- หน้าแรก
- แดนเซียนปั่นป่วนเพราะอ่านใจข้างั้นหรือ
- บทที่ 21 อะไรนะ? แค่จะกินเผือกเพลินๆ ทำไมข้าถึงตายด้วยล่ะ?
บทที่ 21 อะไรนะ? แค่จะกินเผือกเพลินๆ ทำไมข้าถึงตายด้วยล่ะ?
บทที่ 21 อะไรนะ? แค่จะกินเผือกเพลินๆ ทำไมข้าถึงตายด้วยล่ะ?
บทที่ 21 อะไรนะ? แค่จะกินเผือกเพลินๆ ทำไมข้าถึงตายด้วยล่ะ?
สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดในโลกไม่มีอะไรเกินไปกว่านี้
วินาทีก่อนคุณยังโม้กับศิษย์น้องเล็กอย่างออกรสว่าสำนักเราไม่มีเรื่องเหลวไหล วินาทีต่อมาเรื่องเหลวไหลเหล่านั้นก็มากองอยู่ตรงหน้า
ขณะนี้ชุยซูเงยหน้าขึ้น มองดูภาพตรงหน้า แล้วหันไปมองจู้ชิงเยว่อย่างงุนงง
"ศิษย์พี่ นี่มัน..."
จู้ชิงเยว่จิกนิ้วเท้าลงพื้นด้วยความอับอาย ได้แต่ยิ้มแห้งๆ อย่างมีมารยาท
พอมองชัดๆ ว่าเป็นใคร
จู้ชิงเยว่ก็ตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว
นี่มันลูกชายคนเล็กของเจ้าสำนักไม่ใช่เหรอ?
จบกัน ทำไมฉีชิงอวิ๋นถึงมาอยู่ที่นี่ได้? ไหนว่าเขาไม่อยู่ที่สำนักแล้วไง?
ส่วนฉีชิงอวิ๋นทางด้านนั้นไม่รู้ว่าไม่เห็นชุยซูทั้งสองคน หรือเห็นแล้วแต่ไม่ใส่ใจ เพียงแค่ยกมือฟาดแส้ลงไปอีกที ทิ้งรอยเลือดไว้บนใบหน้าของศิษย์รับใช้ผู้นั้น
"ไอ้พวกบังอาจ กล้าเมินเฉยต่อข้า——ทำไม? เจ้ายังไม่ยอมรับอีกเหรอ?"
ศิษย์รับใช้ผู้นั้นหน้าตาหล่อเหลาเอาการ ท่าทางดูไม่เหมือนศิษย์รับใช้ทั่วไป
เขาเพียงหลุบตาลง ปล่อยให้ฉีชิงอวิ๋นฟาดแส้ใส่หน้าและตัว บาดแผลบวมเป่งอย่างรวดเร็ว เนื้อหนังปริแตกบางแห่ง เขากลับไม่ร้องออกมาสักแอะ เพียงแต่สูดปากด้วยความเจ็บปวด แล้วพูดด้วยท่าทีนอบน้อมว่า: "มะ มิกล้าเมินเฉยขอรับ"
"ดีนี่ เจ้าคิดว่าข้าหาเรื่องรังแกศิษย์รับใช้ตัวเล็กๆ อย่างเจ้าหรือไง?"
ดูเหมือนจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ฉีชิงอวิ๋นยิ่งโมโห ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว หันไปมองทางจู้ชิงเยว่ทั้งสองคน แววตาไม่มีความเป็นมิตรเลยสักนิด
"ทำไม หรือว่าศิษย์น้องทั้งสองมีธุระสำคัญต้องยืนอยู่ตรงนี้? หรือว่า——อยากจะออกหน้าแทนศิษย์รับใช้คนนี้?"
[แม้จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่พูดแบบนี้ยิ่งทำให้ดูเหมือนหาเรื่องเข้าไปใหญ่นะ จะว่าไปพี่ชายคนนี้เป็นใครเนี่ย พูดจาเหมือนตัวร้ายเกรดต่ำในนิยายที่อยู่ไม่เกินสามตอน...]
แย่แล้ว! เจ้ากล้าพูด... เอ้ย กล้าคิดจริงๆ!
สีหน้าจู้ชิงเยว่เปลี่ยนไป
แม้จะไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับฉีชิงอวิ๋น แต่นางรู้ว่าคนผู้นี้ไม่รู้ได้นิสัยใครมา ใจแคบที่สุด
บังเอิญว่าหลายปีมานี้เจ้าสำนักเก็บตัวบ่อยครั้งด้วยเหตุผลบางอย่าง แม้แต่ผู้อาวุโสหลายคนยังหาตัวจับยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลูกชายคนเล็กที่ฝีมือธรรมดาคนนี้เลย ปล่อยให้ฉีชิงอวิ๋นอ้างชื่อเจ้าสำนักก่อเรื่องวุ่นวายในสำนักสายใน ศิษย์พี่ศิษย์น้องหน้าตาดีหลายคนต่างเคยถูกเขาตามตอแย
หากฉีชิงอวิ๋นได้ยินความคิดของชุยซู แล้วแค้นเคืองนาง จะทำอย่างไรดี
ถ้าเป็นอย่างนั้น ต่อให้นางต้องงัดข้อกับฉีชิงอวิ๋น ก็ต้องปกป้องชุยซูไว้ให้ได้
แต่นางไม่รู้เลยว่า เหนือขึ้นไปบนก้อนเมฆ ผู้อาวุโสสองท่าน ท่านหนึ่งยืนบนกระบี่บิน อีกท่านนั่งบนเบาะรองนั่งวิเศษ ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างเห็นความกระอักกระอ่วนในแววตาของอีกฝ่าย
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวขมวดคิ้ว: "ไม่รู้ว่าเจ้าสำนักจะออกจากฌานเมื่อไหร่ ต้องอบรมสั่งสอนกันบ้างแล้ว"
เฉินหมิงซานยิ่งรู้สึกปวดหัว: "เจ้าสำนักบอกแค่ว่าอาการบาดเจ็บของศิษย์หลานจื้อซวีมีเงื่อนงำ คงเพราะเหตุนี้เลยละเลยเจ้าเด็กฉีชิงอวิ๋น..."
[โอ้โฮ มิน่าล่ะชื่อคุ้นหูจัง ที่แท้เป็นลูกชายเจ้าสำนัก ไม่ใช่สิ เจ้าเป็นถึงลูกชายเจ้าสำนัก จะไปมีเรื่องกับศิษย์รับใช้ทำไม? ตามทฤษฎีแล้วพวกเจ้าไม่น่าจะได้เจอกันด้วยซ้ำนะ]
นั่นสิ!
จู้ชิงเยว่ถูกชักนำความคิดไปในทันที
ลูกชายเจ้าสำนักอยู่ดีมีสุข ไปรู้จักมักจี่กับศิษย์รับใช้คนนี้ได้ยังไง แถมยังต้องลงไม้ลงมือสั่งสอนกันขนาดนี้?
"พวกเราได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสฉู่ให้มารับยาที่หอโอสถ ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ฉีทำไมถึงได้โกรธเกรี้ยวนัก?"
แต่นางไม่ได้สังเกตว่า เด็กหนุ่มรับใช้ที่ก้มหน้าเงียบกริบคนนั้น แอบเอียงคอเล็กน้อย มองมาทางพวกนาง แววตาฉายแววประหลาดใจ
นะ นั่นเสียงอะไร?
ผู้ฝึกตนหญิงสองคนนั้นพูดเหรอ? แต่ทำไมเขาไม่เห็นทั้งสองคนอ้าปากเลย?
ฉีชิงอวิ๋นแค่นหัวเราะเย็นชา แววตาฉายแววหงุดหงิด
"ก็แค่ศิษย์รับคนหนึ่ง ข้าจะสั่งสอนไม่ได้เชียวหรือ? หรือเห็นว่ามันหน้าตาหล่อเหลา——พวกเจ้าเลยให้ความสนใจเป็นพิเศษ?"
[โอ้โฮ ข้าว่าแล้วเชียว ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง]
[ฉีชิงอวิ๋นคนนี้ สมองมีปัญหาแน่ๆ ก่อนหน้านี้เขามาทำดีเอาหน้ากับศิษย์พี่ที่หอโอสถ แต่ศิษย์พี่ทำเย็นชาใส่ กลับไปยิ้มแย้มกับศิษย์รับใช้คนนี้ ตอนถามเรื่องสรรพคุณยา ศิษย์รับใช้คนนี้ก็ตอบได้ฉะฉาน แย่งซีนไปเต็มๆ... มิน่าล่ะข้าถึงบอกว่าพี่ชายคนนี้หน้าตาบอกบุญไม่รับ นี่มันบทตัวร้ายเกรดต่ำที่เอาไว้ให้คนตบหน้าชัดๆ!]
จู้ชิงเยว่เคยเป็นนักเขียน เกือบจะปรบมือให้กับการเปรียบเทียบอันยอดเยี่ยมของชุยซูตรงนั้นเลย
แต่——นางมองฉีชิงอวิ๋นอย่างระมัดระวัง เห็นเขามีเพียงความระแวงต่อพวกนางสองคน แต่ส่วนใหญ่กลับเป็นความริษยาที่มีต่อเด็กหนุ่มรับใช้ จู้ชิงเยว่ชักสงสัย
หรือว่า... ฉีชิงอวิ๋นไม่ได้ยิน?
ไม่ว่ายังไง สิ่งที่ชุยซูคิดก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นความจริง และต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ แค่ไปสืบดูก็รู้เรื่องแล้ว
จะปล่อยให้ฉีชิงอวิ๋นทำชั่วในสำนัก รังแกเพื่อนร่วมสำนักไม่ได้
คิดได้ดังนั้น จู้ชิงเยว่ก็ปรับสีหน้าเคร่งขรึม พูดเสียงดังว่า:
"หากเขาทำผิดอะไร ย่อมมีกฎสำนักจัดการ หอวินัยก็ไม่ได้มีไว้ตั้งโชว์ ศิษย์พี่อย่าใช้ศาลเตี้ยจะดีกว่า"
"..." ฉีชิงอวิ๋นยังกำแส้แน่น ใบหน้าฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน
"ทำไม ศิษย์น้องคิดจะยุ่งเรื่องชาวบ้านงั้นรึ?"
