เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1-9 อสูรวิเศษ, มังกรลมกรด (2)

ตอนที่ 1-9 อสูรวิเศษ, มังกรลมกรด (2)

ตอนที่ 1-9 อสูรวิเศษ, มังกรลมกรด (2)


“หัวหน้า! ข้างหน้ามีเรื่องอะไรกัน?” ลอร์รี่กระซิบถามฮิลแมน

ฮิลแมนยิ้มเป็นนัย “จอมเวทลึกลับนั้นดูเหมือนจะมีเรื่องขัดแย้งกับกลุ่มคนตรงนั้นคอยดูอยู่ตรงนี้แหละเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง” ตัวฮิลแมนเองเป็นเพียงนักรบระดับ 6 ความจริงเขาก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว

ลำพังแค่มังกรลมกรดก็เป็นอะไรที่เขาไม่อาจสู้ได้อยู่แล้วอย่าว่าแต่จอมเวทลึกลับนั้นเลย

พลังของกลุ่มคนทั้งเจ็ดข้างหน้าจอมเวทนั้นไม่ได้อ่อนแอแต่อย่างใดเป็นนักรบเสียห้าคน ขณะที่อีกสองคนเป็นนักเวทหัวหน้ากลุ่มดูทรงพลังมีผมสีแดงเขาขี่กระทิงเหล็กหลังดำเขาแหลมคมทั้งสองของกระทิงเหล็กเปล่งแสงและดูอันตรายถึงตายได้

นัยน์ตาแดงดุจเลือดของมันแสดงให้เห็นถึงนิสัยแท้จริงของวัวตัวนี้ “กระทิงเหล็กดูดเลือด” อสูรวิเศษระดับห้า

พร้อมกับเสียงแค่นควันเริ่มพ่นออกมาจากจมูกของกระทิง

กลุ่มคนทั้งเจ็ดนั้นเป็นบุรุษสี่คนสตรีสามคน สตรีสองคนเป็นนักเวท ขณะที่สตรีคนที่สามเป็นขมังธนูนอกจากกระทิงเหล็กดูดเลือดแล้วยังมีกริฟฟินยักษ์บินอยู่ในอากาศ

“กริฟฟิน” อสูรวิเศษระดับสี่

มันมีหัวเป็นสิงห์แต่ปีกทั้งคู่มีพลังมากสำหรับกลุ่มที่มีอสูรวิเศษถึงสองตัวและนักเวทสองคนเห็นได้ชัดว่ากลุ่มนักผจญภัยนี้ไม่ใช่ธรรมดา

“เด็กน้อย, พวกเจ้าวางมือจากเพชรเงาแห่งเบโรเสียดีกว่า” บุรุษลึกลับผู้นั่งอยู่บนมังกรลมกรดพูดเป็นครั้งที่สองเสียงของเขาเย็นชา

“ท่านจอมเวท! เราไม่ต้องการเป็นศัตรูกับท่านแต่เพื่อให้ได้เพชรเงาแห่งเบโรนี้เราต้องใช้เวลาและความสามารถนับไม่ถ้วนมูลค่าของมันก็กว่าแสนเหรียญทองแต่ท่านท่านจอมเวทต้องการซื้อจากพวกเราเพียงเจ็ดร้อยเหรียญทอง นี่นี่เป็นไปไม่ได้” หัวหน้ากลุ่มผมแดงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ได้ยินคำสนทนากันแต่ไกลลินลี่ย์ที่อยู่ข้างๆฮิลแมนก็เข้าใจทุกอย่างในตอนนี้

อย่างนั้นจอมเวทลึกลับผู้นี้ต้องการใช้เงินเจ็ดร้อยเหรียญทองซื้อเพชรเงาแห่งเบโร่ซึ่งมีราคาสูงถึงแสนเหรียญทอง

“โห... เพชรมีราคาขนาดนั้นเชียว...” ลินล่ย์ตกใจ“เพื่อให้ของมีราคามากขนาดนั้นเป็นทีชัดเจนว่าเพชรเงาแห่งเบโร่ต้องมีความสำคัญบางอย่างแน่มิฉะนั้นก็คงไม่ทำให้จอมเวทผู้นี้ถึงกับยอมลดตัวลงมาบังคับซื้อให้ได้”

ข้อเสนอซื้อเจ็ดร้อยเหรียญทองสำหรับของมีราคาแสนเหรียญทอง มิน่าเล่า คนกลุ่มเล็กๆ นี้ถึงไม่ยินดียอมรับ

“ฮึ่ม..” จอมเวทลึกลับแค่นเสียงเยือกเย็น

“ข้ามีอยู่เพียงแค่เจ็ดร้อยแล้วตอนนี้ข้ายังยินดีจะใช้เงินซื้อมันจากพวกเจ้าหากพวกเจ้าส่วนใหญ่ไม่รู้จักถอยและทำเรื่องที่ดีที่สุดของตนเองเสียบ้างอย่างนั้นพวกเจ้าจะไม่ได้แม้แต่แดงเดียวพวกเจ้าทุกคนยังต้องสละชีวิตน้อยๆอีกด้วย” จอมเวทพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“กรรรร”

มังกรลมกรดสูงกว่าบ้านในเมืองเกือบทุกหลังมันคำรามลึกในลำคอจนทำให้บ้านที่อยู่รอบๆ สั่นไปหมด

“หัวหน้าเราต้องเสี่ยงชีวิตกว่าจะได้เพชรเงานี่นะเราจะถูกเจ้าผู้นี้ขู่ขวัญให้ตกแล้วยกเพชรให้เขาไปได้อย่างไร?” หญิงในชุดดำพูดเย็นชาในฐานะที่เป็นกลุ่มที่ผจญภัยร่วมกัน คนทั้งเจ็ดนี้มีประสบการณ์ต่อสู้ร่วมกันมากมายพวกเขาไม่ยอมเงื่อนไขง่ายๆ

หัวหน้าทีมผมแดงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านจอมเวทที่นับถือ, ข้าเป็นคนของตระกูลคาร์ลี่ย์แห่งอาณาจักรเฟนไล”

หัวหน้าทีมผู้นี้ต้องการใช้คนหนุนหลังตนเองบังคับฝ่ายตรงข้ามให้ยินยอม

แต่น่าเสียดายจอมเวทผู้ทรงพลังมักจะไม่ธรรมดาและไม่ให้ความใส่ใจพวกตระกูลชั้นสูงเลยแม้แต่น้อย

“พวกเจ้าทุกคนเลือกที่จะตายเองนะ” จอมเวทลึกลับแค่นเสียงเยือกเย็น

“ระวัง!”กลุ่มคนทั้งเจ็ดก็เตรียมพร้อมต่อสู้นักรบสี่คนจู่โจมทางด้านหน้ามือธนูหญิงที่อยู่ด้านหลังดึงคันธนูที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาและนักเวทหญิงอีกสองคนเริ่มเตรียมพร้อมเวทของตน

“ก๊าซ.....”

มังกรลมกรดมหึมาอ้าปากและพ่นไฟออกมาจากเขี้ยวของมันโจมตีใส่กลุ่มนักสู้

จุดตรงที่ไฟพุ่งผ่านแม้แต่ถนนหินก็ยังปริแตกร้าวกระทั่งแตกระเบิดออกเนื่องจากความร้อนสูงถนนทั้งหมดดำเป็นตอตะโก

“ระวัง”

หัวหน้ากลุ่มผมแดงร่ายเสียงลุ่มลึกขณะที่ทั้งร่างของเขามีปราณสีแดงปกคลุมนักรบอีกสามคนกระตุ้นปราณเตรียมพร้อมต่อสู้เช่นกัน

หัวหน้าผมแดงชักดาบเคลย์มอร์ (ดาบยักษ์สองคม) กระชับถือด้วยสองมือ เขาใช้ความเร็วสูงฟันดาบใส่กำแพงหินที่อยู่ใกล้ๆ อย่างรุนแรงเสียงดังราวกับอัสนีบาตร กำแพงศิลาถล่มลงขณะที่หินนับร้อยๆกลิ้งลงมากับพื้นและระเบิดเป็นฝุ่นอยู่ด้านนอก

ยามนี้เองไฟจากมังกรลมกรดได้ลามเลียอยู่รอบตัวนักรบทั้งสี่ผู้ใช้ปราณรบต้านทานเต็มที่

“ฮ่าห์!”

บุรุษผมแดงเตะแท่งหินยาวครึ่งเมตรใส่จอมเวท

นักรบอื่นอีกสามคนก็ทำอย่างเดียวกันด้วยพลังเร็วแรงเหมือนกับยิงหนังสติ๊กขนาดยักษ์ก้อนหินทั้งสี่แยกกันกลางอากาศขณะที่พุ่งใส่จอมเวทที่ผนึกป้องกันมังกรลมกรดขนาดมหึมาไว้

ควับ! ควับ! ควับ!

หินศิลาลูกแล้วลูกเล่าพุ่งโจมตีใส่จอมเวทในชั่วพริบตาหินทั้งหมดจากกำแพงที่พังถล่มลงมาถูกใช้จนหมดสิ้น

พอเห็นการต่อสู้เช่นนี้จากระยะไกลลินลี่ย์กำมือแน่น

“เหลือเชื่อจริงๆ พวกเขากล้าใช้เท้าเตะหินขนาดใหญ่อย่างนั้นจริงๆ” มองดูบุรุษทั้งสี่เตะใส่หินก้อนใหญ่ต่อเนื่องไม่หยุดยั้งเขารู้สึกถึงความน่ากลัวของนักรบทุกคนเป็นธรรมดา

จ้องไปทางมังกรลมกรดลินลี่ย์ดูขณะที่หางที่เหมือนแส้ของมันหวดใส่ไปมาทางด้านหน้าของมัน

“โครม, โครม, โครม!”

หินก้อนมหึมาลูกแล้วลูกเล่าถูกกระแทกแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อยก้อนศิลาไม่อาจเข้ามาใกล้จนทำอันตรายจอมเวทที่อยู่บนหลังของมังกรลมกรดได้เลย

“วืดดด”หางของมังกรลมกรดดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาขัดขวางได้ มันครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่และเมื่อใดก็ตามที่มันหวดผ่านศิลาที่เป็นส่วนหนึ่งของบ้านก็จะตัดผ่านบ้านเหมือนกับว่าบ้านนั้นสร้างด้วยโคลนศิลาแตกกระจายไม่มีอะไรมาค้ำยันไว้ขณะที่บ้านหลังแล้วหลังเล่าเริ่มพลังทลายมีหินกลิ้งอยู่ทั่วบริเวณและฝุ่นคลุ้งไปทั่ว

“ก๊าซซซซ” แม้อยู่ในท่ามกลางฝุ่นคลุ้งมังกรลมกรดก็ยังคำรามให้ได้ยินและมันยังคงพ่นไฟจากขากรรไกรมัน

ตลอดเวลาทั้งหมดนี้นักเวทหญิงทั้งสองสนับสนุนอยู่ด้านหลังกลุ่มคอยร่ายเวทด้วยเสียงเบาอย่างต่อเนื่องภาษาร่ายเวทโดยรวมจะแตกต่างจากสำเนียงปากที่พูดคุยกันในทวีปยูลานน้ำเสียงเชื่องช้าและซับซ้อนมาก ก่อนที่จะใช้เวลามากเกินไปนักเวทหญิงทั้งสองก็ร่ายเวทของพวกนางจบ

“เกราะน้ำแข็งปกป้อง!”

นักเวททั้งสองร่ายเวทเสียงต่ำแสงสว่างพวยพุ่งออกมาจากร่างของพวกนางพร้อมทั้งมีรัศมีครอบคลุมตัวบุรุษนักรบทั้งสี่ด้วยพลังเกราะแก้วโปร่งแสง

บุรุษผมแดงยินดีด้วยพลังเกราะน้ำแข็งปกป้องคอยหนุนเสริมปราณนักรบของเขาตอนนี้เขารู้สึกมีความมั่นใจในการต่อสู้ครั้งนี้

“บุก!” หัวหน้าผมแดงออกคำสั่ง

นักรบทั้งสี่ยิงก้อนศิลาที่อยู่ใกล้ๆ ออกไปพร้อมกันมุ่งจู่โจมใส่จอมเวทพร้อมๆกัน ทันใดนั้นนักรบทั้งสี่พุ่งเข้าหามังกรลมกรดราวกับลูกศรที่หลุดจากคันธนู

จบบทที่ ตอนที่ 1-9 อสูรวิเศษ, มังกรลมกรด (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว