- หน้าแรก
- พ่อค้าทะลุมิติ หลังบ้านผมมีประตูเชื่อมอนาคต
- ตอนที่ 24 อุบัติเหตุและวีรบุรุษจำเป็น
ตอนที่ 24 อุบัติเหตุและวีรบุรุษจำเป็น
ตอนที่ 24 อุบัติเหตุและวีรบุรุษจำเป็น
พอได้ยินเวลานับถอยหลังในหัว อู่ต้าชิ่งก็เริ่มเสียใจที่พูดออกไป
เครื่องชั่งนี่เป็นเครื่องมือหากินของเขานะ ถ้าซื้อมาแล้วทำให้เฒ่าหวังค้าขายลำบาก เขาจะทำยังไง?
แต่เฒ่าหวังกลับไม่ถือสา "อยากได้ก็บอกกันตรงๆ สิ ซื้อขายอะไรกัน ลุงยังมีอีกเครื่อง เอาเครื่องนี้ไปใช้เถอะ ยกให้ฟรีๆ"
อู่ต้าชิ่งรีบปฏิเสธ "ของฟรีผมรับไม่ได้หรอกครับ เท่าไหร่ว่ามาเลย ผมซื้อครับ"
เฒ่าหวังก็ดื้อแพ่งพอกัน "เครื่องชั่งไม่กี่ตังค์หรอก ขอแค่เอ็งสัญญาว่าจะส่งกุ้งให้ลุงเจ้าเดียว ไม่เอาไปขายคนอื่น แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว"
อู่ต้าชิ่งยิ้ม "ผมก็ไม่ได้กะจะไปส่งที่อื่นอยู่แล้วครับ ตามที่ตกลงกันไว้แหละ"
เฒ่าหวังสอนวิธีใช้เครื่องชั่งดิจิทัลให้อู่ต้าชิ่ง ปุ่มเยอะแยะละลานตาไปหมด แต่เรียนแป๊บเดียวอู่ต้าชิ่งก็ใช้เป็น
พอลาเฒ่าหวัง อู่ต้าชิ่งก็อุ้มเครื่องชั่งตรงดิ่งไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
คราวนี้เขาเข็นรถเข็นอย่างชำนาญ เอาตะกร้ากับเครื่องชั่งไปฝากที่เคาน์เตอร์บริการลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว แต่ที่น่าแปลกใจคือ วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ
รปภ. หลายคนยืนเหงื่อตกพยายามจัดระเบียบฝูงชน แต่เสียงตะโกนของพวกเขาแทบจะกลืนหายไปกับเสียงจอแจของผู้คน
สอบถามดูถึงรู้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบเปิดร้าน สินค้าลดราคากระหน่ำ
อู่ต้าชิ่งทึ่ง รู้จักแต่วันชาติ ไม่ยักรู้ว่าร้านค้าก็มีวันเกิดด้วย ขายดีขนาดนี้ เจ้าของร้านคงรวยเละ
"ที่รัก เราไปซื้อข้าวสารกันเถอะ เดี๋ยวหมดซะก่อน ได้ยินว่าวันนี้ลดเหลือ 88% ทุกอย่างเลยนะ"
อู่ต้าชิ่งฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง จับใจความได้แค่ว่า 'ข้าวสารจะหมดแล้ว'
หมดไม่ได้นะโว้ย! เงินในกระเป๋าหกพันกว่าหยวน ขืนไม่ได้ใช้ก็กลายเป็นกระดาษเปื้อนหมึก
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป อู่ต้าชิ่งโซซัดโซเซเบียดฝูงชนออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต เหงื่อท่วมตัว
ได้ข้าวสารมา 300 จิน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก 50 จิน ไม่มีรถเข็น แบกหลังแทบหัก
เสี่ยวหย่วนเห็นพี่ชายแบกของพะรุงพะรังออกมาจากหลังบ้าน ก็ยืนนิ่ง นึกว่าพี่ไปขโมยของมา
"พี่ครับ... ผมจะไม่บ่นว่าหิวอีกแล้วครับ"
อู่ต้าชิ่งไม่รู้จะอธิบายยังไง เลยตอบเสียงอ่อย "วางใจเถอะ ของพวกนี้พี่ได้มาอย่างถูกต้อง ไม่ได้ขโมยใครมาแน่นอน"
"อ๋อ..." เสี่ยวหย่วนรับคำเบาๆ
อู่ต้าชิ่งแปลความหมายในใจน้องออก เหอะๆ จะพยายามเชื่อก็แล้วกัน
ข้าวสารกับบะหมี่เยอะขนาดนี้ ใส่ตู้เก็บของคงไม่พอ อู่ต้าชิ่งเลยเอาไปกองไว้ในห้องเก็บของชั่วคราว แล้วถามไถ่เหตุการณ์ตอนเขาไม่อยู่
เสี่ยวหย่วนนึกอยู่ครู่หนึ่ง "ตะพาบน้ำของอู่ต้ากั๋วหายไปแล้ว โทษว่าจินเป่าทำหาย ตบหน้าจินเป่าไปสองที ย่าเลยไล่ตีอู่ต้ากั๋วรอบบ้าน วุ่นวายไปหมด"
"อ้อ แล้วจินเป่าพูดอะไรบ้างไหม?"
เสี่ยวหย่วนส่ายหน้า "เปล่าครับ"
ไม่พูดแปลว่าไม่ได้ซัดทอดเขา อู่ต้าชิ่งพอใจกับผลงานของจินเป่ามาก
พักหายเหนื่อยสักพัก อู่ต้าชิ่งตัดสินใจไปโลกอนาคตอีกรอบ วันหนึ่งไปได้สามครั้ง เขาไม่อยากเสียสิทธิ์
แถมเขาสังเกตเห็นว่าในอนาคตมีอาชีพที่เรียกว่า "ไรเดอร์" สำหรับคนทำกับข้าวไม่เป็นหรือขี้เกียจออกจากบ้าน แค่กดสั่ง ไรเดอร์ก็เอาของกินมาส่งถึงที่
นี่จุดประกายความคิดให้อู่ต้าชิ่ง
ในเมื่อไป๋อวี้หลานจ้องปล่องไฟบ้านเขาตาเป็นมัน แถมจมูกนางกับป้าหนิวก็ไวปานหมาล่าเนื้อ ทำไมเขาไม่ซื้ออาหารสำเร็จรูปจากอนาคตมากินซะเลยล่ะ
ไปกลับได้วันละสามรอบ บริหารจัดการเวลาดีๆ สบายหายห่วง
อู่ต้าชิ่งผลักประตูหลังบ้านเตรียมข้ามภพ
เสี่ยวหย่วนวิ่งหน้าตื่นเข้ามา "พี่ครับ ครั้งนี้พาผมไปด้วนนะ"
"หน้าที่เอ็งคือเฝ้าหน่วนเป่าอยู่บ้าน"
"โห่..." เสี่ยวหย่วนหน้ามุ่ย
เห็นน้องซึม อู่ต้าชิ่งเลยลูบหัวปลอบใจ "เอ็งต้องอยู่บ้านคอยดูต้นทางให้พี่ ไม่งั้นพี่ขนเสบียงเข้ามาคนอื่นจะสงสัยเอา"
เสี่ยวหย่วนเงยหน้ายิ้มโชว์ฟันเขี้ยวขาวจั๊วะ ผลจากการใช้ยาสีฟันโลกอนาคต น่ารักน่าหยิก
"เฝ้าบ้านดีๆ ล่ะ"
ไม่กี่วินาทีต่อมา อู่ต้าชิ่งก็มายืนอยู่ในโลกอนาคต
คราวนี้เขาเดินทอดน่องสบายใจ แวะซื้อชานมไข่มุกสองแก้ว แล้วไปเหมาของทอดเสียบไม้มาอีกกำเบ้อเริ่ม ตามด้วยขาหมูย่าง หมูทอดราดซอส น่องไก่ทอดชิ้นเท่าปืนพก... สรุปว่าตะกร้าสานที่เคยใส่แต่ผักป่า ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยของกินยั่วน้ำลาย
แต่พอเดินมาถึงหน้าซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ได้ยินเสียงดัง โครม! ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน ผู้คนหันไปมองเป็นตาเดียว
อู่ต้าชิ่งก็หันไปดูด้วย
เกิดเหตุที่ร้านขายเครื่องดื่มเย็นข้างทาง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กำลังยืนซื้อชานม จู่ๆ รถสามล้อเครื่องก็พุ่งเข้ามาชน
คนขับเป็นคนพิการ ขับรถเร็วมาก พอรู้ว่ารถเสียหลักจะหักหลบก็ไม่ทันแล้ว
ผู้ใหญ่ที่ไหวตัวทันกระโดดหลบได้ทัน แต่เด็กน้อยวัยเจ็ดแปดขวบคนนั้นหลบไม่พ้น โดนรถทับร่างเข้าไปเต็มๆ
เจ้าของร้านกับคนขับรถสามล้อยืนบื้อทำอะไรไม่ถูก เจ้าของร้านตะโกนหาผู้ปกครอง ส่วนคนขับนั่งคุกเข่าร้องไห้บอกไม่มีเงินชดใช้ ไม่มีใครคิดจะช่วยเด็กก่อนเลยสักคน
