เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ผู้สืบทอดตระกูลหม่า

บทที่ 38 ผู้สืบทอดตระกูลหม่า

บทที่ 38 ผู้สืบทอดตระกูลหม่า


บทที่ 38 ผู้สืบทอดตระกูลหม่า

ตระกูลเจียง ลานฝึกซ้อม

“วันนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกคนถึงได้มารวมกันที่นี่ล่ะ”

“เจ้ารีบมองไปบนเวทีเลย นั่นไม่ใช่นายน้อยใหญ่แห่งตระกูลหม่า หม่าเหยาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเขาถึงได้ถูกมัดไว้ล่ะ”

“เจียงหวู่และผู้อาวุโสสูงสุดก็ถูกมัดด้วยนี่ แล้วนั่นไม่ใช่นายน้อยใหญ่เหรอนั่น”

...

เมื่อเห็นคนทั้งสามถูกมัดเอาไว้บนเวที พร้อมด้วยเจียงเหวิ่น และเจียงหยวน ทุกคนต่างก็เริ่มพูดคุยกัน

“ทุกคน พวกเราจะจัดการคนของตระกูลเจียงที่คิดคดทรยศรวมหัวกับคนนอกเช่นใดดี”

เจียงเหวิ่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแฝงเอาไว้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว

“ทำลายตันเถียน ไม่ให้ได้เห็นเดือนเห็นตะวันนอกคุกมืดอีก”

“ตอนนี้เจียงหวู่และเจียงหลี่ไม่พอใจตำแหน่งของตนที่ได้รับ คิดร่วมหัวกับคนนอก นายน้อยใหญ่ของตระกูลหม่า คิดจะชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลของข้า พวกเราควจะทำเช่นใด”

“สวะ”

“ใช่ พวกมันเป็นเศษสวะชัดๆ”

ในตอนนี้ เจียงหวู่และเจียงหลี่อยู่ในสภาพตื่นตระหนก เมื่อเห็นความโกรธแค้นของผู้คนโดยรอบ นี่ทำให้ทั้งสองรีบอ้อนวอนร้องขาความเมตตาในทันที “ขะข้าเป็นเชื้อสายของท่านนะ ท่านพี่”

เมื่อได้ยินแบบนี้ เจียงหยวนสบถออกมาอย่างดัง ก่อนจะหันไปดูหนอนแมลงของตระกูลที่คุกเข่าอยู่แทบเท้า ก่อนจะหัวเราะลั่นแล้วพูดออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า นี่แกยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นน้องชายของพ่อข้าอีกงั้นรึ”

“ใช่ พวกมันกล้าที่จะรวมหัวกับตระกูลหม่า พวกเราว่าควรจะฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด”

เมื่อได้ยินแบบนี้ คนอื่นต่างก็ส่งเสียงทำนองเห็นด้วยกันไปหมด

ยังไงซะ เรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นตระกูลตัวเองที่ยากเกินกว่าจะทานทนได้

“เจียงหวู่ แกเป็นน้องชายของข้าก็จริง แต่ในช่วงสิบกว่าปีมานี้ แกที่เล็งตำแหน่งของข้าจนทำได้ทุกอย่าง นอกเสียจากผลประโยชน์ของตระกูลไม่ใช่รึไง ถึงขนาดตั้งขบวนการเพื่อโค่นล้มข้า”

“แต่ข้า...ข้าอุตส่าห์ปิดตาลงข้างหนึ่งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ข้านึกไม่ถึงว่าแกถึงกับรวมหัวกับตระกูลหม่าแบบนี้”

อันที่จริงเจียงเหวิ่นรู้มานานแล้วว่าเจียงหวู่คิดอยากจะได้ตำแหน่งของเขา แต่เขาก็ไม่เคยนึกฝันว่าน้องชายของเขาจะกระสันต์อยากได้จนถึงขนาดทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ได้แบบนี้

“ท่านพี่ ขะข้าผิดไปแล้ว ขะข้าจะเสียการบ่มเพาะของข้าไปไม่ได้”

เจียงหวู่พูดอ้อนวอนออกมาในทันทีเมื่อได้ยินคำพูดจากปากพี่ชายตน การสูญเสียจุดตันเถียนของผู้บ่มเพาะนั้นไม่ได้ต่างไปจากการปล่อยให้ตายทั้งเป็นแต่อย่างใด

“ท่านพ่อ หากท่านไม่อยากจะลงมือด้วยตัวเอง ให้หยวนเอ๋อร์ผู้นี้เป็นผู้ลงมือเถิด”

เจียงเหวิ่นที่เห็นก็มีสีหน้าเขร่งขรึมขึ้นมามากกว่าเดิม ก่อนจะส่ายหน้าแล้วพูดออกมา “ไม่ได้ พ่อต้องเป็นผู้ลงมือด้วยตัวเอง พ่อต้องทำให้สมกับที่เป็นผู้นำของตระกูล ยิ่งไปกว่านั้นคือ เจ้าในตอนนี้ไม่ใช่สมาชิกของตระกูลเจียงแล้ว”

“ท่านพี่...”

ใบหน้าของเจียงหวู่ในตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นไม่หยุด อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่ตอนนี้พวกเขาทั้งสองถูกผนึกจุดตันเถียนเอาไว้ นี่ทำให้พวกเขาไม่อาจจะใช้พลังที่บ่มเพาะเอาไว้อย่างลำบากออกมาได้

ฝุ่บ

เจียงเหวิ่นไม่แสดงท่าทางอะไรออกมามากมาย เขาเพียงข้ายกมือขวาก่อนจะฟาดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยไอพลังวิญญาณลงไปที่จุดตันเถียนของคนทั้งสอง

เจียงหวู่และเจียงหลี่สิ้นสติลงในทันทีหลังจากโดนทำลายจุดตันเถียนไป

“จบสักที”

ตอนนี้เป็นเจียงหยวนที่ถอดถอนลมหายใจออกมา

“งั้นก็ได้เวลาปล่อยข้าไปแล้วสิ”

หม่าเหยาพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว

เจียงเหวิ่นที่ได้ยินก็สบถออกมาทีหนึ่งแล้วพูดออกมา “ปล่อยรึ ปล่อยเจ้าเนี่ยนะ เจ้าที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับคนทรยศในตระกูลของข้าแล้วมาอยู่ในตระกูลของข้าถึงที่แล้วน่ะนะ ทำไมข้าจะต้องปล่อยเจ้ากลับไปง่ายๆด้วย”

“เพราะข้าคือนายน้อยตระกูลหม่ายังไงล่ะ ก่อนหน้านี้ที่ข้ากลัวเป็นเพราะมันกระทันหัน แต่ตอนนี้ข้าไม่กลัวแล้ว”

หม่าเหยาเมื่อพูดจบก็ได้หัวเราะออกมา ราวกับไม่เห็นตระกูลเจียงอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

“ตระกูลหม่า ไอ้ตระกูลระดับสองในเมืองเทียนหยางมาหมื่นปีนั่นน่ะรึ เป็นตระกูลอันดับสองมาตลอดกาลแล้วยังมีหน้ามาหาเรื่องพวกเราเนี่ยนะ”

“น่าขันอะไรเยี่ยงนี้ ข้าขอคิดแทนเจ้านะ ไอ้ขยะ เจ้าลืมไปแล้วรึเปล่าว่านายน้อยของพวกข้านั้นแข็งแกร่งขนาดไหน”

“หรือแกยังคิดอยู่ว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของเมืองเทียนหยางอยู่อีก”

ถึงแม้ว่าสีของผู้คนในตระกูลเจียงของเขานี้จะดูเปลี่ยนเร็วไปสักหน่อย แต่ในตอนนี้ เจียงหยวนกลับรู้สึกว่ามันฟังรื่นหูอย่างประหลาดเมื่อได้ยิน

“บรรพบุรุษของเราออกจากด่านฝึกตนแล้ว ตอนนี้เขาเป็นรัดับนักรบ 4 ดาว แม้ว่าพวกเจ้าทั้งหมดจะต่อสู้กับเขาด้วยกัน เจ้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!

เมื่อพูดจบ หม่าเหยาก็หัวเราะออกมาอย่างดังลั่น

“บรรพบุรุษตระกูลหม่าน่ะนะ ไอ้แก่นั่นมันยังอยู่อีกเรอะ แถมยังมีระดับบ่มเพาะไปถึงขั้นนั้นแล้วอีกเนี่ยนะ”

จบบทที่ บทที่ 38 ผู้สืบทอดตระกูลหม่า

คัดลอกลิงก์แล้ว