เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างกำลังใจ

บทที่ 36 ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างกำลังใจ

บทที่ 36 ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างกำลังใจ 


บทที่ 36 ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างกำลังใจ

หลังจากที่ออกมาจากห้อง หยานจิ้งรีบตรงดิ่งมายังซูเถาทันที “เขายังไม่ตายใช่มั้ย ?”

มีรอยยิ้มปรากฎขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะถอนหายใจ “เป็นเด็กผู้หญิง , ตอนนี้เธออยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมืองต๋งอันของมลฑลหยูโจว ชื่อของเธอคือ หัวหยาน ปีนี้อายุ 10 ขวบ”

ด้วยข้อมูลมากมายเหล่านี้ เราสามารถตามหาลูกสาวของเธอได้แล้ว เธอพยายามสงบสติอารมณ์ก่อนจะสั่งการ “เสี่ยวหง , รีบส่งคนไปรับเธอกลับมาเดี๋ยวนี้”

เสี่ยวหงพยักหน้าตอบรับคำสั่ง “จะรีบดำเนินการทันที ท่านประธานหยาน”

เสี่ยวหงรู้ว่าสิ่งนี้นั้นสำคัญกับเจ้านายของเธอมากแค่ไหน หยานจิ้งต้องการที่จะไปด้วยตนเองด้วยซ้ำ แต่หลังจากพิจารณาปัจจัยหลายๆอย่างแล้ว เธอจำเป็นต้องทำให้มันมีความเสี่ยงน้อยที่สุด มันจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงถ้าเธอไปด้วยตัวเอง

เธอรู้สึกมั่นใจถ้าเสี่ยวหงจะไปเองเป็นการส่วนตัว

หลังจากที่เสี่ยวหงออกไป หยานจิ้งมองมายังซูเถา “ชั้นประหลาดใจจริงๆ ชั้นใช้ไปตั้งหลายวิธีแต่เว่ยถิงก็ไม่ยอมพูดอะไรเลย ถึงขนาดใช้วิธีการสอบสวนแบบพิเศษแล้วก็ยังไม่ช่วยอะไรเลย”

ซูเถายิ้ม “หมอน่ะนะ มันก็คล้ายๆกับยมทูตนั่นแหละ ชั้นมีหลายวิธีเลยล่ะที่แม้แต่ยมทูตตัวจริงยังกลัว มันง่ายมากเลยสำหรับการทำให้เว่ยถิงเปิดปากพูดได้”

หยานจิ้งรู้ดีว่าพวกเข็มที่ซูเถาฝังบนหน้าของเว่ยถิงนั้นดูทรมานแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก “ถ้าพาลูกสาวชั้นกลับมาได้ ชั้นคงติดหนี้นายแล้วล่ะ”

ซูเถาส่ายหัว “ชั้นแค่สัญญากับเว่ยถิงไว้ว่าจะรับประกันชีวิตของเขาหากเธอได้ลูกสาวกลับคืนมาก็เท่านั้นเอง”

หยานจิ้งพยักหน้า “เว่ยถิงมันก็เป็นแค่เบี้ยตัวนึงเท่านั้น , ถ้าลูกสาวชั้นปลอดภัยดี ชั้นก็จะปล่อยมันไป”

ซูเถาถอนหายใจ “เธอนี่เป็นคนที่คุยง่ายเหมือนที่ชั้นจินตนาการเอาไว้เลยนะ”

หยานจิ้งยิ้ม “นายเป็นคนแรกนะเนี่ยที่เห็นชั้นเป็นแบบนั้น , ในสายตาชั้นตอนนี้มีเพียงแค่ความเกลียดชังเท่านั้นแหละ”

ซูเถายักไหล่ “ความเกลียดชังมันก็เป็นแค่หนึ่งในอารมณ์ความรู้สึกเท่านั้นแหละ พอลูกสาวเธอกลับมาแล้วมันก็จะเปลี่ยนชีวิตของเธอเอง พอเธอตื่นมาในตอนเช้า จะก็จะรับรู้ได้ว่าโลกนี้มันวิเศษแค่ไหน”

หยานจิ้งจ้องซูเถาอยู่พักใหญ่ “ชั้นชักอยากรู้เรื่องของนายซะแล้วสิ , นายมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่อายุยังน้อย แถมยังมีประสบการณ์มากมายในการจัดการเรื่องต่างๆด้วย”

ซูเถายิ้ม “เธอคงไม่ได้สงสัยว่าชั้นมาจากองค์กรอะไรซักอย่างหรอกเหรอ ? งั้นก็ทำเหมือนชั้นมาจากไอ้องค์กรอะไรนั่นก็แล้วกัน”

หยานจิ้งตอบ “ฉลาดแกมโกงจริงๆนะนายเนี่ย”

ซูเถารู้ดีว่าเธอนั้นไม่สามารถสงบใจได้จนกว่าเธอจะพาลูกสาวกลับมาได้อย่างปลอดภัย

พวกเขาทั้งสองลงมานั่งดื่มชากันที่ชั้นหนึ่ง ถึงแม้จะใช้เครื่องบินส่วนตัว การไปกลับหยูโจวนั้นก็ใช้เวลาราวๆ 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หยานจิ้งหยิบแฟ้มเอกสารมาดูก่อนจะส่งให้ซูเถา “นี่เป็นเอกสารเกี่ยวกับตระกูลเนี่ยและพวกแพทยศาสตร์แห่งหุบเขาราชันย์ เอาไปดูสิ”

หลังจากหยานจิ้งส่งข้อมูลเอกสารให้เขา มันหมายความว่าทัศนคติของเธอที่มีต่อซูเถานั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เขามองแฟ้มเอกสารนั้นผ่านๆก่อนจะถอนหายใจ “ไคซงพูเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอะไรหล่ะเนี่ย ? มันยากมั้ยถ้าหากจะช่วยเขา ?”

สายตาของหยานจิ้งเต็มไปด้วยความตกใจก่อนจะตอบกลับ “โดยทั่วไปแล้ว หลายคนจะพยายามเลี่ยงปัญหาเกี่ยวกับพวกตระกูลเนี่ยหลังจากที่ได้รู้ว่าพวกนี้มีอำนาจมากขนาดไหน แต่นายก็ยังพยายามที่จะช่วยไคซงพูเนี่ยนะ ? ชั้นพูดได้เลยว่านายนั้นกล้าหาญและบ้าบิ่นมาก”

ซูเถายิ้ม “ประธานหยาน , ชั้นบอกได้เลยว่าเธอคงจะไม่ค่อยถูกกับพวกนี้เท่าไหร่เลยสินะ”

มีความเย็นชาปรากฎขึ้นที่ดวงตาของหยานจิ้ง “หัวหนานกับหัวเป่ยนั้นเป็นเมืองที่อยู่ติดกัน พวกตระกูลเนี่ยมันตั้งใจจะรวมทั้งสองที่เข้าไปอยู่ในตลาดหัวหนานของพวกมัน ซึ่งมันมีผลกระบทต่ออุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การดูแลของชั้น เนี่ยไฮ่เถียนเป็นคนที่ชั้นเกรงกลัว”

ด้วยคำอธิบายของเธอ ในที่สุดซูเถาก็รู้แล้วว่าทำไมหยานจิ้งถึงได้ปฏิเสธความต้องการของพวกตระกูลเนี่ย

หยานจิ้งถอนหายใจ “ถ้าพวกเราต้องการจะจัดการกับพวกตระกูลเนี่ย ต้องเริ่มจากสวนแห่งแพทยศาสตร์ราชันย์ของพวกมันก่อน”

“เธอมีแผนอะไรงั้นเหรอ ?” ซูเถาถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

หยานจิ้งตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “พวกตระกูลเนี่ยมักจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมของการแพทย์แผนจีนที่สวนแห่งแพทยศาสตร์ราชันย์ทุกๆปี”

