เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 พุ่งทะยาน

บทที่ 39 พุ่งทะยาน

บทที่ 39 พุ่งทะยาน


บทที่ 39 พุ่งทะยาน

“ยอดยุทธสี่ดาวงั้นรึ”

เมื่อคนของตระกูลเจียงได้ยินต่างก็มีท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเจียงเหวิ่นเป็นเพียงคนเดียวในตระกูลที่อยู่ในระดับจอมยุทธ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขายังเป็นเพียงจอมยุทธระดับหนึ่งดาว แต่อีกฝ่ายกลับอยู่ในระดับสี่ดาว

“เหอะ ก็แค่หมาแก่ล่ะนะ”

เจียงหยวนเผยรอยยิ้มเย็นออกมา เขามั่นใจว่าสามารถโค่นล้มจอมยุทธสี่ดาวคนนี้ลงได้

หม่าเหยาหัวเราะออกมาในทันทีเมื่อได้ยิน “ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่มั่นใจดีจริงๆ”

“มั่นใจรึไม่หาใช่เรื่องของเจ้า”

เจียงหยวนพูดพลางนำยาเทพโลหิตที่ได้จากหม่าเหยาออกมา

“มะไม่ดีแล้ว ตะตระกูลหม่า ตระกูลหม่านำคนกลุ่มใหญ่ตรงมาที่นี่”

เป็นตอนนี้ที่ยามเฝ้าประตูวิ่งเข้ามาข้างในอย่างเร่งรีบ

“หยวนเอ๋อร์ เรื่องนี้เป็นเรื่องของตระกูลเจียง มันไม่เกี่ยวกับเจ้าที่ออกไปแล้วนะ”

เจียงเหวิ่นขมวดคิ้วก่อนจะพูดแนะนำลูกชายของตัวเองที่อยู่ด้านหลัง

“ไม่ต้องกังวล ท่านพ่อ ปล่อยบรรพบุรุษตระกูลหม่าให้ข้าจัดการเอง”

เจียงเหวิ่นที่ได้ยินก็พยักในทันที ด้วยใบหน้าที่สุดแสนมั่นใจของลูกชายตนเองนี้ แม้เขาจะไม่รู้ว่าลูกชายของตนคิดที่จะทำอะไรก็ตาม แต่มันทำให้เขาอดที่จะไว้วางใจไม่ได้เช่นกัน

“ออกไปกัน พวกเราไปเผชิญหน้ากับผู้สืบทอดตระกูลหม่าด้วยกัน”

เจียงเหวิ่นได้เดินนำพาฝูงชนออกไป พร้อมๆกับที่เจียงหยวนได้หิ้วหม่าเหยาเดินตาม

....

ที่หน้าประตูทางเข้าตระกูลเจียง

ชายแก่ในชุดสีดำและผมที่หงอกเลาได้ยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าตระกูลเจียง เขามองไปที่หลิวเฟิงที่ยืนอยู่หน้าตระกูลเจียงแล้วหัวเราะออกมา “หลิวเฟิงรึ กลุ่มหัวเสือของเจ้าก็อยากจะมีส่วนร่วมในเรื่องด้วยอย่างนั้นเรอะ”

ถึงแม้หลิวเฟิงจะเป็นเพียงแค่นักรบเก้าดาว แต่ด้วยการที่เขาใช้ชีวิตใต้คมหอกคมดาบมานาน จึงไม่กลัวกับเพียงแค่แรงกดดันของผู้ที่มีระดับบ่มเพาะสูงกว่า

“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าคิดจะยื่นมือเข้ายุ่งแล้วยังไง ในวันนี้ กลุ่มหัวเสือของข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

ชายแก่ชุดดำได้สบถออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะเคลื่อนที่เข้าหาหลิวเฟิง เขาลอยตัวเข้าหาหลิวเฟิงอย่างไร้ท่าร่าง จนไม่รู้ว่าเขาใช้ท่าเท้าใดในการเคลื่นไหว

“ไอ้หมาแก่ คู่ต่อสู้ของแกคือข้า”

ในตอนนี้เจียงหยวนได้ก้าวทะยานออกมาด้วยย่างก้าวดอกบัวคราม

ฝุ่บ

เจียงหยวนก้าวเดินบนอากาศ ทุกย่างก้าวของเขามีดอกบัวสีน้ำเงินครามลองรับฝ่าเท้าเอาไว้

“ท่าเท้าที่ดี”

หลิวเฟิงเอ่ยปากชมออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“เมื่อใดกันที่ตระกูลเจียงมีท่าเท้าที่ทรงพลังเช่นนี้”

“ไอ้หนู เจ้าเป็นใคร”

บรรพบุรุษตระกูลหม่าคนนี้มีอายุยืนนานจนมีข่าวว่าตกตายไปตั้งแต่เจียงหยวนยังไม่เกิดด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้ข่าวคราวภายในเมืองเทียนหยางในช่วงหลายปีมานี้สักเท่าไหร่

“เจียงหยวน”

เจียงหยวนที่ยืนเหยียบดอกบัวสีน้ำเงินครามบนอากาศได้ยืนนิ่งแล้วพูดตอบ

“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่ช่างโอหังยิ่งนัก ให้ข้าแสดงให้เจ้าดูว่าตัวตนของจอมยุทธระดับสี่ดาวเป็นเช่นใด”

หลังจากหัวเราะออกมาอย่างดังที่สุดในชีวิต คลื่นพลังของบรรพบุรุษตระกูลหม่าก็ท่วมท้นไปทั่วร่างกาย

หลังจากที่คลื่นพลังท่วมท้นออกมาแล้ว เป็นตอนนี้ที่สีคลื่นพลังของเขาได้ค่อยเปลี่ยนไปกลายเป็นสีน้ำเงิน และในที่สุด ร่างของเขาก็กลายเป็นม้าป่าสีน้ำเงิน

เงาร่างของม้าป่าที่เห็นไม่หยุดนิ่งเลยแม้แต่น้อย มันคอยขยับไปมาบ้างกระทืบเท้าของตนจนบังเกิดคลื่นพลังสีน้ำเงินปรากฎที่ฝ่าเท้าของมัน สร้างคลื่นกระแทกที่รุนแรงและน่าหวาดหวั่นไปทั่วท้องฟ้า

“คลื่นพลังก่อร่างเป็นสิ่งของได้สมจริงขนาดนี้ สมกับเป็นจอมยุทธระดับสี่ดาวจริงๆ”

เจียงเหวิ่นพูดออกมาเบาๆในขณะที่แหงนหน้ามองท้องฟ้า

“ม้าป่ารึ ดี ข้าจะทำให้มันเชื่องเอง”

เมื่อพูดจบ เจียงหยวนได้พุ่งตรงไปหาม้าป่าสีน้ำเงินตรงหน้า

ด้วยการก้าวเดินไม่กี่ก้าว

ด้วยก้าวย่างดอกบัวคราม เจียงหยวนก้าวเดินตรงไปหาม้าป่าสีน้ำเงินบนฟ้า และก้าวลงไปขึ้นคร่อมมันที่กลางหลังโดยตรง

“ฮ่าฮ่าฮ่า บรรพบุรุษตระกูลหม่า เจ้าที่เป็นม้าป่าพยศอยู่ในตระกูลกลับมีท่าทางเชื่องๆกับคนนอกตระกูลเช่นนี้เนี่ยนะ”

เมื่อเห็นฉากที่ดูไม่น่าเชื่อบนฟากฟ้า หลิวเฟิงก็ได้หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

จบบทที่ บทที่ 39 พุ่งทะยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว