- หน้าแรก
- จะเป็นนักก๊อปทั้งที ทำไมระบบต้องบีบให้ไปเสี่ยงตายด้วย
- บทที่ 93: พี่ชายแท้ๆ ของสวี่นั่ว
บทที่ 93: พี่ชายแท้ๆ ของสวี่นั่ว
บทที่ 93: พี่ชายแท้ๆ ของสวี่นั่ว
เหตุผลที่เริ่นเหอกล้าวิ่งเร็วขนาดนี้ก็เพราะเขาศึกษาแผนที่เส้นทางมาอย่างละเอียดแล้ว สำหรับภารกิจทัณฑ์สวรรค์ เขาต้องจัดการมันอย่างจริงจัง แต่เขากลับพบปัญหาอย่างหนึ่ง นั่นคือเส้นทางที่กำหนดไว้ในครั้งนี้มันไม่ถึง 42 กิโลเมตรด้วยซ้ำ แม้ว่าทางผู้จัดจะจัดการแข่งขันขึ้นมาจริง แต่กลับมีการลักไก่ด้วยการรวบรัดตัดระยะทางลงซะดื้อๆ
โดยทั่วไปแล้ว การแข่งขันมาราธอนจะแบ่งเป็นฟูลมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอน ฟูลมาราธอนคือ 42.195 กิโลเมตร ส่วนฮาล์ฟมาราธอนคือ 21.0975 กิโลเมตร การแข่งขันใหญ่ๆ มักจะละเอียดรอบคอบมาก ทว่าการแข่งขันครั้งนี้เริ่นเหอลองคำนวณดูแล้ว มันมีระยะทางแค่ 19 กิโลเมตร...
เขาทำได้เพียงสรุปว่านี่คือการลักไก่ของผู้จัด ซึ่งจริงๆ แล้วในยุคสมัยนี้ เรื่องทำนองนี้มีให้เห็นอยู่ถมเถไปจนนับไม่ถ้วน
และระยะทาง 19 กิโลเมตรสำหรับสมรรถภาพทางกายของเริ่นเหอในตอนนี้ การวิ่งด้วยความเร็วสูงคงที่จนจบการแข่งขันไม่ใช่เรื่องกดดันสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย ต่อให้วิ่งจบก็คงไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไปนัก สาเหตุก็เพราะน้ำหนักตัวของเขาเพิ่งจะเกิน 50 กิโลกรัม แต่สมรรถภาพทางกายกลับสูงเป็นสองเท่าของผู้ใหญ่แล้ว...
หากเขาไปสมัครเป็นทหารในตอนนี้ ไม่เพียงแค่วิ่งถึงเส้นชัยแล้ววิ่งกลับไปช่วยเพื่อนทหารแบกปืนได้ แต่ยังสามารถแบกหม้อสนามของกองทัพได้อีกด้วย...
ตอนนี้คณะกรรมการจัดงานมาราธอนได้รับรู้แล้วว่า ในการแข่งขันครั้งนี้มีม้ามืดตัวหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมา แม้จะดูเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ แต่ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เขาก็ทิ้งห่างคนที่ตามหลังไปหลายกิโลเมตรแล้ว
ส่วนพวกนักข่าวต่างรู้สึกว่านี่มันข่าวใหญ่ชัดๆ! อย่างน้อยก็ในแวดวงของเมืองลั่วหยางล่ะนะ นักข่าวที่มีเส้นสายรีบโทรไปบอกคนในคณะกรรมการทันที “รบกวนช่วยรั้งตัวเด็กหนุ่มคนนั้นไว้ที่เส้นชัยด้วย พวกเราจะขอสัมภาษณ์เขาหน่อย!” ว่าแล้วพวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังเส้นชัยทันที เตรียมพร้อมที่จะชิงข่าวสดใหม่นี้เป็นคนแรก
แต่เรื่องราวก็ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาควบคุมเสมอไป เริ่นเหอวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยท่าทีของผู้ชนะที่ไร้ข้อกังขา และในวินาทีที่ไปถึงเส้นชัย ระบบทัณฑ์สวรรค์ก็ประกาศรางวัลออกมา!
“โฮสต์ทำภารกิจสำเร็จ มอบรางวัลเป็นสกิลติดตัว ‘งานเลี้ยง’!”
เอ๊ะ เริ่นเหอประหลาดใจ นี่ถือเป็นสกิลที่สองของเขาแล้วสินะ? ในที่สุดก็ได้สกิลที่ฟังดูอินเตอร์ขึ้นมาหน่อย...
งานเลี้ยง: โฮสต์สามารถฟื้นฟูพละกำลังได้อย่างรวดเร็วผ่านการกินอาหาร
ให้ตายสิ ชื่อสกิลฟังดูดีชะมัด แต่นี่มันก็แค่สกิลสำหรับพวกสายแดกไม่ใช่เหรอวะ?! นึกว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรซะอีก ผลลัพธ์คือการทำให้ตัวเองกลายเป็นนักกินจุเนี่ยนะ
โดยทั่วไปแล้ว การแข่งขันมาราธอนจะมีจุดบริการน้ำและอาหารอยู่ทุกๆ 2-3 กิโลเมตร ส่วนที่เส้นชัยยิ่งมีอาหารแคลอรี่สูงรสเลิศไว้ให้นักกีฬาทานเพื่อเติมพลังงาน เพราะการวิ่งมาราธอนหนึ่งครั้งมันใช้พลังงานมหาศาลจริงๆ
สายตาของเริ่นเหอก็จับจ้องไปที่ช็อกโกแลตซึ่งวางอยู่ตรงเส้นชัย เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของคณะกรรมการเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “ยินดีด้วยนะที่เธอคว้าแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้ หวังว่าเธอจะอยู่ให้สัมภาษณ์สักหน่อยนะ”
ปกติเรื่องแบบนี้ไม่มีอะไรพลิกโผอยู่แล้ว ทุกคนย่อมยอมให้สัมภาษณ์ แต่ตอนนี้เริ่นเหอไม่มีเวลามาสนใจพวกเขา “พวกคุณรอแป๊บนะ ผมขอหาอะไรกินก่อน...” เขาตั้งใจจะลองดูว่าสกิล ‘งานเลี้ยง’ นี้มันจะมหัศจรรย์แค่ไหน
ผู้บริหารของคณะกรรมการเห็นเด็กหนุ่มคนนี้ไม่เห็นหัวตัวเองเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าพลันดำคล้ำลงเล็กน้อย... ทว่าในวินาทีต่อมา เขาก็ต้องตะลึงงันไปเลย ทุกคนได้แต่ยืนมองเริ่นเหอคว้าช็อกโกแลตขึ้นมาฉีกซองแล้วยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อว่าเขายัดเข้าไปรวดเดียวตั้งยี่สิบกว่าชิ้น!
เอิ้ก! เริ่นเหอเรอออกมาคำหนึ่ง ช็อกโกแลตนี่รสชาติไม่เลวเลย...
เขารู้สึกได้ว่าพละกำลังของตัวเองเริ่มฟื้นฟูตั้งแต่ตอนที่กินช็อกโกแลตชิ้นแรกลงไป ความเร็วในการฟื้นตัวนั้นรวดเร็วจนไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน พอถึงตอนที่กินช็อกโกแลตชิ้นที่ 23 หมด เริ่นเหอก็รู้สึกว่าตัวเองสามารถวิ่งต่อไปได้อีก 30 กิโลเมตร...
ดูเหมือนสกิลนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ? แม้ว่าท่ากินจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่เริ่นเหอเป็นพวกเน้นใช้งานจริง ขอแค่มีประโยชน์กับร่างกายตัวเอง จะไปสนทำไมว่าคนอื่นจะมองยังไง
ตอนนั้นเองเขาถึงมีเวลาหันไปมองคนข้างๆ ก็เห็นผู้บริหารของคณะกรรมการคนนั้นยิ้มอย่างฝืดเฝื่อน “พอไหม? ถ้าไม่พอกินอีกหน่อยก็ได้นะ...”
“พอแล้วๆ” เริ่นเหอพูดอย่างร่าเริง “ขอบคุณครับ!”
ขอบคุณบ้านแกสิ นี่แกเป็นปีศาจจำแลงกายมาหรือไงวะ ที่มาวิ่งมาราธอนนี่ก็เพื่อจะมากินช็อกโกแลตที่เส้นชัยใช่ไหม?!
คนของคณะกรรมการพากันมึนงงไปหมด นี่มันกินจุขนาดไหนกันวะเนี่ย?!
มีคนได้สติกลับมา “เบอร์ผู้เข้าแข่งขันของเธอเบอร์อะไร พวกเราจะได้ลงบันทึก?”
“ไม่มีเบอร์ผู้เข้าแข่งขันครับ ผมมาเข้าร่วมแบบกะทันหัน ผมชื่อสวี่นั่ว เป็นนักเรียนชั้น ม.3 ห้อง 2 ของโรงเรียนมัธยม 13 เอาล่ะ ผมไปแล้วนะ พวกคุณอย่าลืมลงบันทึกให้ผมด้วยล่ะ ยังหวังว่าจะได้คะแนนพิเศษตอนสอบเข้า ม.ปลาย อยู่นะครับ...” พูดจบเริ่นเหอก็ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นแล้ววิ่งจากไป...
ฝั่งคณะกรรมการตกอยู่ในความเงียบงัน มาเข้าร่วมแบบกะทันหันแล้วคว้าแชมป์ไป? นักเรียนมัธยมต้น? เพื่อคะแนนพิเศษตอนสอบเข้า ม.ปลาย?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!
แต่เริ่นเหอก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน เพราะเลยเวลาสมัครมาแล้ว ตอนเช้าที่มาถึงก็ไม่เห็นจุดรับสมัคร แสดงว่าพวกเขาไม่มีความคิดที่จะให้คนนอกมาเข้าร่วมการแข่งขันเลยแม้แต่น้อย โคตรจะเป็นทางการเลย
ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าเจ้าอ้วนจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นมาบ้าง ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เป้าหมายหลักก็ยังคงเป็นการทำภารกิจทัณฑ์สวรรค์ให้สำเร็จ
วันนี้เป็นวันพุธ ยังต้องไปเรียนตามปกติ ช่วงบ่ายขณะที่เริ่นเหอกำลังใช้มือถือพิมพ์นิยายอยู่ ก็ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมห้องร้องอุทานขึ้นมา “การแข่งขันมาราธอนเมื่อเช้านี้ สวี่นั่วห้องเราได้แชมป์เหรอ?!”
“สวี่นั่ว?!”
“ไม่จริงน่า?!”
ทุกคนหันขวับไปมองรูปร่างของสวี่นั่ว ไอ้หมอนี่เนี่ยนะจะคว้าแชมป์มาราธอนได้จริงๆ ส่วนสวี่นั่วกำลังฟุบหน้ากับโต๊ะนอนกรนคร่อกฟี้อยู่ พอถูกเสียงจอแจปลุกให้ตื่นขึ้นมาก็พบว่าทุกคนกำลังจ้องมองมาที่ตัวเอง เขาก็เริ่มลนลานเล็กน้อย “ขอถามหน่อยได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น...”
“สวี่นั่ว แกนี่แน่จริงๆ นะ เล่นเงียบๆ คว้าแชมป์มาราธอนมาได้!”
หา?! สวี่นั่วมึนไปชั่วขณะ “ฉัน? แชมป์มาราธอน?”
“ใช่แล้ว แม่ของเพื่อนฉันทำงานอยู่ในคณะกรรมการจัดงานครั้งนี้ ยืนยันแล้วว่าเป็นนายแน่ๆ สวี่นั่ว ม.3 ห้อง 2 โรงเรียนมัธยม 13!”
สวี่นั่วถึงกับมึนงงไปหมด นี่มันเรื่องอะไรกันวะเนี่ย ช่างเป็นโลกที่แสนจะพิลึกพิลั่น... แต่เนื่องจากวงจรความคิดของเขาก็ไม่ค่อยเหมือนคนปกติเท่าไหร่ เขาจึงถามออกไปตามสัญชาตญาณว่า “แล้วฉันจะได้คะแนนพิเศษตอนสอบเข้า ม.ปลาย ไหม?”
“ได้สิ สำนักงานการศึกษาลงบันทึกไว้เรียบร้อยแล้ว”
“เชี่ย...” สวี่นั่วพึมพำ “นี่มันได้คะแนนเพิ่ม 10 คะแนนมาแบบงงๆ เลยนี่หว่า...”
มีนักเรียนจากห้องอื่นหลายคนที่ได้ยินข่าวนี้ก็วิ่งมาที่หน้าประตูห้องแล้วถามว่า “ห้องพวกนายมีคนได้แชมป์มาราธอนเหรอ คนไหนอ่ะ ชี้ให้ดูหน่อยดิ?”
จากนั้นนักเรียนชั้น ม.3 ห้อง 2 ก็ชี้ไปที่สวี่นั่ว “คนนั้นไง สวี่นั่ว!”
นักเรียนห้องอื่นก็มึนไปเหมือนกัน เฮ้ย อย่ามาอำกันเล่นดิ รูปร่างแบบนี้เนี่ยนะจะได้แชมป์มาราธอน?!
เรื่องที่สวี่นั่วคว้าแชมป์ในการแข่งขันมาราธอนเมื่อช่วงเช้าแพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากการที่คนอื่นได้รับเกียรติยศในครั้งก่อนๆ ก็คือ สายตาที่ทุกคนมองสวี่นั่วกลับดูแปลกๆ ราวกับรู้สึกว่าโลกใบนี้อาจจะมีอะไรผิดเพี้ยนไปหน่อย...
เริ่นเหอมองสภาพมึนงงตลอดบ่ายของสวี่นั่วแล้วแทบจะขำจนทนไม่ไหว พอถึงเวลาเลิกเรียน สวี่นั่วถึงเพิ่งจะคิดได้แล้วหันมามองเริ่นเหอ “เป็นฝีมือนายใช่ไหม... พี่ชาย ต่อไปนี้นายคือพี่ชายแท้ๆ ของฉัน!”