เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 69 – ลิลลี่

เล่ม1 : บทที่ 69 – ลิลลี่

เล่ม1 : บทที่ 69 – ลิลลี่


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 69 – ลิลลี่

ภายในตึกแบก ในห้องของลิลลี่ เธอกำลังถือกระจกเล็ก ๆ บานหนึ่งเพื่อดูการแต่งหน้า เธอมักจะทำเช่นนี้ทุกครั้งที่รู้สึกว่าริสกำลังจะมาหา

‘เขาจะต้องมาระบายอารมณ์กับข้าแน่ เขามักจะทำเช่นนั้น’

ลิลลี่ไม่เคยได้มีโอกาสรับคำแนะนำเนื่องจากความจริงที่เธอมาจากตระกูลที่ยากจน อย่างไรก็ตาม ความงามของเธอเป็นที่ประจักษ์ และดึงดูดความสนใจในบรรดาเหล่าขุนนาง

นั่นจึงเป็นที่มาที่เธอได้รู้จักกับริสและได้มาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์บัลวัน ในมุมมองของสามัญชน เธอมีความสุขและรู้สึกเช่นนั้นก่อนที่โนอาห์จะเกิด

‘แค่คิดถึงความสุขเหล่านั้นก็สามารถเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดได้มาก’

เธอรู้ว่าลูกของเธอเป็นเด็กมหัศจรรย์ เธออาจจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการฝึกตนแต่เธอมั่นใจว่าโนอาห์จะกลายเป็นบุคคลสำคัญในอนาคตข้างหน้าอันใกล้

‘ยังคงจำวันแรกที่พยายามอย่างมากเพื่อที่จะหัดเดินได้แม่นยำ ทารกแบบไหนกันที่มีความตั้งใจมากได้ถึงเพียงนี้?’

เธอยิ้มออกมาเมื่อนึกย้อนถึงภาพวันเก่า ๆ ของลูกชาย

‘เจ้าทำงานหนัก และแม่ก็รู้ว่าเจ้ามีอีกหลายสิ่งที่ปิดบังเอาไว้ เจ้าไม่ใช่เพียงแค่เด็กทั่ว ๆ ไป แต่เจ้าอยากที่จะปกป้องแม่อย่างจริงจัง’

เธอส่ายหน้า เธอรู้ว่าโนอาห์ใส่ใจเธอมาก เพราะทุกครั้งที่พบกันเขาก็มักจะตรวจดูตามเนื้อตัวของเธอ เธอรู้ว่าส่วนหนึ่งที่เขาต้องทำงานหนักเช่นนี้ก็เนื่องมาจากสถานภาพของเธอ

เธอจำคืนแรกที่โนอาห์ใช้เวลาทั้งคืนเพื่อฝึกฝนอักษรรูนคีเซอร์ได้ ใบหน้าที่ซีดเซียว และดวงตาที่แดงก่ำของเขา

‘เจ้าต้องทนอยู่ใบแบบนั้นกี่คืนกัน? กี่ครั้งกันที่เจ้าต้องเผชิญความลำบากที่เกินกว่าใจจะรับไหว? ให้ตายเถอะ ช่างเป็นลูกที่ดื้อรั้นอะไรเช่นนี้’

เธอเคลื่อนกระจกมายังจุดที่ส่องเห็นแก้มขวา รอยช้ำตรงนั้นค่อย ๆ เริ่มจากลงมากแล้ว

‘แม่ไม่เคยบอกว่าพ่อของเจ้าทำร้ายแม่เพื่อต้องการทำให้เจ้าเจ็บ เขาทำทุกอย่างเพื่อทำลายชีวิตเจ้า แม่เป็นเพียงเครื่องมือที่ทำให้เขาบรรลุเป้าหมายและดูเหมือนว่าวิธีนี้จะได้ผล’

เธอถอนหายใจ

สิ่งที่เธอได้เรียนรู้มากที่สุดตั้งแต่เข้ามาที่คฤหาสน์คือลักษณะนิสัยของริส เธอแทบจะเดาได้ว่าทุกการกระทำจะเป็นเช่นไร

‘วันนี้เจ้าดูกังวลมากหรือไม่เจ้าก็ปิดบังอะไรแม่อยู่ นั่นหมายความว่าการตอบสนองของริสคงจะทำให้หนักใจขึ้น อย่าห่วงไปเลย แม่อาจจะเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง แต่ในที่สุดแม่ก็กล้าที่จะหยุดการเป็นภาระของเจ้า’

เธอขว้างกระจกลงบนพื้น และย่ำมัน จากนั้นก็หยิบเศษที่มีคมขึ้นมาสองชิ้นและซ่อนไว้ในใต้แขนเสื้อ

‘แม่หวังว่าเจ้าจะเข้าใจแล้วก็ยกโทษให้แม่ไปพร้อมกัน’

จากนั้นสายตาของเธอก็เริ่มแน่วแน่ขึ้นมาขณะรอคนรักของเธอมาหาอยู่บนเตียง ริสไม่ปล่อยให้เธอคอยนานและมาถึงห้องในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อเขาเข้ามาในห้อง ก็พบบางสิ่งผิดแปลกไปนั่นคือสีหน้าของลิลลี่ แต่จากนั้นก็นึกแผนที่คิดไว้และสวมรอยยิ้มบนใบหน้า

ก่อนที่เขาจะพูดอะไร ลิลลี่ก็เป็นคนพูดขึ้นมาก่อน

“ท่ามาเพื่อฆ่าข้างั้นรึ?”

พวกเขาอยู่ด้วยกันมานาน ริสรู้ว่าลิลลี่ไม่ใช่คนโง่

“ฆ่าเจ้า? เปล่าเลย เจ้าอาจจะไม่รู้แต่มันจะขัดต่อคำสั่งโดยตรงจากท่านพ่อของข้าหากทำเช่นนั้น ลูกของเรากลายเป็นผู้มีชื่อเสียงไปเสียแล้ว”

เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อมองตาข้างขวาของริส

“แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไป?”

ริสสวมรอยยิ้มพึงพอใจและตอบกลับ “ทำคนรู้เกี่ยวกับการรักษาที่ข้าหาไว้ให้เจ้า ข้ากำลังคิดอยู่ว่าครั้งนี้ข้าควรจะทิ้งป้ายสัญลักษณ์ถาวรไว้ ข้าอาจเสียโอกาสได้ฆ่าเจ้าไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่อาจเพิ่มความเกลียดชังที่เด็กนั่นมีต่อตระกูลเรียบร้อยแล้ว”

ลิลลี่ยิ้ม ‘ถ้าเขาเกลียดโนอาห์มากขนาดนี้ แสดงว่าลูกชายของข้าต้องพิเศษมากแน่ ๆ’

“เช่นนั้นท่านคิดจะทำอะไร?”

ริสแสดงท่าทีหม่นหมองจากนั้นก็ตอบกลับ “ข้าคิดว่าถ้าข้าทำหน้าสวย ๆ ของเจ้าเสียโฉม เขาจะเกลียดตระกูลเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เขามองหน้าเจ้าไหมนะ? ท่านอัครบิดรผู้สูงศักดิ์คงไม่เข้ามาแทรกแซงเป็นการส่วนตัวกับอิแค่แผลบนใบหน้าของหญิงโสเภณี”

ลิลลี่ยังคงยิ้มและยืนขึ้นพร้อมกับซ่อนมือไว้ข้างหลัง จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปใกล้ริสพร้อมสีหน้าเย้ายวนและคล้องแขนรอบคอของเขา

“ท่านอยากชื่นชมกับใบหน้าของข้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะทำเช่นนั้นไหม?”

ความตื่นเต้นของริสเพิ่มขึ้นและโอบกอดลิลลี่แน่นที่เอว ดึงเธอเข้ามาใกล้

“เจ้าปรารถนาเช่นนั้นรึ นังโสเภณี ฮ่า ๆ”

เขากำลังจะจูบเธอ แต่ลิลลี่ก็หยิบเศษกระจกออกมาจากแขนเสื้อและแทงเข้าที่ดวงตาข้างซ้ายของริส เขาเหวี่ยงเธอออกไปด้วยสัญชาตญาณ เธอกระแทกเข้ากับผนังห้องจากนั้นก็ร่วงลงพื้น

ถึงริสจะอ่อนแอ แต่เขาก็เป็นผู้ฝึกตน แรงเหวี่ยงของเขาทำซี่โครงของลิลลี่หัก เขาเริ่มตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวใส่ร่างของลิลลี่ที่นอนอยู่บนพื้น

“นังผีบ้า! ไม่มีใครช่วยเจ้าได้หรอก แม้แต่อัครบิดรก็เถอะ! ข้าจะค่อย ๆ ทรมานเจ้าให้ไอ้เด็กเวรนั่นดู!”

เลือดไหลออกจากเบ้าตาของเขา เศษกระจกทิ่มลงไปลึกมาก เขาไม่แน่ใจว่าการบาดเจ็บนี้จะรักษาได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ลิลลี่ได้หยิบเศษกระจกที่ซ่อนไว้อีกชิ้นออกมาและแทงเข้าที่คอของเขา เธอเผยรอยยิ้มสดใสกับชีวิตที่เหลืออยู่และมีความสุขที่ได้รู้ว่าแผนของเธอนั้นสำเร็จ

‘ทีนี้เขาก็จะรบกวนเจ้าไม่ได้แล้ว ลูกที่รักของแม่ เจ้าอาจคิดว่าแม่เป็นเพียงหญิงอ่อนแอ แม่หวังเพียงเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นท่ามกลางตระกูลบัลวันและเจ้าจะไม่คิดทำอะไรสิ้นคิด ขอให้เจ้าจงปลอดภัย ลูกรัก...’

จากนั้นเธอก็สิ้นลมหายใจ

ริสยังคงตะโกนลั่นและกำลังเดินเข้าไปใกล้ซากศพของลิลลี่ เกิดแรงกดดันมหาศาลปกคลุมห้องทั้งห้องไว้

“เจ้าลูกโง่ คำสั่งของข้าเป็นเพียงลมปากที่วิ่งผ่านหูของเจ้างั้นรึ?”

โทมัส บัลวัน ปรากฏตัวในห้องและหยุดไม่ให้ริสก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 69 – ลิลลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว