เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SD:บทที่ 19 : รายงานสถานการณ์

SD:บทที่ 19 : รายงานสถานการณ์

SD:บทที่ 19 : รายงานสถานการณ์


SD:บทที่ 19 : รายงานสถานการณ์

ตำรวจมาถึงโรงเรียนหลังจากนั้นไม่นาน ผู้อำนวยการหลี่กังวลว่า ซู ฉิวไป่ จะคิดหลบหนี จึงสั่งให้เหล่ายามรักษาความปลอดภัยล้อมเขาไว้

ดง เจี่ยเว่ย รู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างมาก จึงออกไปตามหาครูใหญ่ แต่เธอกลับต้องกังวลยิ่งกว่าเดิมเพราะเธอหาเขาไม่เจอ เธออยากจะขอร้องให้ผู้อำนวยการหลี่เมตตาปล่อย ซู ฉิวไป่ ไป แต่กลับถูก ซู ฉิวไป่ รั้งไว้เอง

“ไม่ต้องกังวลไปหรอก เทพเจ้าแห่งโชคน่ะเข้าข้างผมอยู่แล้ว เรายังไม่รู้หรอกว่าใครกันแน่คือผู้ที่โชคร้าย”

เขายิ้มแล้วปลอบประโลม ดง เจี่ยเว่ย เหล่าจีนมุงที่ดูพวกเขาอยู่ต่างรู้สึกเศร้าแทนเขา

คนขับรถน่ะแท้จริงเป็นชายหนุ่มที่มีความสามารถมากทีเดียว น่าเสียดายที่โชคชะตาทำให้เขามาเจอกับคนเช่นผู้อำนวยการหลี่ เขายังคงยิ้มได้แม้แต่เมื่อตำรวจกำลังมาจับเขา

มีข่าวลือว่า ผู้อำนวยการหลี่และ ‘ผู้กำกับจ้าว’ ที่เป็นตำรวจในเขตนี้นั้น แท้จริงแล้วเป็นญาติกัน อีกอย่าง ถึงอย่างไรทุกคนก็เป็นพยานเห็นว่า ซู ฉิวไป่ เป็นคนเริ่มการต่อสู้ก่อน

หากเขาถูกจับจริง ๆ คงเป็นเรื่องที่น่าใจหายทีเดียว

แล้วในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาในหอประชุม ผู้อำนวยการหลี่เดินเป๋เข้าไปหาตำรวจทันทีที่เขาเห็นว่าพวกเขากำลังเข้ามา

‘ร้อยเอกจาง’ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดีนี้ เขารู้สึกเหนื่อยใจทันทีที่เขารู้ว่าผู้กำกับจ้าวสั่งเขาให้ไปที่โรงเรียนมัธยมต้นหยูเฉิง และยิ่งเหนื่อยใจมากขึ้นไปอีกที่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับผู้อำนวยการหลี่

แค่ชายคนนั้นอ้างว่าเขามีเส้นสายโดยตรงกับผู้กำกับจ้าว เขาก็เรียกหาตำรวจตอนไหนก็ได้ ง่ายราวกับว่าโทรหาครอบครัวอย่างไรอย่างนั้นเลย

แต่ก็อีกนั่นแหละ ใช่ว่า จาง เหว่ย จะมีทางเลือกที่ไหนกัน ในเมื่อผู้กำกับแต่งตั้งเขาให้รับผิดชอบคดีนี้โดยตรงแล้ว เขาก็จำใจต้องทำไปตามหน้าที่

สุดท้าย จาง เหว่ย ก็มองไปในทิศทางที่ผู้อำนวยการหลี่ชี้ไป หลังจากที่ฟังคำพูดของเขา

อย่างไรก็ตาม แค่เพียงเหลือบตามอง คิ้วเขาก็ย่นขึ้นมาฉับพลัน “นั่นเขานี่...”

คำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ผู้อำนวยการหลี่ใจหาย ไม่ใช่ว่าร้อยเอกจางจะรู้จักกับคนขับแท็กซี่นี่หรอกนะ ถ้าอย่างนั้น เรื่องนี้ก็คงจัดการได้ยากแล้วสิ

ทว่าเมื่อเขานึกถึงน้องเขยของตัวเองขึ้นมา ผู้อำนวยการหลี่ก็คลายกังวลทันที

จะอย่างไรก็เถอะ จาง เหว่ย ก็เป็นแค่ตำรวจชั้นผู้น้อยเท่านั้น ถึงยังไง เขาก็มีอิทธิพลสู้น้องเขยฉันไม่ได้อยู่แล้ว ไม่สำคัญหรอกว่าพวกนี้มันจะรู้จักมักจี่กันหรือไม่ ถึง จาง เหว่ย คิดอยากช่วย สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี!

เมื่อมองกลับไปที่ผู้อำนวยการหลี่ที่ยังคงมีแต่ความเกลียดชังประทับบนใบหน้า จาง เหว่ยได้แต่ส่ายหัวเบา ๆ

นี่สุดท้ายก็ถึงคราวดวงตกของไอ้นี่เสียที มันคิดจริง ๆ เหรอว่าชายคนนี้เป็นเพียงแค่คนขับรถแท็กซี่ธรรมดา ๆ

คนขับรถคนนี้มีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ตเรื่องการกระทืบคนด้วยซ้ำ อันที่จริง ล่าสุดนี้เขาก็พึ่งจะกระทืบลูกชายคนเล็กของหลี่กรุ๊ปไปเสียยับเยิน และทุบรถสปอร์ตเมอร์เซเดส-เบนซ์ของเด็กนั่นไปด้วย

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเขาที่หลังไหมล่ะ สุดท้ายชายคนนี้ก็ยังอยู่ดี อวัยวะยังครบสามสิบสอง ผู้อำนวยการหลี่คงเป็นไอ้โง่คนเดียวที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ สงสัยมันคงคิดว่าหลี่กรุ๊ปเกิดเมตตาพอที่จะให้อภัย ซู ฉิวไป่ ซึ่งนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

เอาจริง ๆ ใช่ว่าไอ้อ้วนนี่จะน่าสงสารเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ ยังไงเราก็ไม่เคยชอบไอ้หมอนี่อยู่แล้ว ถือเสียว่ากรรมเก่าคงตามมันทัน

“นี่คุณทำร้ายเขาจริงเหรอ”

เหล่าจีนมุงนึกว่านายตำรวจจะโมโหโกรธามากกว่านี้ เพราะถึงอย่างไร ผู้อำนวยการหลี่ก็เป็นคนรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ความจริง น้ำเสียงของเขานั้นสุภาพมากกว่าที่คาดไว้เสียอีก

ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการหลี่และเหล่าจีนมุงที่งุนงง ซู ฉิวไป่เองก็สับสนไปไม่น้อยกว่ากัน “ใช่ ผมทำร้ายมันเอง”

“มีอะไรที่คุณอยากจะแก้ต่างมั้ย คุณทำร้ายเขาทำไม” จาง เหว่ย ยังสอบสวนคนขับรถต่อ

“ไม่มีอะไรที่ผมจำเป็นต้องพูดแล้ว ชายอ้วนคนนี้สมควรโดนแล้ว” ซู ฉิวไป่ ตอบพร้อมยิ้มกว้าง

เมื่อเขาตอบไปเช่นนั้น เขาเห็นแววตาขบขันในนัยน์ตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต่อมา นายตำรวจกลับเอ่ยทันทีว่าเขาจะถูกพาตัวไปที่สถานีตำรวจ

ก่อนที่จะถูกพาตัวออกไป ซู ฉิวไป่ ยังยืนยันกับ ดง เจี่ยเว่ย ว่าไม่ต้องกังวลอีกครั้งหนึ่ง ถึงอย่างไรเดี๋ยวเขาก็คงปล่อยตัวนั่นแหละ

ถึงความจริงเขาเองจะไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าเขาจะรอดตัวไปง่าย ๆ เช่นนั้น

แต่ด้วยเครื่องรางนำโชคดีที่เขาผูกเสกไว้กับตัวเอง เขาเชื่อมั่นสุดหัวใจในคำกล่าวที่ว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หากเขาควรจะได้รับการปล่อยตัวแล้ว เขาก็คงถูกปล่อยตัวนั่นแหละ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย

“ไอ้เวรนี่ คอยดูเถอะ เดี๋ยวแกได้โดนจำคุกตลอดชีวิตแน่”

เมื่อเห็น ซู ฉิวไป่ โดนพาตัวออกไป ผู้อำนวยการหลี่ก็ไม่เก็บอาการอีกต่อไป เขาพึมพำสาปแช่งคนขับรถเบา ๆ

ซู ฉิวไป่ ยังคงนิ่งเงียบ แม้ใบหน้าเขาจะถูกประดับไว้ด้วยรอยยิ้มกว้าง ส่วนอีกด้านหนึ่ง จาง เหว่ย กลับคิ้วขมวดในทันที ไอ้หมูตอนนี่ทำตัวเหมือนว่าบ้านเป็นเจ้าของสถานีตำรวจจริง ๆ นะเนี่ย!

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใด ๆ ในขณะที่พวกเขาเดินหน้าต่อไปในความเงียบ

แต่เมื่อก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว พวกเขากลับได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลังพวกเขา!

เมื่อหันกลับไป ทุกคนต่างตกตะลึงที่เห็นว่าป้ายประกาศที่เคยถูกแขวนไว้อย่างคงทนทานในห้องประชุม จู่ ๆ กลับร่วงลงมาใส่หัวของผู้อำนวยการหลี่

หลายคนกล่าวว่านั้นคงเป็นกรรมตามทันเป็นแน่แท้ เมื่อได้เป็นพยานเห็นเหตุการณ์แปลกประหลาดตรงหน้า เพราะความจริงแล้ว ในตอนแรกชายอ้วนเองก็ไม่ได้ยืนใกล้ป้ายประกาศเลยด้วยซ้ำ เหตุใดกันเขาถึงขยับจากเดิมไปไกลเช่นนั้น

เมื่อพิจารณาดูอีกทีแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวกลับยิ่งประหลาดขึ้นไปอีก แม้แถวนั้นจะมีคนจำนวนมาก และป้ายประกาศเองก็มีขนาดใหญ่มิใช่น้อยเลย แต่สุดท้ายมันกลับร่วงมาทับเพียงผู้อำนวยการหลี่

“ช่วยฉันที...”

ทุกคนต่างตกในภาวะงงงวย จนกระทั่งเสียงร้องของผู้อำนวยการหลี่ทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น

เมื่อได้ยินเสียงของเขาแล้ว จาง เหว่ย แอบโล่งอกที่ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น

ซู ฉิวไป่ หัวเราะเบา ๆ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น เครื่องรางนำโชคร้ายที่ถูกผูกเอาไว้กับแกถึงสองอันยังออกฤทธิ์ได้มากกว่านี้แน่ ขอให้โชคดีล่ะกัน!

กลุ่มคนทั้งหมดต่างรวมกำลังกันช่วยผู้กำกับหลี่ออกมาจากใต้ป้าย ผู้อำนวยการหลี่ ณ ตอนนี้ดูตลกสิ้นดี เขามีฝุ่นและหยากไย่เต็มทั่วตัวเขาไปหมด นักเรียนทุกคนที่ยังคงอยู่ที่นั่นถือโอกาสนี้ถ่ายภาพของเขา

จาง เหว่ย ไม่มีเหตุผลที่รั้งเขาไว้ที่นั่นต่อ เขาคว้าตัว ซู ฉิวไป่ ไว้ แล้วออกจากห้องประชุมเสียที รถแท็กซี่ของ ซู ฉิวไป่ เองก็จะถูกลากไปที่สถานีตำรวจเช่นกัน

ในขณะที่พวกเขากำลังออกไป ผู้อำนวยการหลี่เองก็ออกมาจากหอประชุมเช่นกัน เขาเดินเป๋ไปยังห้องทำงานแล้วโทรหาน้องเขยของเขาทันที

ทันทีที่สายถูกรับ เขาเริ่มบ่นเกี่ยวกับการที่ ซู ฉิวไป่ หยิ่งผยองและทำตามอำเภอใจมากแค่ไหน และว่าเขาเข้ามาแทรกแซงในการประชุมแลกเปลี่ยนของโรงเรียน อีกทั้งต่อมาก็เริ่มต่อสู้ทำร้ายตัวผู้อำนวยการหลี่ด้วย

ในอีกด้านหนึ่งของสาย ผู้กำกับจ้าวต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดหัวมากมายหลายขนานเพราะจากพี่เขยของเขา แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น หากเขาไม่ช่วยพี่เขยเขาแล้ว ภรรยาของเขาก็จะบ่นเขาอย่างไม่หยุดยั้งเลยทีเดียว

สุดท้าย เขาจึงยืนยันกับผู้อำนวยการหลี่ว่าเขาจะจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังที่สุด

อย่างไรก็ตาม ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังจากคู่สาย จากนั้นกลับตามมาด้วยความเงียบที่ยาวนาน

ผู้กำกับจ้าววิตกกังวลเสียจนเขาเริ่มตะโกน

แต่กลับไม่มีใครตอบ สาเหตุของเรื่องดังกล่าวนั้นเรียบง่าย เมื่อตอนที่ผู้อำนวยการหลี่เดินเหยาะ ๆ ผ่านสนามของโรงเรียน ลูกฟุตบอลก็ถูกเตะกระเด็นมา และบังเอิญกระแทกหัวของเขาพอดิบพอดี จึงทำให้เขาสลบ ณ ตรงนั้นเอง...

กลับกัน ขณะนี้ ซู ฉิวไป่ ตาม จาง เหว่ย เข้าไปในสถานีตำรวจและถูกขังทันที

จาง เหว่ย จึงเริ่มถามผู้กำกับจ้าวถีงวิธีการรับมือกับ ซู ฉิวไป่ ผู้กำกับจ้าวยังกังวลเกี่ยวกับผู้อำนวยการหลี่ในขณะนั้น เมื่อเขาได้ยินว่า ซู ฉิวไป่ มาถึงแล้ว ความโกรธของเขาก็ปะทุขึ้นมา

“ขังเขาไว้กับนักโทษที่มีประวัติยาวพวกนั้น แล้วจัดการให้พวกเขาสอนบทเรียนให้กับนายคนนี้ด้วย”

ผู้กำกับจ้าวมอบคำสั่งให้โดยไม่ลังเล

จาง เหว่ย เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับว่า “ผู้กำกับครับ นั่นไม่รุนแรงไปหน่อยเหรอครับ”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา สีหน้าของผู้อำนวยกจ่าวก็เปลี่ยนไปในทันที “มันไม่ได้ผิดกฎหมาย ถึงยังไง เขาก็เป็นแค่อาชญากรที่ทำร้ายคนอื่น เราแค่จัดการคดีนี้ตามปกติ”

เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของผู้กำกับแล้ว นายตำรวจก็รู้ตัวว่าคงทำอะไรไม่ได้อีกอยู่ดี เขาจึงยุติการสนทนาไว้แค่นั้น แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ ซู ฉิวไป่ ถูกย้ายห้องขังจริง ๆ

ในตอนแรก ซู ฉิวไป่ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องเปลี่ยนห้องขังกัน แต่เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องขัง เขาพลันเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขายังเห็นแววตาชั่วร้ายจากนักโทษคนอื่น

นี่พวกเขากำลังใช้ให้คนอื่นทำงานสกปรกให้!

ซู ฉิวไป่ ทำได้แค่คร่ำครวญ ใบหน้าของเขายังคงนิ่งดังเดิม

เขาเดินเข้าไปที่มุมหนึ่งของห้อง ในขณะที่เขากำลังจะนั่งนั่นเอง ชายรูปร่างใหญ่ท่าทางป่าเถื่อนคนหนึ่งลุกขึ้น

“นี่แกเข้ามาในนี้เพราะอะไร คุกเข่าแล้วเล่ามา”

เมื่อชายคนนั้นเอ่ยเช่นนั้น ผู้ต้องขังคนอื่นต่างเริ่มหัวเราะ พวกเขาทั้งหมดดูเป็นพวกหัวรุนแรงเหมือนกันทั้งสิ้น

เขาไม่เสียเวลากับการลังเล ซู ฉิวไป่ เริ่มผูกเวทย์เครื่องรางนำโชคร้ายทันทีที่เขาได้ยินคำพูดของนักโทษท่าทางโหดเหี้ยมคนนั้น เขาร่ายเวทย์นำโชคร้ายใส่ทุกคนในห้องขังนี้น แล้วผูกเสกเครื่องรางนำโชคดีอีกสองอันไว้กับตัวเขาเอง

นอกจากนี้ ชายหนุ่มยังเพิ่มอีกยี่สิบแต้มสะสมการเติบโตในหมวดพละกำลัง ณ ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก

ตอนนี้ฉันน่าจะไม่เป็นไรล่ะ!

ซู ฉิวไป่ ยิ้มกว้างในขณะที่เขายีนพิงกำแพง ในมุมหนึ่งของห้องขังเล็ก ๆ นั่น

หากจะกล่าวตามความจริงแล้ว เขายังคงวิตกกังวลอยู่บ้าง คนขับรถยังไม่เคยลองใช้เครื่องรางนำโชคดีเลย เขาจึงยังไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของมันมากนัก

กลับกัน ดูท่าว่าเหล่านักโทษพวกนี้จะไม่พอใจเขามากทีเดียว พวกนั้นลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเขาไม่ยอมตอบคำถามของชายที่ดูท่าทางจะเป็นหัวหน้าใหญ่

“ไอ้เวรนี่ ดูเหมือนว่าแกยังจะไม่ได้บทเรียนนะ ถ้าฉันไม่กระทืบแกล่ะก็ เดี๋ยวแกคงคิดว่าพวกเรามาเป็นอันธพาลเด็กเล่นกันหมดน่ะสิ!”

คนที่ดูท่าทางจะเป็นผู้นำของกลุ่มผู้ต้องขังมีฉายาว่า ‘ไอ้หมีใหญ่’ เขาดูอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก ในขณะที่เขายังคงพูดเอื่อย ๆ อยู่นั้น เขากลับดูจะใกล้ ซู ฉิวไป่ เข้ามาเรื่อย ๆ

ทว่าทันใดนั้นเอง...โอ้ย!

เสียงประหลาดดังขึ้นมาไปทั่วห้องขัง ไอ้หมีใหญ่ชงักงันก่อนที่จะกุมท้องตัวเองด้วยความเจ็บปวด หน้าของเขาแดงด้วยความอับอาย และเหล่าเพื่อนร่วมห้องขังต่างพากันหัวเราะเยาะเขา

“มีเรื่องอะไรตลกนักเหรอวะ”

ไอ้หมีใหญ่หันกลับไปก่นด่าเหล่าผู้ต้องขังคนอื่น ซึ่งนั่นดูจะทำให้พวกนั้นกลับขำหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก

ตอนนี้เขาโกรธเป็นอย่างมากแล้ว เขาถลึงตาไปทาง ซู ฉิวไป่ เห็นได้ชัดเลยว่าเขากำลังโทษคนขับรถสำหรับเรื่องทั้งหมด แต่ก่อนที่เขาจะมีโอกาสขยับใกล้เข้าไปอีกก้าว ท้องเขาร้องขึ้นมาอีกครั้ง และความเจ็บปวดเริ่มกระจายไปทั่วร่างกายของเขาแล้ว

แน่นอนว่าเขาไม่เคยคลอดเด็กมาก่อน แต่ ณ บัดนั้นเอง เขาคิดว่าความเจ็บปวดที่เขารู้สึกในตอนนี้ก็คงไม่แตกต่างกัน ร่างกายของเขามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะถ่ายอะไรซักอย่างออกมา ถ้าเขายังอยู่ในห้องขังต่อล่ะก็...เขาคงร่าดออกมา ณ ตรงนั้นเลย!