ซูเถามองไปยังหยานจิ้งด้วยสายตาที่ซับซ้อน “พวกตระกูลเนี่ยจะเป็นประธานจัดงานในปีนี้ , พวกนี้มันคุ้นเคยกับเรื่องนี้อยู่แล้ว มันไม่ง่ายเลยสำหรับพวกเราที่จะหาจุดอ่อน”

หยานจิ้งพูดต่อ “จุดอ่อนมันต้องมีแน่นอน , เพียงแค่เราต้องแทรกซึมเข้าไป”

“แล้วจะแทรกซึมเข้าไปยังไง ?” ซูเถาถามขึ้น

หยานจิ้งยิ้ม “ในงานการประชุมของแพทย์แผนจีนของพวกมันมักจะจัดทัวร์นาเม้นท์ค้นหาราชาแห่งหมอเพื่อตามหาหมอเก่งๆที่อายุน้อยที่สุด หากราชาแห่งหมอนั่นสามารถเปิดโปงได้ว่าพวกตระกูลเนี่ยวางแผนชั่วอะไรอยู่ได้ละก็ พวกมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก”

อันที่จริง แผนของหยานจิ้งดูเสี่ยงมากทีเดียว เธอยิ้ม ซูเถาจึงถามขึ้นมา “เธอต้องการใช้ชั้นเข้าร่วมงานแข่งอะไรนั่นสินะ ?”

หยานจิ้งตอบกลับ “ด้วยความสามารถของนาย ชั้นคิดว่ามันคงไม่ยากหรอก หรือบางทีนายอาจจะกลัวว่าองค์กรเก่าของนายจะถูกเปิดโปงแล้วทำให้เกิดปัญหางั้นเหรอ ?”

ซูเถาอึ้ง ดูเหมือนว่าหยานจิ้งจะเข้าใจผิดไปใหญ่เลยทีเดียวว่าเขานั้นมีองค์กรอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลังเขา เขาถอนหายใจ “สุดท้ายเธอก็ใช้งานชั้นอยู่ดี !”

หยานจิ้งยักไหล่ “เปล่า เปล่า เปล่าเลย ดูเหมือนนายจะเข้าใจเจตนาชั้นผิดนะ ชั้นได้บอกไปตั้งแต่ที่เราเจอกันครั้งแรกแล้วว่าพวกเรานั้นเป็นหุ้นส่วนกัน ตำหนักของนายจะไม่ดังขึ้นเหรอถ้าเกิดนายได้ตำแหน่งราชาแห่งหมอมาน่ะ ?”

ซูเถาลังเล ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกว่ายิ่งเขาพูดกับเธอมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกอยู่ในแผนการของเธอ “พวกตระกูลเนี่ยมันมีความแค้นกับชั้นอยู่ แล้วมันจะให้ชั้นลงแข่งงั้นเหรอ ?”

“ขอแค่นายคิดจะลงแข่งเท่านั้น ที่เหลือชั้นจัดการเอง” หยานจิ้งยิ้ม

ซูเถาเอามือลูบคางก่อนจะมองไปที่หยานจิ้ง “แค่หวังว่าเธอคงไม่ทิ้งชั้นไปซะก่อนนะ ในตอนที่ชั้นไร้ประโยชน์ไปแล้วในอนาคตน่ะ”

หยานจิ้งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะยิ้ม “เจ้าหนู , พี่สาวคนนี้ตามใจนายอยู่เสมอนั่นแหละ จริงสิ , นายนี่ตรงสเป็คชั้นพอดีเลย ว่าไงล่ะ ? นายอยากได้อะไรเป็นรางวัลงั้นเหรอ ?”

ซูเถาไอ “สุภาพบุรุษอย่างชั้นจะไปหวังอะไรแบบนั้นได้ยังไง ? ชั้นพึ่งพาทักษะของชั้นในการหารายได้นะ และรูปร่างหน้าตาชั้นก็เป็นแค่รูปกายภายนอกเท่านั้น เคารพตัวเองหน่อย !”

หลังได้ยินดังนั้น หยานจิ้งรู้สึกว่าซูเถานั้นเป็นคนที่น่าสนใจขึ้นไปอีก “นายนี่น่าสนใจจริงๆ ! พี่สาวคนนี้อยากจะทำความรู้จักกับนายเป็นการส่วนตัวมากขึ้นไปอีกแฮะ”

เมื่อทั้งสองคุยกัน เธอมักจะหาเรื่องเย้าแหย่ซูเถาอยู่ตลอด แต่ซูเถามักจะไม่ค่อยเล่นด้วยเท่าไหร่

ด้วยการพูดคุยธรรมดาๆเหล่านี้ทำให้หยานจิ้งนั้นคาดไม่ถึงเกี่ยวกับตัวซูเถามากขึ้น ซูเถานั้นไม่ใช่คนธรรมดา ทั้งประสบกาณร์และความรู้ที่เขามีนั้นมากกว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันซะอีก

เสี่ยวหงถึงที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว ก่อนจะโทรมาหาหยานจิ้ง “ท่านประธาน , เราพบลูกสาวของคุณแล้ว”

ได้ยินดังนั้น ดวงตาของหยานจิ้งเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อระงับความตื่นเต้นเอาไว้ “เธอต้องพาเขากลับมาอย่างปลอดภัยนะ”

“วางใจได้เลย , เราจะพาเธอกลับไปอย่างปลอดภัย” เสี่ยงหงตอบกลับ

หลังจากวางสาย เธอเห็นซูเถาส่งทิชชู่มาให้ เธอรู้สึกประหลาดใจก่อนจะยิ้ม “ดูเหมือนว่าสวรรค์จะยังไม่ได้ทอดทิ้งชั้นสินะ”

ซูเถายิ้ม “ถ้าสวรรค์เป็นคน ป่านนี้ก็คงเป็นตาแก่ไปแล้วล่ะ มันไม่เกี่ยวกับสวรรค์อะไรนั่นหรอก เป็นเพราะเธอเข้มแข็งต่างหาก ถ้าเธอไม่เข็มแข็งและอดทน เธอจะพบกับความหวังหลังจากนั้นได้ไงกันล่ะ ?”

“แน่ล่ะ ชั้นเคยคิดจะฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ ถ้าชั้นฆ่าตัวตายไปวันนั้นก็คงจะไม่มีวันนี้ ดูเหมือนนายจะปลอบใจและทำให้คนอื่นสบายใจเก่งทีเดียว” หยานจิ้งเงยหน้า

ซูเถาตอบกลับ “หมอที่ไม่รู้วิธีสร้างกำลังใจน่ะ ไม่ใช่หมอที่ดีหรอก”

“หืม ? นี่ชั้นกลายเป็นคนไข้ของนายแล้วเหรอเนี่ย ?” หยานจิ้งถอนหายใจ

ซูเถาถามกลับ “แล้วไม่ใช่เหรอไง ?”

หยานจิ้งรู้สึกผ่อนคลายแล้วยิ้มออกมา ตั้งแต่ที่เขาช่วยเธอไว้ที่ Aqua Brook เธอก็ได้กลายเป็นคนไข้ของเขาแล้ว แถมเขาได้ใช้วิธีการของตัวเองรักษาเธอซะด้วย

เธอทรมารมามากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซูเถาไม่เพียงแค่รักษาเธอเท่านั้น เขายังให้กำลังใจเธออีกด้วย ทักษะทางด้านการแพทย์ของเขานั้นเรียกได้ว่าอัจฉริยะจนเธออดที่จะเชื่อใจเขาไม่ได้

หยานจิ้งยิ้ม “ไว้ในอนาคตถ้าชั้นไม่สบายชั้นจะไปหานายก็แล้วกัน”

ซูเถาเอามือถูกันก่อนจะพูดขึ้น “ถ้างั้นก็ช่วยจ่ายค่ารักษาของสองครั้งก่อนแล้วกัน !”

หยานจิ้งตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของซูเถา “นายนี่เปลี่ยนท่าทีไวจังนะ , เมื่อกี้นายยังเคลมตัวเองว่าเป็นหมอชั้นยอดอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ? ไหงเปลี่ยนไปเป็นนักธุรกิจซะล่ะ ? ตอนนี้ชั้นไม่ได้พกเงินติดตัวไว้หน่ะสิ เดี๋ยวชั้นจะให้เสี่ยงหงส่งเงินไปให้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

“ชั้นไม่คิดตังค์เธอหรอกถ้าเธอเป็นคนจนน่ะ แต่เห็นได้ชัดว่าเธอรวยจะตาย รู้จักโรบินฮู้ดไหม ? นี่เรียกว่าการปล้นคนรวยเพื่อช่วยเหลือคนจนยังไงล่ะ” ซูเถายิ้มก่อนจะพูดต่อ “แล้วก็นะ นักบุญก็เป็นคนธรรมดา ไม่ใช่พระเจ้า ยังไงก็ต้องกินต้องใช้”

เธอรู้สึกสบายใจเมื่อได้พูดคุยกับซูเถา เธออยู่ในโลกธุรกิจและวงการใต้ดินมาหลายปี ดังนั้นเธอจึงเลือกจะเก็บอารมณ์ของเธอไว้ แต่ซูเถานั้นทำให้เธอรู้สึกสงบ

หยานจิ้งได้จัดให้คนของเธอไปส่งซูเถาที่ตำหนัก ในขณะที่เธอรอคอยการกลับมาของลูกสาว

ก่อนที่เขาจะไป ซูเถาเห็นรอยยิ้มปรากฎขึ้นที่มุมปากของหยานจิ้ง รอยยิ้มนั้นมันต่างออกไปจากที่ผ่านๆมา มันเป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ

ณ มลฑลหัวเป่ย , สวนแห่งแพทยศาสตร์ราชันย์ , ตระกูลเนี่ย

มิสฉียิ้มพลางเอากระดาษห่อสิ่งของที่ดูสกปรกบางอย่างก่อนจะมองไปยังเนี่ยไฮ่เถียน “ใช้ได้ไหม ?”

เนี่ยไฮ่เถียนนอนอยู่บนเตียงด้วยความพึงพอใจก่อนจะยิ้ม “เธอเก่งขึ้นนะเนี่ย”

มิสฉีกลับขึ้นไปบนเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มมาปิดร่างกายของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังรักษารูปร่างเอาไว้ได้อย่างดีด้วยทักษะเรื่องบนเตียงที่ยอดเยี่ยม ดังนั้น เธอจึงสามารถปรณนิบัติสามีของเธอ เนี่ยไฮ่เถียนได้ดีจนเขานั้นต้องการเธออยู่ทุกวันก็มิปาน

เธอถอนหายใจ “ดูเหมือนแม่ม่ายพิษจะได้ประกาศออกมาแล้วว่าเธอเลือกที่จะปกป้องซูเถาและไคหยาน”

เนี่ยไฮ่เถียนเอามือลูบคาง “ตามที่คาดเอาไว้ นี่มันไม่ใช้การต่อสู้ด้วยอำนาจแบบธรรมดาๆอีกต่อไปแล้ว”

“แล้วเรื่องน้องชายของนายล่ะ...”

“เดี๋ยวชั้นจะให้คนไปเตือนเขาเอง ถึงยังไงเขาก็เป็นคนของตระกูลเนี่ย มันจะแย่เอาหากเกิดเรื่องขึ้น” เนี่ยไฮ่เถียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม

มิสฉีตอบกลับ “ชั้นแค่กลัวว่าเขาจะทำอะไรงี่เง่าเท่านั้นเอง”

เนี่ยไฮ่เถียนไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่สายตาของเขานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

จบบทที่ บทที่ 36 ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างกำลังใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว