เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม1 : บทที่ 10 – สามร้อยยี่สิบสี่

เล่ม1 : บทที่ 10 – สามร้อยยี่สิบสี่

เล่ม1 : บทที่ 10 – สามร้อยยี่สิบสี่


กำเนิดดาบปีศาจ(BDS) เล่ม1 : บทที่ 10 – สามร้อยยี่สิบสี่

ณ ห้องของโนอาห์ เขากำลังนั่งจ้องแผ่นกระดาษในมือ ขั้นตอนดูเหมือนจะยาก เม็ดเหงื่อเย็นๆ ไหลลงจากหน้าผาก และดวงตาทั้งสองยังคงประกบกันแน่นสนิท

‘โครตยากเลย! สู้ต่อ สู้ต่อ! ตาก็ยังหลับไม่สนิท!’

โนอาห์จดจ่อกับสิ่งที่ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบและเมินเฉยต่อสิ่งเร้ารอบตัว

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ และมือของเขาก็เริ่มสั่น ดวงตาของเขาเริ่มแดงฉานและมีเส้นเลือดปรากฏชัด

ภายในทะเลแห่งสติของเขา

คลื่นยังคงกระเพื่อมขึ้นลงจากศูนย์กลางของทรงกลมที่ซึ่งร่างโปร่งแสงของโนอาห์ตั้งอยู่ในท่าที่กำลังหลับตา และคิ้วขมวดผูกกันเป็นปม

เมื่อคลื่นกระแทกขอบของทรงกลมในทุกๆ ครั้งจะเป็นการเพิ่มเส้นรอบวงให้ขยายใหญ่ขึ้นครั้งละเล็กครั้งละน้อย ขณะที่ขั้นตอนนี้ยังคงดำเนินต่อไป ระดับของน้ำทะเลจะลดต่ำกว่าเดิมและตอนนี้ผืนน้ำปกคลุมพื้นที่หนึ่งในสี่ของทรงกลม

โนอาห์รีบพับกระดาษที่ระบุอักษรรูนไว้และถอนหายใจยาวขณะทอดกายนอนลงบนพื้น

‘รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิดเลย! การมองเห็นก็สับสนและการคิดก็ทำให้ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นอีก น่ากลัว การฝึกนี่มันช่างน่ากลัว! และฉันก็รู้สึกง่วงมากด้วย’

เสียงเคาะประตูหน้าห้องเขาดังขึ้น

โนอาห์บ่นพรำในใจ ยิ่งทำให้ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นนั่นจึงทำให้เขาบ่นพรำในใจอีกครั้ง

เขายืนขึ้นขณะพยุงร่างกายลุงขึ้นยืนด้วยสองขาให้ได้ก่อน จากนั้นก็ค้ำกำแพง และเดินต่อไปยังประตู

ร่างของลิลลี่ปรากฏอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของประตู เธอกำลังถือตำราเล่มเก่าสองเล่มและลังสีหน้าที่เปล่งปลั่ง

“มีผู้พิทักษ์นำตำราสองเล่มนี้มาให้ พวกเขาพูดว่ารองสารวัตรส่ง...”

เธอหยุดพูดเมื่อได้เห็นสภาพของบุตรชาย

สภาพของเขาดูเหนื่อยมาก บหน้าขาวซีด ดวงตากึ่งหลับและแดงก่ำ เธอสังเกตว่าเขาใช้ประตูเป็นที่ค้ำยันให้ร่างกายที่อ่อนล้ายังคงยืนหยัดได้อยู่

เธอพุ่งเข้าหาโนอาห์ทันทีและช้อนแขนเข้าไปข้าใต้รักแร้เพื่อช่วงพยุง

จากนั้นเธอก็พยุงเขาไปที่เตียงพร้อมตะโกนออกมา

“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?! เพราะวิลเลียมใช่ไหม? หรือผู้พิทักษ์คนใด? แม่จะไปพูดกับสารวัตรเดี๋ยวนี้เลย! แม่จะ...”

ก่อนที่เธอจะได้ทันจบประโยค โนอาห์นั่งลงที่ปลายเตียง และยกมือขึ้นมาหยุดก่อนที่แม่ของเขาจะโกนเยอะไปกว่านี้ เขาปวดศีรษะมากแต่ก็ต้องพูดออกมาเพราะจำเป็นที่ต้องอธิบายให้แม่ของเขาฟัง

“ท่านแม่ อย่ากังวลไป มันแค่การฝึกฝนพิเศษที่วันหนึ่งจะทำให้ข้าใช้เวทมนตร์ได้ ข้าฝึกมากเกินไปเล็กน้อยเพราะนี่เป็นครั้งแรก แต่ข้าจะกลับมาปกติหลังจากที่ได้พักผ่อน ผู้พิทักษ์ต่างดีต่อข้า ท่านอย่าได้เป็นห่วงไปเลย พวกเขาไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับข้า”

ลิลลี่เงียบและมองบุตรชายของเธอ เธอลูบผมสีดำและมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าที่เย็นชา เธอรู้สึกอบอุ่นจากการที่โนอาห์เพียงสบตาเธอกลับ จากนั้นเธอก็นั่งลงข้างๆ เขาและโอบกอดเขา

‘ช่างเป็นเด็กที่ดื้อรั้น ความฉลาดเกิดอายุของเขานั้นมีมากกว่าความตั้งใจที่เขามีเสียอีก’

เมื่อมองลูกชายในอ้อมเขน เธอก็สำรวจอย่างละเอียดจนพบว่าบุตรชายมีมัดกล้ามและฝ่ามือที่ด้านแข็งมากขึ้น ความภูมิใจเล็กๆ จากบุตรชายที่ตั้งใจทำงานอย่างหนักเกิดขึ้นภายใจจิตใจของเธอ จากนั้นเธอก็คลายอ้อมแขนและขยับตัวเขามาอยู่ตรงหน้า ขณะแขนทั้งสองข้างยังคงช้อนพยุงร่างของเขาให้ยังคงตั้งอยู่ได้

“ก็ได้ แม่จะไม่ทำอะไร แต่เจ้าต้องสัญญาก่อนว่าจะระมัดระวังตัว! แม่ไม่อยากเห็นเจ้าในสภาพที่น่าเวทนาเช่นนี้อีกแล้ว! อย่าทำอะไรเกินตัว จำไว้ว่าการพักผ่อนก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝนเช่นกัน และอย่าแม้แต่จะคิดที่จะอดข้าวมิฉะนั้นเจ้าจะต้องรับผลที่ตามมา! เข้าใจแม่หรือไม่ หนุ่มน้อย?”

โนอาห์รู้สึกอบอุ่นมากเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น แต่สมาธิของเขากลับอยู่ที่อื่น

‘หนึ่ง มีใหม่อีกสอง และฉันเห็นแค่นั้น’

เขากำลังนับร่องรอยจากความรุนแรงบนร่างกายของผู้เป็นแม่ มันเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นร่องรอยเหล่านี้ปรากฏบนร่างกายของลิลลี่ มันมักจะเกิดขึ้นเมื่อเขาต้องการพบอาจารย์ของตระกูล

“ขอรับท่านแม่ ข้าให้สัญญา ข้าจะระวัง”

โนอาห์ฝืนยิ้มขณะพูด

ลิลลี่มองเขาอีกครั้ง จากนั้นก็ลุกขึ้นพร้อมทั้งวางตำราและลังไว้บนเตียง

“แม่ต้องไปแล้ว แม่จะบอกให้คนรับใช้ยกอาหารมาให้เจ้านะ จำไว้เสมอว่าสุขภาพของเจ้านั้นสำคัญที่สุด ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตและทำอะไรได้อยู่!”

จากนั้นเธอก็จูบโนอาห์ที่หน้าผากและมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากห้องไป

โนอาห์มองแม่ของเขาตลอดจนเธอออกไปจากห้อง รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าของเขาและดวงตาที่แดงฉานได้รับความเย็นที่เขาแทบจะไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อน

‘สามร้อยยี่สิบสี่ คือเท่าที่นับได้ตอนนี้ ท่านพ่อทำลายสถิติใหม่อีกแล้ว’

เขาเห็นริสเข้าออกห้องของลิลลี่บ้างบางครั้ง แต่ไม่เคยเข้ามาเหลียวแลบุตรชายของตัวเองเลย

‘ดูเหมือนว่าฉันจะฝึกพลังงานจิตได้แค่ตอนกลางคืน ไม่งั้นท่านแม่จะเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้น ฉันไม่อยากให้เธอเป็นห่วงจนเกินไป’

ความเยียบเย็นห่อหุ้มร่างกายของเขา อาการปวดศีรษะยังคงไม่หายไปแต่เขาก็พยายามที่จะไม่สนใจ

‘ฉันใช้เวลาสี่ชั่วโมงไปกับทะเลแห่งสติ อาจจะใช้เวลาได้นานกว่านั้นอีกแต่อาจต้องฝืนร่างกาย เพียงเพื่อแค่ต้องการรู้ว่าอัตราการฟื้นฟูร่างกายในการนอนหนึ่งคืนอยู่ที่เท่าไหร่’

เขามองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นว่าตอนนี้น่าจะเป็นเวลาช่วงห้าถึงหกโมงเย็น จากนั้นเขาก็เบนความสนใจไปยังตำราที่อยู่ใกล้ๆ

‘รูปแบบดาบสองคู่และการกลอมรวมนรกเจ็ดขั้น เห็นได้ชัดว่าอาจารย์อยากให้ฉันคุ้นชินกับ การรักษา แม้ว่าเขาจะเกลียดกระบวนนี้มากก็ตามที’

เขาหยิบตำราที่เขียนว่ารูปแบบดาบและเริ่มอ่าน โดยไม่สนใจอาการเจ็บในศีรษะ

‘ศิลปะการต่อสู้เชิงลึก และการใช้ “ลมหายใจ” ดูจะง่ายกว่าเคล็ดข้อมืออสรพิษอีกนะเนี่ย’

เพื่อที่จะได้นำพลังที่แท้จริงจากศิลปะการต่อสู่ออกมาใช้ ต้องเคลื่อน “ลมหายใจ” ไปตามจังหวะและรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง จากนั้นตแงเชื่อมประสานการจัดการนี้ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างถูกต้อง

‘ฉันยังฝึกตอนนี้ไม่ได้เพราะมันอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี เอาไว้ค่อยเริ่มตอนพรุ่งนี้เช้าก็แล้วกัน’

เขาปิดตำราและเปิดลัง พบดาบสั้นอยู่ภายใน คุณภาพโดยรวมของดาบดูจะสูงกว่าดาบที่เขาขโมยมาจากลานฝึก

‘ดาบนี่สวยจัง วิลเลียมเองก็จริงจังกับเรื่องนี้เหมือนกันนะเนี่ย’

จากนั้นเขาก็มองตำราอีกเล่มที่มีข้อความว่า กระบวนการหลอมรวมนรกเจ็ดขั้น ในขณะเดียวกัน อาหารมื้อใหญ่ที่ประกอบด้วยข้าวและเนื้อก็มาถึง

โนอาห์เปิดอ่านขณะกินข้าวไปด้วย เกิดอาการคลื่นไส้เล็กน้อยในกระเพาะเนื่องจากอาการปวดศีรษะที่รุนแรง แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องฝืนกินให้หมด

‘หมอบ้า เข้าร่วมและคิดค้นสิบสองลัทธิของการทดลองกระบวนการรักษาร่างกาย ลัทธิเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาเด็กอายุต่ำกว่าสิบสามปีให้เขาเพื่อใช้ในการทดลอง ในขั้นตอนสุดท้าย กระบวนนรกเจ็ดขั้นถูกสร้างขึ้นมา แต่อัตราการเสียชีวิตลดลงจาก เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เป็น แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบหลังการรักษาที่เกิดขึ้นกับตัวอย่างการทดลอง’

โนอาห์หยุดอ่านเมื่อเห็นว่าเวลาค่ำเข้ามาเยือนและรู้สึกเหนื่อยล้ามาก

‘ฉันต้องไปนอน พรุ่งนี้จะเริ่มการฝึกดาบคู่ และอาจจะได้เริ่มฝึกพลังงานจิตอีกครั้งในช่วงเย็น ชักอยากรู้แล้วสิว่าพรุ่งนี้จะได้เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างจากการฝึกฝนของวันนี้’

เมื่อคิดเช่นนั้นเขาก็วางตำราไว้ข้างเตียงและเก็บดาบลงลัง ไม่นานก็ผล็อยหลับไป

จบบทที่ เล่ม1 : บทที่ 10 – สามร้อยยี่สิบสี่

คัดลอกลิงก์แล้ว