เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 : การตื่น

ตอนที่ 3 : การตื่น

ตอนที่ 3 : การตื่น


หลังจากสามวันผ่านไป เทียนหลงก็ยังคงไม่ตื่น

การที่ต้องแบกรับความเจ็บปวดในหัวอย่างสม่ำเสมอไม่หยุดพักตลอดเวลาที่ผ่านมาทำให้เขาเหมือนกับผู้ที่ทุกข์ทรมานกับฝันร้าน

“เกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี้กัน? เขาป่วยงั้นรึ? แต่หมอที่จ้างมาก็บอกว่าเขาสุขภาพดีสมบูรณ์กับอายุเท่านี้นี่ ซึ่งมันก็แปลกอยู่แล้วเพราะว่าเขาไม่เคยได้สติมาก่อนเลยตั้งแต่เกิดมา…”

“สวรรค์ช่วยเราจริง ๆ รึ?”

เกรพึมพำเพราะยากที่เขาจะเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้

‘ช่างเถอะ ก็แค่รายงานให้คนอื่นรับรู้…’

เขาเปิดประตูออกจากห้องไป

หลังจากไม่นานเมื่อห้องเงียบสงบ…

เด็กในยห้องลืมตาขึ้นมาอย่างมึนงง

‘นี่เราอยู่ไหน? ที่นี่ที่ไหนกัน? ทำไมถึงยังไม่ตายล่ะ?’

เทียนหลงมีความสงสัยและคำถามมากมายในหัวแต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ…

‘ไอของดำ ๆ ในวิญญาณเรามันคืออะไรกันแน่?’

‘เอ๋…เดี๋ยวก่อน! เรารู้สึกถึงวิญญาณตัวเองเรอะ?’

เทียนหลงรู้สึกสับสนและถึงกับกลัวอยู่เล็กน้อย ความรู้สึกที่ระหว่างคิ้วของเขามันคือความรู้สึกใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย

วิญญาณอยู่ตรงบริเวณระหว่างคิ้ว…นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดขึ้นเอง ดังนั้นเขาจึงคิดไปเองเลยว่านี่คือความรู้สึกของดวงวิญญาณ

เขาใจสั่นเป็นการตอบสนองกับการค้นพบครั้งใหม่

เทียนหลงกัดริมฝีปากกระซิบกับตัวเองเป็นภาษาจีน

“เอาล่ะ ใจเย็นก่อนตัวเรา! ถ้าค่อย ๆ คิดให้ดี บางทีมันอาจจะสมเหตุสมผลกับสถานการณ์ตอนนี้ก็ได้!”

เขาหายใจเข้าลึกเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลงแต่มันก็ไม่พอ เขาทำใจให้ว่างและหายใจเข้าอีกหลายครั้งเพื่อให้ใจเย็นลง จากนั้นสีหน้าของเขาก็กลับมาค่อนข้างใจเย็น เขาเริ่มเชื่อมโยงเรื่องต่าง ๆ ทีละเรื่อง

‘บันทึกมรณะถูกทำลายในอุโมงค์มิติ แล้วเราก็ได้เห็นเรื่องทั้งหมดกับตา เรามั่นใจมาก แล้วของสีดำในวิญญาณที่เหมือนกับหนังสือมันคืออะไรล่ะ?’

‘หรือว่ามันคือบันทึกมรณะ? มันก็คล้ายกันอยู่นะ…’

เทียนหลงกัดริมฝีปากอย่างแรงอย่างแรงแต่ก็หยุดเพราะรู้ว่ามันอาจจะเป็นอันตรายกับร่างเด็กแต่ก็รู้ตัวว่ามันคือตัวเขาเอง เขาคิดต่อไปด้วยความรู้สึกย้อนแย้งนี้

‘แต่ถ้าบันทึกมรณะตามเรามาในโลกนี้ มันก็น่าจะฆ่าเราได้หลังจากที่ออกมาจากอุโมงค์มิติแล้วได้ร่างนี้ ถ้ามันไม่ฆ่าเรา เราก็คิดถูก… บันทึกมรณะอาจจะโดนจำกัดพลังไว้ด้วยกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้!’

เทียนหลงรู้สึกดีใจมาก! เขาหวังพึ่งแค่ดวงตัวเองและการเข้ามาในต่างโลกควรจะทำลายหรือไม่ก็ล้างบันทึกมรณะขึ้นใหม่!

เขาไม่เคยฆ่าหรือควบคุมสัตว์ด้วยบันทึกมรณะมาก่อน ดังนั้นภายในตรรกะที่ว่าบันทึกมรณะทำงานตามหลักการนั้น มันก็น่าจะมีกฎเกณฑ์แบบนั้นในโลกใบนี้ด้วย

เขายังเตรียมคิดเผื่อว่าบันทึกมรณะจะไม่ทำงานบนโลกใบนี้ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกเชื่อได้ยากที่มันอยู่ในดวงวิญญาณเขา

‘โลกใบนี้อาจจะต้องการเวลาตรวจพบการมาถึงของสิ่งที่ไม่รู้จัก บันทึกมรณะน่าจะทำตามเงื่อนไขของเราที่ให้หาร่างอ่อนแออายุต่ำกว่ายี่สิบปี แต่มันก็ฆ่าเราไม่ได้หลังจากห้านาทีที่เราจะต้องตายด้วยบันทึกมรณะ เพราะมันน่าจะถูกทำลายหรือรีเซ็ตด้วยกฎของโลกนี้’

‘ถ้าอย่างนั้น ถ้าวัตถุสีดำนี่คือบันทึกมรณะ แล้วมันมาหลอมรวมกับวิญญาณเราได้ยังไง? หรือเพราะว่าในตอนนี้เราคือเจ้าของมัน?’

‘ใช่แล้ว น่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเป็นแบบนี้ก็สมเหตุสมผล’

แม้ว่าเทียนหลงจะมีสิ่งที่สงสัยมากมายแต่มันก็ฟังดูมีเหตุผลกับเวลาแบบนี้ แม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องที่ผิดเพี้ยนไปหมด เขาก็รู้สึกว่าเขาอยู่ไม่ไกลจากความจริงนัก

เทียนหลงลงจากเตียง และเขาก็ล้มลงในตอนที่พยายามจะเดิน

‘อะไรกันเนี่ย!?’

เขาพยายามลุกขึ้นยืนแต่ก็ทำไม่ได้ เขาคลานไปจนถึงหน้าต่างที่มุมห้อง เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีที่สามารถรวบรวมได้

‘อ่อนแอจริง ๆ!’

เขาบ่นแต่ก็เข้าใจได้เพราะเขาอยู่ในร่างของเด็ก เขาเป็นคนขอให้เข้ามาในร่างที่อ่อนแอเองเพื่อที่จะสิงร่างได้อย่างไม่ยาก แต่ดูเหมือนว่าสำหรับเด็กคนนี้แล้ว เขาไม่ควรตั้งเงื่อนไขแบบนั้นเลย

เขามองร่างสูงเก้าสิบเอ็ดเซนติเมตรด้วยผิวเนียน ดวงตาสีไพลินดูน่ารัก แต่ใบหน้านั้นดูอ่อนแอและซูบผอมเหมือนกับร่างกาย ผมสั้นสีบลอนด์ยุางเหยิงกับร่างเล็กที่เป็นปกติสำหรับเด็ก 3 ขวบ เขาดูไม่ต่างจากเด็กที่ไม่ได้รับการดูแลหรือเด็กกำพร้าเท่าไหร่

แต่เขาก็ดูสะอาดสะอ้านโดยไม่มีคราบเปื้อนแม้สภาพร่างกายจะเป็นเช่นนี้ บางทีเขาอาจจะถูกดูแลโดยชายวัยกลางคนคนนั้นและเขาน่าจะเป็นพ่อของเด็กคนนี้เมื่อได้เห็นครั้งแรก

แต่ในตอนนี้ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่เหมือนกับชายวัยกลางคนเลยแม้แต่น้อย

‘เด็ก 2 หรือ 3 ขวบ? เด็กกำพร้า? จะเป็นยังไงก็ช่าง ถ้าเราเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่นี้ได้…’

‘ไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ขอโทษนะที่มายึดร่างไปแบบนี้ คงไม่มีข้ออ้างอะไรเพราะฉันเป็นคนฆ่าแกทางอ้อม…’

เทียนหลงไม่รู้ว่าเด็กคนนี้หลับใหลไม่ได้สติมานานตั้งแต่เกิดและกำลังจะตายเมื่อสามวันก่อน เขาต้องแบกรับความรู้สึกซับซ้อนในเรื่องที่เขาเป็นคนฆ่าเด็กบริสุทธิ์ แต่นั่นไม่ได้หยุดเขาจากการใช้ชีวิตนี้ต่อ

‘ขอสาบานว่าจะใช้ชีวิตในส่วนที่เหลือของแกให้ดี’

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกลักลั่นเพราะเด็กคนนี้กลายเป็นความสูญเสียแรกในโลกใบนี้จากเขา

=====

หลังจากที่เกรออกจากห้อง เขามุ่งหน้าไปยังห้องที่หัวหน้าอยู่

*ก๊อก!~*

“เข้ามา…”

เสียงดังมาจากในห้อง

*เอี๊ยด!~*

เกรเปิดประตูเดินเข้าไป ฝีเท้าของเขาทำให้พื้นไม้ส่งเสียงแหลม

“โอ้ เกร มีอะไรรึ?”

“หัวหน้า ถึงเวลาที่ข้าจะเลิกเป็นทหารรับจ้างแล้ว…”

ในห้องมีเพียงความเงียบ

“เฮ่อ เวลาสองปีหมดลงแล้วหรือ? เวลาผ่านไปเร็วนัก…”

หัวหน้านึกถึงอดีตเมื่อถอนหายใจ

“ใช่ ขอบคุณที่คอยดูแลข้าในกลุ่มทหารรับจ้าง เรื่องการชดเชย จะได้ก็ต่อเมื่อคนจากอาณาจักรมารับข้า”

“ดูแลเจ้าเรอะ? ปกป้องชายที่พลังบ่มเพาะมากกว่าข้าเนี่ยนะ? เจ้าล้อข้าเล่นแน่ ๆ หรือว่าเด็กคนนั้น?”

หัวหน้าหัวเราะ

“รู้แล้วงั้นเหรอ?”

เกรพูด แต่เขาไม่ได้ดูแปลกใจ

“ข้าอยู่กับเจ้ามาเกือบสองปี ใช่ ถ้าข้าไม่รู้ ข้าก็น่าจะเลิกเป็นทหารรับจ้างได้แล้วล่ะ…”

เกรกระพริบตา

“ดีที่บอกข้าตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าเป็นเมื่อเดือนก่อน ข้าอาจต้องฝืนฆ่าเจ้า…”

“เป็นคำสั่งรึ?”

หัวหน้ายิ้มแหย

“ใช่…”

เกรเอียงคอตอบไปราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว

“ราชวงศ์ลอเรตน่ากลัวจริง ๆ ตั้งแต่ที่เอาตัวรอดมาได้และประหารตระกูลขุนนางที่เข้าร่วมในการก่อกบฏ”

“ว่าไงนะ? ตระกูลลอเรตปราบพวกกบฏได้แล้วรึ?”

“ใช่ ข้าเพิ่งจะได้ข่าวเมื่อสองวันก่อน”

หัวหน้าพยักหน้า

เกรยืนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น!

‘ถ้าเป็นแบบนี้ เราสองคนก็รอดแล้ว…’

เกรถอนหายใจด้วยความโล่งอกและใจเย็นลง

“เช่นนั้น ข้าจะกลับแล้ว หัวหน้า!”

“โชคดีล่ะ…”

หัวหน้าถอนหายใจ เป็นอีกครั้งที่เขาคิดว่าเขากำลังจะต้องสูญเสียลูกน้องที่ดีและแข็งแกร่งที่สุดไป แต่เขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นสิ่งที่มิอาจเลี่ยงได้

=======

*เอี๊ยด!~*

เกรเปิดประตูห้องและเดินเข้ามา แต่เขาก็เกือบหัวใจวาย

“เด็กหายไปไหน?”

เกรชักดาบออกจากฝักและวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนกทันที

เทียนหลงลรีบหันไปที่มุมห้องและเห็นเกรวิ่งเข้ามาในห้อง

‘เรย์ โนแลน คือชื่อของเขางั้นเหรอ?’

‘ดูเหมือนว่าข้ายังมีเนตรเทพมรณะอยู่ ก็หมายความว่าข้ายังมีบันทึกมรณะอยู่กับตัว…’

ด้วยเหตุนี้ เทียนหลงจึงยืนยันว่าเขายังมีบันทึกมรณะอยู่กับเขา แต่เขารู้สึกว่าบันทึกมรณะอยู่ในตัวเขามากกว่า

เรย์ โนแลนถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าเด็กปลอดภัย แม้ว่าเขาพยายามจะทำบางอย่างอยู่

“เนเยย…เยย…อุเดล…”

เทียนหลงเริ่มแสร้งทำหน้าตาน่ารัก

‘ดูจากที่เรานอนบนเตียง ชายคนนี้น่าจะเป็นคนดูแลเรา และก็ไม่แปลกด้วยที่เด็กกำพร้า 3 ขวบจะยังพูดไม่เป็น!’

เรย์ โนแลนเดินเข้ามาหาเด็กและอุ้มเขาทันที

“หา ข้าต้องโดนบั่นหัวแต่น่าพวกเขารู้ว่าเจ้าชายไม่รู้วิธีพูดน่ะ?”

เรย์ โนแลนกลัวเล็กน้อยแต่เมื่อคิดให้ถี่ถ้วนแล้ว

‘ก็อาจจะไม่…’

เทียนหลงไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายพูดอะไรเพราะเขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย

เนตรเทพมรณะแสดงเพียงแค่ชื่อและอายุขัย ยกเว้นแต่อย่างหลังที่ดูเหมือนจะแสดงเป็นอย่างอื่นแทน

‘เจ้าหมอนี่ พูดภาษาที่ฟังรู้เรื่องหน่อยสิฟะ…’

เทียนหลงอ้อนวอนด้วยใจจริงและความเศร้า

“เจ้าหนู ถึงเวลาที่เจ้าจะกลับอาณาจักรแล้ว และที่นั่นเจ้าจะได้เริ่มเรียนภาษาซักที”

เรย์ โนแลนเริ่มบรรยายและสอนเด็กคนนี้แม้เขาจะรู้ว่าเด็กคนนี้ไม่มีทางเข้าใจเขาเพราะชีวิตเขาขึ้นอยู่กับเด็กคนนี้

“...”

การบรรยายดำเนินต่อไปสิบนาที ทิ้งใบหน้าเทียนหลงที่เต็มไปด้วยรอยขมวด

จบบทที่ ตอนที่ 3 : การตื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว