เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 68 – อุบาย

เล่ม1 : บทที่ 68 – อุบาย

เล่ม1 : บทที่ 68 – อุบาย


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 68 – อุบาย

“แล้วข้าทำเช่นไร?”

วิลเลียมส่ายหน้าและเผยรอยยิ้ม “ข่าวเรื่องตันเถียนและธาตุของเจ้าจะกลายเป็นที่ตกอกตกใจกับคนเขตในหลาย ๆ คน เจ้าเป็นผู้ฝึกตนที่อายุยังไม่ครบสิบสี่ปีแถมยังครอบครองธาตุที่หายากอีกด้วย ข้าเองก็คงไม่แปลกใจหากพวกเขาจะเรียกเจ้าว่ามหัศจรรย์”

โนอาห์พยักหน้ากับคำพูดของอาจารย์ “มันเป็นเรื่องไม่ดีใช่ไหมขอรับ?”

วิลเลียมตอบ “ใช่ พวกเขาพยายามส่งเจ้าไปติดกับดักกับพวกที่หลบหนีจากภารกิจ และข้าเกรงว่าพวกเขาจะหาหนทางอื่นมาใช้ทำร้ายเจ้าอีกนับจากนี้ไป บางทีตระกูลอาจถึงคราวแตกแยกเมื่อวันที่ต้องเลือกหน้าที่ให้กับเจ้ามาถึง แต่อย่างไรก็ตาม ระวังตัวเจ้าเอาไว้ดีที่สุด เช่นเคย อย่าใช้เวลาอยู่ในคฤหาสน์มากไปและรับแค่ภารกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เวทมนตร์เท่านั้นพอ ขณะเดียวกันข้าเองก็จะคอยเฝ้าระวังสถานการณ์ไปด้วย”

โนอาห์ยืนขึ้นและโค้งคำนับจากนั้นก็ออกจากห้องไป

วิลเลียมยืนอยู่ในห้องต่ออีกครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา

‘ขอโทษจริง ๆ ที่บางทีอาจารย์ของเจ้าก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย’

* * * * *

โนอาห์ไปหาแม่ของเขาและอธิบายเรื่องราวให้ฟัง เธอไม่เข้าใจมากนักเกี่ยวกับการฝึกตน แต่เมื่อเขาบอกว่าตัวเขาอาจจะตกอยู่ในอันตรายเพราะความสามารถของเขา เธอจึงไม่ลังเลที่จะส่งเขาออกไปให้ไกลจากที่นี่

“หากคฤหาสน์แห่งนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้าอีกต่อไป ฉะนั้นก็จงไปเสีย อย่าได้ห่วงแม่เลย!”

นี่คือคำพูดที่เธอกล่าวไว้และโนอาห์ก็อดรู้สึกมุ่งมั่นไม่ได้ที่จะออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้

เขารับภารกิจแรกที่เจอและไปยังจุดนัดหมายที่ระบุไว้ในรายงานซึ่งเป็นจุดที่สัตว์เวทมนตร์รวมฝูงกันอยู่ ทุกตัวล้วนอันดับสอง เขาใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีในการกำจัดพวกมันทั้งหมด

‘ด้วยร่างกายอันยอดเยี่ยมตอนนี้พวกอันดับสองจึงไม่สามารถทำให้เกิดแม้แต่รอยขีดข่วนได้และ “ปราณ” ที่ไหลวนอยู่ข้างในก็มีระดับเดียวกันกับที่อยู่ในตันเถียน ดูเหมือนว่าส่วนที่ยากที่สุดในการฝึกตันเถียนเห็นจะเป็น “ปราณ” ที่จำเป็นในการขยายมัน ส่วนการเติมกลับมาให้เต็มอีกครั้งก็ใช้เวลาไม่มากนัก’

เขาได้สัมผัสกับความแข็งแรงใหม่และก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก ตันเถียนของเขายังคงเล็กอยู่ แต่ก็รู้สึกได้ว่าความจุสูงสุดในนั้นสูงกว่าที่ร่างกายของเขาทำได้มาก และนี่ยังไม่ได้พิจารณาถึงสถานะที่เขามีอยู่

‘รู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ถ้าฉันไม่เคยฝึกฝนการหลอมรวมนรกเจ็ดขั้นมากเลย เกรงว่าคงจะต่อสู้กับผู้ฝึกตนได้ไม่เกินห้าครั้ง แต่ตอนนี้ความอ่อนแอนั่นหายไปแล้ว ต้องฝึกฝนเท่านั้นและจะต่อสู้ได้นานขึ้น’

ข้อดีของการมีตันเถียนจะไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่ร่างกายของโนอาห์จะแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอื่น ๆ ในบางคืนโนอาห์ก็หาโอกาสออกไปนอกคฤหาสน์เพื่อตรวจสอบอวัยวะใหม่ของเขา และภารกิจที่ได้รับก็เป็นข้ออ้างที่ดีสำหรับการหายตัวของเขา

ขณะเดียวกันนั้น วิลเลียมกำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นในห้องโถงหรูหราแห่งหนึ่ง ภายในใหญ่มาก เทียบได้กับตึกผู้พิทักษ์ทักตึก ตามผนังมีภาพวาดและสีสันมากมายเรียงรายอยู่

ตรงหน้าเขา มีเก้าอี้อันกว้างขวางหลายตัวตั้งอยู่เหนือขั้นบันไดสั้น ๆ ที่ทำมาจากหินอ่อน ทำให้คงที่นั่งบนนั้นมองลงมายังใครก็ตามที่พวกเขาออกคำสั่งให้มา

โทมัส บัลวัน นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวกลาง กำลังตรวจสอบก้อนหินสีดำอย่างละเอียด จากนั้นเขาก็ลดมือลงและมองไปยังรองสารวัตรที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า

“นี่เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าบุตรนอกสมรสของริสไม่เพียงแต่พัฒนาตันเถียนก่อนอายุสิบสี่แต่ทั้งยังครอบครองธาตุมืดอีกงั้นรึ?”

“ขอรับนายท่านอัครบิดร ตอนที่เด็กนั่นทดสอบหินฟารอสข้าเองก็อยู่ที่นั่นด้วย”

โทมัสคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็พยักหน้า

“ข้าตัดสินใจแล้ว ห้ามใครหน้าไหนยุ่งกับเจ้าเด็กนั่นเป็นอันขาด ข้าจะดูว่าเขาจะไปได้อีกสักกี่น้ำ เจ้าเข้าใจใช่ไหม ริส? ข้าไม่อยากเห็นกลอุอายอะไรลับหลังข้าอีก”

ริสนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ โทมัสและด้วยคำพูดของผู้เป็นพ่อ เขาจึงยืนขึ้นและโค้งคำนับ

“เข้าใจขอรับท่านพ่อ”

จากนั้นโทมัสก็โบกมือ “จบการประชุม เจ้าไปได้”

เมื่อสิ้นเสียง ทุกคนต่างลุกขึ้นและโค้งคำนับ ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ วิลเลียมรู้สึกโล่งใจกับคำพูดของอัครบิดรขณะที่เขากำลังกลับไปยังเขตนอก อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนในตระกูลบัลวันที่มีความสุขกับการจัดการนี้นัก

ในอีกห้องหนึ่งในเขตใน

ปั้ง!

ริสพังโต๊ะตัวหนึ่งที่ทั้งแพงและใหญ่เป็นเสี่ยง ๆ

‘เวรเอ้ย เจ้าเด็กนั่นเป็นลูกข้า ฉะนั้นข้าย่อมได้ทุกอย่างที่ข้าต้องการจากเขา’

เขามองซากโต๊ะที่พังทลายและเพ่งสายตาไปที่นั่น ทันใดนั้นไฟก็ลุกไหม้โต๊ะและหลงเหลอเพียงเถ้าถ่านในพริบตา บนหน้าของริสมีเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดออกมาซึ่งทำให้เขารู้สึกโกรธมากกว่าเดิม

‘ใครจะคิดว่าเจ้าเด็กนั่นจะโตไวขนาดนี้ เวรจริง ๆ ลูกของหญิงโสเภณีคนนั้นต้องอ่อนแอกว่าลูกที่รีเบ็คก้าสิ’

เขานั่งลงบนเบาะรองนั่งเพื่อสงบสติอารมณ์ ริส บัลวัน คือคนที่อ่อนแอที่สุดของตระกูล เนื่องจากเขามีทุกอย่างที่ต้องการโดยที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนมาเลย

อย่างไรก็ตาม ลูกหลานในสายเลือดของเขากับรีเบ็คก้าภรรยาผู้เสียชีวิตไปกลับมีท่าทีที่ไร้กังวลและไม่เต็มใจที่จะใช้เวลาไปกับการฝึกฝนมากเกินไป

ริสล้มเลิกความคิดที่จะสืบทอดตำแหน่งจากพ่อของเขาไปแล้วเนื่องจากพี่ชายสองคนของเขาเป็นผู้สมัครที่เพรียบพร้อมกว่า เขารับไม่ได้ที่ลูกนอกสมรสของเขาจะกลายเป็นบุคคลสำคัญในตระกูลในขณะที่ลูก ๆ ของเขาทำไม่ได้

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาของเขาจะเริ่มลุกโชนเป็นประกายอีกครั้ง

‘ข้าทำร้ายเจ้าไม่ได้ แต่ที่มั่นใจคือเจ้าจะไม่มีวันภักดีต่อตระกูล จากนั้นข้าจะรออย่างอดทนในวันที่เจ้าพลาด ข้ารอที่จะเห็นท่าทางที่น่าสังเวชของเจ้าตอนหนีจากผู้พิทักษ์ของเราไม่ไหวแล้ว’

เขายืนขึ้นและตะโกนลั่นออกมา

“เวย์น ข้าจะไปเขตนอก ฝากดูแลลูกข้าด้วย”

ผู้พิทักษ์คนหนึ่งปรากฏตัวและคุกเข่าลุกบนพื้นข้างหนึ่ง

“ขอรับนายท่าน”

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 68 – อุบาย

คัดลอกลิงก์แล้ว