ที่น่ารังเกียจที่สุดคือพวกมุง ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปกันสลอน
บรรยากาศบิดเบี้ยวผิดมนุษย์มนาทำเอาอู่ต้าชิ่งอึ้ง
เด็กน้อยที่น่าสงสารที่สุด โดนล้อรถทับที่คอ ลมหายใจรวยริน
อู่ต้าชิ่งพุ่งฝ่าฝูงชนเข้าไป ชกหน้าไอ้หัวทองที่ยื่นมือถือเข้าไปถ่ายจ่อๆ จนเกือบชนหัวเด็ก "มึงจะถ่ายหาพ่องมึงเหรอ!"
แล้วหันไปตะโกนใส่คนรอบข้าง "ยกรถ! มาช่วยกันยกรถเร็วเข้า!"
ตอนนั้นถึงมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยกันยกรถสามล้อ ลากร่างเด็กน้อยออกมา
ไอ้คนขับรถพิการทำท่าจะเนียนหนี อู่ต้าชิ่งคว้าคอเสื้อไว้ ตะโกนบอกคนมุง "ถ่ายหน้ามันไว้! คิดจะหนี ฝันไปเถอะ!"
คนขับรถหน้าซีดเผือด ไม่กล้าขยับ
โชคดีที่อู่ต้าชิ่งมาช่วยทัน เด็กน้อยเลยรอดตายหวุดหวิด แต่เพราะโดนทับที่คอ อาการยังสาหัส
อู่ต้าชิ่งเคยเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณเบื้องต้นมาจากหมอเท้าเปล่าในหมู่บ้าน รู้ว่าเด็กยังมีทางรอด
เวลานับถอยหลังในหัวลดลงเรื่อยๆ ภารกิจเขายังมีอีกเยอะ
แต่วินาทีถัดมา อู่ต้าชิ่งก็อุ้มเด็กน้อยวิ่งฝ่าฝูงชนไปตามถนน
ถ้าคนที่โดนชนคือน้องสาวเขา เขาก็หวังว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหมือนกัน
เขาอาศัยความจำ วิ่งไปโรงพยาบาลที่เคยพาชายชราไปเมื่อคืน
ถึงจะวุ่นวายเพราะโดนหมอพยาบาลสั่งนู่นสั่งนี่จนหัวหมุน แต่สุดท้ายก็ส่งเด็กน้อยเข้าห้องฉุกเฉินได้สำเร็จ
ค่าใช้จ่ายนู่นนี่นั่นบานเบอะ ไม่นานเงินหกพันกว่าหยวนในกระเป๋าอู่ต้าชิ่งก็เกลี้ยง
การช่วยชีวิตยังดำเนินต่อไป พยาบาลออกมาเร่งให้ไปจ่ายเงินเพิ่ม
คนขับรถสามล้อตามมาถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่ดันไม่มีเงินติดตัวสักแดง
ทันใดนั้น หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในล็อบบี้ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา ซีดเผือดไร้สีเลือด
ตะโกนเรียกเสียงหลง "เชี่ยนเชี่ยน! เชี่ยนเชี่ยน! คุณหมอคะ เมื่อกี้มีเด็กผู้หญิงโดนรถชนส่งมาที่นี่ไหมคะ?"
อู่ต้าชิ่งจำได้ทันที... หลินลี่เวย! พี่หลิน ผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นเอง