เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31: ความเป็นมาของแก๊งสี่จตุรเทพ 1 (อ่านฟรี)

ตอนที่ 31: ความเป็นมาของแก๊งสี่จตุรเทพ 1 (อ่านฟรี)

ตอนที่ 31: ความเป็นมาของแก๊งสี่จตุรเทพ 1 (อ่านฟรี)


ตอนที่ 31: ความเป็นมาของแก๊งสี่จตุรเทพ

ทันทีที่มาถึงสถานีตำรวจ เสี่ยวเฉิงก็พลันตระหนักได้ทันทีว่าทำไมผู้กองถึงอยากให้เขาเปลี่ยนพื้นที่ลาดตระเวน และในตอนนี้ ดูเหมือนว่าพวกวัยรุ่นจอมอันธพาลรวมถึงนายน้อยหยุนที่ถูกขังอยู่จะได้รับการประกันตัวจากพ่อแม่ของพวกเขาแล้ว

ถึงกระนั้น ผู้บริหารระดับสูงเองก็อาจจะคิดว่าเด็กวัยรุ่นหัวรั้นพวกนี้ได้ถูกกุมขังมาเป็นเวลาสามวันแล้ว อย่างน้อยพวกเขาก็คงจะได้เรียนรู้บทเรียนอะไรกลับไปบ้าง อีกทั้ง มันคงถึงเวลาที่จะต้องปล่อยตัวพวกเขาออกไป

ทันทีที่เสี่ยวเฉิงเดินเข้ามายังสถานีตำรวจ ทนายความกลุ่มเดิมก็กำลังลงนามและเซ็นเอกสารประกันตัวลูกความของตนอยู่

ทั้งนายน้อยหยุนและพรรคพวกที่เดินออกมาจากกรงเหล็กต่างพลันยืดเส้นยืดสาย แต่ทว่า ทันทีที่พวกเขาเห็นเสี่ยวเฉิง ทั้งสิบสองคนก็รีบเดินเข้ามาขวางทางเพื่อไม่ให้เขาเดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

ทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการคนหนึ่งก็พลันตะโกนขึ้น "พวกนายคิดจะทำอะไรกัน?"

แน่นอน พวกเด็กวัยรุ่นหัวรั้นทั้งสิบสองคนพยายามที่จะหาเรื่องเสี่ยวเฉิงตอนกลางวันแสกๆ กลางสถานีตำรวจ แต่ทว่า ไม่ว่าพวกเขาอยากจะแก้แค้นเสี่ยวเฉิงมากขนาดไหน ทุกคนก็ทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ และด้วยเหตุนั้น นายน้อยหยุนจึงกดเสียงเข้มต่ำและจ้องมองไปยังเสี่ยวเฉิง "ฉันหวังว่าแกยังคงมีความกล้าที่จะลาดตระเวนช่วงกะกลางคืนอยู่นะ..."

ถึงกระนั้น เสี่ยวเฉิงเองก็ไม่ได้สนใจในคำพูดของนายน้อยหยุนเลยแม้แต่น้อย "ฉันเองก็หวังว่านายจะแก้สันดานของตัวเองได้เหมือนกัน เพราะถ้ายังมีครั้งต่อไป พวกนายไม่ได้นอนคุกแค่สามวันแบบนี้อีกแน่"

ทันใดนั้น เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งในกลุ่มก็พลันตะโกนขึ้นมา "แกนั้นแหละ! อย่าออกไปเพ่นพ่านข้างนอกเลยจะดีกว่า! ตอนนี้พวกเราถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว คอยดูก็แล้วกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น!"

แต่ทว่า นายน้อยหยุนก็พลันคิดว่าคำขู่แค่นั้นคงไม่พอที่จะทำให้เสี่ยวเฉิงกลัวจนหัวหด เขาจึงตะโกนแทรกขึ้นมา "ได้ยินมาว่าแกจะย้ายไปลาดตระเวนที่เขตตะวันตกแทนใช่ไหม? แบบนั้นก็ดีเลย ระวังไปเจอกันที่นั่นก็แล้วกัน!"

“อ่า พูดเสร็จยัง?” เสี่ยวเฉิงพลันมองไปยังกลุ่มวัยรุ่นและหันหน้าไปยังกลุ่มทนายความ "ดูแลลูกความของพวกนายหน่อยนะ ถ้าพวกเขายังเอาแต่ขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แบบนี้ ก็อาจจะได้นอนคุกต่อ"

ทนายทั้งสิบสองเผยท่าทีสุดกระอักกระอ่วน จากนั้นไม่นาน พวกเขาก็หันไปมองที่ลูกความของตัวเองทันที

ทว่า ทั้งนายน้อยหยุนและพรรคพวกก็ต่างเผยเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นสถานี หลังจากนั้น พวกเขาทั้งสิบสองก็เดินออกไปจากสถานีพร้อมขึ้นรถสปอร์ตของตนและขับออกไป

ทันทีที่พวกเขาจากไปแล้ว เสี่ยวเฉิงก็เดินเข้าไปยังห้องทำงานของผู้กอง ทันทีที่เห็นเสี่ยวเฉิงเดินเข้ามา ผู้กองก็รีบลุกขึ้นและเดินมาตบไหล่ "เรารู้ว่าเด็กพวกนั้นจะต้องหาทางแก้แค้นนายไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่ เราเองก็กังวลว่าเรื่องนี้จะทำให้นายรู้สึกกดดันมากไป เพราะแบบนั้น เราเลยปล่อยพวกเขาไป ยังไงเสีย เด็กพวกนั้นก็ถูกคุมตัวไว้ตั้งสามวันแล้ว ฉันว่ามันก็น่าจะเพียงพอแล้วแหละสำหรับครั้งแรก อีกอย่าง การที่เราให้นายย้ายไปลาดตระเวนที่เขตตะวันตกไม่ใช่เพราะนายทำหน้าที่ได้ไม่ดีนะ แต่เป็นเพราะเรากังวลเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับนายมากกว่า ยังไงก็เถอะ อย่าคิดมากล่ะ"

"ผมเข้าใจเรื่องนั้นดีครับ แต่ว่าทำไมเราต้องไปกลัวเด็กเวรพวกนั้นด้วยล่ะ?" เสี่ยวเฉิงถามขึ้น

ผู้กองพลันถอนหายใจ "คนพวกนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย แต่พวกแก๊งสี่จตุรเทพนี่สิที่น่ากลัว เราไม่ได้กลัวพวกอาชญากรรายใหญ่ แต่เราแค่ไม่อยากให้คนที่ไม่มีอำนาจอะไรเข้าไปยุ่งด้วย นายไม่อาจรู้ถึงปัญหาที่คนพวกนั้นจะนำมาให้ได้... อีกอย่าง เด็กพวกนั้นก็ไม่ได้ก่อเรื่องที่ร้ายแรงจนเกินไป เพราะแบบนั้น เราจึงคุมตัวพวกเขาไว้เพียงไม่กี่วันเพื่อสั่งสอนแล้วก็ปล่อยตัวไป แต่นายรู้ไหมล่ะว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาจะจับตาดูนาย ครอบครัวนาย รวมถึงคนที่นายรักในทุก ๆ วัน ทุกอย่างที่นายทำต้องส่งผลกระทบต่อชีวิตตัวเองแน่ ไหนจะพวกแก๊งสี่จตุรเทพอีก พวกเขาอิทธิพลมากเลยล่ะ ยังไงก็เถอะ ภายใต้สถานการณ์ปกติ เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเช่นเรายังไม่กล้าที่จะไปแตะต้องพวกเขาเลย นายเข้าใจใช่ไหม? สำหรับปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น... พวกกรมตำรวจปราบปรามอาชญากรรมจะเป็นคนจัดการเอง ส่วนเจ้าหน้าที่อย่างเราก็ต้องคอยดูแลความปลอดภัยและชีวิตประจำวันของประชาชน ก็แค่นั้นแหละ หน้าที่ของเราไม่เหมือนกับพวกเขา"

เสี่ยวเฉิงพลันนั่งลงบนโซฟาและถามขึ้นด้วยความสงสัย "แล้วพวกแก๊งสี่จตุรเทพนี่น่ากลัวจริงหรือเปล่าครับ? ทำไมถึงไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือกำจัดคนพวกนั้นทิ้งไปเสียล่ะ?"

"คำถามแบบนั้นแสดงให้เห็นว่านายกำลังประเมินพวกแก๊งสี่จตุรเทพต่ำไป..." ผู้กองเผยยิ้มอย่างขมขื่น "พวกเขามีอำนาจมากเลยล่ะ ทุกที่ที่พวกนั้นไปมีแต่ความโหดร้ายและทารุณ แถมแก๊งมังกรฟ้ายังคุมท่าเรือขนส่งสินค้าเอาไว้อีกด้วย อันที่จริง พวกเขายึดท่าเรือขนส่งสินค้าไปก็เพื่อที่จะเปลี่ยนให้เป็นธุรกิจการค้าและการต่อรองที่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้าพวกเขาถูกกำจัด แล้วพื้นที่ท่าเรือขนาดใหญ่ไม่มีคนมารับช่วงต่อได้ทัน ทั้งอุตสาหกรรมขนส่งทางการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของเมืองซ่างเฉิงก็จะต้องเผชิญกับปัญหาความซบเซาครั้งใหญ่เป็นแน่ มันจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากเลยล่ะ"

จบบทที่ ตอนที่ 31: ความเป็นมาของแก๊งสี่จตุรเทพ 1 (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว