- หน้าแรก
- นายน้อยร้านยาเจ้าสำราญ กับตำนานดาบยี่สิบปี
- บทที่ 22: กลับสู่ตระกูลลู่ ความกระหายในพลัง!
บทที่ 22: กลับสู่ตระกูลลู่ ความกระหายในพลัง!
บทที่ 22: กลับสู่ตระกูลลู่ ความกระหายในพลัง!
บทที่ 22: กลับสู่ตระกูลลู่ ความกระหายในพลัง!
เมื่อเห็นลูกน้องตายจนหมด รองหัวหน้าก็เก็บมีดสั้น เหยียบย่ำซากศพเดินตรงเข้ามา
"ไอ้พวกสวะพวกนี้ ไร้ประโยชน์สิ้นดี แค่เรื่องง่ายๆ ก็ยังทำไม่สำเร็จ"
"พี่รองพูดถูก ขยะพวกนี้เทียบไม่ได้กับพี่น้องเราสมัยอยู่ค่ายลมดำเลยสักนิด"
"เฮ้อ! น้องสาม ถ้าค่ายลมดำของเรายังอยู่ก็คงดี เราคงไม่ต้องระหกระเหินติดตามท่านอาจารย์ หนีหัวซุกหัวซุนมาหลายปีแบบนี้"
คำพูดของหัวหน้าสามสะกิดแผลใจ ทำให้รองหัวหน้ามีสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อนึกถึงอดีตที่รุ่งโรจน์
"พี่รอง ดูท่าเราจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้แล้ว ท่านอาจารย์สั่งให้เรารีบถอนตัวโดยด่วน"
ช่วงที่ผ่านมา พวกเขายึดครองเทือกเขานี้ ดักปล้นฆ่าคนเดินทางอย่างอุกอาจ พฤติกรรมป่าเถื่อนนี้ย่อมดึงดูดความสนใจจากทางการอำเภอชิงอวิ๋น
นายอำเภอชิงอวิ๋นส่งทหารหลายร้อยนายออกลาดตระเวนปราบปราม โดยมี 'เฉินสือ' หัวหน้ามือปราบนำทีมมาด้วยตัวเอง
ตอนแรกทั้งคู่ไม่ได้ใส่ใจทหารของอำเภอชิงอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย พวกเขาสองคนต่างก็เป็นจอมยุทธ์ ขั้นขัดเกลากระดูกทั้งคู่ แถมยังสืบข่าวมาแล้วว่าหัวหน้ามือปราบเฉินสือฝีมือแค่ไหน
ระดับขั้นขัดเกลากระดูกอย่างเฉินสือ ถ้าเจอกับการประสานงานของพวกเขาสองคน รับรองว่าเอาอยู่สบายๆ
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ เฉินสือซ่อนเขี้ยวเล็บไว้อย่างมิดชิด แท้จริงแล้วเขาเป็นยอดฝีมือ ขั้นขัดเกลาไขกระดูก!
ทั้งสองโดนเล่นงานจนตั้งตัวไม่ติด เกือบเอาชีวิตไม่รอด สุดท้ายต้องเดือดร้อนถึง 'ท่านอาจารย์' ที่ต้องออกโรงมาช่วยขับไล่เฉินสือกลับไป
รองหัวหน้าพยักหน้า เห็นด้วยกับหัวหน้าสาม
"น่าเสียดาย ถ้าไม่ใช่เพราะท่านอาจารย์บาดเจ็บสาหัสจากเรื่องในอดีต แค่ขั้นขัดเกลาไขกระดูกคนเดียว มีหรือจะได้กลับไปแบบมีลมหายใจ?"
แม้ท่านอาจารย์จะขับไล่อีกฝ่ายไปได้ แต่ก็เท่ากับเปิดเผยตำแหน่งที่ซ่อนตัว ครั้งนี้รบชนะทางการอำเภอชิงอวิ๋น แต่อีกฝ่ายต้องรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปถึงระดับมณฑลแน่ ถึงตอนนั้น 'คนกลุ่มนั้น' ก็จะรู้ตัว
คนกลุ่มนั้นที่ไล่ล่าพวกเขาอย่างกัดไม่ปล่อย ทำให้ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนหนูตกท่อมาหลายปี
"หน่วยวิหคดำ!"
พอเอ่ยชื่อนี้ออกมา มือของรองหัวหน้าและหัวหน้าสามก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธแค้น หรือความหวาดกลัว หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่าง!
...........
อำเภอชิงอวิ๋น!
ประตูเมืองยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน เบียดเสียดกันเข้าออก ร้านรวงริมถนนเรียงรายสุดลูกหูลูกตา
ไม่ไกลจากหน้าประตูเมือง กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดมือปราบขี่ม้าห้อตะบึงเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ฝุ่นจับเต็มตัว ตามหลังด้วยรถม้าคันหนึ่งที่วิ่งตามมาอย่างเนิบนาบ
นั่นคือคณะของลู่เสวียนที่เดินทางกลับมาถึงแล้ว
"นายน้อยขอรับ ถึงประตูเมืองแล้ว" หลี่ซานที่นั่งอยู่หน้ารถม้าเอี้ยวตัวไปบอกคนข้างในเบาๆ
เหลียงเฉิงที่ขี่ม้านำอยู่หน้าสุด มองเห็นประตูเมืองที่คุ้นเคยก็ถอนหายใจยาว ร่างกายที่ตึงเครียดมาตลอดทางผ่อนคลายลงทันที
"รอดตายกลับมาจนได้!"
เหลียงเฉิงรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ การเดินทางครั้งนี้ช่างแสนเข็ญและเปิดโลกทัศน์เขาอย่างสิ้นเชิง
ใครจะไปคิดว่าแค่ไปสืบคดีฆาตกรรม จะต้องไปเจอกับเรื่องสยองขวัญสั่นประสาทขนาดนั้น ทั้งผีสางนางไม้ในหมู่บ้านหลิวกวน ทั้งโจรป่าโหดเหี้ยมที่ดักปล้นกลางทาง
เหลียงเฉิงอยากจะตะโกนบอกโลกว่า ข้าเป็นแค่มือปราบตัวเล็กๆ นะโว้ย รับมือเรื่องพวกนี้ไม่ไหวหรอก!
ถ้าไม่ได้บังเอิญเจอลูกพี่ลูกน้องอย่างลู่เสวียน ป่านนี้เขาคงกลายเป็นผีเฝ้าหมู่บ้านหลิวกวนไปแล้ว
เมื่อมีมือปราบนำทาง ขบวนของลู่เสวียนก็ผ่านเข้าประตูเมืองและตรงไปยังจวนตระกูลลู่อย่างราบรื่น
"พี่เสวียน ข้าไม่เข้าไปนะ ต้องรีบกลับไปรายงานท่านนายอำเภอก่อน ฝากความคิดถึงให้ท่านลุงด้วย"
เหลียงเฉิงส่งลู่เสวียนถึงหน้าจวน สั่งความไม่กี่คำ แล้วก็รีบพาพรรคพวกควบม้าจากไปทันที
"หลี่ซาน ไปบอกท่านพ่อว่าข้ามีธุระต้องเก็บตัวฝึกวิชาสักสองสามวัน บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง"
"ขอรับ นายน้อย!"
สั่งงานเสร็จ ลู่เสวียนก็ก้าวเท้าเดินเข้าประตูใหญ่ ตรงดิ่งเข้าสู่จวนตระกูลลู่
"คารวะนายน้อย!" ตลอดทาง บ่าวไพร่ทุกคนที่พบเห็นต่างหยุดทำความเคารพ
ส่วนท่านพ่อ ลู่เจียเหอน่ะหรือ? ไม่ต้องเดาก็รู้ เวลานี้เขาต้องอยู่ที่ร้านยา คอยตรวจรักษาคนไข้อย่างขะมักเขม้น นั่นคือเหตุผลที่ชาวเมืองต่างยกย่องนับถือเขา หมอเทวดาผู้เปี่ยมเมตตา ผู้ช่วยชีวิตคนนับพัน... นี่คือฉายาที่ชาวบ้านมอบให้ลู่เจียเหอ
พอกลับถึงบ้าน ลู่เสวียนไม่ได้คิดจะพักผ่อน เขาเตรียมตัวจะเข้าฌานฝึกวิชาทันที
ในใจเขาร้อนรุ่มด้วยความกระหาย... กระหายในพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!
ลู่เสวียนเดินจ้ำอ้าวผ่านเรือนต่างๆ จนมาถึงเรือนหลังหนึ่งที่มีการคุ้มกันแน่นหนา เรือนนี้อยู่ไม่ไกลจากเรือนพักของเขา เป็นหัวใจสำคัญของตระกูลลู่
คลังสมุนไพรตระกูลลู่!
ที่หน้าประตูเรือนมีชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนยืนเฝ้าอยู่สี่คน ทันทีที่ลู่เสวียนปรากฏตัว ทั้งสี่ก็ตื่นตัวและรีบทำความเคารพ
"นายน้อย!"
ลู่เสวียนพยักหน้ารับเรียบๆ แล้วเอ่ยปาก
"อื้ม" "เปิดประตู ข้าจะเข้าไปเอาของหน่อย"
คลังสมุนไพรเป็นเขตหวงห้าม ใครจะเข้าออกต้องได้รับอนุญาตจากลู่เจียเหอเท่านั้น แต่กฎนี้ใช้ไม่ได้กับลู่เสวียน
ลู่เจียเหออนุญาตให้ลูกชายคนโตเข้าออกคลังยาได้ตามใจชอบ จะหยิบฉวยสมุนไพรล้ำค่าอะไรไปใช้ก็ได้ไม่มีอั้น
"ขอรับ นายน้อย!"
ประตูคลังถูกเปิดออก เผยให้เห็นลานกว้างด้านใน และยามเฝ้าอีกสามคนที่ยืนประจำจุดอยู่ ทั้งสามรีบทำความเคารพเช่นกัน
ลู่เสวียนโบกมือรับรู้ แล้วเดินตรงดิ่งไปยังห้องใหญ่ตรงกลางลาน นั่นคือห้องนิรภัยที่เก็บสมุนไพรและของบำรุงชั้นเลิศเอาไว้
แอ๊ด!
ลู่เสวียนผลักประตูไม้เข้าไป กลิ่นสมุนไพรอวลเตะจมูก ทั้งหอมสดชื่น ทั้งฉุนกึก ทั้งขมปร่า ผสมปนเปกันไปหมด
ภายในห้องเรียงรายไปด้วยตู้ไม้จันทน์ราคาแพง บนตู้มีลิ้นชักเล็กๆ มากมายสำหรับใส่สมุนไพรแต่ละชนิด
"นายน้อย ท่านมาแล้ว"
ท่ามกลางตู้ยาเหล่านั้น มีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ตั้งอยู่ ชายวัยกลางคนหน้าตากรำโลกนั่งอยู่หลังโต๊ะ พอเห็นลู่เสวียนเดินเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นต้อนรับทันที
(จบบทที่ 22)