่ไหนแล้ว?”

“วันนี้เป็นวันแรก” คาลันยอมรับอย่างช่วยไม่ได้ “คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอกับอสูรเวทระดับ5 ตั้งแต่วันแรก พวกเราช่างโชคร้ายนัก หนังสือที่ข้าอ่านกล่าวว่าที่ชายป่าเราจะพบเพียงอสูรเวทระดับ 3 และ 4 เท่านั้นซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อพวกเราเท่าไรนัก”

“โง่จริง” ลินลี่ย์ส่ายหน้าและพูด

มือธนูหญิงนามนีย่าโกรธขึ้นมาทันที “เฮ้, ทำไมเจ้าต้องพูดกวนโมโหด้วยเล่า?เจ้าช่วยชีวิตอลิซไว้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเจ้ามีสิทธิ์สั่งสอนคนอื่นหรอกนะ”

“นีย่า!” คาลันตะโกนทันที

ลินลี่ย์อธิบายตามตรง  “ข้ายอมรับความกล้าหาญของพวกเจ้าที่เข้ามาในเทือกเขาอสูรเวทเช่นนี้แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่าโชคดีเพียงใดที่พวกเจ้าไม่เผชิญหน้ากับโจรผู้ร้ายเลยระหว่างการเดินทาง”

“โจร?” คาลันและคนอื่นๆได้แต่มองหน้ากันพวกเขาไม่พบโจรผู้ร้ายแม้สักคน

เทือกเขาอสูรเวททอดตัวยาวหลายหมื่นกิโลเมตร ซ้ำยังมีทางเข้าออกหลายทางการเข้ามาโดยไม่พบเจอกับโจรร้ายเลยถือเป็นเรื่องปกติ

“ข้าขอบอกให้พวกเจ้ารู้ไว้ ถ้าพวกเจ้าไม่อยากตาย  ก็ควรออกจากเทือกเขาเสีย” ลินลี่ย์พูดตามตรง

“ทำไมล่ะ? หรือว่ามีอสูรเวทระดับ 5มากมายบริเวณชายป่านี้อย่างนั้นหรือ?” เด็กหนุ่มนามโทนี่ถามอย่างสงสัย

ลินลี่ย์อธิบายอย่างใจเย็น “ในเทือกเขานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตรอบนอกสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่อสูรเวท  แต่เป็นมนุษย์พวกเจ้าทั้ง 4 ทั้งอ่อนแอและไร้ประสบการณ์ ข้าเชื่อว่าพวกคนโลภคงไม่ปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆแน่เหตุผลเดียวที่พวกเจ้ายังไม่ถูกพบเจอเพราะนี่เป็นวันแรกในเทือกเขาของพวกเจ้ามิเช่นนั้นพวกเจ้าทั้ง 4 คงถูกฆ่าตายไปนานแล้ว”

“สิ่งที่อันตรายที่สุดคือมนุษย์อย่างนั้นหรือ?” คาลันขมวดคิ้วและเปลี่ยนสีหน้าในทันที

คาลันพูดกับลินลี่ย์อย่างให้เกียรติ “ท่านจอมเวท พวกข้าเข้ามาในเทือกเขาอสูรเวทโดยมีข้อมูลเล็กน้อยมากเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้และตัดสินใจเข้ามาโดยมิได้ปรึกษาผู้ใด ท่านจอมเวท ข้าหวังว่าท่านจะมีเมตตาช่วยคุ้มกันพวกข้าออกจากเทือกเขาแห่งนี้ด้วยเถอะ”

ลินลี่ย์อดขมวดคิ้วไม่ได้

เขาเกลียดเรื่องยุ่งยาก แต่ถ้าคนพวกนี้พบโจรในระหว่างทางคงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แน่

“ท่านจอมเวท พวกเราขอร้องท่าน” อลิซอ้อนวอน

ลินลี่ย์มองดูอลิซ เห็นแววตาวิงวอนของนาง เมื่อจินตนาการว่านางถูกสังหารโดยโจรร้ายหัวใจของลินลี่ย์ก็กระตุก เขาพยักหน้า “ได้ อย่างไรเสีย  ข้าก็อยู่ระหว่างเดินทางกลับอยู่แล้วจะพาพวกเจ้าไปด้วยก็ย่อมได้ แต่หากพบเจอกับโจรระหว่างทางข้าทำได้เพียงสาบานว่าจะทำเต็มที่เท่านั้น หากสุดท้ายแล้วพวกเจ้าจะถูกสังหารข้าก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้แล้ว”

คาลันพยักหน้ายินดี “แค่ท่านยินดีช่วยเหลือพวกข้าเท่านั้น  ท่านจอมเวท เราก็พอใจมากแล้ว”

ลินลี่ย์พยักหน้าและเดินนำออกไป “ตามข้ามา” คาลันและคนอื่นเริ่มติดตามลินลี่ย์พวกเราเริ่มเดินทางออกจากเทือกเขาอสูรเวทภายใต้การคุ้มครองของลินลี่ย์มุ่งหน้าเข้าสู่เมือง

…..

ระหว่างทาง คาลันและพวกพ้องก็ได้รู้ชื่อลินลี่ย์ อลิซที่เป็นจอมเวทธาตุดินรู้สึกชื่นชมลินลี่ย์อย่างเห็นได้ชัดปีนี้นางก็มีอายุ 15 ปีเช่นกัน และนับเป็นนักเรียนมีพรสวรรค์คนหนึ่งในสถาบันเวลลิน

แต่อย่างไรก็ตาม อลิซเป็นเพียงจอมเวทระดับ 4 หากเทียบกับมาตรฐานของสถาบันเอินส์ก็ถือว่าอยู่ทั่วไปเท่านั้น

ช่วงเวลาพัก ระหว่างที่ลินลี่ย์ คาลัน อลิซ และคนอื่นๆกำลังทานอาหาร ลินลี่ย์กับอลิซนั้นนั่งด้วยกัน

“พี่ลินลี่ย์ ท่านช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ท่านเป็นจอมเวทระดับ 5 เมื่ออายุ 14 ปีข้าคงอายุ 20 ปีโน่นกว่าจะเลื่อนเป็นระดับ 5 ได้” อลิซกล่าวยกย่องลินลี่ย์

“ข้าไม่อาจเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมหรอก อัจฉริยะอันดับ 1 ของสถาบันเอินส์คือ ดิ๊กซี่เป็นจอมเวทระดับ 4 เมื่ออายุ 9 ปี และเป็นจอมเวทระดับ 5 เมื่ออายุ 12” ลินลี่ย์กล่าวโดยไม่ได้สังเกตเลย...ว่าเมื่อตนเองอายุ 13 ปีเป็นเพียงจอมเวทระดับ 4และบรรลุระดับ 5 เมื่ออายุ 14 ปี

ในเวลาสั้นๆ เพียง 1 ปีเขาได้พัฒนาฝีมือมาในระดับเทียบเท่ากับดิ๊กซี่โดยที่อีกฝ่ายใช้เวลาถึง3 ปี

“กลายเป็นจอมเวทระดับ 4 เมื่ออายุ 9 ปี? ข้าอายุ 15 ปี เพิ่งได้เป็นจอมเวทระดับ 4 เช่นกันถึงอย่างนั้นในสถาบันก็กล่าวว่าข้านั้นมีพรสวรรค์ เห็นได้ชัดว่าสถาบันของเราเทียบไม่ได้เลยกันสถาบันเอินส์ของท่าน”อลิซถอนหายใจ

“พี่ลินลี่ย์, ข้าสัมผัสได้ว่าหอกศิลาของท่านทั้งแข็งแกร่งและอันตรายยิ่งแม้บรรดาจอมเวทระดับ 5 ของสถาบันข้าก็ไม่อาจเทียบได้ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?” อลิซก็เป็นจอมเวทธาตุดินเช่นกัน จึงเป็นธรรมดาที่ย่อมสังเกตเห็นความแตกต่างของเวทที่ลินลี่ย์ร่าย

ลินลีย์ยิ้มเล็กน้อย ไม่ในเพียงความรุนแรงเท่านั้นแต่ความเร็วที่หอกศิลานั้นผุดขึ้นมาจากพื้นก็มากเช่นกัน

“เวทธาตุดินนั้นมีจุดกำเนิดจากแก่นกลางของโลก....” ลินลี่ย์เริ่มอธิบายให้อลิซฟังกล่าวตามตรงแล้ว ด้านความเข้าใจต่อเวทธาตุดินของลินลี่ย์นั้นถือว่าลึกซึ้งกว่าอาจารย์ผู้สอนธาตุดินในสถาบันเสียอีกที่สำคัญเขาก็มีปรมาจารย์จอมเวทระดับเซียนเป็นอาจารย์ส่วนตัวอยู่แล้ว

อลิซทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่ลินลี่ย์

ยิ่งได้ฟังอีกฝ่ายพูดยิ่งบทสนทนาดำเนินต่อไป ทั้งสองก็ยิ่งใกล้ชิดกันขึ้นเรื่อยๆ และดำดิ่งลงในทฤษฎีเวทอย่างสมบูรณ์ลินลี่ย์รู้สึกตัวเมื่อใบหน้าของทั้งคู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายระยะห่างระหว่างพวกเขาเหลือไม่ถึงฝ่ามือ

ลินลี่ย์รู้สึกตกใจ เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวถึงเพียงนี้ใกล้มากจนเห็นดวงตาสีหมอกสลัวของอลิซอย่างชัดเจนดวงตาอ่อนหวานและจมูกโด่งของนาง...ลินลี่ย์คิดว่าเขารู้สึกถึงลมหายใจและกลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างกายของนาง

“พี่ลินลี่ย์ เหตุใดท่านจึงหยุดพูดเล่า?” อลิซถามอย่างสงสัย สักครู่ต่อมานางจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อลิซถอยห่างในทันทีใบหน้าของนางแดงซ่านดูเหมือนแอปเปิ้ลสุกลินลี่ย์บังคับตนเองให้ใจเย็นลงและหันไปหาคนอื่นๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ตอนนี้ทุกคนคงทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราจะเริ่มออกเดินทางอีกครั้งเร็วๆนี้ มาพยายามให้เต็มที่ในการเดินทางกลับเมืองให้เร็วที่สุดเถอะ”

จบบทที่ ตอนที่ 3-24 นางชื่ออลิซ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว