- หน้าแรก
- จากการขับหุ่นยนต์ไปจนถึงกองยานอวกาศ ฉันปกครองดวงดาว
- บทที่ 16 ข้ารับใช้ดาบสั้น
บทที่ 16 ข้ารับใช้ดาบสั้น
บทที่ 16 ข้ารับใช้ดาบสั้น
แท้จริงแล้ว ภายในอาคารขนาดมหึมานี้ คือคลังเก็บหุ่นยนต์
ภายใต้แสงไฟ หุ่นยนต์สงครามมหึมาสี่เครื่องยืนอยู่กับที่
ข้อมูลประจำตัวของหลี่ซิ่นในขณะนี้ ได้รับการเปลี่ยนเป็น:
นักขับหุ่นยนต์ฝึกหัด M1D3: หลี่ซิ่น!
ดังนั้น สิทธิ์การเข้าถึงของเขาก็ได้รับการอัปเดตโดยอัตโนมัติ
ทันทีที่สายตาของเขาเห็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่อยู่แถวหน้า ชิปในตัวก็เริ่มสแกนทันที และแสดงข้อมูลของมันออกมา
นี่คือหุ่นยนต์คลาส D รุ่น: ข้ารับใช้ดาบสั้น
ความสูงของหุ่น: 7.13 เมตร
เป็นหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ โดยห้องนักขับอยู่บริเวณหน้าอก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเกราะป้องกันหนาแน่นที่สุดของทั้งตัว
ความเร็วในการเคลื่อนที่ปกติของหุ่น: 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความเร็วสูงสุดขณะต่อสู้: 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบอาวุธของข้ารับใช้ดาบสั้น ทรงพลังอย่างยิ่ง ถูกออกแบบให้เป็นโมดูลาร์ โดยแขนซ้ายสามารถติดตั้งปืนกล 6 ลำกล้อง ขนาด 20 มม. และยังสามารถเลือกติดตั้งระหว่าง:
ปืนแม่เหล็กไฟฟ้า 120 มม.
ปืนพลาสมา 85 มม.
ปืนเลเซอร์ 55 มม.
ซึ่งอาวุธแต่ละชนิดจะถูกเลือกตามภารกิจ และประเภทของศัตรูที่จะเผชิญ
แขนขวาของหุ่นสามารถติดตั้งอาวุธระยะประชิด เช่น:
พาวเวอร์แฮมเมอร์
พาวเวอร์ซอร์ด
พาวเวอร์ฮาวเบิร์น
ดาบเลื่อยยนต์
บนหัวไหล่ของข้ารับใช้ดาบสั้น ยังสามารถติดตั้งแท่นยิงมิสไซล์สองชุด หรือแท่นยิงจรวดสองชุด สำหรับการโจมตีทางอากาศหรือเสริมอานุภาพไฟร์พาวเวอร์ทางภาคพื้น
หุ่นยนต์รุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องการโจมตี แต่การป้องกันก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ตัวหุ่นทำจากโลหะผสมทางทหารคลาส D ที่สามารถต้านทานกระสุนหลากหลายขนาดได้
แม้แต่ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าขนาด 120 มม. ซึ่งตัวมันเองก็ใช้อยู่ ยังต้องยิงถึงสามนัดขึ้นไป ถึงจะเจาะเกราะได้
และนี่ก็ยังเป็นเพียง เกราะพื้นฐาน ของมันเท่านั้น เพราะหุ่นรุ่นนี้สามารถติดตั้งเกราะเสริมเพิ่มเติมก่อนการรบ โดยแลกความเร็วในการเคลื่อนที่กับพลังป้องกันที่เพิ่มขึ้น
บริเวณใต้เท้าของนักขับ ภายในห้องหน้าอกของหุ่นยนต์ มีอุปกรณ์พิเศษชิ้นหนึ่งเรียกว่า เครื่องกำเนิดวอยด์ชีลด์
อุปกรณ์นี้สามารถประสานกับพลังจิตเพื่อสร้าง วอยด์ชีลด์ ซึ่งป้องกันการโจมตีจากระยะไกล โดยสามารถส่งคลื่นพลังไปยังวาร์ปเพื่อสลายการโจมตี
อย่างไรก็ตาม วอยด์ชีลดไม่ได้ไร้จุดอ่อน เพราะมันมีขีดจำกัดในการรับแรงโจมตี หากการโจมตีรุนแรงเกินไป หรือถี่เกินไป จนทะลุขีดจำกัด ก็จะเกิดภาวะ “โอเวอร์โหลด” และทำให้วอยด์ชีลดหยุดทำงานชั่วคราว
นอกจากนี้ วอยด์ชีลดยังไม่สามารถป้องกันการโจมตีระยะประชิด หรือการจู่โจมจากอาวุธที่เจาะทะลุผ่านเข้าไปภายในตัวโล่ได้
กล่าวโดยสรุป วอยด์ชีลดเหมาะสำหรับการป้องกันอาวุธพลังงานและการยิงด้วยความเร็วสูง แต่ไม่เหมาะกับการโจมตีช้า ๆ หรือการต่อสู้ระยะประชิด
ถึงกระนั้น การมีวอยด์ชีลด ก็ทำให้อัตราการอยู่รอดของข้ารับใช้ดาบสั้นสูงขึ้นอย่างมากในสนามรบ
หุ่นยนต์รุ่นนี้ไม่มีศีรษะ เพราะมันไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ จึงไม่ต้องการ "หัว" เป็นจุดอ่อน
นักขับประจำอยู่ในลำตัว และระบบหลักของหุ่นทั้งหมดก็รวมอยู่ในช่วงลำตัว
ระบบพลังงานของหุ่นยนต์ ใช้ เตาปฏิกรณ์ฟิวชันระดับจุลภาคแบบอะตอมย่อย ซึ่งติดตั้งไว้ด้านหลังของหุ่น
สามารถเสริมหน่วยพลังงานแบบแข็งเพื่อยืดอายุการใช้งานในการรบ โดยเฉพาะเมื่อใช้อาวุธอย่างปืนพลาสมา ปืนเลเซอร์ และปืนแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งกินพลังงานมหาศาล
พลังงานจึงเป็นหัวใจสำคัญของหุ่นยนต์ ถ้าขาดพลังงาน มันก็ไม่ต่างอะไรจาก "โลงศพขนาดยักษ์รูปคน"
ถึงอย่างนั้น โดยทั่วไป หุ่นยนต์มักจะมีพลังงานเพียงพอสำหรับการรบต่อเนื่องนานกว่าครึ่งเดือนต่อการเติมพลังหนึ่งครั้ง
หลี่ซิ่นมองดูหุ่นยนต์เบื้องหน้า พร้อมกับข้อมูลจากในชิปสมองอัจฉริยะ ก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
ตามความเข้าใจปกติ หุ่นยนต์ไม่ควรจะจำเป็นในสงครามจริง
หากจะออกแบบอาวุธรบที่เหมาะสมที่สุด หุ่นยนต์สองขาไม่มั่นคง ถ้าจะเพิ่มขามากขึ้นก็จะซับซ้อนเกินไป ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกสภาพพื้นที่คือ "แบบตีนตะขาบ"
รูปร่างคล้ายมนุษย์ก็มีข้อเสีย เช่น พื้นที่รับแรงกระแทกมาก จุดศูนย์ถ่วงสูง และพลิกคว่ำง่าย จึงควรทำให้เตี้ยลง
ระบบอาวุธก็ควรฝังไว้ในตัวเครื่อง ไม่ใช่ถืออาวุธแบบ "กันดั้ม" ซึ่งดูไร้เหตุผล
ถ้ารวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน จะพบว่า "ถังเก็บพลังงานติดปืนกล" แบบนี้ มันคือ "รถถัง"
แต่ยุคสมัยก็เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ออกแบบอาวุธต่างพากันปวดหัว
ด้วยการค้นพบโดยบังเอิญ วอยด์ชีลด์ (虚空盾) ก็ถือกำเนิดขึ้น อุปกรณ์ป้องกันบนยานพาหนะขนาดใหญ่ตัวนี้ เปลี่ยนรูปแบบการรบโดยสิ้นเชิง
เมื่อมี "โล่ที่แข็งแกร่ง" ปรากฏในสนามรบ ก็ยังไม่มี "หอกที่ทรงพลัง" มาทำลายมัน
นักออกแบบอาวุธที่ฉลาดจึงหันมาเล่นกับ "จุดอ่อน" ของโล่ นั่นคือ "อาวุธระยะประชิด"
และด้วยเหตุนี้เอง หุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ จึงถือกำเนิดขึ้น
มันขับเคลื่อนโดยไซเคอร์
ติดอาวุธไกลได้ ใช้โล่ได้ และยังถืออาวุธประชิดได้อีกด้วย
พลังจิต และวอยด์ชีลด์ ได้เปลี่ยนสถานะของหุ่นยนต์จาก "ของเล่นไซไฟ"
ให้กลายเป็น “ราชาแห่งสมรภูมิรบภาคพื้นดิน” ไม่สิ ต้องเรียกว่า “ราชาแห่งสงคราม” เลยด้วยซ้ำ
เพราะแม้แต่ในอวกาศ หุ่นยนต์แบบนี้ก็ยังมีบทบาทสำคัญ
แน่นอน รถถังก็ยังไม่สูญพันธุ์ เช่นเดียวกับทหารราบ เพราะรถถังที่ปรับตัวเก่งยังคงเป็นกำลังเสริมที่สำคัญในการรบ
เพียงแต่ว่า รถถังไม่สามารถติดตั้งวอยด์ชีลด์ได้ เพราะต้องอาศัยไซเคอร์ในการควบคุม
ถึงแม้รถถังจะยังทรงพลัง แต่มันก็ไม่อาจเทียบได้กับหุ่นยนต์ในยุคนี้อีกต่อไป
หลี่ซิ่นมองหุ่นยนต์ทั้งสี่ในโรงเก็บด้วยสายตาเปล่งประกาย รู้สึกเลือดในกายเดือดพล่าน ใครเล่าจะไม่หลงรักของเล่นชิ้นยักษ์แบบนี้?
แต่น่าเสียดายเล็กน้อย ตรงที่ในคลังแห่งนี้ แม้จะมีหุ่นยนต์สี่ตัว แต่มีเพียงสามตัวเท่านั้นที่ยังดูดี
ส่วนตัวสุดท้าย มีสภาพเสียหายหนัก
แขนขวาขาดหาย
แผงหน้าอกและหน้าท้องเปิดออก
ห้องนักขับเผยให้เห็นอย่างชัดเจน
ฝากระสุนและแผ่นเกราะด้านนอกก็วางอยู่ข้าง ๆ
เมื่อหลี่ซิ่นเห็นรอยแผลเหวอะหวะและเกราะที่ถูกบิดเบี้ยว บางสิ่งในใจที่กำลังพุ่งพรวดกลับเย็นชืดลงทันที…
__________________________________________________
เหมือนได้ไอเดียการแต่งมาจาก wh40k แต่ก็ไม่ใช่แฟนฟิค เผื่อคนไม่เข้าใจ
วอยด์ชีลด์ หรือ void shield เป็นเหมือนบาเรียรอบตัวที่จะส่งการโจมตีจากพวกอาวุธระยะไกล ให้ไปอีกมิติหนึ่ง
ส่วนพวกอาวุธพาวเวอร์ต่างๆ พาวเวอร์ซอร์ด เป็นเหมือนการสร้างสนามพลังขึ้นมาที่อาวุธทำให้พลังทำลายถึงระดับอะตอม