และเด็กหนุ่มรับใช้ที่ถูกเฆี่ยนตี มองมาอีกครั้ง แววตาฉายแววซาบซึ้ง
[ข้ารู้สึกว่าฉีชิงอวิ๋นจะแก้แค้นนะ——ไหนดูซิ เชรด!]
[ข้าว่าศิษย์พี่จู้ช่างน่าสงสารจริงๆ! เจ้าแค่หวังดีพูดไปประโยคเดียว ฉีชิงอวิ๋นก็แค้นฝังหุ่นเจ้าแล้ว ในแดนลี้ลับ "ตงโยวจู้๋เวย" ตอนที่เจ้าได้รับวาสนาจากผู้อาวุโส เขาทำลายจุดตันเถียนเจ้า ปล่อยให้เจ้าตายอย่างโดดเดี่ยวในแดนลี้ลับ!]
อะไรนะ? นางจะถูกฉีชิงอวิ๋นทำลายจุดตันเถียนจนตาย?
จู้ชิงเยว่เบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
และเหนือศีรษะของพวกนาง ผู้อาวุโสเฉินถึงกับตัวเซ เกือบตกจากเบาะรองนั่ง
ศิษย์รักของเขาจะถูกฉีชิงอวิ๋นฆ่าตาย?
จู้ชิงเยว่เป็นศิษย์คนเล็กของเขา เขาเก็บมาเลี้ยงเองตั้งแต่ยังแบเบาะ ฟูมฟักมากับมือ
บอกว่าเป็นอาจารย์ จริงๆ ก็ไม่ต่างจากพ่อ
ผู้อาวุโสเฉินปกติปากร้ายกับจู้ชิงเยว่สารพัด เข้มงวดกวดขัน แต่จริงๆ แล้วรักใคร่เอ็นดูมาก คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินข่าวว่าศิษย์จะถูกฆ่าตาย จิตใจปั่นป่วนทันที
"ผู้อาวุโสฉู่ ที่ชุยซูคิดเมื่อกี้ เป็นความจริงหรือ?"
"เซวียเจียงจะทำร้ายเจ้า งั้นชิงเยว่ก็จะถูกฉีชิงอวิ๋นฆ่าตายจริงๆ งั้นหรือ!"
ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวหน้าขรึม พูดเสียงเย็น: "ไม่ว่าจะอย่างไร ในเมื่อเจ้ารู้เรื่องนี้แล้ว อย่างน้อยก็ต้องระวังตัวไว้——ดูไม่ออกจริงๆ ข้าเคยคิดว่าฉีชิงอวิ๋นแค่ถูกตามใจจนเสียคน ไม่นึกว่าจิตใจจะบิดเบี้ยวขนาดนี้"
คำพูดไม่กี่คำของผู้อาวุโสทั้งสอง ทำให้ฉีชิงอวิ๋นถูกขึ้นบัญชีดำทันที
เด็กหนุ่มรับใช้บนพื้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ยินเสียงนี้ และไม่รู้ว่าจริงหรือไม่... แต่ก่อนหน้านี้เขาถูกฉีชิงอวิ๋นรังแกหลายครั้ง คนอื่นมักหลีกหนี มีเพียงผู้ฝึกตนหญิงแซ่จู้คนนี้ที่พูดแทนเขา ถึงกับจะยื่นมือเข้าช่วย...
เขาจะยอมให้ผู้ฝึกตนหญิงใจบุญคนนี้ต้องมาตายเพราะเขาไม่ได้!
เขาถูกเฆี่ยนตีมาตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่เคยเอ่ยปากขอความเมตตาแม้แต่คำเดียว บัดนี้กลับมองไปทางจู้ชิงเยว่อีกครั้ง โค้งคำนับอย่างสุดซึ้ง:
"เป็นเฉินซ่านที่ไม่รู้ความ ทำให้นายน้อยโกรธเคือง ข้ายินดีรับโทษเอง วันหน้าจะยอมให้นายน้อยเรียกใช้ตามใจชอบ"
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองส่ายหน้าถอนหายใจ
"คิดว่าศิษย์รับใช้คนนี้คงได้ยินความคิดของชุยซูเหมือนกัน" ฉู่อวิ๋นเหมี่ยวเผยแววชื่นชม
"เขาเมื่อครู่ยังทำท่ายอมหักไม่ยอมงอ ตอนนี้ยอมก้มหัว คงเพราะเป็นห่วงชิงเยว่จะถูกผูกใจเจ็บ"
ผู้อาวุโสเฉินจะดูไม่ออกได้อย่างไร?
หน้าเขาขรึมลง คิดอยากจะปรากฏกาย สั่งสอนฉีชิงอวิ๋นสักยกเดี๋ยวนั้น
[ห๊ะ?]
[เดี๋ยวนะ เฉินซ่าน? ใช่เฉินซ่านที่ข้ารู้จักคนนั้นไหม?]