- หน้าแรก
- พ่อค้าทะลุมิติ หลังบ้านผมมีประตูเชื่อมอนาคต
- ตอนที่ 25 ความจนไม่ใช่ข้ออ้างทำผิดกฎหมาย
ตอนที่ 25 ความจนไม่ใช่ข้ออ้างทำผิดกฎหมาย
ตอนที่ 25 ความจนไม่ใช่ข้ออ้างทำผิดกฎหมาย
"คุณเองเหรอ"
หลินลี่เวยตกใจสุดขีด ก่อนจะดีใจจนแทบกระโดด เธอคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่ช่วยชีวิตลูกสาวเธอ จะเป็นอู่ต้าชิ่งที่เพิ่งเจอกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อวันก่อน
เมื่อกี้เธอยังเห็นเขาแบกข้าวสารสามร้อยจินเบียดเสียดอยู่ในฝูงชนที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่เลย
แต่เพราะคนเยอะเกินไปเลยไม่ได้เข้าไปทักทาย ไม่นึกว่าตอนนี้เขาจะกลายมาเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตลูกสาวเธอ
หลังจากได้รู้เรื่องราวทั้งหมด หลินลี่เวยซาบซึ้งใจจนทำอะไรไม่ถูก
ตอนนั้นพยาบาลถือบิลเดินมาทวงเงินอู่ต้าชิ่งอีกรอบ
"คุณคะ พูดไปหลายรอบแล้วนะว่าหกพันหยวนที่จ่ายมามันไม่พอ ถ้าไม่จ่ายค่ารักษาให้ครบ ทางโรงพยาบาลก็ช่วยอะไรไม่ได้นะ"
หลินลี่เวยเพิ่งรู้ว่าอู่ต้าชิ่งไม่เพียงช่วยชีวิตลูกสาวเธอ แต่ยังออกค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าไปให้ตั้งเยอะ
เธอรีบแย่งบิลมา "จ่ายที่ไหนคะ ฉันเป็นแม่เด็กค่ะ เดี๋ยวฉันจ่ายเอง"
แต่ตอนนี้สติสตางค์หลินลี่เวยกระเจิดกระเจิงไปหมด พอรู้ว่าลูกเกิดอุบัติเหตุ โลกทั้งใบของเธอก็ถล่มทลาย มึนงงจนหาทางไปช่องจ่ายเงินไม่เจอ
อู่ต้าชิ่งรู้จากการคุยกันก่อนหน้านี้ว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว สู้ชีวิตในเมืองใหญ่คนเดียว ถึงจะเป็นหญิงแกร่งแค่ไหน แต่สถานการณ์แบบนี้จะให้รับมือคนเดียวคงหนักหนาสาหัสเอาการ
ที่สำคัญที่สุดคือหนูเชี่ยนเชี่ยนยังรอเงินค่าผ่าตัดอยู่
อู่ต้าชิ่งไม่มีทางเลือก จำต้องจูงมือพาหลินลี่เวยวิ่งวุ่นไปตามช่องต่างๆ ในโรงพยาบาล
แต่แถวจ่ายเงินยาวเหยียด แถมช่วงเวลานี้คนที่มาโรงพยาบาลก็เร่งรีบกันทั้งนั้น แต่ละคนหน้าตาบอกบุญไม่รับ
อู่ต้าชิ่งกะจะขอลัดคิว แต่เห็นสีหน้าแต่ละคนแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าไปต่อแถวท้ายสุด
กว่าจะถึงคิวเขาและหลินลี่เวย ก็ดันมีญาติคนไข้คนหนึ่งแซงคิวข้างหน้า จนเกิดการทะเลาะวิวาทกันใหญ่โต
"ไอ้ควาย! ไม่เห็นเหรอว่าคนเขาต่อแถวกันอยู่ จะรีบไปตายรึไง!"
"มาโรงพยาบาลใครมันก็รีบทั้งนั้นแหละ! หัดมีจิตสำนึกซะบ้าง!"
"คนอย่างแกนี่มันทุเรศจริงๆ หน้าด้านแซงคิว ไม่อายบ้างหรือไง!"
เจ๊คนที่โดนแซงคิวก็ไม่ใช่ย่อย ด่ากราดไฟแลบ ขุดบรรพบุรุษแปดชั่วโคตรของอีกฝ่ายมาด่าจนเสียผู้เสียคน
รอบข้างก็มีพวกคนมุงยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปอีกตามเคย
ความวุ่นวายทำให้แถวที่เคยเป็นระเบียบแตกฮือ ถ้าต้องเริ่มต่อแถวใหม่ เชี่ยนเชี่ยนคงไม่รอดแน่
อู่ต้าชิ่งร้อนใจจนไฟลุก เวลานับถอยหลังในหัวเหลืออีกแค่ห้านาที ถ้าหมดเวลา เขาจะกลับไปยุคของตัวเองไม่ได้อีกตลอดกาล
ทันใดนั้น สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นตู้เครื่องหนึ่งว่างอยู่ บนหน้าจอเขียนว่า "ชำระเงินอัตโนมัติ"
ส่วนใหญ่คนมาโรงพยาบาลเป็นคนแก่ กลัวกดผิดแล้วโดนกินเงิน เลยไม่มีใครกล้าใช้ มีแต่วัยรุ่นเท่านั้นที่ใช้เป็น
ตอนที่เขาต่อแถวจ่ายเงินให้เชี่ยนเชี่ยนเมื่อกี้ เขาแอบดูคนอื่นใช้มาบ้างแล้ว ทุกขั้นตอนมีตัวหนังสือบอกชัดเจน แค่ทำตามที่บอก
สำหรับคนรุ่นใหม่คงเป็นเรื่องกล้วยๆ แต่สำหรับอู่ต้าชิ่งที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีโลกอนาคต มันคืองานช้าง
แต่ตอนนี้สมองหลินลี่เวยยังเบลอๆ อู่ต้าชิ่งไม่มีทางเลือก
เขากำบัตรในมือแน่น เดินดุ่มๆ ไปที่ตู้ชำระเงินอัตโนมัติ
หน้าจอที่ดูงงๆ สัมผัสที่แปลกประหลาด เวลาเดินผ่านไปทีละวินาที มืออู่ต้าชิ่งชุ่มไปด้วยเหงื่อ
วินาทีสุดท้ายที่ตัวเลขนับถอยหลังจะกลายเป็นศูนย์ จู่ๆ แสงสีขาวก็วาบผ่านตาอู่ต้าชิ่ง ตรงตำแหน่งที่เคยเป็นตัวเลขนับถอยหลัง กลายเป็นแถบดาวน์โหลดเล็กๆ ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เหมือนหน้าจอเครื่องจ่ายเงินไม่มีผิด
89%, 90%, 100%...
โหลดเสร็จสิ้น เวลานับถอยหลังในหัวเพิ่มขึ้นมาเป็น 23 ชั่วโมง!
"ยินดีด้วยโฮสต์! คุณพยายามปรับตัวเข้ากับโลกอนาคตจนสำเร็จ ภารกิจอัปเกรดประตูมิติเสร็จสิ้น รางวัลคือเวลาพักในโลกอนาคตเพิ่มเป็น 24 ชั่วโมงต่อครั้ง"
อู่ต้าชิ่งเป่าปากโล่งอก ดีใจจนเนื้อเต้นที่ประตูมิติอัปเกรดแล้ว
แต่เขาก็สงสัยว่าประตูมิติจะมีภารกิจอะไรให้อีกไหม ยืนรออยู่สักพักก็เงียบกริบ
นึกว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีก แอบผิดหวังนิดๆ แฮะ
การผ่าตัดของเชี่ยนเชี่ยนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หลินลี่เวยคืนเงินที่อู่ต้าชิ่งสำรองจ่ายไปให้ แล้วจับมือเขาแน่น น้ำตาคลอเบ้า พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
"ต้าชิ่ง... พี่ไม่รู้จะขอบคุณเธอยังไงดี เธอไม่แค่ช่วยชีวิตเชี่ยนเชี่ยน แต่เหมือนช่วยชีวิตพี่ไว้ด้วย"
ตอนช่วย อู่ต้าชิ่งไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไรอยู่แล้ว
"พี่หลินครับ ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำครับ"
ตำรวจจราจรมาถึง อู่ต้าชิ่งเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด
ปรากฏว่ารถสามล้อไฟฟ้าเป็นปัญหาเรื้อรังของเมืองนี้มานาน โดยเฉพาะพวกคนพิการที่ชอบใช้จุดอ่อนทางร่างกายมาอ้าง ขับฝ่าไฟแดง จอดมั่วซั่ว รับส่งผู้โดยสารเถื่อน ตำรวจจะจับก็ลำบากใจ จะด่าก็ไม่ได้
ถ้าไม่มีเรื่องก็แล้วไป แต่พอเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหายสักแดงเดียว ภาระทั้งหมดตกอยู่กับผู้เสียหาย ทั้งเจ็บตัว เจ็บใจ แถมยังต้องเสียเงินเองอีก
คนขับรถที่ชนเชี่ยนเชี่ยนก็อีหรอบเดียวกัน พอรู้ว่าค่ารักษาพยาบาลปาเข้าไปหลายหมื่น หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ขาดีที่เหลือข้างเดียวนั้นสั่นพั่บๆ แทบจะล้มพับไปกองกับพื้น เหมือนใบไม้แห้งโต้ลม
ปากก็พึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ "ให้ผมชดใช้ด้วยชีวิตเถอะ... ลูกสาวผมก็อายุเท่านี้... เจ็ดขวบเหมือนกัน... ผมมันคนน่าสงสาร..."
ตำรวจค้นตัวจนหมดทุกกระเป๋า รวมเศษเหรียญแล้วมีเงินติดตัวอยู่แค่ 150 หยวน
อู่ต้าชิ่งเพิ่งตระหนักว่า โลกอนาคตไม่ได้สวยหรูสำหรับทุกคน ยังมีคนน่าสงสารอีกมาก
ยังดีที่หลินลี่เวยพอมีฐานะ และทำประกันอุบัติเหตุให้เชี่ยนเชี่ยนไว้ ภาระค่าใช้จ่ายเลยไม่หนักหนาเกินไปนัก
เพื่อหนีความผิด คนขับรถคุกเข่าโขกหัวให้หลินลี่เวย
แต่สุดท้าย หลินลี่เวยตัดสินใจส่งเขาให้ตำรวจจัดการ เธอไม่อยากถูกศีลธรรมจอมปลอมผูกมัด ให้กฎหมายจัดการนั่นแหละดีที่สุด
อู่ต้าชิ่งเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเธอ
ความจนไม่ใช่ข้ออ้างหรือเหตุผลในการทำผิดกฎหมาย
ตำรวจกลับไปแล้ว หลินลี่เวยเริ่มมีสติขึ้นบ้าง แต่อู่ต้าชิ่งตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อนเธอต่ออีกสักพัก
ผู้หญิงตัวคนเดียวในสถานการณ์แบบนี้ มันหนักหนาเกินไปจริงๆ
ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เชี่ยนเชี่ยนที่สลบไสลก็เริ่มรู้สึกตัว
แต่เพราะพิษไข้ เด็กน้อยเริ่มละเมอเพ้อพก
อู่ต้าชิ่งเงี่ยหูฟัง ไม่นึกว่าคำแรกที่หลุดจากปากเด็กน้อยจะเป็น... "แม่จ๋า... หนูคิดถึงพ่อ..."
"ติ๊ง! โฮสต์ได้รับภารกิจสุ่ม!"
เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวอู่ต้าชิ่งอีกครั้ง พร้อมกับตัวเลือกสามข้อปรากฏขึ้นตรงหน้า
【ทางเลือกที่ 1: สวมบทบาทเป็นพ่อของเชี่ยนเชี่ยนชั่วคราว รางวัล: จักรยานไฟฟ้าพับได้】
【ทางเลือกที่ 2: บอกความจริงกับเชี่ยนเชี่ยนว่าพ่อทิ้งเธอไปแล้ว ให้เลิกฝันกลางวัน รางวัล: เบ็ดตกปลาเงินแท้ระดับปรมาจารย์ ตกตะพาบติดร้อยเปอร์เซ็นต์】
【ทางเลือกที่ 3: บอกเชี่ยนเชี่ยนว่าตัวเองจะแต่งงานกับแม่เธอเพื่อมาเป็นพ่อให้ รางวัล: โกดังประตูมิติ ขนาดกว้างยาวสูง 36x24x4 เมตร เก็บของข้ามมิติได้ตามใจชอบ】
เจอสามตัวเลือกนี้เข้าไป อู่ต้าชิ่งเริ่มลังเล โดยเฉพาะข้อสาม โกดังเก็บของนี่มันของวิเศษช่วยชีวิตในยุคของเขาชัดๆ
ขณะกำลังลังเล จู่ๆ หลินลี่เวยก็คว้ามืออู่ต้าชิ่งไปกุมไว้แน่น ริมฝีปากสั่นระริก "พ่ออยู่นี่ลูก... เชี่ยนเชี่ยน... พ่ออยู่นี่แล้ว