เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 - ลงมือก่อน

บทที่ 11 - ลงมือก่อน

บทที่ 11 - ลงมือก่อน


บทที่ 11 - ลงมือก่อน

คาชูเดินจ้ำอ้าวบนทางเดินหินกรวด ท่ามกลางเสียงฝนตกกระทบใบไม้ดังเปาะแปะ ผลักประตูหอพักเข้าไป

"พี่หลี่เหวย กลับมาแล้วเหรอ"

"พวกเราเก็บข้าวไว้ให้..."

"นั่งนี่เลยครับ"

เด็กหนุ่มทั้งห้าคนในห้องต่างทักทายอย่างกระตือรือร้น นับตั้งแต่เมื่อคืนวานซืนที่คาชูเล่าเรื่องสยองขวัญเกี่ยวกับสาวงามกับแวมไพร์ให้ฟัง ความสัมพันธ์ของทั้งหกคนก็แน่นแฟ้นขึ้นทันตาเห็น

ปกติกลับถึงห้องก็ไม่มีอะไรทำ ต่างคนต่างนอน แต่ตอนนี้ทุกคนรอให้คาชูเล่าเรื่องผีก่อนนอนถึงจะยอมหลับ แถมยังช่วยกันแบ่งอาหารเย็นคนละเล็กละน้อยมารวมกันให้คาชูกิน

ถือเป็นค่าเล่าเรื่องวันละสองรอบ

"กินข้าวๆ พี่หลี่เหวยเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไหม เดี๋ยวผมกับอารอนเอาไปซักให้" เด็กหนุ่มหัวโตเดินเข้ามา ในมือถือกล่องเหล็ก

"ได้สิ ขอบใจนะ" คาชูเปลี่ยนชุดต่อหน้าทุกคน ผู้ชายด้วยกันไม่มีอะไรต้องอาย เรื่องอาบน้ำค่อยว่ากันหลังจากเล่านิทานจบ

เด็กหนุ่มหัวโตเปิดกล่องเหล็ก ข้างในมีขนมปัง ผัก และเนื้อ ไม่รู้ไปหากล่องมาจากไหน

"พี่หลี่เหวยกินข้าวไปก่อนนะ ผมกับอารอนไปซักผ้าก่อน" เขาเดินนำเด็กหนุ่มผอมแห้งที่ถือเสื้อผ้าไปสองสามก้าว แล้วหันกลับมากำชับ "พวกนายห้ามยุให้พี่หลี่เหวยเล่าตอนเราไม่อยู่นะ เข้าใจไหม..."

"วางใจเถอะ ฉันจะกินข้าวช้าๆ" คาชูรับปาก ทั้งสองถึงได้พยักหน้าแล้วรีบออกไป

ยุคนี้สิ่งบันเทิงมีน้อยนิด ค่ายฝึกก็เข้มงวด วันๆ มีแต่ฝึกกับนอน เรื่องเล่าสยองขวัญของคาชูจึงกลายเป็นของล้ำค่า เด็กหนุ่มทั้งห้าติดงอมแงม

ตัวเขาเองยังนึกไม่ถึงว่า เรื่องที่เล่าฆ่าเวลาเล่นๆ จะทำให้มีข้าวกินอิ่มท้องทุกเย็น

จากนั้น คาชูก็จัดการกับความหิวด้วยอาหารในกล่องเหล็ก

สิบห้านาทีผ่านไป ท่ามกลางสายตาคาดหวังของทุกคน เขาเริ่มเล่าเรื่องนักล่าแวมไพร์แวนเฮลซิงต่อจากคราวที่แล้ว

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงกรนดังระงมไปทั่วห้อง คาชูมองท้องฟ้ามืดครึ้มที่ยังมีฝนปรอยๆ อยู่นอกหน้าต่าง แล้วหันกลับมานอนกอดอก

เขาหรี่ตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิกตัวลงจากเตียง หยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่ง แล้วเดินออกจากห้องไป

โซนหอพักชาย อาคารหมายเลขเจ็ด

เสียงร้องโอดโอยแผ่วเบาดังลอยมา ฟินน์นอนคว่ำอยู่บนเตียง เด็กหนุ่มข้างๆ ถือขวดสีน้ำตาลเหลือง ค่อยๆ ทายาลงบนตัวฟินน์

"โอ๊ย เบาๆ หน่อยสิวะ!"

"เวรเอ๊ย! เปลี่ยนคนซิ เอาคนที่มือเบาๆ หน่อย!"

ฟินน์ขมวดคิ้วแน่น เปลือกตากระตุก ความปวดเมื่อยผสมกับความแสบร้อนของยาแทบจะฆ่าเขาให้ตายได้ การฝึกสองเท่านี้มันนรกชัดๆ แค่คิดว่าต้องทนอีกเก้าวัน เขาก็แทบคลั่ง

พอนึกถึงหน้าหลี่เหวยกับครูฝึกดันตัน ยิ่งเจ็บใจ พอนึกถึงสายตาเยาะเย้ยและเสียงหัวเราะของนักเรียนกลุ่มสามกลุ่มสี่ ฟินน์อยากจะลุกไปอัดทุกคนให้หมอบ

"แค่เมาแล้วทำผิดนิดหน่อย ถึงกับต้องกัดไม่ปล่อยขนาดนี้เชียว?" ฟินน์พ่นลมหายใจแรงๆ สองที

เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ความจริงคนเมาจริงๆ ไม่มีแรงทำเรื่องบัดสีแบบนั้นหรอก กรณีของฟินน์ชัดเจนว่ามีความคิดสกปรกอยู่แล้ว แค่ใช้ความเมาบังหน้าเพื่อทำชั่ว

"ทาตรงใต้ไหล่เยอะๆ หน่อย แล้วก็เปิดประตูแง้มไว้หน่อย ร้อนเว้ย" ฟินน์สั่งลูกน้องสองคน

กัดฟันทนความเจ็บปวด พอความเย็นของยาเริ่มออกฤทธิ์กดความปวดเมื่อยไว้ ฟินน์กำผ้าขนหนูแน่น "เรื่องนี้จะจบแบบนี้ไม่ได้..."

"ซัดข้าจนหน้าบวมปูด ทำข้าต้องนอนโรงพยาบาลเป็นสิบวัน! แค่เห็นหน้ามันข้าก็ของขึ้นแล้ว!"

เขาตะโกนระบายอารมณ์ ลูกน้องสองสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ฟินน์เป็นญาติกับครูฝึกมานน์ จึงมีอิทธิพลในหอพักมากที่สุด

"ต้องหาโอกาส ล่อมันออกไปนอกค่ายฝึกแล้วกระทืบให้เละ ไม่งั้นข้ากลืนไม่ลง" ฟินน์พูด

"เอายังไงดีครับ? พวกเราเอาด้วย..." คนอื่นๆ มองตากันแล้วรับคำ ในฐานะลูกสมุนพวกเขาก็ซื่อสัตย์ดี

ฟินน์ครุ่นคิดสักพัก แล้วเริ่มเล่าแผนการที่เขาคิดว่าสมบูรณ์แบบ แต่จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยช่องโหว่ ทว่าความโหดเหี้ยมนั้นเกินเด็กไปไกล

"เอาตามนี้แหละ จริงๆ พวกเราไม่ต้องกลัวหรอก คราวที่แล้วมันกะทันหันไปหน่อย ข้าประมาทเอง แถมเมาด้วย สมองเลยเบลอๆ โดนมันเล่นทีเผลอก็ไม่แปลก คราวนี้พวกเราลงมือก่อน จัดการมันได้ง่ายๆ..."

ฟินน์นอนคว่ำกางแขนออก ลูกน้องคนหนึ่งกำลังทุบนวดกล้ามเนื้อให้เขาเบาๆ

"เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้า..."

ปัง! ประตูที่แง้มอยู่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"เฮ้ย! หลี่เหวย!"

ฟินน์หันขวับตาเบิกโพลง กำลังจะยันตัวลุกขึ้น แต่คาชูกระโดดเข้ามานั่งทับล็อกตัวเขาไว้แน่น

วินาทีต่อมา หมัดรัวเป็นชุดก็กระหน่ำลงมาดั่งห่าฝน

"อยากเล่นงานข้าใช่ไหม?!"

"อ๊าก!"

"ไม่พอใจใช่ไหม?!"

"โอ๊ย!"

"ยังคิดจะยุ่งกับพี่สาวข้าอีกใช่ไหม?!"

"อ๊าก!"

ทุกหมัดของคาชูเรียกเสียงร้องโหยหวนจากฟินน์

"ไอ้พวกเวร มาช่วยข้าสิวะ!!!" ฟินน์พยายามยันตัวขึ้นหลายครั้ง แต่แขนที่อ่อนล้าไม่มีแรงพอ

พวกที่เหลือที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเพิ่งได้สติ รีบเข้ามารุมทุบตีคาชู พวกเขารุมอัดคาชู แต่คาชูก็ไม่สน ก้มหน้าก้มตาซัดฟินน์คนเดียว ผ่านไปหลายสิบวินาทีถึงถูกกระชากตัวออกมาได้

ตอนนั้นฟินน์โดนซัดจนมึนงง ทำได้แค่กระพริบตาปริบๆ พูดไม่ออก ส่วนอีกด้าน เด็กหนุ่มสองสามคนกำลังรุมสกรัมคาชู ทั้งหมัดทั้งเท้าประเคนใส่ไม่ยั้ง

คาชูเริ่มมีรอยฟกช้ำและบาดแผล เขาจ้องมองรอบตัวด้วยสายตาดุร้าย ถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น แล้วแหกปากตะโกน "ช่วยด้วย!!!! ฆ่าคนแล้ว! ครูฝึก! หอเจ็ดมีคนตบตีกัน!"

เสียงดังลั่นกังวาน ปลุกนักเรียนที่หลับไปแล้วให้ตื่นขึ้นมามุงดู

พวกเขาเห็นคาชูถูกรุมสกรัมโดยเด็กหนุ่มสามสี่คนจนเลือดตกยางออก เซถอยหลังไปซ้ายทีขวาที

ไม่นานนักเรียนที่มีความยุติธรรมก็ทนดูไม่ได้ พุ่งเข้าไปช่วย

เกิดเป็นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย

จนกระทั่งครูฝึกเวรยามมาถึงในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เหตุการณ์จึงสงบลง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 11 - ลงมือก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว