- หน้าแรก
- ฉีกชะตาเทพเจ้าเกมมิ่ง เกิดใหม่เพื่อความอยู่รอด
- บทที่ 2: สถานะของคุณคือ — NPC
บทที่ 2: สถานะของคุณคือ — NPC
บทที่ 2: สถานะของคุณคือ — NPC
【ติ๊ง—เชื่อมต่อระบบ NPC ยอดนิยมสำเร็จ】
【กำลังสร้างข้อมูลตัวละคร...】
【ชื่อตัวละคร: ฉินเย่
อายุ: 20 ปี
เลเวล: 7 (exp: 0/800)
อาชีพ: นักดาบ (รอการยืนยัน)
พรสวรรค์: ญาณหยั่งรู้ท้าสวรรค์ (ระดับตำนาน)
สกิล: ดาบทลายภูผา, กวาดล้าง
สถานะ: เบี้ยล่างระดับล่างขององค์กร 【แอชเชส】 ฉากหน้าเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านเหล้าไนท์คัลเลอร์ เบื้องหลังคือสมาชิกหน่วยลอบสังหาร
ค่าความนิยม (ระดับความนิยมในหมู่ผู้เล่น): 0/100 (ไม่มีใครรู้จัก)
ค่าชื่อเสียง (ระดับชื่อเสียงในแผนที่ปัจจุบัน): 0/100 (ไม่มีใครรู้จัก)
】
ฉินเย่ลืมตาขึ้น จ้องมองมือตัวเองด้วยความมึนงง
ผิวหนังค่อนข้างหยาบกร้าน สีผิวขาวซีดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง
แต่ฉินเย่ไม่สน เขาลองกระโดดเหย็งๆ สัมผัสถึงพละกำลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในกาย
สุขภาพดี!
ความรู้สึกของการเปลี่ยนจาก "คนป่วยหนัก" มาเป็น "คนแข็งแรง" ทำให้ฉินเย่ตื่นเต้นจนแทบคุมสติไม่อยู่
แต่ไม่นานอารมณ์ก็สงบลง "ถ้าไม่ได้รักษาจริง ก็สนุกกับเกมได้ไม่นาน... ผมต้องรอด!"
"พระเจ้า? คุณพระเจ้า อยู่ไหมครับ?"
ฉินเย่ลองตะโกนเรียก แต่ไร้เสียงตอบรับ
เขาขมวดคิ้ว "แปลกจัง แฮกเกอร์ที่ชื่อพระเจ้านั่นหายไปไหนแล้ว?"
ฉับพลัน เขานึกถึงสิ่งที่ได้ยินก่อนเข้าเกม
ฉินเย่ลองเรียกอีกครั้ง "ระบบ?"
【สวัสดี โฮสต์ ระบบอยู่นี่】
เสียง AI เย็นชาดังก้องในหัว ยืนยันว่าเขาได้เชื่อมต่อกับ "ระบบ" เข้าแล้วจริงๆ
"ช่วยแนะนำตัวหน่อยได้ไหม?"
【คุณได้เข้าสู่เกม 'สเตลลาริส' ณ ดาวบลูซี เขตดาราหม่างไห่ ตามคำขอของพระเจ้า ระบบได้มอบพรสวรรค์ระดับตำนานให้แก่โฮสต์】
【คุณจะได้รับรางวัลผ่าน 'ค่าความนิยม' และ 'ค่าชื่อเสียง'】
ฉินเย่รอสักพัก ก่อนจะขมวดคิ้ว
"แค่นี้เหรอ? จบแล้ว?"
【จากการคำนวณของโมเดลขนาดใหญ่ การตั้งค่ารางวัลนี้เพียงพอที่จะผลักดันโฮสต์สู่จุดสูงสุดของ 'สเตลลาริส'】
"แล้วช่วยรักษาโรคให้ผมได้ไหม?"
【จากการคำนวณของโมเดลขนาดใหญ่ เมื่อโฮสต์ได้รับรางวัลค่าความนิยมและค่าชื่อเสียงถึงระดับหนึ่ง อาการป่วยทางกายภาพจะหายไป】
"เอะอะก็ 'โมเดลขนาดใหญ่' ตกลงคุณเป็นแค่ AI ใช่ไหมเนี่ย?"
【ข้าถูกสร้างขึ้นจากรหัสของสมองกล สมองกลตั้งชื่อข้าว่า 'ระบบ NPC ยอดนิยม'】
ฉินเย่เลิกเถียง ตัดสินใจมองระบบนี้เป็นเหมือนคู่มือถาม-ตอบประจำเกม
เขาสังเกตเห็นหน้าต่างสถานะตัวละคร ช่องสกิล ช่องอุปกรณ์ ช่องเก็บของ...
"แปลก ทำไมไม่มีช่วงตั้งชื่อตัวละคร? แล้ว UID ของผมล่ะ?"
【โฮสต์ สถานะของคุณคือ 'ตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น' หรือ NPC】
คำตอบของระบบทำเอาฉินเย่อึ้งกิมกี่
"ฮะ? ผมกลายเป็น NPC? ตลกร้ายเกินไปแล้ว บริษัทเกมปล่อยบั๊กร้ายแรงขนาดนี้ออกมาได้ไง?"
【'สเตลลาริส' มี NPC นับล้านล้านตัว หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านตลอดเวลา โฮสต์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประมวลผล ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับได้】
หน้าฉินเย่ดำคร่ำเครียด "แล้วผมออฟไลน์ได้ไหม?"
【ได้】
"ถ้าตายในเกม ตัวจริงจะตายไหม?"
【ไม่ แต่จะเสียค่าประสบการณ์ ยิ่งเลเวลสูง ยิ่งเสียเยอะ】
ได้ยินดังนั้น ฉินเย่ก็โล่งอก
ตราบใดที่ยังออกเกมได้ ก็ยังพอรับได้ เขาคงรับไม่ได้หากต้องกลายเป็นแค่โค้ดโปรแกรม
ร่างจริงยังนอนอยู่ในแคปซูล ถ้าออกเกมไม่ได้ ร่างกายคงแห้งตายภายในสองวันแน่
ปัง ปัง ปัง!
เสียงทุบประตูดังลั่น
"ใคร?"
เสียงหงุดหงิดตะโกนตอบ "ไอ้หน้าใหม่! ภารกิจจะเริ่มแล้ว มัวมุดหัวอยู่ได้ ถ้ากลัวตายก็ไปนอนขอทานข้างถนนไป๊!"
ฉินเย่คว้าดาบแล้วเปิดประตู
ชายหัวล้านร่างยักษ์ยืนคาบซิการ์มองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม
มองฉินเย่ราวกับมองขยะ
ฉินเย่เงยหน้าขึ้น
ข้อมูลของชายคนนี้หลั่งไหลเข้ามาในหัว
【ชื่อตัวละคร: ไป๋หุน】
【เลเวล: 14】
【อาชีพ: ไซบอร์กครึ่งร่าง】
"ไซบอร์กครึ่งร่าง?"
สายตาฉินเย่จับจ้องแขนโลหะสีดำมะเมื่อมที่สะท้อนแสงเย็นเยียบ
แขนกล
ฉินเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถาม "ภารกิจอะไร?"
ไป๋หุนแค่นหัวเราะเยาะ "ฉินเย่? ได้ยินว่าเป็นอัจฉริยะที่รอดมาจากแดนอันตราย นึกไม่ถึงว่าจะปอดแหกขนาดนี้? ไม่ต้องมาแกล้งความจำเสื่อม ถ้ากลัวจนฉี่ราดก็รีบไสหัวไปซะ ฮ่าๆ!"
แม้เจ้านี่จะเป็น NPC แต่ฉินเย่ก็เริ่มหงุดหงิด
สีหน้าเขาเย็นชาลง "เมื่อเช้าไม่ได้แปรงฟันเหรอ? ทำไมปากเหม็นเหมือนตดเลยวะ?"
ไป๋หุนชะงัก ไม่คิดว่าฉินเย่จะกล้าต่อปากต่อคำ
สีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดัน อำมหิตทันที
"รนหาที่ตาย!"
ฉินเย่สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร
NPC ยุคนี้ความอดทนต่ำจริงๆ แค่เถียงคำเดียวก็กะจะฆ่าแกงกันเลยหรือ?
ในฐานะนักปั๊มเลเวลมืออาชีพ ฉินเย่ไม่กล้าเคลมว่าเป็นอันดับหนึ่ง แต่ระดับยอดฝีมือนั้นแน่นอน
ล่าบอสระดับสูง, No Damage Challenge, ปัดป้อง 100%, โซโล่ดันเจี้ยนโหดๆ... เขาผ่านมาหมดแล้ว
ในยุคเกมโฮโลแกรม คนเก่งอยู่ที่ไหนก็เก่ง
ถ้าไม่นับสกิลที่ต้องพึ่งเลเวลหรือแต้มสกิล สัญชาตญาณการต่อสู้ของผู้เล่นระดับสูงนั้นน่ากลัวมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับไป๋หุน ฉินเย่ไม่รู้สึกกดดันแม้แต่น้อย
แม้จะยังไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับเกมนี้ แต่ในเมื่อตายแล้วแค่เสีย EXP แล้วเกมเมอร์อย่างเขาจะกลัวอะไร?
ชีวิตจริงก็มะเร็งกินจนจะตายอยู่แล้ว โลกความจริงมันบัดซบขนาดนั้น คิดว่าในเกมผมจะยอมก้มหัวให้คุณเหรอ?
อีกอย่าง ไป๋หุนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน
มันถือว่าการขัดขืนของฉินเย่คือการดูหมิ่น
หมัดจากแขนกลสีดำพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าฉินเย่
ฉินเย่คาดการณ์ไว้แล้ว จึงเอียงคอหลบ
ไม่ใช่เพราะค่าสถานะเขาสูง แต่เพราะการอ่านเกมล่วงหน้า
เวลาสู้กับมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า ช่องว่างของสเตตัสทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างเดียวไม่พอ ต้องพึ่งการอ่านทาง
ลมหมัดหวีดหวิวเฉียดหน้าไป
ฉินเย่ม้วนตัวไปข้างหน้า อ้อมไปโผล่ด้านหลังไป๋หุน
สายตาคมกริบ ชักดาบออกจากฝักในพริบตา
เคร้ง!
ไป๋หุนคาดไม่ถึงว่าฉินเย่จะหลบได้ ในสายตาเขา ฉินเย่ก็แค่ไอ้อ่อนที่โดนหมัดเดียวจอด
แถมยังได้ยินเสียงชักดาบ
"กล้าสวนเหรอวะ?"
ไป๋หุนตวัดขาเตะกวาดไปด้านหลังอย่างรุนแรง
ฉินเย่อ่านทางออกอีกครั้ง เขาหลบแล้วกระชับดาบสองมือ ฟันสวนเข้าที่รักแร้ของไป๋หุน
ตัวละครมีสกิล แต่ฉินเย่เลือกไม่ใช้ เพราะสกิลที่มีไม่เหมาะกับสถานการณ์นี้
ผู้เล่นส่วนใหญ่มักลนลานกดสกิลมั่วซั่วเวลาคับขัน แต่สิ่งที่ควรทำที่สุดคือรักษจังหวะการต่อสู้ของตัวเองไว้
ผู้เล่นระดับเทพเคยกล่าวไว้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ... ซึ่งฉินเย่เข้าใจดี
ทว่า เมื่อคมดาบปะทะผิวหนัง ประกายไฟกลับแตกกระเจิง
ฉินเย่เลิกคิ้ว "ตรงนี้ก็ดัดแปลงมาเหรอ?"
พลังโจมตีของเขาเจาะเกราะไม่เข้า
แม้ไป๋หุนจะไม่บาดเจ็บ แต่ความรู้สึกผสมปนเปไประหว่างตกใจและโกรธแค้น
ถ้าเป็นคนที่มีพลังโจมตีสูงกว่านี้ เขาคงเจ็บหนักไปแล้ว
"ไอ้เวรเอ๊ย!"
ไป๋หุนเดือดดาล แขนกลเริ่มแดงฉานด้วยความร้อน... แต่แววตาของฉินเย่ยังคงสงบนิ่ง
ทุกคนมีจุดอ่อน ต่อให้เป็นไซบอร์กก็เถอะ
ฉินเย่กระชับดาบแน่น ไม่สนใจแขนกลที่ลุกเป็นไฟ พุ่งเข้าใส่ไป๋หุน
เป้าหมาย... ศีรษะ
แต่เมื่อมองเปลวไฟบนแขนกลของไป๋หุน จู่ๆ เหมือนมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาในหัวฉินเย่
ความรู้สึกอิ่มเอิบจากการรู้แจ้งฉับพลันแผ่ซ่านไปทั่วกะโหลก
【พรสวรรค์ 'ญาณหยั่งรู้ท้าสวรรค์' ทำงาน: คุณได้เรียนรู้สกิล 【ดาบอาบอัคคี】】
มุมปากฉินเย่ยกขึ้น
ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณระบบ
นี่สินะ พรสวรรค์ระดับตำนาน?
กระดูกหมูเอาไปต้มพะโล้ ลืมล้างถุงอีกแล้ว—
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นบนตัวดาบ
โลกในเกมนี่มันสุดยอดจริงๆ!
ใบหน้าฉินเย่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มแสยะ เขาอยากระบายความอัดอั้นตันใจตอนรู้ผลตรวจมะเร็งออกมาให้หมดตรงนี้
แขนกลของไป๋หุนรวมศูนย์ลูกไฟ
ด้วยสัญชาตญาณนักปั๊มเลเวล ฉินเย่รู้ทันทีว่าท่าต่อไปไม่พ่นไฟก็ยิงลูกไฟ
ระยะประชิดขนาดนี้ หลบดาเมจทั้งหมดไม่พ้นแน่
งั้นก็... สละแขนสักข้างแล้วกัน
เขาเอียงคอ เปลี่ยนจากจับสองมือเป็นมือเดียว
ไป๋หุนถึงกับตะลึง
ไม่คิดว่าฉินเย่จะไม่หลบ แต่กลับพุ่งสวนเข้ามาพร้อมดาบ เตรียมรับแรงระเบิดตรงๆ
แววตาบ้าคลั่งนั่นทำเอาใจหายวาบ
"แกบ้าไปแล้วเรอะ!" ไป๋หุนคำราม
เขาเห็นแขนซ้ายของฉินเย่ถูกระเบิดจนเละเทะ
แต่เด็กหนุ่มกลับจับด้ามดาบอาบอัคคีแบบ Reverse Grip ด้วยมือขวา แล้วแสยะยิ้มปาดเข้าที่คอของไป๋หุน
วินาทีนั้นเอง สายลมวูบหนึ่งพัดผ่าน
ดาบของฉินเย่ถูกมือปริศนารับไว้อย่างง่ายดาย ส่วนไป๋หุนถูกถีบกระเด็น
ชายวัยกลางคนตาเดียวปรากฏตัวขึ้นคั่นกลาง
เขาเอ่ยเสียงเย็น "จะมาฆ่าแกงกันในร้านข้าหรือไง? พวกแกอยู่หน่วยเดียวกันแน่เรอะ?"
ดาบที่กำลังจะเชือดคอถูกหยุดไว้กลางคัน
ฉินเย่หงุดหงิดมาก
แต่พอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของชายคนนี้ เขาก็ต้องข่มใจไว้
【ชื่อตัวละคร: จินเหิง】
【เลเวล: 31】
【อาชีพ: นักสู้สายลม】
ตัวตึง... ช่องว่างระดับนี้ ฝีมือการเล่นแค่ไหนก็ถมไม่เต็ม
แถมอาชีพนั่นดูเหมือนจะผ่านการเปลี่ยนคลาสมาแล้วด้วย
จินเหิงมองฉินเย่ที่แขนขาดกระจุย ก่อนจะโยนขวดยาให้
【ยาฟื้นฟู (Lv. 15): ใช้รักษาอาการบาดเจ็บและเร่งการงอกของเนื้อเยื่อ ไม่มีผลกับเลเวลสูงกว่า 15】
เขาพูดเรียบๆ "ข้ารู้ว่ามันเริ่มก่อนและเอ็งก็ไม่ผิด แต่งานต้องมาก่อน"
ฉินเย่ยิ้ม รับยาฟื้นฟูมากระดกทีเดียวหมด
เนื้อเยื่อที่แขนเริ่มงอกใหม่อย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่นานก็กลับเป็นปกติ
ฉินเย่ชินกับเรื่องพวกนี้จากเกมอื่นแล้ว
แต่พอยาออกฤทธิ์ เหงื่อเม็ดโป้งก็ผุดเต็มหน้าผาก เส้นเลือดปูดโปนตุบๆ
ทำไมมันเจ็บขนาดนี้วะ?