“เจ้าหน้าที่...ฉันจะเข้าห้องน้ำ!”

หน้าของไอ้หมีใหญ่แดงแปร๊ดในขณะที่เขาวิ่งตรงดิ่งไปที่ประตู มือเขากำลูกกรงเสียแน่น และตอนนี้เขายืนในท่าที่เขาหนีบขาทั้งสองข้างติดกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงจ้องเขาด้วยสายตาประหลาดใน ผู้กำกับจ้าวพึ่งสั่งให้พวกนักโทษกระทีบสั่งสอนไอ้คนใหม่ไม่ใช่เหรอ นี่ยังไม่ได้ยินเสียงของการเคลื่อนไหวอะไรเลย แต่นี่มีคนขอเข้าห้องน้ำแล้ว

ถึงอย่างนั้นก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเดินไปตรวจสอบให้แน่ใจว่าไอ้หมีใหญ่ไม่ได้กำลังโกหก

“ไปได้ มีเวลาเข้าเพียงห้านาที”

เจ้าหน้าที่เปิดประตูให้ไอ้หมีใหญ่แล้วชี้ไปทางทิศของห้องน้ำ เมื่อเขาพูดจบประโยคแล้ว ไอ้หมีใหญ่ก็รีบพุ่งออกไปในทันที

ผู้ต้องขังคนอื่นยังยืนนิ่งแล้วหัวเราะเยาะไอ้หมีใหญ่ พร้อมกับแอบเหลือบมองไปที่ ซู ฉิวไป่

พวกเขาได้ยินมาแล้วว่าผู้กำกับจ้าวต้องการให้พวกเขาทำอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ตราบใดก็ตามที่พวกเขากระทึบไอ้คนใหม่ที่เข้ามา พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม พวกเขารู้สึกลังเลเล็กน้อยเนื่องจากไอ้หมีใหญ่ยังไม่กลับมา ท้ายที่สุดแล้ว ไอ้หมีใหญ่ก็เป็นผู้ที่ได้รับคำสั่งโดยตรงมาจากผู้กำกับจ้าว

ต่อมาไม่นาน ไอ้หมีใหญ่ก็ออกมาจากห้องน้ำ

เขาดูตัวซีดมาก ทุกย่างก้าวที่เขาเดินไป เขารู้สึกได้ว่าก้นของเขาจะระเบิดมาเสียตรงนั้น เขาเข้าไปในห้องขังและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจ้องไปที่ซู ฉิวไป่ ขณะที่เขากำลังแสดงท่าทางข่มขู่ ท้องของเขาก็เริ่มร้องขึ้นมาอีกครั้ง

“ช่างแม่ง พวกแกจัดการมันเองเลยล่ะกัน วันนี้รู้สึกจะไม่ไหวแล้ว...เจ้าหน้าที่ ขอไปเข้าห้องน้ำ!”

ไอ้หมีใหญ่ส่ายหัวในสภาพน่าสมเพช แล้วก็วิ่งไปที่ประตูอีกครั้งแล้วตะโกนขึ้นมา

ตำรวจที่เพิ่งจะได้นั่งลงรู้สึกรำคาญเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเสียงของนักโทษ เพิ่งจะเข้าห้องน้ำไปไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ดันต้องการที่จะไปอีกรอบ เสียเวลาจริง ๆ

ในขณะที่เขากำลังจะเดินไปเปิดประตูห้องขัง เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นอีก กลับเกิดขึ้นมาจนได้

“เจ้าหน้าที่ ต้องไปเข้าห้องน้ำ!”

ดูเหมือนว่าผู้ต้องขังแทบทุกคนจะร้องลั่นออกมาเป็นเสียงเดียวกัน พวกเขายืนเอามือกุมท้องและขาของพวกเขาหนีบเข้าด้วยกัน หน้าของพวกเขาแดงและแสดงสีหน้าของความทรมานอย่างคนหมดหนทางผ่านลูกกรงห้องขังออกมา

จบบทที่ SD:บทที่ 19 : รายงานสถานการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว