เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SD:บทที่ 18 : คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งได้สอนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น

SD:บทที่ 18 : คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งได้สอนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น

SD:บทที่ 18 : คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งได้สอนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น


SD:บทที่ 18 : คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งได้สอนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น

อาจเป็นได้ว่าเสียงปรบมืออันกระตือรือร้นที่กึกก้องไปทั่วห้องประชุมนั้น จะมีอิทธิพลต่อแขกเหรื่อที่มาจากแดนไกล ผู้หญิงผมบลอนด์คนหนึ่งในเหล่าแขกผู้มีเกียรติ จึงลุกขึ้นยืนและปรบมือไปพร้อมกับผู้ชม

ซู ฉิวไป่ ดำเนินการแปลไปอย่างไร้ข้อบกพร่อง เขาแม้แต่ถึงกับแก้ไขความผิดพลาดบางประการในสุนทรพจน์ของเหล่าแขกผู้มีเกียรติ

เหล่าผู้ชมนั้น ต่างไม่อาจเปิดปากเอ่ยคำใด ๆ ออกมาเนื่องจากความตะลึงงัน ซู ฉิวไป่ ไม่ได้เป็นแค่ล่ามธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด ดีไม่ดี เขาอาจจะเป็นล่ามที่ดีมากกว่าล่ามมืออาชีพบางคนเสียด้วย การแปลของเขานั้น ราวกับว่าเขาสามารถจดจำสุนทรพจน์ได้ล่วงหน้าทั้งหมด แล้วมาท่องมันบนเวทีนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยด้วยซ้ำ...

“นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน...นี่คนขับรถคนนึงจะเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษขนาดนี้ได้อย่างไรกัน แม้แต่พวกครูเอง ก็ยังทำไม่ได้ถึงขนาดนี้เลยนะ...”

อู๋ กัง ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเขา แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกันว่าเขานั่งบนกองเข็มและหมุดเสียมากกว่า เขาจ้องตรงไปที่คนขับรถแท็กซี่ที่บัดนี้กลับกลายเป็นล่ามที่เก่งกาจ เหงื่อกาฬพลันไหลบนหน้าผาก แล้วได้พึมพำเบา ๆ

อันที่จริง อาจารย์ทุกคนต่างแอบเปรียบเทียบตนเองกับ ซู ฉิวไป่ อย่างลับ ๆ ในใจ พวกเขาสังเกตเห็นได้เลยว่าทักษะภาษาอังกฤษของพวกเขา สู้ความสามารถของคนขับรถแท็กซี่คนนี้ไม่ได้เลย

ที่สุดแล้ว แม้แต่เหล่าชาวต่างชาติเองก็งงงันไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อได้ฟังการแปลของ ซู ฉิวไป่!

ล่ามคนนี้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีเทียบเท่าคนต่างชาติเลยทีเดียว เขาพูดได้ดีมากกว่าคนทุกคนในการประชุมนี้เสียอีก นี่การใช้ภาษาอังกฤษได้แพร่หลายมากในหมู่ประชาชนจีน จนถึงขั้นที่แม้แต่คนขับรถ ก็สามารถเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษได้อย่างน่าเหลือเชื่อเชียวหรือ

ประเทศจีนนี่ช่างเป็นประเทศที่มหัศจรรย์โดยแท้!

ในทำนองเดียวกัน สำเนียงการออกเสียงภาษาอังกฤษของ ซู ฉิวไป่ ได้ทำลายความหวังอันน้อยนิดที่ยังเหลือในหัวใจของผู้อำนวยการหลี่และ อู๋ กัง โดยสมบูรณ์!

เขาจะต้องบ้าแน่ ๆ ทักษะภาษาต่างประเทศของเขาสูงมากขนาดนี้ แต่เขาดันทำงานเป็นคนขับแท็กซี่เพื่อไล่ตามจีบผู้หญิง!

เขามันคนต้มตุ๋นชัด ๆ นี่มันเป็นอาชญากรรมโดยแท้จริง!

ผู้อำนวยการหลี่และ อู๋ กัง มีความคิดเห็นตรงกัน

อีกด้านหนึ่ง ครูใหญ่ของโรงเรียนเริ่มฉีกยิ้มกว้าง ตั้งแต่ที่เขาสังเกตเห็นความประทับใจที่ประทับบนใบหน้าของเหล่าชาวต่างชาติ

นอกจากความรู้สึกตกใจระคนดีใจแล้ว ดง เจี่ยเว่ย ยังคงรู้สึกซาบซึ้งและหลงใหลด้วย

ซู ฉิวไป่ มอบความประทับใจที่ไม่มีวันเลือนในใจของเธอ

บางทีพวกแขกผู้มีเกียรติเอง ก็อาจจะยังรู้สึกว่าเขายังน่าทึ่งเกินไปด้วยซ้ำ พวกเขาจึงตัดสินใจทำให้เรื่องทั้งหมดนี้ยากขึ้นไปอีกสำหรับเขา

ทันใดนั้น หญิงชราคนหนึ่งพลันลุกขึ้นยืน แล้วพูดรัว ๆ ด้วยภาษาที่ไม่มีใครในห้องประชุมนั้นเข้าใจ

ห้องประชุมเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่เขากำลังพูดใน...ภาษารัสเซีย!

เมื่อผู้ชมสังเกตได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ทุกคนจึงตระหนักได้ว่าเหล่าคณะผู้แทนจากต่างประเทศกำลังจ้องมองไปที่ ซู ฉิวไป่

ทุกคนต่างเข้าใจดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น...มันคือการสมคบคิด!

แต่ชาวต่างชาติพวกนี้ไม่ละอายใจกันเลยรึไง นี่พวกเขาทำแบบนี้ได้ยังไงกัน! ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งมากล่ะก็ ไม่มาลองแปลกลอนโบราณของประเทศเราบ้างล่ะ!

ในขณะที่บรรดาครูและนักเรียนได้แต่ก่นด่าความอยุติธรรมของสถานการณ์นี้แทน ซู ฉิวไป่ ในใจนั้น...

ให้ตาย ไอ้เวรนี่ดันแปลความที่หญิงชรากล่าวมาอย่างลื่นไหลได้อีก!

พับผ่าสิ...นี่โลกนี่เพี้ยนไปหมดแล้วรึยังไงกัน!

ทุกคนต่างก็ล้วนอัศจรรย์ใจ เรื่องทั้งหมดนี้ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย คนขับรถแท็กซี่ธรรมดา ๆ นอกจากจะเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษอย่างน่าทึ่งแล้ว ยังเข้าใจภาษารัสเซียเป็นอย่างดี

ต่อมา ผู้แทนอีกคนลุกพรวดขึ้น เพื่อทดสอบ ซู ฉิวไป่ อีก คราวนี้...เป็นภาษาฝรั่งเศส!

แม้ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนกันว่าพวกคณะผู้แทนจากนานาชาตินี่จะหน้าไม่อายเสียเลย แต่พวกเขายังคงกุมความหวังสุดท้ายไว้ที่ตัวของ ซู ฉิวไป่ คนนี้

แล้วก็เหมือนกับที่คาดการณ์ ราวกับว่าทั้งหมดนี้เป็นตามปรกติวิสัย เขาเริ่มที่จะแปลหลังจากที่เงียบไปไม่กี่วินาที!

นักเรียนบางส่วนเริ่มจะตะโกนเชียร์คนขับแท็กซี่สุดเสียงแล้ว ไม่มีใครคาดการณ์มาก่อนเลยว่าการประชุมแลกเปลี่ยนจะน่าตื่นเต้นได้เพียงนี้

แต่ว่า...มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น!

แน่นอนว่า ซู ฉิวไป่ จะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขารอดตัวไปง่าย ๆ เช่นนั้นหรอก ในฐานะที่เขาเป็นนักปฏิบัติอย่างถ่องแท้ กล่าวคือ สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มยึดมั่นมาโดยตลอดมีเพียงแค่ หากคุณติดหนี้เขา ถ้าอย่างนั้นก็จงคืนเงินเขามาให้เร็วที่สุด ถ้าหากว่าคุณดันเกิดมาตายพรุ่งนี้พอดี เขาก็เสียผลประโยชน์น่ะสิ!

ด้วยแนวคิดดังกล่าว ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่คณะผู้แทน เขาทนฟังสุนทรพจน์อันหยิ่งผยองของพวกเขามานานพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะคว้าโอกาสนี้ไว้สำหรับตัวเขาเอง

ภาษาสเปน...ภาษาอาหรับ...ภาษาฮินดู...

ซู ฉิวไป่ ใช้แต้มสะสมการเติบโตของเขาที่ยังเหลืออยู่ ไปกับหมวดภาษาต่างประเทศทั้งหมด

ไม่มีเวลาพอให้ผลาญเล่นแล้ว ถ้าหากเขาไม่ทวงคืนความยุติธรรมในตอนนี้ เขาคงทำให้ครูวิชาภาษาต่างประเทศของเขาอับอายเป็นแน่

เขาจึงกล่าวถ้อยคำสั้น ๆ ที่ทำให้คณะผู้แทนต่างประเทศเงียบเสียสนิท!

ถึงกระนั้น แทบทุกคนที่เหลือในหอประชุมกลับยืนขึ้น แล้วปรบมือให้เขา

ซู ฉิวไป่ รู้สึกได้ว่าการประชุมใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว จึงหันไปทางผู้ชมแล้วจ่อไมโครโฟนที่ปากเขา

“เมื่อตะกี้ ผมพึ่งถามคณะผู้แทนจากต่างประเทศในภาษาประจำชาติของพวกเขา ว่ามีอะไรจะกล่าวเพิ่มเติมมั้ย แต่ดูท่าว่าพวกเขาจะยังคงนิ่งเงียบ ดูเหมือนว่า...การประชุมนี้จะจบแล้วครับ”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขาแล้ว ทั้งหอประชุมเงียบสนิทไปชั่วครู่ ก่อนที่ผู้ชมทั้งหมดจะระเบิดเสียงหัวเราะ

ล่ามคนนี้ช่างกล้ายิ่งนัก แค่ไม่มีใครเข้าใจถ้อยคำที่เขาพูดก่อนหน้านี้ แต่นี่ เขาถึงกับกล้าพอที่จะยุติการประชุมนี้เลยทีเดียว

แต่ความกล้าท้าทายโดยไม่เกรงกลัวใครเช่นนี้...ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก!

ผู้ชมล้วนแต่เคยมองชาวต่างชาติว่าเหนือกว่าเป็นเวลานานหลายปี พวกเขาต่างรู้สึกว่าชาวต่างชาตินั้นน่าเหลือเชื่อ หัวก้าวหน้ามากกว่า นำสมัยมากกว่า หรือแม้แต่ดวงจันทร์ เมื่อมองจากประเทศเขา ก็คงกลมกว่าเมื่อมองจากจีนเป็นแน่!

ไม่สำคัญว่าจะเป็นใคร  ทุกครั้งที่มีการกล่าวถึงต่างประเทศแล้ว ทุกคนต่างเคารพนับถือชาวต่างชาติในทันที ทุกโรงเรียนต่างทุ่มเทเวลาและพลังงานไปกับนักเรียน อย่างไรก็ตาม พลังงานทั้งหมดนั้น กลับถูกใช้เพื่อเชิญชาวต่างชาติมาร่วม ‘การประชุมแลกเปลี่ยน’ นี่

ในความเป็นจริง จู่ ๆ บรรดานักเรียนและอาจารย์จะพัฒนาศักยภาพขึ้นมาทันทีทันใดหลังจากที่เพียงเข้าร่วมการประชุมครั้งหนึ่งนะเหรอ แล้วพวกเขาจะได้ประโยชน์มากมายเช่นนั้นจากการประชุมแลกเปลี่ยนสั้น ๆ เช่นนี้จริงหรือ

แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้!

แต่แน่นอน ไม่มีใครยอมเอ่ยความจริงที่ลึก ๆ แล้ว ทุกคนเองก็ย่อมรู้ดี จนในที่สุด กลับเป็นคนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งที่เป็นแกนนำในการแสดงความจริงนี้!

ทุกคนเริ่มปรบมืออีกรอบหนึ่ง ไม่มีใครเชื่อว่าชายผู้สวมเสื้อกั๊กบนเวทีเป็นเพียงคนขับแท็กซี่ธรรมดา!

เป็นไปได้ว่าเหล่าคณะผู้แทนต่างประเทศไม่สามารถที่จะทนรอได้อีกต่อไป ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มจะกลับไป การประชุมนี้จึงจบลงอย่างชัดเจนในสายตาของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ผู้คนจำนวนมากยังคงมองไปที่ตำแหน่งของ ซู ฉิวไป่ ก่อนที่พิธีกรจะประกาศให้ทุกคนออกจากห้องประชุมได้ ไม่มีใครเคยคิดมาก่อนเลยว่า คนขับรถแท็กซี่ธรรมดา จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์มากมายขนาดนี้ได้ในเวลาแค่วันเดียว

“นี่คุณเป็นคนขับรถแท็กซี่จริง ๆ แน่นะคะ”

ดง เจี่ยเว่ย วิ่งตรงไปที่ชายหนุ่มทันที เธอจ้องมองไปที่ ซู ฉิวไป่ ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง สำหรับเธอแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นต่อหน้าเธอเมื่อครู่ เหมือนจะเป็นความฝันมากกว่าความเป็นจริงด้วยซ้ำ!

“คุณจะคิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไงล่ะครับ อย่าลืมสิ แท็กซี่ผมยังจอดรออยู่หน้าทางเข้าโรงเรียนเลยนะ”

เขายิ้มกว้าง ขณะที่พลันรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังผ่อนคลายมากขึ้น

ทุกสิ่งที่เขาทำไป มีจุดประสงค์เดียวคือเพื่อช่วย ดง เจี่ยเว่ย เท่านั้น อันที่จริง ก่อนที่เขาจะขึ้นไปบนเวที เขากังวลมากว่าเขาจะทำให้เรื่องทุกอย่างพังไปหมด!

โชคดีที่เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นไปด้วยความราบรื่นมากกว่าที่เขาคิดไว้ในตอนแรก

“คุณทำให้ฉันกลัวจริง ๆ นะ ฉันนึกว่าคุณจะรู้ศัพท์อังกฤษมีกี่คำ แต่ดูเหมือนว่าฉันจะคิดตื้นเกินไปมากนะคะ...”

ดง เจี่ยเว่ย ยิ้มบาง ๆ ดวงตาของเธอกลายเป็นรูปจันทร์เสี้ยว รอยยิ้มอันอ่อนหวานของเธอทำให้ ซู ฉิวไป่ แทบจะตัวลอย คนขับรถได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต้มทุกแต้มที่เขาใช้ไป...มันคุ้มค่าแล้ว!

ในขณะที่เขาดำเนินบทสนทนาของเขากับครูสาวต่อไปอย่างมีความสุข เขาพลันสังเกตเห็นผู้อำนวยการหน้าตาบึ้งตึงกำลังใกล้พวกเขาเข้ามา

“ครูดง คุณรู้ตัวหรือไม่ว่าโรงเรียนได้รับความเสียหายมากแค่ไหนจากพฤติกรรมของคุณ! คุณละเลยหน้าที่ตัวเองและจ้างล่ามแบบนี้มา ผลคือตอนนี้คณะผู้แทนต่างประเทศกำลังโกรธแค้นโรงเรียนเราเป็นอย่างมาก!”

ใบหน้าของผู้อำนวยการหลี่บิดเบี้ยวขณะที่เขาโวยวาย พุงพลุ้ยของเขายื่นอออกไปข้างหน้าจนเสื้อเขายืด

“ผู้อำนวยการหลี่ค่ะ โปรดจัดลำดับความสำคัญของคุณใหม่ด้วยค่ะ ระดับความสามารถในการแปลของเขาไม่ได้เป็นปัญหาเลย ส่วนความไม่พอใจของพวกเขามันไร้สาระมากค่ะ เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขากำลังพยายามทำให้เรื่องมันยุ่งยากสำหรับฉิวไป่!”

ดง เจี่ยเว่ย โกรธถ้อยคำอันไร้สาระที่ผู้กำกับลี่พูดอย่างมากที่สุด!

“ครูดง พวกเขาเป็นแขกเหรื่อที่มาไกล โรงเรียนของเราต้องตอบสนองทุกความต้องการของพวกเขา คุณจะปฏิบัติต่อแขกต่างชาติเช่นนี้จริงเหรอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นี่เป็นความรับผิดชอบของคุณ!”

ผู้อำนวยการหลี่กล่าวอ้างขึ้น พลางส่งเสียงออกจมูกอย่างเย็นชา

“ฉันจะคุยกับอาจารย์ใหญ่ คุณกำลังก่อเรื่องทั้งหมดนี้โดยเจตนา ฉันจะให้เขารู้อีกด้วยว่าคุณไม่เคยส่งประกาศภาระงานให้ฉันตั้งแต่แรก!”

ดง เจี่ยเว่ย โกรธมากจนในที่สุดเธอก็ขึ้นเสียงในตอนท้าย

คนที่ยังอยู่ในสถานที่ต่างก็จ้องมองมาที่พวกเขา

“อ้อเหรอ ไปสิ! ไปหาครูใหญ่เลย ล่ามที่คุณจ้างมาสร้างความรำคาญให้กับแขกผู้มีเกียรติ ไม่เพียงแต่คุณไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากผม แต่คุณยังกล้าที่จะพูดคุยกับผมในลักษณะเช่นนี้อีก...คุณครูดง คุณควรคิดอย่างรอบคอบตั้งแต่นี้เป็นต้นไป…”

เขาพูดเช่นนั้นด้วยสายตาที่ประสงค์ร้าย แล้วผู้อำนวยการหลี่ก็ยังคงกล่าวดูถูกหญิงสาวต่อไป

"คิดอย่างรอบคอบเหรอ!"

เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะถูกตบเข้าที่หน้าแบบนี้ ผู้อำนวยการหลี่ไม่เอ่ยอะไรขณะที่เขาค่อย ๆ วางมือของเขาลงบนหน้า

นี่เขาโดนตบครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน

“แก...แกกล้าตบฉันเหรอ!”

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับที่เขาพูดแบบนั้นซูฉิวไป่ รีบไปหาเขาทันที

“ตบคุณเหรอ นี่ผมแค่ช่วยพ่อแม่ของคุณสอนบทเรียนให้คุณต่างหากล่ะ!”

ซู ฉิวไป่ เป็นคนที่มีนิสัยเช่นนี้มาโดยตลอด เขาไม่อาจทำตัววางเฉยให้กับความไม่ยุติธรรมเช่นเดียวกับตอนที่เขาต่อยผู้จัดการแผนกของเขาหลังจากทำงานงานแรกของเขาได้เพียงไม่กี่วัน แน่นอนว่าหลังจากนั้นเขาก็ถูกไล่ออก

เขาไล่หางานใหม่ไปเรื่อย ๆ และสุดท้ายต่างก็จบลงด้วยการถูกไล่ออกจากบริษัท เหตุผลก็เหมือนกันทุกครั้ง คือเขาพยายามที่จะช่วยคนอื่น และสุดท้ายก็กลับตกงานเสียเอง

ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความอยุติธรรมได้ ดังนั้นหลังจากถูกไล่ออกจาก บริษัทหลายแห่ง เขาจึงตัดสินใจทำงานเป็นคนขับแท็กซี่เสียเลย

เป็นอย่างที่เขาพูดเสมอ บางสิ่งเราก็ต้องลงมือทำเอง เขาคงหวังพึ่งความช่วยเหลือจากทางการไปตลอดไม่ได้ เขาจึงต้องทำบางสิ่งเสมอเพื่อช่วยเหลือคนที่ลำบาก!

ซู ฉิวไป่ เริ่มรู้สึกสะอิดสะเอียนตั้งแต่ที่ได้ยินคำพูดของผู้อำนวยการหลี่ครั้งแรก แต่เขาพยายามที่จะไม่ก่อปัญหาอะไร เพราะเขายังไม่อยากจะทำให้ ดง เจี่ยเว่ย ต้องเดือดร้อน คนขับรถจึงอดทนกับผู้อำนวยการมาตลอด เขาต้องเป็นพยานเห็นความหยาบคายของชายคนนี้มานานเสียจน ซู ฉิวไป่ ควบคุมความโกรธไว้ได้ไม่อยู่

ถ้าเขาไม่สอนบทเรียนให้มันเสียบ้าง ผู้อำนวยการหลี่คงหลงคิดว่าบ้านของมันคงเป็น ‘จัตุรัสเทียนอันเหมิน’ อันศักดิสิทธิ์เสียแล้ว!

แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้แข็งแรงมากนัก แต่มันก็คงเพียงพอที่จะต่อกรกับผู้อำนวยการหลี่ได้

หลังจากนั้นไม่กี่นาที จมูกและใบหน้าของผู้อำนวยการหลี่ก็บวมขึ้น ในขณะที่เขาซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะและเอาแต่แหกปากโวยวาย ส่วนสถานที่จัดงานตอนนี้วุ่นวายชุลมุน ผู้คนมากมายเริ่มรวมตัวกันมุงรอบตัวพวกเขา

นักเรียนกำลังถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์ของพวกเขา ยามรักษาความปลอดภัยได้แต่พยายามไล่คนไปอย่างสุดความสามารถ และเหล่าอาจารย์ก็กำลังแนะนำฝูงชน... สถานการณ์ตอนนี้เป็นเพียงความโกลาหลโดยแท้!

หลังจากการทุลักทุเลอย่างมาก ดง เจี่ยเว่ย ก็สามารถดึง ซู ฉิวไป ออกมาจากชายอ้วนได้ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว ผู้อำนวยการหลี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

“ใครก็ได้โทรเรียกตำรวจที! ผมอยากให้ไอ้คนขับรถมันถูกจองจำ! โทรหาตำรวจเลย!”

ใครคนหนึ่งโทรเรียกตำรวจมาจริง ๆ ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมด

ดง เจี่ยเว่ย เป็นกังวลอย่างมาก แต่ ซู ฉิวไป่ เพียงแค่ยิ้ม แล้วยืนยันกับเธอว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเลย

ในขณะที่เขาพูด เขาใช้เวทย์ผูกเครื่องรางนำโชคร้ายสองอันกับผู้อำนวยการหลี่ในใจ!

ไอ้อ้วนโง่นั้น ดูซิว่าสุดท้ายใครกันที่จะรอด...

อีกด้านหนึ่ง เขาผูกเครื่องรางนำโชคดีไว้กับตัวเขาเอง!

ฮ่าฮ่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่เคยรู้เลยนะเนี่ยว่าผลของเครื่องรางนำโชคดีนี่เป็นยังไง เดี๋ยวจะรู้กันเดี๋ยวนี่แหละ...

จบบทที่ SD:บทที่ 18 : คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งได้สอนให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว