เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 จุดอ่อนของแม่ม่ายพิษ

บทที่ 35 จุดอ่อนของแม่ม่ายพิษ

บทที่ 35 จุดอ่อนของแม่ม่ายพิษ 


บทที่ 35 จุดอ่อนของแม่ม่ายพิษ

เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว กิจการของตำหนักซูเถาดูจะก้าวหน้าขึ้นไปมาก ด้วยความช่วยเหลือต่างๆ ซูเถาได้ดึงลูกค้าเก่าของซูกวงเฉิงกลับมาได้ และมีลูกศิษย์อีก 3 คน

แต่เดิมแล้ว พวกเขา(ซูเถา)มักจะระมัดระวังคำพูดอยู่เสมอ พวกเขาไม่สามารถที่จะบอกลูกค้าให้มาที่ตำหนักโดยตรงได้ และพวกเขาจำเป็นต้องใช้วิธีอื่น พวกเขาจำเป็นจะต้องแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและใส่ใจในสุขภาพก่อนที่จะแนะนำพวกเขา(กลุ่มคนไข้)ให้มาตรวจที่ตำหนักได้

ได้มีรถออดี้ขับเข้ามาจอดที่หน้าตำหนักในตอนบ่ายที่คนเริ่มซาแล้ว ซูเถาเดินออกมาดูและพบหยานจิ้งนั่งอยู่ในรถพร้อมกับสวมแว่นกันแดด ก่อนที่เธอจะกวักนิ้วเรียกซูเถาให้เข้าไปในรถ

“เว่ยถิงยังคงไม่พูดอะไร ชั้นชักจะปวดหัวกับเรื่องนี้แล้วนะเนี่ย !” ทักษะการขับรถของเธอยังห่วยแตกเหมือนเดิม เธอเผลอเหยียบเบรกแม้กระทั่งตอนที่ไฟเขียวจนรถคันหลังเธอเกือบจะชนท้ายอยู่แล้ว

ซูเถาพูดขึ้น “ประธานหยาน , ตอนขับรถเนี่ยเราไม่พูดกันจะได้มั้ย เดี๋ยวก็ได้เกิดอุบัติเหตุหรอก !”

“โอ้ ?” หยานจิ้งพูดขึ้นมาด้วยออารมณ์หงุดหงิด “ไอ้รถคันหลังต้องเป็นพวกมือใหม่หัดขับแน่ๆ มันเกือบจะชนท้ายชั้นเลยนะเนี่ย”

เธอนี่มันปีศาจบนท้องถนนชัดๆ ยังจะมีหน้าไปว่าคนอื่นอีกเรอะ?!

ซูเถารีบคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดไว้แล้วนั่งเงียบไม่พูดอะไรทั้งสิ้น

หยานจิ้งยังคงเย้าแหย่ซูเถาอย่างต่อเนื่อง แต่พอเธอเห็นซูเถาพยายามปิดปากเงียบ เธอจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากมุ่งสมาธิไปยังการขับรถ

เมื่อถึงที่หมาย ซูเถาได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ประธานหยาน , คราวหน้าเธอให้คนขับรถมารับชั้นจะได้มั้ย ? คือ ก็ไม่ได้จะออกความเห็นเรื่องฝีมือการขับรถของเธอหรอกนะแต่...เธอเป็นผู้หญิงที่งานยุ่งมากๆ ไม่ควรจะเสียเวลาขับรถมารับชั้นก็ได้นี่”

หยานจิ้งขมวดคิ้วก่อนจะเดินตรงมายังซูเถาและบีบแก้มเขา ทำให้ซูเถาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

เธอปล่อยมือก่อนจะพูดต่อ “เจ้าหนู , พี่สาวคนนี้กำลังโกรธนายอยู่นะ การที่ชั้นไปรับนายเนี่ยถือเป็นวิธีที่ชั้นใช้เพื่อแสดงความเคารพต่อนายนะ นี่นายไม่สนใจถึงความพยายามของชั้นหน่อยเหรอ ?”

ซูเถาไม่อาจต้านการจู่โจมของเธอได้ แต่พอเขาลองคิดตามที่เธอพูด มันถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างพิเศษสำหรับเขาเลยทีเดียว

เขาเอามือถูหน้าก่อนจะยิ้ม “ถ้าเธอกำลังมองหาครูสอนขับรถอยู่ เธอคงไม่ได้หมายถถึงชั้นใช่มั้ย ?”

หยานจิ้งเหลียวมองมาทางเขาก่อนจะยิ้ม “ฉลาดเกินไปมันไม่ดีนะจะบอกให้ ♥❤”

ซูเถาเดาถูก หยานจิ้งได้ลากซูเถามาเพื่อฝึกขับรถ ซูเถารู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาตัดสินใจแล้วว่าชาตินี้จะไม่นั่งรถที่หยานจิ้งขับอีกแล้ว

เมื่อพวกเขามาถึงชั้นสอง ซูเถามองเห็นเว่ยถิงจากระยะไกลในขณะที่เว่ยถิงกำลังนอนปิดตาอยู่บนเตียง

“ดูเหมือนเขาจะกลัวนายจนขึ้นสมองเลยล่ะ พอได้ยินชื่อนายก็หมดสติไปเลย” หยานจิ้งพูดออกมา

ซูเถายิ้ม “มันแกล้งทำต่างหาก !”

หยานจิ้งมองไปยังซูเถาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้ม “มันไม่สำคัญหรอกว่าชั้นจะมองนายยังไง ลูกแกะอย่างนายจะเป็นราชาปีศาจไปได้ยังไง ?”

ถ้าหยานจิ้งรู้ว่าซูเถาทรมานเว่ยถิงยังไง หล่อนจะไม่พูดแบบนั้นออกมาแน่นอน

“แล้ว , ถ้าชั้นทำให้เขาพูดได้ เธออยังจะกวนชั้นต่อไปอีกหรือเปล่าล่ะ ?” ซูเถาถาม

หยานจิ้งยิ้มพลางพยักหน้า “ไม่ใช่แค่ละเลิกกวนนายเท่านั้น แต่ชั้นยังช่วยนายในตอนที่นายตกที่นั่งลำบากได้อีกด้วย”

แววตาของซูเถานั้นดูจะตื่นตระหนกเล็กน้อย “หืม ? ตกที่นั่งลำบากนี่ยังไงเหรอ ?”

หยานจิ้งถอนหายใจ “เท่าที่ชั้นรู้มา ดูเหมือนลูกสาวเจ้าของร้านของเก่ามรกตจะพักอยู่ที่บ้านนายหลังจากที่ร้านนั้นปิดกิจการไปแล้วสินะ”

ซูเถายักไหล่ “แอบจับตาดูคนอื่นนี่ไม่ดีเลยนะ งานอดิเรกของเธอนี่แย่ชะมัด”

หยานจิ้งส่ายหัวก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “ชั้นไม่ได้จับตาดูนายหรอก ย่านถนนเก่านั่นเพิ่งจะตกอยู่ภายใต้เขตอำนาจของชั้น มีคนมาหาชั้นพร้อมกับข้อเสนอราคางามให้ฆ่านายซะ”

ซูเถาตกใจ “แล้วอย่างชั้นเนี่ยมีค่าหัวเท่าไหร่ล่ะ ?”

“หนึ่งล้าน !” หยานจิ้งตอบ เธอเห็นว่าซูเถาดูจะผิดหวังเล็กน้อย ก่อนเธอจะพูดต่อ “แต่ข้อเสนอนั่นมันราคาถูกไปหน่อย ชั้นเลยปฏิเสธมันไป อย่างไรก็ตาม นายเคยช่วยชีวิตชั้นเอาไว้ครั้งนึง”

ซูเถาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ “ล้านนึง ? มันคิดว่าชั้นเป็นขยะหรือยังไง ?”

คำพูดของเขาทำให้หยานจิ้งถึงกับทุบอกของตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นท่าทางเคร่งเครียด “ชั้นไม่ได้ล้อเล่นนะ อีกฝั่งมีอำนาจมากเชียวล่ะ”

ซูเถาพยักหน้าก่อนจะตอบกลับ “พวกตระกูลเนี่ยกับแพทยศาสตร์แห่งหุบเขาราชันย์ใช่มั้ย ?”

หยานจิ้งตกใจที่ซูเถานั้นเดาถูก “ผู้อาวุโสลำดับสองของตระกูลเนี่ย ชื่อของเขาคือเนี่ยไฮ่โผ หนึ่งในพวกชนชั้นปกครองหัวหนาน รู้สึกว่าเขาจะสนิทกับพวกแพทยศาสตร์หุบเขาราชันย์พอสมควร และพวกเขาพยายามที่จะแก้แค้นนายในสิ่งที่นายทำกับลูกชายเขาไว้ นอกจากชั้นแล้ว เขายังยื่นข้อเสนอเหล่านี้ให้เหล่าผู้มีอำนาจในฮั่นโจวอีกด้วย”

(ตรงนี้แก้จากบทก่อนๆจาก หางโจว > ฮั่นโจวเพื่อความถูกต้องนะครับ ; ผู้แปล)

ท่าทีที่ดูไม่ทุกข์ร้อนของซูเถาทำให้หยานจิ้งประหลาดใจ ซูเถาพูด “ถ้าพวกนั้นมันไม่กลัวตายก็เข้ามาได้เลย”

หยานจิ้งตอบกลับ “พวกตำรวจได้วางกับดักเอาไว้หมดแล้วในย่านถนนเก่า ไม่มีไอ้โง่ที่ไหนเคลื่อนไหวหรอก ดังนั้นในตอนนี้พวกนายก้ยังคงปลอดภัยดี แต่จำเอาไว้ พวกตำรวจปกป้องพวกนายไปไม่ได้ตลอดหรอกนะ”

ซูเถาเข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของหยานจิ้ง “ขอบใจนะที่บอก”

หยานจิ้งยิ้ม “อย่างที่ชั้นได้บอกไปแล้ว ชั้นจะช่วยนายซักครั้งถ้านายทำให้เว่ยถิงมันพูดได้”

หลังจากนิ่งไปซักพัก ในที่สุดซูเถาก็พูดออกมา “ถ้างั้น เธอก็ต้องบอกชั้นมาว่าเธอต้องการอะไรจากเขา โอเคมั้ย ?”

หยานจิ้งโบกมือไล่คนอื่นให้ออกไปจากห้องและได้พาซูเถาไปยังห้องถัดไป ห้องไม่ใหญ่มาก แต่สามารถมองเห็นห้องของเว่ยถถิงได้ชัดเจนผ่านกระจก หยานจิ้งจะอยู่ที่นี่ในตอนที่ซูเถานั้นรักษาเว่ยถิง

เธอถอนหายและดูเหมือนจะไม่ได้อดกลั้นอารมณ์เอาไว้เหมือนก่อนหน้านี้ ในตอนนี้มีเพียงความโกรธและความเจ็บปวดภายใจดวงตาของเธอ

“นายรู้มั้ยว่าทำไมคนอื่นๆถึงเรียกชั้นว่าแม่ม่ายพิษ ?” หยานจิ้งกำหมัด

ซูเถาส่ายหัว “ถ้าเธอจะบอกชั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชั้นก็จะฟัง”

หยานจิ้งถอดเสื้อผ้าออกต่อหน้าซูเถา เผยให้เห็นเสื้อกล้ามก่อนที่เธอจะถกมันขึ้น เธอมีรอยสักรูปแมงมุมซึ่งที่ปากของมันมีรอยแผลเป็น มันดูน่ากลัวมาก

แมงมุมแม่ม่ายดำเป็นแมงมุมสายพันธุ์ที่มีพิษร้ายแรงมาก

ด้วยลักษณะอันน่าดึงดูดของตัวเธอ บวกกับรอยสักรูปแมงมุม มันช่างดูน่าเกรงขามจริงๆ

ซูเถาแกล้งไอเพื่อปกปิดความตกใจ “เธอมีอาการป่วยซ่อนอยู่ ในอดีตเธอคงจะทรมานกับมันมามากสินะ”

รอยสักนั้นเป็นเพียงการปกปิดอาการบาจเจ็บที่เธอเคยเจอมา แผลถูกแทนที่ด้วยเขี้ยวของแมงมุม เนื่องจากอาการบาจเจ็บของเธอนั้นรุนแรงมาก แม้จะเป็นตอนนี้มันก็ยังไม่หายดี

“ทักษะทางการแพทย์ของนายนั้นยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ มันทำให้ชั้นประหลาดใจมาก ย้อนไปตอนที่ Aqua Brook นายรู้ว่าชั้นนั้นป่วยอยู่ทั้งๆที่ไม่ได้ดูแผลด้วยซ้ำ ชั้นลองกินยาตามที่นายเขียนใบสั่งมา และชั้นก็สามารถนอนหลับได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้แอลกออฮอล์หรือยานอนหลับช่วย ชั้นต้องขอบใจนายสำหรับเรื่องนั้น” หยานจิ้งค่อยๆใส่เสื้อกลับอย่างช้าๆ

หลังจากเห็นรอยแผล ซูเถาได้พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวอย่างคร่าวๆ “แล้ว , เว่ยถิงก็เกี่ยวข้องกับอาการบาจเจ็บขอองเธองั้นเหรอ ?”

หยานจิ้งพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ มันและพวกฆ่าสามีของชั้น แถมพวกมันยังเอาลูกในท้องของชั้นไปด้วย”

ซูเถาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะถามขึ้น “งั้น แล้วทำไมเธอถึงได้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับมันล่ะ ?”

“ชั้นอยากตายตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ชั้นก็ได้เจอกับใครบางคน ไม่เพียงแต่เขาจะช่วยชีวิตชั้นเอาไว้ เขายังทิ้งโชคลาภเอาไว้ให้ชั้นในตอนที่เขาตายอีกด้วย เว่ยถิงเป็นหุ้นส่วนของเขา” หยานจิ้งอธิบาย

พอเห็นว่าหยานจิ้งเงียบ ซูเถาได้ถามขึ้น “สามีของเธอเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้งั้นเหรอ ?”

หยานจิ้งพยักหน้าก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “ใช่ , ชีวิตมันก็เฮงซวยแบบนี้แหละ พอชั้นรู้ทุกอย่าง เขาก็ได้ตายไปแล้ว”

ซูเถาถอนหายใจ “แล้วตอนนี้เธอกำลังมองหาอะไรอยู่ล่ะ ?”

“เด็กที่พวกมันเอาไปจากท้องของชั้นยังไม่ตาย , และมีเพียงเว่ยถิงเท่านั้นที่รู้ว่าลูกชั้นอยู่ไหน” หยานจิ้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ซูเถาพยักหน้าก่อนจะสัญญา “ชั้นจะตามหาคำตอบที่เธอต้องการให้เอง”

ส่วนเหตุที่หยานจิ้งเลือกที่จะบอกซูเถาทุกอย่างเพราะว่าเขาสามารถสังเกตถึงอาการป่วยของเธอได้แถมยังช่วยลดความเจ็บปวดให้เธออีก และเนื่องจากเขาเป็นคนที่ทำให้เว่ยถิงต้องอยู่ในสภาพนี้ เขาก็น่าจะทำให้เว่ยถิงกลับมาพูดได้ด้วยทักษะการแพทย์ของเขา

ทุกๆคนย่อมมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น แม้แต่เธอซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะแม่ม่ายพิษก็ไม่เว้น ความจริงก็คือ เธอได้รับบาดเจ็บมาหลายครั้งแล้ว จนเธอเลือกที่จะปิดใจและเลือกจะสวมหน้ากากแทน

เธอจะยืนหยัดอยู่ในสังคมได้อย่างไรหากปราศจากความโหดเหี้ยมและไหวพริบ ?

ซูเถาเดินไปยังเว่ยถิงในขณะที่หยานจิ้งมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจก เลขาของเธอเข้ามาใกล้ๆและกระซิบ “ท่านประธาน ทำไมคุณได้เชื่อใจเขามากขนาดนั้น ?”

ในโลกนี้ มีเพียงตัวหยานจิ้งและเลขาเท่านั้นที่รู้ความลับนี้

หยานจิ้งกอดอกก่อนจะตอบกลับด้วยท่าทีเฉยเมย “เชื่อใจงั้นเหรอ ? ชั้นไม่เชื่อใจใครทั้งนั้นในโลกนี้ และเธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน !”

ซูเถาได้เอาเข็มออกมาก่อนจะปักมันลงไปบนจุดฝังเข็มบนหน้าของเว่ยถิง “เลิกเล่นละครลิงแล้วลืมตาขึ้นมาซะที”

เว่ยถิงพยายามปิดตาอย่างเต็มที่ แต่เขารู้สึกว่าได้เสียการควบคุมกล้ามเนื้อไปก่อนที่เขาจะเปิดตาขึ้นช้าๆ

มันคล้ายกับการเผชิญหน้ากับยมทูต ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ

การทรมานของยมทูตนั้นเป็นเทคนิคการฝังเข็มที่ซูเถาได้สร้างขึ้นมาด้วยตัวเองหลังจากค้นคว้าเทคนิคการสอบปากคำมาหลายอย่าง

เทคนิคการสอบปากคำส่วนใหญ่จะใช้การทำลายสภาพจิตใจเป็นหลัก ซึ่งซูเถาสามารถทำมันได้ด้วยเข็มของเขา

ในตอนนี้ มีเพียงเว่ยถิงเท่านั้นที่สามารถสัมผัสถึงความผิดปกติในร่างกายของตัวเองได้ เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกต่อไป เข็มของซูเถานั้นควบคุมร่างกายของเขาราวกับหุ่นเชิด

นี่เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า ?

พอเว่ยถิงเห็นซูเถา จิตรใจของเขาก็เต็มไปด้วยความกลัว เด็กหนุ่มรูปงามที่อยู่ตรงหน้าเขาเปรียบได้กับปีศาจในสายตาของเขา

ซูเถาบิดเข็มบนหน้าของเว่ยถิงหนึ่งเล่มพลางพูด “ถ้านายยอมบอกสิ่งที่ประธานหยานต้องการมาโดยดี ชั้นไม่เพียงจะรักษานายเท่านั้น แม้แต่ประธานหยานก็จะรับประกันชีวิตของนายไปจนกว่านายจะตาย แต่ถ้านายปฏิเสธ เห็นทีคงต้องให้ลิ้มรสชาติของนรกซักหน่อย”

ดวงตาของเว่ยถิงเบิกกว้าง ในตอนนั้นเอง เขาต้องการที่จะสลบเพื่อหนีเหตุการณ์ตรงหน้า แต่เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย เขากลืนน้ำลายเมื่อนึกถึงประสบการณ์ที่แสนจะทรมานก่อนจะร้องอออกมา “ชั้นจะบอกนาย ขอแค่นายอยู่ห่างๆชั้นก็พอ”

ได้ยินดังนั้น ซูเถาได้ทำท่าทาง 'OK' ไปยังกำแพงอีกฟากหนึ่ง เพราะเขารู้ว่าหยานจิ้งนั้นคอยดูอยู่

มือของหยานจิ้งสั่นเครือในขณะที่น้ำตานั้นได้ไหลลงไปถึงปากของเธอซึ่งเกิดจากความคับแค้นที่อยู่ในใจของเธอ

เลขาได้เข้ามาเช็ดน้ำตาของเธอเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นน้ำตาแห่งความรู้สึกของหยานจิ้ง !

**คนแปลขอมานะครับบอกวันนี้จัดให้ 5 ตอน**(จากคนเช็ค)

จบบทที่ บทที่ 35 จุดอ่อนของแม่ม่ายพิษ

คัดลอกลิงก์แล้ว