- หน้าแรก
- จากการขับหุ่นยนต์ไปจนถึงกองยานอวกาศ ฉันปกครองดวงดาว
- บทที่ 24 อัศวินฝึกหัด
บทที่ 24 อัศวินฝึกหัด
บทที่ 24 อัศวินฝึกหัด
เช้าวันถัดมา การรบได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะที่ว่า “เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ” นั้น หมายถึงการรบของหน่วยหุ่นยนต์ ส่วนการรบของทหารราบ ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
หน่วยทหารราบฝีมือเยี่ยม ได้เริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่กลางคืน พวกเขาลอบข้ามทุ่งกับระเบิดของศัตรู เข้าไปยังแนวป้องกันรอบนอกของโรงงานเหล็กเบฮีมอธ
หลังจากสังหารศัตรูบางส่วนแล้ว หน่วยทหารเหล่านี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปะทะกับทหารภายในโรงงานเหล็กโดยตรง
หลังจากผ่านการรบอันดุเดือดมาตลอดทั้งคืน พวกเขาก็สามารถยึดจุดยุทธศาสตร์ขนาดเล็กไว้ได้หลายแห่ง และกำลังรอการสนับสนุนจากกองกำลังส่วนหลัง
จุดยุทธศาสตร์เหล่านี้ อาจเป็นซากอาคารที่ถล่มลงมา อาจเป็นเตาหลอมเหล็ก หรืออาจเป็นมุมหนึ่งของโรงงานก็ได้
การสู้รบในเวลากลางคืนนั้นอันตรายมาก ไม่ว่าจะเป็นฝั่งป้องกันหรือฝั่งบุกก็ตาม
เมื่อทหารราบฝีมือดีเหล่านี้สามารถยึดจุดยุทธศาสตร์ได้แล้ว พวกเขากับฝ่ายศัตรูก็ได้เปลี่ยนสถานะ กลายเป็นผู้ป้องกันแทน
ศัตรูต้องการขับไล่พวกเขาออกจากจุดยุทธศาสตร์เหล่านี้ ก็จำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีเสียเอง
และแน่นอนว่าเวลากลางคืนไม่เหมาะกับการรบ ดังนั้นเมื่อเข้าสู่เวลากลางวัน การรบก็เริ่มทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น
ภายในห้องประชุมแห่งหนึ่ง เจียงโหลวยังคงอบรมหลี่ซิ่นต่อไป
“ศัตรูของเรา คืออัศวินแห่งมีลดา แน่นอนว่า บางทีที่นี่อาจเป็นเพียงหนึ่งในหน่วยย่อยของอัศวินแห่งมีลดาเท่านั้น”
“ตามข่าวกรองแล้ว กำลังที่ประจำอยู่ภายในโรงงานเหล็กเบฮีมอธน่าจะเป็นกองทัพข้ารับใช้มีลดาของพวกเขา ระดับก็ประมาณเดียวกับบริษัทป้องกันเหิงอันของเรา”
“ภายในโรงงานแห่งนี้ น่าจะมีอย่างน้อยหนึ่งกองพลราบ กับหน่วยยานเกราะที่เสริมเข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง รวมแล้วประมาณห้าพันห้าร้อยคน”
“แน่นอนว่าทหารราบของกองทัพข้ารับใช้มีลดานั้นไม่มีอะไรให้น่ากังวล ถ้ามีเพียงแค่พวกนั้นล่ะก็ แค่หุ่นยนต์สามตัวของพวกเรา ใช้เวลาอีกสักหน่อยก็สามารถกวาดล้างพวกศัตรูที่อยู่บนพื้นผิวได้หมด ยกเว้นแต่พวกที่หลบซ่อนในที่แคบ ๆ ที่หุ่นยนต์เข้าไม่ถึง”
“ศัตรูตัวจริงของเรา คือบรรดาอัศวินแห่งมีลดา”
“พวกเขาเองก็เป็นเหมือนกับเรา เป็นหน่วยหุ่นยนต์!”
บนม่านฉายตรงหน้าเจียงโหลว ปรากฏภาพของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งขึ้นมา
เจียงโหลวชี้ไปที่หุ่นยนต์ตัวนั้น แล้วกล่าวว่า “หุ่นยนต์ตัวนี้ ฉันเชื่อว่านายน่าจะดูข้อมูลไปแล้ว แต่ขอทวนอีกครั้ง!”
“หุ่นยนต์ตัวนี้ ถ้าดูตามระดับแล้ว อยู่ในระดับเดียวกับข้ารับใช้ดาบสั้น คือคลาส D”
“เรียกว่า หุ่นยนต์อัศวินฝึกหัด!”
“ในฐานะหุ่นยนต์คลาส D ไม่ว่าจะเป็นทางอัศวินแห่งมีลดา หรือเราบลูพริ้นท์ไบโอเทคกรุ๊ป ต่างก็พัฒนาหุ่นยนต์ในระดับนี้มาแทบจะถึงขีดสุดแล้ว”
“คุณสมบัติของตัวหุ่นยนต์ทั้งสองฝ่ายคล้ายกัน เพียงแต่เน้นคนละด้าน!”
“ข้ารับใช้ดาบสั้นของเรา เป็นหุ่นยนต์ที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรบระยะไกล สนับสนุนด้วยอาวุธ หรือการต่อสู้ระยะประชิด ล้วนมีประสิทธิภาพดี”
“แต่โดยทั่วไปแล้ว เธอก็รู้ว่าคำว่ารอบด้าน อีกความหมายก็คือ ‘ธรรมดา’!”
“เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หุ่นยนต์อัศวินฝึกหัดจะเน้นหนักไปทางการต่อสู้ระยะประชิดเป็นหลัก!”
“ซึ่งจุดนี้แหละที่นายต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะความสามารถระยะประชิดของนายยังอ่อนที่สุด”
พูดจบ เจียงโหลวก็จ้องมองหลี่ซิ่นแน่นิ่ง
หลี่ซิ่นก็ไม่ได้แย้งอะไร เพราะสิ่งที่เจียงโหลวพูดนั้นเป็นความจริง เขาอ่อนด้อยเรื่องการรบระยะประชิดจริง ๆ
ก็ช่วยไม่ได้ ผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนมาแค่สิบเก้าวัน แค่สามารถควบคุมหุ่นยนต์แล้วลงสนามรบได้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
การฝึกระยะประชิดของหุ่นยนต์นั้นกินเวลามหาศาล
ในระดับภายในของชิปประมวลผลสมอง หลี่ซิ่นมีค่าประสบการณ์การรบระยะประชิดแค่ระดับ D1 เท่านั้น คือพึ่งเริ่มต้น
ส่วนค่าประสบการณ์ด้านการควบคุมและการรบด้วยอาวุธระยะไกลอยู่ที่ระดับ D2 ก็ดีกว่า D1 นิดเดียว
ที่มีระดับเท่านี้ได้ ก็เพราะเขามีชิปสองตัว แถมชิปสมองอัจฉริยะชีวภาพก็มีประสิทธิภาพสูงมาก ถึงมีผลงานได้เท่านี้
เจียงโหลวพูดต่อว่า “อัศวินฝึกหัดพวกนี้ ล้วนเป็นบ้าใกล้เคียงกับพวกนักสู้ประชิด พวกเขาแทบไม่มีอาวุธระยะไกลด้วยซ้ำ อาวุธของพวกเขาอาจด้อยกว่ารถถังเสียอีก”
“เพราะละทิ้งการรบระยะไกล พวกเขาจึงสามารถใช้พื้นที่ในตัวเครื่องไปเพิ่มพลังให้กับระบบการรบระยะประชิดได้อย่างเต็มที่”
“หุ่นยนต์ของพวกเขามีพลังมากกว่า เร็วกว่า และด้วยการที่อาวุธระยะไกลอ่อนแอ ทำให้พวกเขาสามารถติดตั้งวอยด์ชีลด์ที่แข็งแกร่งกว่า รับมือกับการโจมตีด้วยการยิงได้มากขึ้น”
“พวกเขามักใช้นพาวเวอร์แอ๊คซ์ด้ามยาว หรือพาวเวอร์สเปียร์ ซึ่งก็คล้ายกับอาวุธของนาย”
“ที่สำคัญที่สุดคือ จำนวนของพวกเขามากกว่าเรา!”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ น้ำเสียงของเจียงโหลวก็เริ่มจริงจังขึ้นมา
“มาก? มากแค่ไหน?” หลี่ซิ่นถาม
เฟิงไต้ถอนหายใจแล้วตอบว่า “หนึ่งหน่วยรบของพวกเขามีหุ่นยนต์ห้าตัว!”
“เข้าใจหรือยัง!”
“ในสนามรบทั่วไปก็อาจไม่ต่างกันมาก แต่สำหรับสนามรบอย่างโรงงานเหล็กเบฮีมอธ พวกเขาจะได้เปรียบด้านจำนวนทันที”
เจียงโหลวรีบขัดคำพูดของเฟิงไต้ “อย่าไปฟังเขาพูดให้กลัวเกินจริง การรบต่อเนื่องแบบนี้ ไม่ได้มีแค่ฝ่ายเราที่กำลังพลน้อย ฝ่ายตรงข้ามก็ขาดคนเช่นกัน”
“ตอนศึกชิงโรงงานเบฮีมอธครั้งก่อน หน่วยรบของพวกเขาก็ยังไม่ครบองค์เหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวลมากนัก!”
เฟิงไต้ก็พยักหน้าเห็นด้วย “หลี่ซิ่น นายโชคดีแล้วที่ได้เข้าร่วมทีมของพวกเรา หัวหน้าทีมของเราพลังจิตสูงกว่าใคร เพิ่มพลังให้หุ่นยนต์ได้มาก แถมยังเป็นนักสู้ระยะประชิดที่ขึ้นชื่อ!”
“ถึงอัศวินฝึกหัดจะรุมสองต่อหนึ่ง ยังแพ้หัวหน้าเราได้เลย ครั้งก่อนก็โดนสวนตายไปตัวนึงแล้ว”
“รอบนี้ นายอาจแค่อยู่ข้างหลังใช้ปืนกลเก็บศัตรูที่ยิงจากระยะไกล การรบก็จบแล้ว!”
ความกังวลในใจของหลี่ซิ่นคลายลงเล็กน้อย เขายิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงดีที่สุด!”
ขณะที่พวกเขากำลังประชุมกัน การบุกโจมตีโรงงานเหล็กเบฮีมอธก็เข้มข้นถึงขีดสุด
นอกฐานทัพหน้า หน่วยปืนใหญ่ได้ตั้งปืนใหญ่ระเบิดแรงสูงเรียบร้อยแล้ว ปืนใหญ่นับไม่ถ้วนเริ่มระดมยิงแนวป้องกันรอบนอกของกองพลราบแห่งมีลดาอย่างรุนแรง
การระดมยิงที่รุนแรงเช่นนี้กินเวลานานถึงหกชั่วโมง พื้นที่แนวป้องกันรอบนอกของโรงงานเหล็กเบฮีมอธถูกถล่มจนแทบราบเป็นหน้ากลอง
แต่กระนั้น อานุภาพของการยิงปืนใหญ่กลับไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อศัตรูนัก นอกจากทำให้ซากอาคารพังยับเยินกว่าเดิมก็แทบไม่มีผลอะไร
อย่าว่าแต่เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินอันซับซ้อนของโรงงานเหล็กเบฮีมอธเลย แม้แต่บนผิวดิน ใต้กองซากอาคารเหล่านั้น ก็อาจยังมีทหารศัตรูซ่อนตัวอยู่
เป้าหมายหลักของการระดมยิงรอบนี้ แท้จริงแล้วคือการกวาดล้างกับระเบิดและกับดักที่ฝังไว้โดยศัตรูบริเวณรอบนอกต่างหาก