เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ตัวแทนสามสำนัก

บทที่ 18 - ตัวแทนสามสำนัก

บทที่ 18 - ตัวแทนสามสำนัก


บทที่ 18 - ตัวแทนสามสำนัก

★★★★★

"วันนั้น ถ้าข้าไม่ได้บังเอิญไปเดินซื้อของที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของตลาด ป่านนี้คงกลายเป็นผีเฝ้าตลาดไปแล้ว"

"ข้าเลยอยากหาเพื่อนอยู่ด้วยกัน จะได้ช่วยกันระวังภัย"

เฉินเฉียนลิวกำลังจะอ้าปากบอกว่า "ผมพลังต๊อกต๋อย คงปกป้องพี่สาวไม่ได้หรอกครับ" แต่ก็ชะงักไป นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้ระดับพลังจริงๆ ของเขา อาจจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นยอดฝีมือที่ "แอ๊บเด็ก" ซ่อนเขี้ยวเล็บอยู่ เลยมาขอพึ่งใบบุญ

พูดตามตรง ร่างกายตอนนี้ของเฉินเฉียนลิวยังไม่ครบสิบขวบดีด้วยซ้ำ

ผู้ฝึกตนหน้าตากับอายุไม่ตรงกันก็จริง แต่เฉินชิงคงไม่มีรสนิยมกินเด็กหรอก นางแค่อยากหา "ที่พึ่ง" ซึ่งจะพึ่งได้จริงหรือเปล่า นางก็คงเสี่ยงดวงเอา เพราะกลัวจนลนลานแล้ว

อืม... หรืออาจจะเห็นว่าเฉินเฉียนลิวดูเป็นเด็ก ต่อให้อยู่ด้วยกันก็อ้างว่าเป็น "พี่น้อง" ได้ ไม่ดูน่าเกลียด และถ้าวันหน้าอยากแยกทางก็ง่าย

เฉินเฉียนลิวคิดสะระตะแล้ว เขาก็มีเหตุผลที่ต้องหาที่ซุกหัวนอนเหมือนกัน เขาต้องการที่ที่ปลอดภัยไว้ซ่อนตัวและซ่อนสมบัติ เพราะตอนนี้เขามี "บุญกุศล" ติดตัวมาตั้งสิบเจ็ดศพ ขืนเดินโทนๆ คนเดียวอาจโดนสงสัย

ถ้าไปอยู่กับเฉินชิง... ก็ดูสมเหตุสมผล

แถมแซ่เฉินเหมือนกัน คนต้องเข้าใจผิดว่าเป็นพี่น้องแน่ๆ และคนที่รู้ความจริงว่าพวกเขาไม่ใช่พี่น้องกัน ส่วนใหญ่ก็น่าจะตายไปหมดแล้วในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนั้น

คิดได้ดังนั้น เฉินเฉียนลิวก็หัวเราะ "ข้าเองก็ขวัญเสียเหมือนกัน มีพี่สาวเฉินคอยดูแล ย่อมเป็นเรื่องดี"

เฉินชิงถอนหายใจโล่งอก "งั้นตามข้ามาทางนี้"

นางพาเฉินเฉียนลิวไปที่แผงขายของเดิมของนาง แล้วยื่นมือเรียวงามไปเคาะที่ก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง "ก๊อกๆ"

ภาพตรงหน้าเฉินเฉียนลิววูบไหว ปรากฏเป็นเรือนไทย... เอ้ย เรือนจีนโบราณหลังเล็กกะทัดรัด สวยงามวิจิตร

เฉินชิงเห็นเขาทำหน้างง เลยกระซิบอธิบาย "เมื่อก่อนมีเซียนพเนจรคนหนึ่งเชี่ยวชาญวิชาสถาปัตย์ เขาตั้งใจจะปักหลักที่นี่เลยทุ่มทุนสร้างเรือนวิเศษหลังนี้ขึ้นมา"

"แต่ต่อมาที่บ้านเขามีเรื่องด่วน ต้องรีบย้ายออก เลยจำใจขาย ข้าทุ่มหมดหน้าตัก บวกกับไปยืมเงินคนอื่นมาโปะ ถึงซื้อที่นี่ไว้ได้"

เฉินเฉียนลิวตาเป็นประกาย เขาเป็นพวกตาถึง "เรือนนี้มีค่ายกลป้องกันในตัว แถมเคลื่อนย้ายไม่ได้ ถ้าไม่ใช่สถานการณ์บังคับ ราคาคงไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามสิบหินวิญญาณแน่ๆ"

เฉินชิงยิ้มแหยๆ "เขาขายด่วน ข้าเลยได้มาในราคาแค่ห้าหินวิญญาณ"

เวลาผู้ฝึกตนพูดถึงหินวิญญาณ จะหมายถึงระดับล่าง ซึ่งคุณภาพและราคาแกว่งไปมา ไม่ใช่สกุลเงินที่เสถียรนัก

เฉินเฉียนลิวขี้เกียจคำนวณมูลค่าทรัพย์สินคนอื่น เอาจริงๆ ถ้ำแสงอัคคีของเขาถ้าตีมูลค่าออกมา คงแพงกว่าที่นี่หลายเท่า ติดแค่ว่าเมียเก่ามีหุ้นอยู่ครึ่งนึง

ทั้งสองคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ยิ่งผ่านความตายมาด้วยกัน ยิ่งรู้สึกสนิทใจขึ้น

เรือนหลังน้อยมีห้าห้อง ห้องหนึ่งเฉินชิงนอน ห้องหนึ่งเป็นโกดังเก็บของและวัสดุ ห้องหนึ่งเป็นเวิร์กช็อปทำงานฝีมือ อีกห้องเป็นห้องพระสำหรับฝึกสมาธิ

เหลือห้องว่างอยู่ห้องหนึ่งพอดี เฉินเฉียนลิวเลยไม่มีสิทธิ์เลือก แต่โชคดีที่ขนาดห้องมันเท่าๆ กัน อยู่สบายเหมือนกัน

เฉินชิงไม่ได้ตั้งใจจะหาคนมาแชร์บ้านตั้งแต่แรก แต่เหตุการณ์ฆ่าล้างตลาดทำให้นางหลอน

ตอนที่นางหนีกลับมา นางเป็นกลุ่มแรกๆ ที่กลับมาถึง

รอจนเฉินเฉียนลิวโผล่มา ผ่านไปสองสามเดือน ไม่เห็นคนหน้าคุ้นกลับมาอีกเลย

ตอนนี้พวกเซียนในตลาดล้วนเป็นหน้าใหม่ที่หวังมาขุดทองเหมือนเฉินเฉียนลิว

แต่พวกนี้มาช้าไป ตลาดวายหมดแล้ว ของดีโดนเก็บไปเกลี้ยง

พอไม่ได้อะไร ก็ไม่อยากกลับ เลยปักหลักอยู่ต่อ กลายเป็นประชากรกลุ่มใหม่

เฉินชิงพลังน้อย ไม่กล้าสุงสิงกับคนแปลกหน้าพวกนี้ อยู่คนเดียวก็ระแวง พอเจอเฉินเฉียนลิวเลยรีบชวนมาอยู่ด้วย อย่างน้อยก็อุ่นใจ

นางจัดแจงที่นอนหมอนมุ้งให้เฉินเฉียนลิว แถมยังเตรียมกระดาษหมึกพู่กันไว้ให้เสร็จสรรพ พอมองดูเฉินเฉียนลิวนั่งส่องกระดาษยันต์กับแสงแดด นางก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอย่างประหลาด "เมื่อก่อนรู้จักกันหมด อยู่คนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวนี้คนแปลกหน้าเต็มไปหมด ตีกันทุกสามวันห้าวัน มีผู้ชาย (มั้ง) อยู่ในบ้านสักคน ก็ยังดีกว่าไม่มี"

เฉินเฉียนลิวลูบกระดาษยันต์ด้วยความคิดถึง ชาติที่แล้ววาดจนมือหงิก

ชาตินี้... ยิ่งแล้วใหญ่ หกเดือนในตลาดเซียน หาเงินได้แค่สองร้อยกว่าเหรียญยันต์ ซื้อหินดิบได้ก้อนเดียว กระดาษยันต์เกรดดีๆ อย่าหวังจะได้จับ ได้ใช้แค่กระดาษเหลืองเกรดต่ำ

โชคดีที่ฝีมือเทพ ใช้กระดาษห่วยก็วาดออกมาขลังได้ ขายออกตลอด

"พี่สาวเฉิน กระดาษพวกนี้คิดเท่าไหร่ เดี๋ยวข้าจ่ายให้"

เฉินชิงยิ้มหวาน "เรามาอยู่ด้วยกันช่วยกันทำมาหากิน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องคิดมากหรอก"

เฉินเฉียนลิวก็ไม่เรื่องมาก "งั้นข้ารับน้ำใจพี่สาวไว้ละกัน"

เขาคิดนิดนึงแล้วบอกว่า "ข้ามี 'กวางขาวยันต์' อยู่ตัวหนึ่ง ถ้าพี่สาวจะออกไปไหนไกลๆ ก็เอาไปใช้ได้นะ"

เฉินเฉียนลิวมีของดีในมือสี่อย่างที่เปิดเผยได้: ตราประทับภูผาท้อ, ธงเมฆา, มุกวายุ และยันต์หยกเพลิงส่องหล้า (ที่ยังทำไม่เสร็จดี)

ส่วนธงปั่นป่วนวิญญาณเขาจะเอาไปโมดิฟายด์รวมกับธงเมฆา ขวานเจาะหินเอาไว้เปิดกล่องสุ่ม ที่เหลือ... กระบี่ไร้ลักษณ์สองเล่มนั่น อยากขายทิ้งใจจะขาด แต่บอกใครไม่ได้ เดี๋ยวความแตก

เฉินชิงตาโต นางพอเดาได้ว่าเฉินเฉียนลิวมีของดีซ่อนอยู่ แต่ไม่นึกว่าจะมีพาหนะวิเศษด้วย

นางจำได้ลางๆ ว่าตอนเขามาที่นี่ครั้งแรก เขาขี่กวางขาวมากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนนี้รู้ที่มาของกวางแล้ว แต่เด็กคนนั้นเป็นใคร นางอยากรู้แต่ก็เกรงใจ คิดว่ายังไม่สนิทกันขนาดนั้น เลยเงียบไว้ แล้วขอตัวไปทำกับข้าว

ตลาดเซียนซุยหยางวุ่นวายอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งสำนักจันทร์เสี้ยว สำนักระฆังทอง และสำนักเขาหยก ส่งตัวแทนมาคุมสถานการณ์ ความสงบถึงกลับคืนมา

สามสำนักรู้ดีว่าตลาดนี้คือบ่อเงินบ่อทอง ถ้าปล่อยให้ล่มสลาย พวกเขาจะลำบากเรื่องหาซื้อของและระบายสินค้า เลยต้องยื่นมือเข้ามาอุ้ม พวกเขาให้เงินกู้แก่ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนที่ตั้งใจจะปักหลัก เพื่อดึงดูดให้คนอยู่ต่อ

ส่วน "คนเก่าแก่" อย่างเฉินเฉียนลิวและเฉินชิง ได้รับสิทธิพิเศษ แต่งตั้งให้เป็น "ผู้ดูแลชั่วคราว" ของตลาด ซึ่งตำแหน่งนี้เมื่อก่อนเป็นของนักพรตเบญจธรรม

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - ตัวแทนสามสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว