เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 64 – หัวเราะ

เล่ม1 : บทที่ 64 – หัวเราะ

เล่ม1 : บทที่ 64 – หัวเราะ


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 64 – หัวเราะ

อัสซีเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไปตามแนวกำแพง โนอาห์ที่อยู่ด้านในกำลังเส้นทางตรงหน้า ซึ่งไม่มีสิ่งใดที่อยู่ในความสนใจของเขาเลย งูบางตัวในฝูงเริ่มส่งเสียงขู่ฟ่อราวกับมันเป็นความบันเทิงบางอย่าง จากนั้นเขาก็ได้ข้ามไปไกลถึงห้าสิบเมตร และการโจมตีครั้งแรกก็มาถึง

สิ่งที่โนอาห์รู้สึกได้เป็นอย่างแรกคือแรงกดดันมหาศาลที่เหวี่ยงเขาฟาดกับกำแพง และคลื่นความเจ็บปวดก็แทรกเข้ามา

ร่างกายของอัสซีคือปราการป้องกันลำดับแรกกลับถูกหั่นออกเป็นชิ้น ๆ แทบจะในทันที! โนอาห์ควบคุมให้ร่างกายสร้างขึ้นใหม่แต่มันก็ทำได้เพียงชะลอการโจมตีถูกร่างกายของเขาได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น เนื่องจากร่างกายของอัสซีถูกทำลายลงอีกครั้งในเวลาต่อมา

ร่างกายเขาฟาดกับกำแพงพร้อมกับร่องรอยบาดแผลจำนวนมากบนผิวหนัง แต่ก่อนที่เขาจะต้องเผชิญกับแผลฉกรรจ์ใด ๆ เขาก็อัฐเชิญอัสซีออกมาเป็นครั้งที่สามเพื่อป้องกันการโจมตี

ร่างของอัสซีถูกทำลายกระทั่งเหลือเพียงแค่เงา แต่การถูกโถมการโจมตีครั้งนี้ก็ถูกป้องกันไว้ได้สำเร็จ!

พลังงานจิตปริมาณมหาศาลถูกใช้ไปเพราะโนอาห์ต้องทนต่อความเจ็บปวดเช่นเดียวกับที่อัสซีรู้สึกในขณะที่ร่างกายของมันถูกทำลายลงเป็นครั้งที่สาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อความเจ็บปวดได้หยุดลง โนอาห์ก็เริ่มวิ่งอีกครั้ง โดยไม่ลังเลว่าจะเป็นการเผยร่างที่แท้จริงของเขาเลย สายตาจดจ้องบนเส้นทางและทิ้งคราบเลือดเอาไว้จากบาดแผลที่เกิดขึ้น เขาไม่กล้าที่จะใช้ “ลมหายใจ” เพื่อห้ามเลือด เพราะมันถูกใช้ไปกับการรักษาอัสซีแล้วปริมาณมาก

ฝูงเดียรัจฉานยังคงสังเกตเห็นร่างอำพรางและเริ่มส่งเสียงขู่ฟ่ออย่างเกรี้ยวกราดขณะมองมนุษย์ตัวจ้อยผู้หลบซ่อนอยู่ใต้ร่างของงู

ขณะนั้นเอง ทุกเสียงก็เงียบสงัดลงเมื่อราชาของพวกมันส่งเสียงกระเส่าเบา ๆ ส่งคลื่นอากาศมายังพื้นที่บริเวณตรงหน้าของมัน

โนอาห์วิ่งออกไปอีกกว่าสามสิบเมตรก่อนการโถมโจมตีครั้งระลอกที่สองจะเริ่มขึ้น เขาถูกเหวี่ยงฟาดกับกำแพงอีกครั้งและจะได้รับบาดแผลใหม่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ร่างกายของอัสซีถูกทำลายลง

แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็กัดฟันสู้ต่อ

ร่างกายของเขาแดงฉานเพราะถูกเคลือบด้วยเลือดปริมาณมากและถูกขับออกมาจากหลาย ๆ ส่วน แต่ด้วยพละกำลังของร่างกายในขั้นสูงสุดของอันดับที่สองนั้น ยังคงทำให้เขามีกำลังที่จะวิ่งต่อแม้จะอยู่ในสภาพนั้นก็ตาม

การเคลื่อนที่ของโนอาห์ช้าลงเล็กน้อยแต่เขาก็ยังสามารถข้ามยี่สิบเมตรสุดท้ายจนในที่สุดก็พุ่งเข้าปากโพรงไปได้สำเร็จ

งูที่อยู่ด้านหลังขู่ฟ่ออย่างบ้าคลั่งมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าเขาสามารถหลบหนีไปได้สำเร็จและเริ่มเลื้อยคลานไปยังทิศทางดังกว่าวเพื่อไล่ตามเขาให้ทัน

ราชาตื่นขึ้นมาและคำรามเพื่อหยุดความโกลาหลในฝูง และคลื่นกระแทกก็พุ่งในโนอาห์มาตามช่องทางที่เขาเพิ่งมา แต่เขาก็ยังสบายใจไม่ได้เพราะร่างกายของอัสซียังฟื้นฟูไม่สำเร็จ ร่างกายของมันแตกสลายเมื่อถูกโจมตีและร่างของมันข้างในทะเลแห่งสติของโนอาห์ก็แตกร้าวเช่นกัน

สิ่งนี้ทำให้โนอาห์ปวดศีรษะมากก่อนจะถูกโจมตีด้วยเสียงคำรามอีกครั้ง โนอาห์ต้านทานไม่ไหวแม้ว่าเขาจะพยายามแล้วก็ตาม แรงนั่นส่งให้ร่างของเขาลอยกระเด็ดไปตามทาง

เลือดไหลออกมาจากทางปาก หู และดวงตาทั้งสอง แต่ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือการป้องกันไม่ให้ศีรษะได้รับอันตายใด ๆ ที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต ร่างของเขาถูกเหวี่ยงเข้ากับกำแพงตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ความแข็งแกร่งของการคำรามก็ยังคงผลักดันเขาให้ไปข้างหน้าและเขาก็ไร้เรี่ยวแรงต่อพลังนี่แล้ว

จากนั้นเขาก็ถูกเหวี่ยงเข้ากับกำแพงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หินบนกำแพงนั้นอ่อนพอซึ่งช่วยให้สามารถดูดซับลดแรงสะเทือนต่อร่างกายได้ จากแรงเหวี่ยงทำให้เกิดร่องเล็ก ๆ บนหินและในที่สุดนาทีวินาศก็สิ้นสุดลง ไร้เสียงที่ดังออกมาตามเส้นทาง และการกระแทกครั้งสุดท้ายก็ทำให้โนอาห์หมดสติไป

โนอาห์ลืมตาขึ้นมาหลังจากผ่านไปสองวัน การมองเห็นของเขาพล่ามัว และมีเสียงหึ่งแทรกเข้ามาในหูของเขาตลอดเวลา เขาใช้เวลาพักใหญ่เพื่อนึกถึงสถานการณ์ที่เขาเผชิญอยู่และรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏบนใบหน้าเมื่อเขาเข้าใจแล้วว่าเขาเพิ่งรอดชีวิตจากอะไรมา

จากนั้นเขาก็หัวเราะลั่นแต่ก็ต้องหยุดในทันทีเพราะคลื่นความเจ็บปวดโถมเข้ามาเมื่อเขาเคลื่อนไหว ‘ชีวิตนี้ขออย่าได้เจองูอีกเลย’หลังจากที่เขาคิดเช่นนั้นก็หมดสติไปอีกครั้งหนึ่ง

* * * * *

หนึ่งเดือนต่อมา ณ บริเวณที่ใกล้กับผาทวิลโบเรีย มีทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ผลิบานทอดยาวออกไปไกลกว่าสองร้อยเมตร สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าทุ่งเอียโนเนื่องจากดอกไม้หายากมักเติบโตขึ้นบริเวณนี้

ดอกเอียโนไม่ได้มีประโยชน์ต่อผู้ฝึกตนแต่อย่างใด แต่เป็นที่ชื่นชมในหมู่คู่รักเนื่องจากดอกไม้ชนิดนี้สามารถรวบรวมแสงอาทิตย์เอาไว้ทำให้ต้นของมันเรืองแสงได้ด้วยตัวเอง

ในยามกลางคืนดอกไม้เหล่านี้ให้ความคล้ายกับดวงดาวมอบความรู้สึกโรแมนติกกับทิวทัศน์ ตระกูลขุนนางขนาดเล็กนามว่า วิลฟอร์ดถือกรรมสิทธิ์ครอบครองทุ่งแห่งนี้และใช้เป็นที่มาของรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ โดยขายสิทธิให้แก่ผู้ที่มีเงินและอยากดื่มด่ำยามค่ำคืนไปกับสถานที่แห่งนี้

ผู้พิทักษ์ของตระกูลวิลฟอร์ดกำลังหาวอย่างขี้เกียจอยู่ใกล้ ๆ รั้วประตูทางเข้าหลักของทุ่ง มีแถวของชาวบ้านและคนรวยที่กำลังต่อแถวยาวเพื่อที่จะได้เข้าไปข้างใน

เมื่อแถวเริ่มขยับ ผู้พิทักษ์ก็ขึ้นราคาสิทธิในการเข้าทุ่ง เป็นเหตุให้ลูกค้าเกิดความโกรธ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีใครก็ตามคิดจะตำหนิ ผู้พิทักษ์นายนั้นก็จะเผยสัฐลักษณ์ของตระกูลที่เขาอยู่อย่างภาคภูมิใจและพูดออกมาอย่างยะโสว่า “หรือท่านจะบอกว่า ผู้พิทักษ์ผู้มีเกียรติของตระกูลวิลฟอร์ด กล้าที่จะหาผลประโยชน์จากผู้ที่ต่ำต้อยอย่างนั้นรึ?”

นี่คือรูปแบบที่เขาฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อหยุดการถูกพร่ำบ่นในทัศนคติของเขา แต่อย่างไรก็ตามตระกูลขนาดเล็กก็ยังคงเป็นตระกูลขุนนางอยู่ดี

ครั้งนี้ บางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นทันทีที่เขาพูดเช่นนั้นออกไป คลื่นลมถูกฟันออกมาจากพื้นใต้ดอกเอียโน ปรากฏเป็นช่องเล็ก ๆ เผยให้เห็นทางเดินที่ซับซ้อนด้านล่างพื้นทุ่งที่ถูกส่องสว่างด้วยรากของดอกไม้

โนอาห์ออกมาจากช่องนั้นโดยไม่ได้สนใจแวดล้อมเลย

‘แสงสว่างตามทางคงจะมาจากรากพวกนี้สินะ’

ร่างกายเขาเกือบเปลือยสิ้น บนร่างกายท่อนล่างที่เหลือเป็นเพียงเศษเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น เขามองไปรอบ ๆ และพบกับผู้พิทักษ์คนหนึ่งที่กำลังอ้าปากค้างมองมาทางเขา

โนอาห์ยกดาบขึ้นชี้ไปทางเขาและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง

“นี่ เจ้าน่ะ ที่นี่ที่ไหน?”

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 64 – หัวเราะ

คัดลอกลิงก์แล้ว