เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129: ลีลาอัศวิน

บทที่ 129: ลีลาอัศวิน

บทที่ 129: ลีลาอัศวิน


ตอนที่เริ่นเหอแซงรถคันสุดท้ายของขบวนรถนี้ เขาไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมอง ตอนนั้นเขาต้องมีสมาธิอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมเข้าโค้ง ไม่เช่นนั้นสิ่งที่รอเขาอยู่อาจเป็นการพลิกคว่ำตกหน้าผาจนร่างแหลกเป็นผุยผง

รถแต่ละคันในขบวนนี้เว้นระยะห่างกันประมาณร้อยเมตร เมื่อรถคันสุดท้ายเบรกกะทันหันก่อนถึงโค้ง เสียงเบรกอันแหลมคมก็ดังก้องไปทั่วทั้งหุบเขา!

ทุกคนหันไปมองข้างหลังโดยไม่รู้ตัว คนขับมองกระจกหลัง ส่วนคนอื่นๆ ในรถต่างก็หันขวับไปมองนอกหน้าต่างด้านหลังทันที

เกิดอุบัติเหตุเหรอ? เกิดอะไรขึ้น?

แต่ทว่า ในชั่วขณะที่ทุกคนกำลังงุนงง จักรยานคันหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากหัวโค้งด้วยท่าดริฟต์อันไร้เทียมทานเข้ามาในสายตาของทุกคน! ราวกับอัศวินจากยุคกลางตัวจริงที่ฝ่าวงล้อมของกองทัพนับหมื่น พลันทะยานออกมาจากฝูงชนอย่างดุดัน เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร!

วินาทีนี้ทุกคนถึงกับตะลึงงัน ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย!

ทุกคนที่นี่ล้วนมาเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของท่านปู่ตระกูลเซี่ย จึงรู้จักกันเป็นอย่างดี ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งถือเป็นกิ่งก้านสาขาของตระกูลเซี่ยอันยิ่งใหญ่ พวกเขารู้ดีว่ารถคันสุดท้ายเป็นของใคร แต่จักรยานคันนี้มันอะไรกัน?

แต่เมื่อพวกเขาเห็นผ้าพันคอสีแดงที่ปิดบังใบหน้าของอีกฝ่าย...

“อัศวิน!”

“เทพเจ้ารถลั่วเฉิง!”

ตอนนี้คลิปวิดีโอสองคลิปของเทพเจ้ารถลั่วเฉิงกับนามอัศวินมันดังเป็นพลุแตกเกินไปแล้ว ดูเหมือนว่าในหมู่คนหนุ่มสาวจะไม่มีใครไม่เคยดู ดังนั้นเมื่อผ้าพันคอสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้น ปฏิกิริยาแรกของทุกคนคือรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร!

แต่พวกเขาก็มีข้อสงสัยเดียวกัน อีกฝ่ายมาปรากฏตัวที่นี่ได้ยังไง?!

แต่ข้อสงสัยก็ส่วนข้อสงสัย พวกเขาในขบวนรถส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่ออกมาจากงานเลี้ยงวันเกิด ชวนกันไปร้องเพลงในตัวเมืองต่อ ส่วนผู้ใหญ่ยังคงอยู่คุยเป็นเพื่อนท่านปู่ มีหวังคืนนี้คงค้างคืนบนภูเขาเหล่าจวินกันหมด มีแต่พวกเขาเท่านั้นที่ทนความเงียบเหงาไม่ไหว รู้สึกว่าบนภูเขาเหล่าจวินไม่มีอะไรน่าสนุก

ดังนั้น เมื่อหนุ่มสาวเหล่านี้พบว่าเทพเจ้ารถลั่วเฉิงอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความรู้สึกนั้น! มันสุดจะบรรยาย! พลุ่งพล่านสุดๆ ไปเลย!

รถคันข้างหน้ายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทัศนวิสัยถูกบดบัง แต่รถสองสามคันข้างหลังต่างพร้อมใจกันเลื่อนกระจกรถลง และพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นในรถ: “เชี่ยเอ๊ย เมื่อวานฉันยังอุตส่าห์ไปซุ่มรอดูเขากับเพื่อนที่นั่นอยู่เลย ผลคือไม่เจอแม้แต่เงา ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอตัวเป็นๆ ที่ภูเขาเหล่าจวินนี่!”

“เร็วชิบ! โห กำลังจะแซงรถพวกเราแล้ว!”

“ฉันรู้แล้ว” มีคนตะโกนขึ้น “เสียงเบรกเมื่อกี๊ต้องเป็นรถของเจ้าห้าที่โดนเขาบีบจนต้องหยุดตรงหัวโค้งแน่ๆ!”

“ฮ่าๆ โดนเทพเจ้ารถบีบจนหยุดก็ไม่ถือว่าเสียเชิงหรอก!”

ในตอนนี้ไม่มีใครรู้สึกว่าอีกฝ่ายขี่จักรยานแล้วจะด้อยกว่าพวกตนที่ขับรถยนต์เลย อันที่จริง หลังจากชาวเน็ตช่วยกันโหมกระแสจากเหตุการณ์ผ้าพันคอสีแดง ยกย่องฝีมือของเทพเจ้ารถว่าเหนือกว่านักแข่งต่างชาติ ภาพลักษณ์ของเริ่นเหอก็พลอยมีรัศมีของการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติไปโดยปริยาย ยิ่งไปกว่านั้น คนระดับพวกเขาโดยพื้นฐานแล้วต่างก็รู้ดีว่าบริษัท TK นั้นอยู่ในระดับไหน จักรยานคันเดียวของเขาอาจจะแพงกว่ารถทั้งคันของตัวเองซะอีก!

บอกตามตรง ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แต่ว่า...การสร้างชื่อเสียงให้ประเทศก็เป็นเรื่องดีเหมือนกันนะ

ทันใดนั้น เด็กสาวคนหนึ่งก็ตะโกนออกมานอกหน้าต่างรถ: “เทพเจ้ารถคะ ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยค่ะ!”

แต่เริ่นเหอไม่มีเวลามาสนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ความเร็วรถทะยานขึ้นไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกครั้งหลังจากผ่านโค้ง ข้างหน้าราว 900 เมตรคือโค้งถัดไป เขาต้องเร่งความเร็วระหว่างโค้งแต่ละโค้ง แล้วค่อยลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง

มันเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำภารกิจของระบบทัณฑ์สวรรค์ให้สำเร็จได้ ไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นการเร่งความเร็วบนทางตรงระหว่างโค้งแต่ละแห่งจึงสำคัญอย่างยิ่ง

เมื่อเริ่นเหอซิ่งผ่านหน้ารถของพวกเขาไปราวกับสายลมและสายฟ้า คนที่อยู่ในรถรู้สึกได้ถึงลมกรรโชกที่พัดเข้ามาจากหน้าต่างจนผมเผ้ายุ่งเหยิง พวกเขาแทบยังมองไม่เห็นจักรยานของเริ่นเหอชัดๆ อีกฝ่ายก็แซงผ่านไปแล้ว!

หวงฝู่จู๋รื่อที่อยู่หน้ารถขบวนสุดยังไม่รู้ว่าข้างหลังเกิดอะไรขึ้นเพราะทัศนวิสัยถูกบดบัง แต่เขาก็ได้ยินประโยคนั้น: เทพเจ้ารถคะ ขอถ่ายรูปด้วยหน่อยค่ะ!

เทพเจ้ารถ? เทพเจ้ารถอะไร? หวงฝู่จู๋รื่อชะงักไปหนึ่งวินาที...

เชี่ย! วินาทีนั้นเขาก็เห็นเงาร่างของเริ่นเหอที่พุ่งมาดุจสายฟ้าในกระจกมองหลังแล้ว ให้ตายสิ ที่แท้ก็คือเทพเจ้ารถลั่วเฉิง!

ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้ เทพเจ้ารถลั่วเฉิงมาเล่นดาวน์ฮิลล์บนถนนเลียบภูเขานี่เอง!

หวงฝู่จู๋รื่อเป็นผู้ที่ชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีม ดังนั้นคนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าเริ่นเหอมาทำอะไรที่นี่ แต่แค่เขาคิดนิดเดียวก็เดาออกได้ทันที ถนนบนภูเขาที่คดเคี้ยว ความสูงลดหลั่นต่างกันมาก นอกจากแข่งดาวน์ฮิลล์บนถนนหลวงแล้ว ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้!

โห เขาตื่นเต้นขึ้นมาทันที นี่คือยอดฝีมือระดับท็อปของวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมในประเทศจีนเลยนะ เมื่อเทียบกับคนคนนี้แล้ว ตัวเองก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก เอาไว้อวดเพื่อนฝูงพอได้ แต่เมื่อเจอกับเทพตัวจริง หวงฝู่จู๋รื่อก็รู้สถานะของตัวเองดี

ส่วนต้วนเสี่ยวโหลวกับเซี่ยอวี่ถิงที่นั่งอยู่เบาะหลังมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป

เมื่อเซี่ยอวี่ถิงได้ยินคำว่าเทพเจ้ารถ เธอก็หันไปมองนอกหน้าต่างหลังทันที และได้เห็นอีกฝ่ายในความมืดของหุบเขาราวกับอัศวินผู้ทรหดอดทน ส่วนจักรยานของอีกฝ่ายก็คืออาชาศึกของเขา สิ่งที่เธอให้ความสนใจมากที่สุดคือดวงตาของเขา แต่เพราะฟ้ามืดเกินไปและไม่มีไฟรถส่อง จึงมองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย แถมอีกฝ่ายดูเหมือนจะสวมแว่นตากันลมด้วย

ไม่รู้ทำไม หัวใจของเซี่ยอวี่ถิงพลันเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไม เหมือนจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกแบบนี้

ส่วนต้วนเสี่ยวโหลวที่หันไปมอง เธอแค่อยากรู้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้ใช่คนเดียวกับที่เธอคิดไว้ในใจหรือไม่ แต่น่าเสียดายที่ฟ้ามืดเกินไปจนมองไม่เห็นจริงๆ

รถที่หวงฝู่จู๋รื่อขับเป็นคันแรกของขบวน จึงยังไม่ถูกแซงในทันที ขบวนรถยาวเหยียดกลับถูกจักรยานคันเดียวแซง ความรู้สึกนี้มันช่าง...สะใจปนซับซ้อนจริงๆ แต่กลับไม่มีใครรู้สึกเสียหน้าเลยสักคน

วัยรุ่นเลือดร้อน หากเป็นเวลาอื่นแล้วโดนใครแซงรถไป คงต้องเหยียบคันเร่งแซงกลับไปให้ได้

แต่ตอนนี้ สิ่งที่ทุกคนคิดในใจคงจะประมาณว่า โดนแซงก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ก็อีกฝ่ายคือเทพเจ้ารถนี่นา!

นี่คือสถานะของนาม “อัศวิน” ที่เริ่นเหอเป็นตัวแทนในสายตาของคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน

แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นในตอนนี้ สถานการณ์แทบจะเหมือนกับเมื่อครู่ทุกประการ เมื่อดูจากระยะห่างแล้ว มีความเป็นไปได้สูงมากที่รถของหวงฝู่จู๋รื่อจะเข้าโค้งข้างหน้าพร้อมกับอีกฝ่าย! และในจังหวะนี้เอง จักรยานของเริ่นเหอก็เปลี่ยนจากเลนนอกมาสู่เลนใน นี่คิดจะแซงโค้งในเหรอ?

โห กล้าคิดไปได้นะ จักรยานชนกับรถยนต์ ต่อให้อีกฝ่ายจะเทพแค่ไหน รถยนต์ก็ต้องชนะอยู่แล้ว นี่เขามั่นใจว่าจะแซงฉันได้ก่อนถึงโค้งสินะ!

หวงฝู่จู๋รื่อเหลือบมองมาตรวัดความเร็ว ความเร็วของเขาอยู่ที่ 50 ส่วนอีกฝ่ายที่สามารถไล่ตามรถของเขามาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ แค่กะด้วยสายตาก็พอจะเดาได้ว่าความเร็วของอีกฝ่ายในตอนนี้น่าจะใกล้ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว! รถของเขาเองยังไม่กล้าท้าทายความเร็ว 80 บนถนนเลียบภูเขานี้เลย แต่อีกฝ่ายกลับขี่จักรยานด้วยความเร็ว 110 แล้ว แม้ว่าการแข่งดาวน์ฮิลล์บนภูเขาสูงบางประเภทจะเร็วกว่านี้ แต่นั่นส่วนใหญ่เป็นทางตรง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเลี้ยวโค้ง แนวคิดมันต่างกันโดยสิ้นเชิง

ยอดฝีมือ ยอดฝีมือระดับท็อปของวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมในประเทศจีน! หวงฝู่จู๋รื่อรู้สึกว่าวันนี้ตนได้เปิดหูเปิดตาแล้ว สะใจจริงๆ!

แค่ชั่วพริบตาเดียว ล้อหน้าของอีกฝ่ายก็แทรกเข้ามาอยู่ระหว่างรถของหวงฝู่จู๋รื่อกับผนังภูเขาแล้ว จากนั้นทั้งคันก็เบียดเข้ามาในช่องแคบๆ นั้น โดยที่อีกเพียง 50 เมตรก็จะถึงโค้ง!

ความเร็วสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายเริ่มหมุนวนในหัวของเริ่นเหออย่างรวดเร็ว เมื่อใกล้จะถึงโค้ง ความเร็วของเขาก็เริ่มลดลงจนเข้าใกล้ 68 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งความเป็นความตาย ทำให้ภาพที่ปรากฏออกมาดูเหมือนว่าหลังจากที่เริ่นเหอไล่ตามทัน เขาก็ตั้งใจรักษาระยะขนานไปกับรถของหวงฝู่จู๋รื่อ

ต้วนเสี่ยวโหลวและเซี่ยอวี่ถิงต่างก็มองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ในสภาพที่เริ่นเหอใช้ผ้าพันคอสีแดงปิดหน้า พวกเธอก็เห็นได้เพียงแว่นตากันลมเท่านั้น

เริ่นเหอเองก็ไม่รู้ว่าใครนั่งอยู่ในรถคันนี้ ในใจของเขาตอนนี้มีเพียงโค้งข้างหน้าเท่านั้น! เขาต้องแซงรถยนต์ให้ได้ก่อนเข้าโค้ง เพื่อที่ตอนสะบัดท้ายรถจะได้ไม่เฉี่ยวชนกับรถยนต์!

รถยนต์ที่ความเร็ว 50 กับจักรยานที่ค่อยๆ ลดความเร็วลงมาเหลือ 70 กว่า ลำดับหน้าหลังเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนไป ในชั่วพริบตาที่กำลังจะเข้าโค้ง ร่างของเริ่นเหอก็พุ่งทะลุผ่านเงาของรถยนต์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ราวกับแหวกม่านเมฆเห็นตะวัน!

บัดนี้รถยนต์ได้อยู่ข้างหลังเขาแล้ว เริ่นเหอจึงไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป ดริฟต์

จบบทที่ บทที่ 129: ลีลาอัศวิน

คัดลอกลิงก์แล้ว