เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 42 – ปลีกตัวออกห่าง

เล่ม1 : บทที่ 42 – ปลีกตัวออกห่าง

เล่ม1 : บทที่ 42 – ปลีกตัวออกห่าง


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 42ปลีกตัวออกห่าง

“อธิบายอีกครั้งซิ”

โนอาห์อยู่ในห้องหนึ่งของตึกผู้พิทักษ์ตรงหน้าเขามีโต๊ะใหญ่ตัวหนึ่งที่มีแผนที่ถูกขึงอยู่บนนั้น วิลเลียมที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาทำหน้าเคร่งขรึมขณะมองลูกศิษย์

โนอาห์ชี้ไปยังแผนที่และพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

“ข้าเข้าไปในป่าเพื่อตามหาเงาสีเทา ข้าเสียเวลาค้นหาอยู่สองสัปดาห์จึงเลือกที่จะเข้าสำรวจลึกเข้าไปในป่า หลังจากเดินทางได้สองสามวัน ข้ารู้สึกถึงสัญญาณของสิ่งมีชีวิตในถ้ำเล็กๆ แห่งหนึ่งจึงเข้าไปสำรวจ พบกลุ่มโจรอยู่ข้างในนั้นกำลังแยกของกันอยู่ ดังนั้นข้าก็เลยฆ่าพวกเขาและใช้เสื้อผ้าของคนพวกนั้นมัดและลากจูงของสินค้าดังกล้าวกลับมาที่คฤหาสน์ ข้าพบควินท์ที่ชายแดนของป่าและเขาเสนอให้ข้าติดรถกลับมาที่นี่ ทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละขอรับ”

โนอาห์ชี้บนแผนที่ถึงเส้นทางที่เขาใช้พร้อมทั้งอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างภารกิจ

วิลเลียมจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง

“พ่อค้าบอกว่ามียาธรณีพร้อมฉลากยาอยู่ในหองสินค้าเหล่านั้นด้วย เจ้ามั่นใจนะว่าเจ้าเอาของที่ถูกปล้นทุกอย่างมาครบน่ะ?”

โนอาห์ยักไหล่และพูดด้วยท่าทีที่ใสซื่อ

“ข้ามั่นใจว่าข้านำของทุกอย่างจากถ้ำนั้นมาแล้วหมดแล้ว แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าตอนลากมาของจะยังอยู่ในภาชนะที่บรรจุมันหรือไม่ ยาธรณีคืออะไรรึ? มันเป็นของดีรึ? ข้ากลับไปตรวจสอบให้อีกครั้งก็ได้นะขอรับถ้าท่านต้องการ”

ท่าทีที่โหยหาในอำนาจของโนอาห์นั้นทำให้วิลเลียมถอนหายใจและส่ายหน้า

“ช่างมันเถอะ เจ้าไปได้ แล้วข้าจะไปนำรางวัลมาใหเมื่อทุกอย่างถูกส่งไปที่เขตในแล้ว”

โนอาห์โค้งคำนับเล็กน้อยและออกมาจากห้อง ขณะนั้นเองก็มีใครบางคนปรากฏตัวข้างหลังวิลเลียม

“เจ้าเชื่อเขารึ?”

วิลเลียมมองไปยังทิศทางที่โนอาห์เดินไปและตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา

“ข้าคิดว่าเขาพูดความจริง เอาเถอะ มันค่อนข้างเป็นไปได้ยากหากจะซ่อนยานั่นจากเรา และ ท่านสารวัตร บางทีท่านอาจจะลืมไปว่าเขาไม่ได้พยายามที่จะซ่อนอาศิรของลมหายใจครั้งนั้นที่เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มันมา”

สารวัตรผู้พิทักษ์เพียงมองวิลเลียมก่อนจะหันกลับไป

“เจ้าให้ท้ายเด็กนั่นจนเกินไป ตระหนักถึงหน้าที่ของเราต่อเขตในและฐานะของเด็กนั่นก็ไม่ได้ดีกับที่นั่นสักเท่าใดหรอกนะ”

สีหน้าของวิลเลียมหมองลงเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว เขานึกภาพในใจได้อย่างชัดเจนว่าเด็กคนนั้นจะเอาแต่ฝึกฝนเคล็ดวิชาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ทุกวันเพียงลำพังในห้องเพียงเพื่อให้ตนได้แข็งแกร่งขึ้นทีละเล็กทีละน้อย เขาจำได้ถึงทุกความตั้งใจระหว่างการรักษา แม้ร่างกายเขาจะไม่ไหวแต่จิตใจของเขายังคงอยู่ในสมาธิ มุ่งมั่นที่จะทำให้ก้าวเล็กๆ ได้ก้าวไปสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ขึ้นบนเส้นทางแห่งการฝึกตน

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่วิลเลียมรู้สึกว่าชีวิตไม่ยุติธรรมและเขาส่งเสียงในความคิดออกมา

“สวรรค์และโลกยังยุติธรรมอยู่อีกรึ?”

สารวัตรหยุดเดินไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับเป็นครั้งสุดท้าย

“ยุติธรรมสิ แต่ไม่ใช่กับมนุษย์”

จากนั้นเขาก็จากไป ทิ้งให้วิลเลียมรู้สึกขัดแย้งอยู่คนเดียวในห้อง

ขณะเดียวกันนั้น โนอาห์ก็กลับมาถึงตึกแขก เขาอยากพบแม่เพื่อดูว่าเธอสบายดี แต่ห้องเธอกลับปิดได้ยินเพียงเสียงเบาๆ ดังออกมาจากข้างในห้อง

เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วที่โนอาห์ได้ยินว่ามีอะไรเกิดขึ้นในห้องนั่นบ้างแต่ก็ต้องทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินเพราะมันจะกลายเป็นดาบสองคมทำลายความรู้สึกเขาเอง

เขาเข้าไปในห้องตัวเองและชักดาบออกมา จากนั้นก็ฝึกฝนทุกกระบวนท่าที่มีในศิลปะการต่อสู้จนกระทั่งสงบนิ่งลง จากนั้นเขาก็หยิบอักษรรูนคีเซอร์ขึ้นมาและเริ่มฝึกฝนตลอดทั้งคืน

เขาฝึกฝนถึงราวครึ่งวันของวันใหม่และเขาต้องหยุดการฝึกไว้เพียงเท่านี้เพราะมีใครบางคนมาเคาะประตูห้อง ทุกวันนี้ เพียงแปดชั่วโมงในการฝึกฝนก็สูบพลังงานจิตเขาไปมาก มันทำให้เขาเหนื่อยล้าและง่วงซึม เขายังฝืนให้ตัวเองทำกิจวัตรทั่วไปได้ แค่เท่านั้น

เขาเปิดประตูและพบลิลลี่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกลับกล่องเล็กๆ ใบหนึ่งในมือ สภาพเธอดูอ่อนแอและซีดเซียว เธอดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัดจากมือทั้งสองข้างที่สั่นเทาเล็กน้อย ทั้งนี้ยังมีรอยช้ำขนาดใหญ่ที่กรามด้วย

“อาจารย์ของเจ้าส่งสิ่งนี้มาให้ เขาบอกว่าเจ้ารับใช้ตระกูลได้ดีมาก”

เธอกำลังยิ้มอย่างภิใจเมื่อมองบุตรชายของเธอ โนอาห์รับกล่องจากมือและลูบจุดที่มีรอยช้ำเบาๆ

ลิลลี่ส่ายหน้า “ไม่เป็นอะไรหรอกลูก เจ้าไม่ต้องห่วง ท่านพ่อของเจ้าเพียงรับไม่ได้ที่ได้เห็นเจ้าเก่งเกินหน้าเกินตากว่าบุตรคนอื่นๆ ของเขา” จากนั้นเธอก็เข้ามาใกล้โนอาห์และประคองใบหน้าน้อยๆ ด้วยสองมือและมองเขาด้วยสีหน้าที่จริงจัง “สัญญากับแม่ว่าเจ้าจำคิดก่อนทำ จงปลอดภัย! ไม่ต้องห่วงแม่ สนใจเพียงแค่อนาคตของเจ้าก็พอ!”

โนอาห์มองแม่ของเขาและพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ แต่ภายในใจ เขากลับคิดเพียงแต่มือที่เย็นมากของลิลลี่ เธอดูพอใจกับคำตอบของเขาและกอดเขาก่อนจะจากไป โนอาห์ได้แต่ยืนนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ปิดประตูและนั่งลงบนพื้น

แกร่ก!

กล่องในมือของเขายุบจากการที่เขาออกแรงบีบและมีขวดสองขวดหล่นลงใส่ขาของเขา ‘อย่าที่คิดไว้เลย ยากำลังภายใน ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย’

เขาเปิดขวดยาและดื่มทั้งหมดลงไป ความรู้สึกอันแสนพิเศษถึงความแข็งแกร่งแล่นไปทั่วร่างกายของเขาแต่เขากลับไม่สนใจ เขาเพียงนั่งมองอักษรรูนคีเซอร์ตรงหน้าเพื่อสานต่อการฝึกฝนที่ค้างไว้

* * * * *

หนึ่งเดือนครึ่งผ่านไป โนอาห์แทบจะออกมาจากห้องเลยในช่วงระหว่างวัน มีเพียงแค่การซ้อมการต่อสู้ประจำสัปดาห์กับวิลเลียมและมื้อกลางวันกับแม่ของเขา เขาไม่ได้ออกไปทำภารกิจใดเลย

ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในห้อง ใบหน้าซีดเซียว ถุงใต้ตาดำคล้ำ แต่เปลือกยังคงถ่างเปิดอยู่ ในม่านตาของเขาราวกับมีแสงสว่างประกายออกมาสู่ความมืดมิดภายในห้อง

‘มันรู้สึกอย่างนี้เองน่ะหรือ’

เขากำลังถืออักษรรูนคีเซอร์ด้วยมือขวาจ่ออยู่ตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะไม่เกิดอุปสรรคใดเลยในการมอง มันเหมือนกับเขากำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น! เขายิ้มจากนั้นก็วางอักษรรูนลง

‘ต่อไปก็การรักษาขั้นที่หกสินะ!’

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 42 – ปลีกตัวออกห่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว