- หน้าแรก
- มีแค่ผมที่ย้อนเวลากลับไปฝึกวิชาในยุคแห่งตำนานได้
- บทที่ 5 - วิชาการต่อสู้พื้นฐาน
บทที่ 5 - วิชาการต่อสู้พื้นฐาน
บทที่ 5 - วิชาการต่อสู้พื้นฐาน
บทที่ 5 - วิชาการต่อสู้พื้นฐาน
เมื่อคาชูมาถึงขอบลานฝึกยุทธ์ แถวของหลี่ฉู่กำลังพักพอดี ทั้งสองเดินไปที่มุมหนึ่ง
"พี่ กินไข่สองฟองนี้ซะ" คาชูล้วงไข่ต้มสองฟองออกมาจากอกเสื้อ เปลือกไข่ยังอุ่นๆ จากอุณหภูมิร่างกาย
จากนั้นก็เป็นการยื้อยุดกันตามที่คาชูคาดไว้
สุดท้าย คาชูต้องอ้างว่าครูฝึกลิเชียรออยู่ หลี่ฉู่ถึงยอมก้มหน้าปอกไข่กิน
ขอบตาของหลี่ฉู่แดงก่ำ แต่เธอไม่อยากให้อารมณ์เศร้าของตัวเองส่งผลกระทบต่อน้องชาย จึงกลั้นน้ำตาไว้ แม้พ่อแม่จะจากไปแล้ว แต่น้องชายกลับดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกะทันหัน
จากวันนี้ไป พวกเขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี
เธอเพิ่งจะสิบสี่ น้องชายก็แค่สิบสาม ทั้งคู่ยังมีเวลาและอนาคตอีกยาวไกล จะยอมแพ้ไม่ได้
หลี่ฉู่กลั้นใจ กลืนไข่แดงลงคอทีละคำ
คาชูเฝ้าดูจนหลี่ฉู่กินไข่หมดทั้งสองฟองถึงได้จากมา ค่านิยมพื้นฐานของเขาเรียบง่ายมาก
ใครดีมา ก็ดีตอบ ยุติธรรมดี
แน่นอน ในทางกลับกันก็เช่นกัน
"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก..." คาชูวิ่งขึ้นบันไดมาอย่างเหนื่อยหอบ ร่างกายผอมแห้งนี้พละกำลังน้อยเกินไป
"ครูฝึกลิเชีย ผมกลับมาแล้วครับ" เขาผลักประตูเข้าไป
"รับ"
ไข่ไก่ฟองหนึ่งลอยหวือมาตามเสียง
คาชูยื่นมือรับไว้ สีหน้าแปลกใจเล็กน้อย
โรงพยาบาลของค่ายฝึกวายุคชสารอยู่ห่างจากลานฝึกยุทธ์เป็นร้อยเมตร ครูฝึกลิเชียมองเห็นจากระยะไกลขนาดนั้นเลยเหรอ? แปลกจริง
"ไปกันเถอะ ไปสนามเล็กข้างโรงพยาบาล" ลิเชียเดินเนิบๆ เข้ามา ตบไหล่คาชูเบาๆ ด้วยมือที่หยาบกร้าน
"ครับ ครูฝึก"
คาชูเดินตามลิเชียไปจนถึงสนามเล็ก
เป็นสนามรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไกลออกไปมีอาคารสีเทาขาวสองหลัง เป็นโกดังเก็บอุปกรณ์ออกกำลังกาย
พื้นสนามเป็นสีเหลืองอ่อน ขอบสนามมีลู่วิ่งรอบหนึ่ง
ตำแหน่งค่อนไปทางซ้ายของตรงกลางมีเสาไม้ปักอยู่หลายต้น
ข้างเสาไม้ ใต้ร่มไม้
ลิเชียยืนกอดอกพิงต้นไม้ แสงแดดลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นเงากระดำกระด่าง ผมสั้นเสมอหูดูดำขลับเป็นมันเงา
คาชูยืนอยู่ตรงหน้าเธอ รออย่างเงียบๆ
"หลี่เหวย เธอขาดเรียนไปสี่วัน ฉันทำได้แค่สอนเสริมตัวต่อตัวให้ พรุ่งนี้เช้าเธอต้องกลับไปฝึกตามปกติเหมือนคนในกลุ่ม"
"ขอบคุณครับครูฝึก" คาชูตอบด้วยความซาบซึ้ง
"ไม่ต้องหรอก มันเป็นหน้าที่ของครูฝึกอยู่แล้ว" ลิเชียส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจ้องคาชูแล้วถามขึ้น
"เธอรู้ไหมว่าวรยุทธ์คืออะไร? เคยศึกษามาบ้างไหม?"
คาชูครุ่นคิดเล็กน้อย "วรยุทธ์คือวิชาฆ่าคน ตีคนตายได้ แล้วก็สู้แบบหนึ่งต่อสิบได้?"
"ถูกต้อง เธอพูดดูหยาบไปหน่อยแต่ความหมายโดยรวมก็ประมาณนั้น แต่ฉันอยากจะบอกว่า วรยุทธ์ไม่ใช่แค่หนึ่งต่อสิบ แต่ยังหนึ่งต่อร้อย ต่อพัน หรือแม้กระทั่งต่อหมื่น!"
ลิเชียสบตาคาชู "เธอเชื่อไหม?"
"ผม..." คาชูตระหนักได้ทันทีว่า ต่างโลกแห่งนี้ไม่ได้ธรรมดาเหมือนที่เขาใช้ชีวิตมาตลอดยี่สิบห้าปี แต่มีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้นซ่อนอยู่
และคนธรรมดาไม่อาจเข้าถึงระดับเหนือธรรมชาตินั้นได้
นักสู้ที่มีเลือดเนื้อไม่สามารถต่อกรกับปืนผาหน้าไม้ได้? แล้วถ้าฝึกความเร็วให้หลบกระสุนได้ ฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลล่ะ?
ไม่มีอะไรแน่นอน โดยเฉพาะในโลกที่อาจมีพลังเหนือธรรมชาติ
คาชูประมวลความคิด แล้วพยักหน้าช้าๆ "ผมเชื่อครับ"
ลิเชยายิ้ม ก่อนแบมือออก "ดูนี่"
คาชูก้มมอง ฝ่ามือนั้นหยาบกร้านและเต็มไปด้วยหนังด้าน ข้อนิ้วใหญ่ ดูไม่เหมือนมือผู้หญิง
นอกจากนั้นก็ดูไม่มีอะไรพิเศษ
ขณะที่คาชูกำลังสงสัย
ลิเชียยื่นมืออีกข้างไปดีดกิ่งไม้เบาๆ
ใบไม้รูปไข่ร่วงลงมาช้าๆ จากกลางอากาศ แล้วถูกฝ่ามือที่งอเล็กน้อยรองรับไว้ ใบไม้สีเขียวไม่ได้สัมผัสโดนผิวหนังเลย แต่มันกลับหมุนติ้วอยู่เหนือฝ่ามือราวห้าเซนติเมตรเหมือนใบพัดพัดลม
"นี่มัน..." คาชูตาโต
วินาทีต่อมา ใบไม้ก็เหมือนเรือใบสีเขียว พุ่งไปมาระหว่างนิ้วมือขวาของลิเชียอย่างรวดเร็วและมีจังหวะ
เธอยกมือขึ้นเล็กน้อย แล้วดีดนิ้ว
ใบไม้ในมือแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา
"ยื่นมือมา" ลิเชียพูดเรียบๆ
คาชูชะงัก แต่ก็ยื่นมือออกไป ทันใดนั้นมือของเขาก็ถูกลิเชียกุมไว้ เขาตัวแข็งทื่อ
เหตุผลง่ายมาก เพราะมือของลิเชียมีกระแสลมหมุนวนเหมือนทรายไหลเวียน เสียดสีฝ่ามือของคาชูในทิศทางต่างๆ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา
ความรู้สึกเหมือนถูกกระดาษทรายขัด
ถ้าแรงกว่านี้อีกนิด ผิวหนังคงถลอกปอกเปิก
"เอาล่ะ พอแล้ว"
คาชูรีบชักมือกลับ มองดูฝ่ามือที่เริ่มแดงก่ำ กลางฝ่ามือรู้สึกแสบร้อน
"ตอนนี้ฉันแค่แสดงเส้นทางแห่งวรยุทธ์ให้ดู ให้เธอมีเป้าหมาย แต่อย่าได้เพ้อฝันเกินตัว ความหนักแน่นและความขยันหมั่นเพียรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นพื้นฐานที่สุดในการฝึกยุทธ์ เหงื่อไม่เคยหลอกใคร ความขยันชดเชยพรสวรรค์ได้ หนทางยังอีกยาวไกล..."
จากนั้นลิเชียก็เริ่มอธิบายถึงวิชาการต่อสู้พื้นฐาน
สรุปง่ายๆ มีสามด้าน คือ การฝึกท่ายืน การออกท่าต่อสู้ และเทคนิคการระเบิดพลัง
การฝึกท่ายืน หรือเรียกง่ายๆ ว่าการยืนตอไม้ คล้ายกับการนั่งม้าในชาติก่อน แต่ก็มีความแตกต่างกัน การฝึกท่ายืนช่วยกระตุ้นกลุ่มกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย เพิ่มการควบคุมและการประสานงานของร่างกาย
การออกท่าต่อสู้ ตามชื่อเลย คือการย่อยชุดกระบวนท่าให้เหลือหน่วยที่เล็กที่สุด พื้นฐานที่สุด หมัดสับ หมัดเหวี่ยง หมัดตวัด หมัดตรง หมัดเจาะ หมัดทะลวง ฯลฯ
เปลี่ยนจากหมัดเป็นศอก เป็นขาก็เหมือนกัน
เน้นที่ท่าพื้นฐาน พอคล่องท่าพื้นฐานแล้ว นำมาประกอบกันก็จะเป็นชุดกระบวนท่าวรยุทธ์
สาม เทคนิคการระเบิดพลัง อันนี้ควรเรียนหลังจากเชี่ยวชาญสองอย่างแรกในระดับหนึ่งแล้ว ไม่อย่างนั้นจะเสียสุขภาพ
เทคนิคการระเบิดพลังช่วยให้ผู้ฝึกออกแรงได้ดีขึ้น ทำยังไงถึงจะมีความเร็วสูงขึ้น? ทำยังไงถึงจะปล่อยหมัดได้รุนแรงขึ้น?
สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเทคนิคการระเบิดพลัง
นอกจากนี้ ยังมีการฝึกสมรรถภาพร่างกาย เช่น การวิ่ง วิดพื้น สควอท สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมวิชาการต่อสู้พื้นฐาน ทำให้พัฒนาได้เร็วขึ้น
ลิเชียแสดงวิชาการต่อสู้พื้นฐานวายุคชสารให้คาชูดูหลายรอบ
คาชูเรียนตามอยู่ครึ่งค่อนวัน การยืนตอไม้พอจะเป็นรูปร่างบ้างแล้ว แต่ท่าต่อสู้เขาจำแม่นอยู่ท่าเดียว
นั่นคือท่าเหวี่ยง!
เป็นเพราะครูฝึกลิเชียทำให้เขาประทับใจสุดๆ
ตอนที่สาธิตเมื่อกี้ ครูฝึกลิเชียบอกว่าหมัดเหวี่ยงคือแก่นแท้ของสำนักวายุคชสาร มาตรฐานที่แท้จริงต้องเหมือนช้างสะบัดงวง
แล้วเธอก็พลิกตัวเหวี่ยงหมัดออกไปทันที
ตูม! บนเสาไม้ขนาดครึ่งคนโอบปรากฏรอยหมัดลึกโหลงไปถึงห้าเซนติเมตรในพริบตา
ถ้านี่ต่อยโดนคน
ซี่โครงหัก? ทะลุหัวใจและปอด?
[จบแล้ว]