- หน้าแรก
- ระบบ : ตัวร้ายสายเทพ
- บทที่ 3 - บทบาทตัวร้ายอันต่ำต้อยและนางมารขั้นสุดยอด
บทที่ 3 - บทบาทตัวร้ายอันต่ำต้อยและนางมารขั้นสุดยอด
บทที่ 3 - บทบาทตัวร้ายอันต่ำต้อยและนางมารขั้นสุดยอด
บทที่ 3 - บทบาทตัวร้ายอันต่ำต้อยและนางมารขั้นสุดยอด
◉◉◉◉◉
สีเลือดบนใบหน้าของกู้ม่านจือจางหายไป กลายเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ
ไม่สิ กลายเป็นกระดาษไปเลยต่างหาก
ร่างของนางยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ราวกับลอกคราบหลุดลอกออกเป็นชั้นๆ เผยให้เห็น 'แก่น' ที่อยู่ข้างใน ซึ่งก็คือหุ่นกระดาษขนาดเท่าฝ่ามือ
"เป็นวิชาหุ่นกระดาษจริงๆ ด้วย"
เมื่อเผชิญกับภาพที่น่าประหลาดนี้ เฉินโม่กลับไม่มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อย
ด้วยฝีมือของธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายจันทราโรจน์ การถูกฆ่าอย่างง่ายดายเช่นนี้ต่างหากที่ผิดปกติ
เขายื่นมือไปหยิบหุ่นกระดาษขึ้นมา ปลายนิ้วปรากฏประกายไฟ หุ่นกระดาษก็ลุกไหม้ขึ้นกลางอากาศ
แว่วเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมา
เงาโปร่งแสงปรากฏขึ้น ดิ้นรนพยายามจะแยกตัวออกจากหุ่นกระดาษ
ยันต์สีแดงเข้มสว่างวาบขึ้นที่หว่างคิ้วของหุ่นกระดาษ กดทับมันไว้อย่างแน่นหนา จนในที่สุดก็กลายเป็นเถ้าถ่านไป
ในขณะเดียวกัน ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้น
[สังหาร 'วิญญาณเร่ร่อนไร้นาม' สำเร็จ แก่นวิญญาณ +5]
"มีของแถมด้วยเหรอ"
เฉินโม่ใจกระตุกเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เอ่ยเสียงเรียบว่า "ออกมาได้แล้ว ยังจะซ่อนตัวไปถึงเมื่อไหร่"
ครู่ต่อมา ร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังฉากกั้น
รูปร่างหน้าตาและสัดส่วนเหมือนกับ 'กู้ม่านจือ' ที่เพิ่งตายไปไม่มีผิด
เพียงแต่แววตาของนางดูเย้ายวนน้อยลง แต่กลับมีความเย็นชาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อคู่นั้นมองมาที่เฉินโม่อย่างประหลาดใจ
"เขารู้ได้อย่างไร"
กู้ม่านจือไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
วิชาหุ่นกระดาษของนางบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้ว เพื่อความสมบูรณ์แบบ นางยังใช้วิชาลับควบคุมวิญญาณเร่ร่อนให้สิงสู่บนหุ่น ทำให้กิริยาท่าทางแทบไม่ต่างจากคนจริง
ยกเว้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นี้และมีระดับพลังสูงกว่านางมาก มิเช่นนั้นไม่มีทางมองเห็นจุดบกพร่องได้อย่างแน่นอน
เฉินโม่เป็นนักรบ ย่อมไม่เข้าข่ายนี้
ตามหลักแล้วน่าจะไม่มีทางพลาดได้
ทันใดนั้น เฉินโม่ก็ลุกขึ้นยืน
กู้ม่านจือถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาจับจ้องเขาอย่างระแวดระวัง
เฉินโม่เดินไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาด้วยตนเอง ยกมือเคาะโต๊ะ
"รินชา"
เมื่อเห็นท่าทีใจเย็นของเขา กู้ม่านจือยิ่งคาดเดาไม่ถูก
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางตัดสินใจที่จะรอดูสถานการณ์ไปก่อน
ที่นี่คือเมืองหลวง หากเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขึ้นมา จะยิ่งนำปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา
นางเยื้องย่างอย่างแผ่วเบา นั่งลงตรงข้ามกับเฉินโม่ พับแขนเสื้อขึ้น มือเรียวงามยกกาน้ำชาขึ้น
ลวกกา วางใบชา รินน้ำร้อน ล้างถ้วย
ท่วงท่าคล่องแคล่ว งดงามน่าชม
แต่ความสนใจของเฉินโม่กลับอยู่ที่กรอบสี่เหลี่ยมที่ลอยอยู่เหนือหัวของนาง
[ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งจันทราโรจน์·บุปผาร่วงไร้สายลม·หยกลี้ลับ·กู้ม่านจือ]
[ขอบเขตพลัง นักพรตขั้นหก]
[เคล็ดวิชา คัมภีร์หยกมรกต]
[วิชาพรต หกเทพขับวิญญาณ วิชาหุ่นกระดาษ พิณสะกดวิญญาณไร้สาย]
[ค่าความรู้สึกดี 0/100 (ล็อก)]
[หมายเหตุ ค่าความรู้สึกดีจาก 0-100 แบ่งเป็นสี่ระดับ แต่ละระดับจะได้รับรางวัลแตกต่างกันไป เมื่อถึง 100 แต้มจะปลดล็อกรางวัลพิเศษ]
เมื่อเห็นช่อง 'ค่าความรู้สึกดี' เฉินโม่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หนึ่งในรูปแบบการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ 'พิฆาตเซียน' คือการจีบนางเอกเพื่อรับรางวัลมากมาย
การตั้งค่าแบบนี้สำหรับตัวเอกแล้วย่อมไม่มีปัญหา
แต่ตอนนี้เขาเป็นตัวร้าย
ตราบใดที่ไปยุ่งเกี่ยวกับนางเอก จะต้องไม่มีจุดจบที่ดีอย่างแน่นอน
ร่างเดิมคือตัวอย่างที่เจ็บปวด
"ยิ่งเอาใจผู้หญิง ใจนางก็ยิ่งแข็งกระด้าง"
เฉินโม่รู้หลักการนี้ดี ย่อมไม่ซ้ำรอยเดิมอย่างแน่นอน
ตอนนี้ที่เขาคิดอยู่คือ นักพรตขั้นหก จะฆ่าได้ง่ายหรือไม่
"ท่านพี่ เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ"
กู้ม่านจือรินชาในถ้วยตรงหน้าเขาจนเกือบเต็มเจ็ดส่วน
เฉินโม่ยกถ้วยชาขึ้น จิบอย่างละเอียด รสชาติหอมหวานแผ่ซ่านไปทั่วปากและฟัน
"เข็มเงินสวรรค์ ยอดอ่อนชุดแรกของต้นฤดูใบไม้ผลิ ชาดี"
"ท่านช่างรู้จริง"
กู้ม่านจือเอ่ยชม จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนไม่ยิ้มว่า "แต่ว่า ท่านพี่ไม่กลัวว่าในชาจะมีพิษหรือ"
เฉินโม่ส่ายหน้า "การใช้ยาพิษทิ้งร่องรอยไว้ชัดเจนเกินไป เจ้ายังไม่โง่ขนาดนั้น มิเช่นนั้นคงไม่วางแผนซับซ้อน ใช้เสียงพิณสะกดวิญญาณก่อน แล้วจึงใช้หุ่นกระดาษมาล่อลวงข้า"
แผนการนี้เรียกได้ว่าไร้ที่ติ
ร่างเดิมจนตายก็ยังถูกปิดหูปิดตา คิดว่าตนเองกับกู้ม่านจือรักกันหวานชื่น ที่จริงแล้วกลับกำลังคบหากับหุ่นกระดาษอยู่
เจ็บปวด เจ็บปวดเหลือเกิน
"ก็แค่ลูกเล่นยั่วเย้าเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง"
กู้ม่านจือชายตามอง น้ำเสียงเย้ายวนจนทำให้กระดูกอ่อนระทวย "ให้ข้าสองคนปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกัน ไม่ใช่ว่าจะมีความสุขเป็นสองเท่าหรือ"
เฉินโม่คิดในใจ
พอคิดดูแล้ว ก็ดูเหมือนจะมีเหตุผล
ถุย อีหญิงชั่ว กล้าดียังไงมาทำลายจิตใจแห่งเต๋าของข้า
เกือบลืมไปแล้ว กู้ม่านจือมีกายาหยินพรหมจรรย์ขั้นสุด มีเสน่ห์เย้ายวนโดยกำเนิด
เมื่อร่างกายของนางสมบูรณ์เต็มที่ในภายหลัง ทุกท่วงท่าและรอยยิ้มจะสามารถทำให้ผู้คนลุ่มหลงได้ ถูกขนานนามว่าเป็น 'นางมารอันดับหนึ่งแห่งพิฆาตเซียน' ยิ่งกว่าอาจารย์ที่เป็นนางมารของนางเสียอีก
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนี้ ต้องตั้งสติให้มั่น เพียงแค่ประมาทเล็กน้อยก็จะถูกหลอกล่อให้หลงทางได้
เฉินโม่รวบรวมสมาธิ น้ำเสียงเย็นลงเล็กน้อย "แล้วกู่สลายใจนั่นก็ถือเป็นลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ด้วยหรือ"
กู้ม่านจือสงสัย "กู่สลายใจอะไรหรือ"
เฉินโม่หัวเราะเยาะ "ถึงตอนนี้ยังจะแกล้งโง่อยู่อีกหรือ จีเหลียนซิงสั่งให้เจ้าทำอะไร เจ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร"
เมื่อได้ยินชื่อ 'จีเหลียนซิง' กู้ม่านจือก็ตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี ข้อมือสั่น กาน้ำชาหล่นลงบนพื้น
เพล้ง
กาน้ำชาแตกละเอียด น้ำชากระจายไปทั่ว
มองใบหน้างามนั้น ดวงตาสีดำสนิทดุจหมึกนั้นลึกล้ำจนหยั่งไม่ถึง ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นจากกระดูกสันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย
ความหวาดกลัว ความตกใจ ความไม่อยากเชื่อ
แม้แต่นางที่เก็บความรู้สึกเก่ง ก็ยังเสียสติไปชั่วขณะ
"การที่เขาสามารถเอ่ยชื่อท่านอาจารย์ออกมาได้ แสดงว่าเขารู้ตัวตนของข้ามานานแล้ว"
"หรือว่าอวี้โยวหานส่งเขามา ข้างนอกมีกับดักรออยู่แล้ว เตรียมจะจับปลาในอ่างหรือ"
เมื่อนึกถึงวิธีการอันน่าสะพรึงกลัวของหญิงผู้นั้น กู้ม่านจือก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น
หากตกไปอยู่ในมือนาง เกรงว่าขอชีวิตก็ไม่ได้ ขอตายก็ไม่สมหวัง
ขณะที่จิตใจของนางกำลังสับสนวุ่นวาย ดวงตาของเฉินโม่ก็จับจ้องอย่างแน่วแน่
ตอนนี้แหละ
นิ้วชี้และนิ้วกลางแนบชิดกันดุจคมดาบ ฟันลงไปอย่างแรง
ทันทีที่จิตสังหารแผ่ออกมา กู้ม่านจือก็รู้สึกตัวได้ทันที
นางตอบสนองอย่างรวดเร็ว ชายเสื้อสะบัด ควันสีเขียวลอยวน ก่อตัวเป็นกระจกโบราณสีเขียวขึ้นตรงหน้านางอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือดาบฟันลงบนกระจก เกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ
พลังมหาศาลราวกับวัวดินลงทะเล ถูกดูดซับและสลายไปจนหมดสิ้น
เฉินโม่คาดการณ์ไว้แล้ว เขาพลิกมือฟันฝ่ามือที่สองออกไป พลังรุนแรงกว่าเดิม
ฝ่ามือที่สาม ฝ่ามือที่สี่
แต่ละฝ่ามือรุนแรงขึ้น ดุร้ายขึ้น และโหดเหี้ยมขึ้น
ผิวกระจกราวกับคลื่นน้ำ ระลอกคลื่นหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ กระจกโบราณเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
จนกระทั่งฝ่ามือที่แปดฟันออกไป พลังก็เพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่า
ความสามารถในการสลายพลังของกระจกโบราณถึงขีดจำกัด ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ต่อหน้าต่อตาของกู้ม่านจือที่ตกตะลึง กลายเป็นควันสีเขียวสลายไป
ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟร้อนแรงทะลุผ่านควัน ฟันลงบนหน้าอกของนางอย่างแม่นยำ
ปัง
พร้อมกับเสียงกระดูกหัก กู้ม่านจือกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างลอยละลิ่วไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรง
ทั้งห้องดูเหมือนจะสั่นสะเทือนไปชั่วขณะ
เพียงชั่วพริบตา สถานการณ์ก็พลิกผัน
"เจ้ามีอะไรจะพูดอีกหรือไม่"
เฉินโม่เล่นถ้วยชาในมือ น้ำเสียงเรียบเฉย
กู้ม่านจือพิงกำแพง หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด ใบหน้างามซีดขาวเปื้อนคราบเลือด ราวกับดอกกล้วยไม้ที่ถูกทำลาย น่าสงสารยิ่งนัก
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ส่ายหน้ายิ้มอย่างขมขื่น "ดูเหมือนว่าคุณชายเฉินจะซ่อนตัวลึกกว่าข้าเสียอีก ข้าไม่มีอะไรจะพูด จะฆ่าจะแกงก็แล้วแต่ท่าน"
พูดจบนางก็หลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม
มือซ้ายที่อยู่ด้านหลังแอบกำยันต์หยกไว้แน่น
ในนั้นมีวิชาเต๋า 'คาถาอัสนีโรจน์' สลักอยู่ มีอานุภาพเทียบเท่ากับการโจมตีเต็มกำลังของนักพรตขั้นห้า เพียงแค่ใช้พลังปราณกระตุ้นเล็กน้อย ก็สามารถลบทุกสิ่งในห้องนี้ให้หายไปได้
รวมถึงตัวนางเองด้วย
นางยอมตายพร้อมกันดีกว่ายอมถูกฆ่าอย่างง่ายดาย
"ท่านอาจารย์ ลูกศิษย์ไร้ความสามารถ ทำให้ท่านต้องผิดหวัง หากมีชาติหน้า"
ในขณะนั้นเอง เสียงเย็นชาก็ดังเข้ามาในหู
"ไปบอกจีเหลียนซิง อย่าคิดท้าทายพระสนม มิเช่นนั้นต่อให้เก้าแคว้นนี้จะกว้างใหญ่เพียงใด ก็จะไม่มีที่ให้นางได้ยืน"
"ระหว่างเจ้ากับข้า บุญคุณความแค้นจบสิ้นกันไป จากนี้ไปไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ครั้งหน้าเจ้าคงไม่มีโชคดีเช่นนี้แล้ว"
"หืม"
กู้ม่านจือเงยหน้าขึ้นมอง
เฉินโม่ได้หันหลังเดินออกจากห้องไปแล้ว
มองแผ่นหลังที่ตั้งตรงนั้น นางนิ่งอึ้งไปนาน จ้องมองอย่างเหม่อลอย
"น่าเสียดาย เกือบจะฆ่านางได้แล้ว"
เฉินโม่หน้าตาบูดบึ้ง เดินตรงไปยังประตูใหญ่
ที่เขาปล่อยกู้ม่านจือไป ไม่ใช่เพราะเขาใจอ่อน แต่เป็นเพราะไม่มีแรงจะสู้ต่อ
ฝ่ามือทั้งแปดเมื่อครู่ได้สูบพลังปราณของเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว
เพลงดาบแปดอัคคี ทักษะยุทธ์ระดับปฐพีขั้นสูง
เดิมทีนี่เป็นวิชาดาบ มีทั้งหมดแปดกระบวนท่า พลังดาบจะซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ อานุภาพรุนแรงอย่างยิ่ง และยังมีพลังปราณอัคคีติดมาด้วย เมื่อเข้าไปในร่างกายจะเผาไหม้เส้นลมปราณและอวัยวะภายในของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
หากพูดถึงพลังทำลายล้างเพียงอย่างเดียว ก็ไม่ด้อยไปกว่าทักษะยุทธ์ระดับนภาเลย
ท่าไม้ตายเช่นนี้ ความยากในการฝึกฝนย่อมสูงมาก ไม่เพียงแต่ใช้พลังปราณมหาศาล ยังต้องมีความเข้าใจในวิถีแห่งดาบอย่างลึกซึ้ง
เมื่อฝึกถึงขั้นเริ่มต้น สามารถฟันดาบต่อเนื่องได้สองครั้ง
เมื่อฝึกถึงขั้นชำนาญ สามารถฟันได้สี่ครั้ง
ร่างเดิมมีพรสวรรค์เป็นเลิศ บวกกับมีปรมาจารย์คอยชี้แนะ ห่างจากขั้นสำเร็จเพียงก้าวเดียว แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุถึงแก่นแท้ได้ อย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงฟันต่อเนื่องหกครั้งเท่านั้น
การจะก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้ ต้องอาศัยทั้งความพยายาม ความเข้าใจ และโอกาส ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้
แต่สำหรับเฉินโม่ที่มีหน้าต่างระบบแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณามีเพียงอย่างเดียว
การอัปแต้ม
การสังหารสัตว์ร้ายและปีศาจจะได้รับ 'แก่นวิญญาณ' ซึ่งสามารถนำมาใช้อัปเกรดระดับของเคล็ดวิชาและทักษะยุทธ์ได้
เขาใช้แก่นวิญญาณ 5 แต้มที่เพิ่งได้รับมา อัปเกรดเพลงดาบแปดอัคคีโดยตรง ทำใหวิชานี้เลื่อนจาก 'ขั้นต้น' เป็น 'ขั้นสำเร็จ'
ดูเหมือนจะต่างกันเพียงคำเดียว แต่ความจริงแล้วต่างกันราวฟ้ากับเหว
ราวกับทะลวงผ่านเยื่อบางๆ ส่วนที่เคยคลุมเครือก็พลันกระจ่างแจ้ง ในใจเกิดความเข้าใจอย่างไม่สิ้นสุด
ในชั่วพริบตา ก็บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
เมื่อเข้าใจหนึ่งวิชา ก็เข้าใจหมื่นวิชา เมื่อวิชาดาบบรรลุขั้นสำเร็จแล้ว ก็ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่อาวุธอีกต่อไป
เฉินโม่จงใจเข้าใกล้ ฉวยโอกาสที่กู้ม่านจือจิตใจสั่นไหวเข้าจู่โจม บีบอัดพลังปราณทั้งร่างให้เป็นเส้นเดียว ใช้ฝ่ามือแทนดาบ ทำให้นางบาดเจ็บสาหัส
และผลที่ตามมาคือพลังปราณถูกใช้ไปจนหมดสิ้น ถึงขั้นที่น้ำมันหมดตะเกียงดับ
ตอนนี้สภาพของเขาไม่ได้ดีไปกว่ากู้ม่านจือเลย
"ด้วยระดับพลังยุทธ์ขั้นเจ็ดของข้า การใช้ท่านี้ยังถือว่าหนักหนาเกินไป"
"ช่วยไม่ได้ วิธีการของนักพรตนั้นแปลกประหลาดคาดเดายาก ยิ่งยื้อนานยิ่งอันตราย มีแต่ต้องเสี่ยงดู"
"น่าเสียดาย ระดับพลังต่างกันเกินไป แม้จะชิงลงมือก่อน ก็ยังไม่สามารถสังหารนางได้ นางอาจจะยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่ ที่นี่ไม่ควรอยู่นาน"
เฉินโม่หอบหายใจอย่างหนัก ขาทั้งสองข้างราวกับหนักพันชั่ง
ทุกย่างก้าวที่เดิน เส้นลมปราณในร่างกายเจ็บปวดราวกับฉีกขาด สติเริ่มเลือนราง
"ไม่ได้ ที่นี่ไม่ปลอดภัย"
เขาฝืนทนเดินออกจากประตูใหญ่ กวาดตามองไปรอบๆ
เห็นรถม้าสองล้อจอดอยู่ไม่ไกล หลังคาดีบุกม่านสีดำ รูปแบบนี้มีเพียงขุนนางระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้
ไม่มีเวลาคิดมาก เขาเดินตรงไปเปิดม่านแล้วเข้าไปในรถม้า
ข้างในมีเด็กสาวหน้าตาสะสวยนั่งอยู่ แก้มป่องกลม ในมือยังถือขนมดอกกุ้ยฮวาอยู่ มองแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยความงุนงง
เฉินโม่ถอดจี้หยกที่เอวโยนไปให้ เสียงแหบแห้ง
"พ่อข้าเป็นรองราชเลขาธิการฝ่ายขวา บ้านอยู่ถนนหมิงอันฝั่งตะวันออกของเมือง ส่งข้ากลับบ้าน เร็วเข้า"
สิ้นเสียง ร่างกายก็หมดแรงโดยสิ้นเชิง ล้มลงไปในอ้อมแขนของเด็กสาวอย่างแรง
แปะ
ขนมดอกกุ้ยฮวาถูกชนหล่นลงบนพื้น
เด็กสาวมองชายในอ้อมแขน แล้วมองขนมดอกกุ้ยฮวาบนพื้น
[จบแล้ว]