เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : โลกใบใหม่

ตอนที่ 2 : โลกใบใหม่

ตอนที่ 2 : โลกใบใหม่


ศิลาข้ามโลกพังทลายในท้องนภาและสร้างแสงสีเขียวอมม่วงเปล่งประกายล้อมรอบดวงวิญญาณของเทียนหลง แสงสว่างนั้นพุ่งทะยานไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าความเร็วของแสง

ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ไกลจากศิลาข้ามโลกไม่กี่กิโลเมตรนั้นคือสถานที่ที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน

“แย่แล้ว เขาไม่รอดแน่…”

ชายวัยกลางคนถอนหายใจ สีหน้าของเขามีแต่ความหม่นหมอง นัยน์ตาสั่นระริกแต่มันก็ดูเหมือนเกิดจากความกลัวมากกว่าความเศร้า

ชายวัยกลางคนสวมชุดเกราะสีฟ้าและมีภาพพยัคฆ์พิมพ์เอาไว้ นอกเหนือจากชุดเกราะที่ดูน่ากลัวมันก็ดูเสียหายและผุพัง

“เขาอยู่ในขีดอันตรายตั้งแต่ที่เจอตัว มันคุ้มค่าแล้วรึที่ต้องดูแลเด็กที่เจ้าไม่ได้มีสายสัมพันธ์ด้วยเลยขนาดนี้ เกร?”

ชายวัยกลางคนอีกคนที่สวมชุดเกราะแบบเดียวกันถาม

“ข้าเป็นคนอุ้มเขามาตามอำเภอใจ และข้าก็ควรเป็นคนที่ดูแลเขา หุบปากซะ เมล”

เกรสวนกลับ

เส้นผมแดงปรกหน้าทำให้เห็นดวงตาเพียงข้างเดียว เขามีสีหน้าหงุดหงิดและทำให้สีหน้าของเมลเหยเกในทันที

“ก็ใช่น่ะสิ! ข้าเบื่อคุณธรรมของเจ้ามามากพอแล้วเกร เจ้าไม่ทำสิ่งที่ผู้นำควรจะทำด้วยซ้ำ ที่เจ้าทำก็แค่ดูแลเด็กนั่น เด็กนั่นเป็นลูกเมียน้อยเจ้ารึไง?!”

เมลตะโกนด้วยความโกรธ

แต่ถึงอย่างไร สำหรับเกร เมลแค่อดทนไม่ได้ที่จะก่อเรื่องอีกครั้ง

สายตาเกรเย็นชาลงเล็กน้อย เขาชักดาบออกมาจากฝัก ใบดาบสะท้อนกับแสงอาทิตย์

“เมล ข้ารู้ว่าเจ้าไม่พอใจข้า หยุดจับผิดข้าครั้งแล้วครั้งเล่าเถอะ ถ้าเจ้ากล้าก็มาจบเรื่องนี้กัน”

“คิดว่าข้ากลัวเจ้าเรอะ? ข้าจะแสดงให้เห็นว่าใครจะได้ตำแหน่งหัวหน้าหลังจากหัวหน้าเกษียณจากทหารรับจ้างพยัคฆ์คราม!”

เมลเองก็ชักดาบออกมาตั้งท่าต่อสู้เช่นกัน

เมื่อเห็นเมลตอบรับการต่อสู้ทางอ้อม เกรก็กระโดนไปด้วยพลังที่เหลือเชื่อจากพลังบ่มเพาะของเขา เขาสร้างแสงสว่างจ้าด้วยดาบและปกคลุมทั่วพื้นที่ด้วยแสงสว่างทันที

‘อะรไกัน!? วิชาต่อสู้ใหม่เรอะ?’

เมลตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ

เขาเกือบจะฉี่ราดเมื่อการมองเห็นถูกขัดขวางด้วยแสง เขาไม่ขยับตัวเพราะมองอะไรไม่เห็นเมื่อดวงตาบอดพร่าและเจ็บปวดที่ดวงตาเพราะแสงสว่าง

และในชั่วขณะเวลานี้เอง แสงประหลาดที่หม่นลงจากแสดงสว่างของวิชาดาบก็ได้พุ่งมาใส่เด็กที่เพิ่งจะหยุดหายใจไป

ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดจึงไม่ทันเห็นปรากฏการณ์ประหลาดนี้

เมลลืมตาขึ้นและได้เห็นดาบที่จ่อคอ เขารู้สึกได้ถึงชีวิตที่หลุดลอยไปจากมือหรือพูดว่าคอคงดีกว่า เขาเริ่มตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ด้วยความกลัวตาย เขาปากสั่นเพราะอยากจะพูดแต่ทำไม่ได้

“ข้าคิดว่าข้าทนเจ้ามามากพอแล้วล่ะ ไอ้เวรเอ้ย…”

เกรพูดอย่างเย็นชา แขนของเขาขยับและในทันทีที่เขากำลังจะสะบั้นศีรษะของเมล เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นให้เขาหยุด

“ช้าก่อน!”

“ชิ หัวหน้าเรอะ…”

เกรพึมพำและถอยกลับ

นี่เป็นเวลาสำคัญ และเขาไม่มีเวลาจะมายุ่งกับเมลหรือหัวหน้าเลย

ในขณะเดียวกัน เทียนหลงที่ได้เข้าสู่ร่างของเด็กก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นแต่สับสนในเวลาเดียวกัน เทียนหลงนั้นไม่พบการต่อต้านเมื่อเข้าสู่ร่างกายนี้เลย ราวกับว่าดวงวิญญาณของเด็กไม่ได้อยู่ในร่างกายนี้มาตั้งแต่แรก

แต่เขารู้สึกอ่อนแออย่างมาก และในขณะเดียวกันที่ภายใน ความอบอุ่นก็ได้แผ่เข้ามาทำให้เขาสบายกายขึ้น

‘ศิลาข้ามโลกกำลังฟื้นฟูร่างอ่อนแอของเด็กนี่รึ?’

ในเวลาเดียวกัน เทียนหลงมิอาจเชื่อว่าร่างของเด็กจะกลายเป็นร่างกายของเขาแล้ว! มันเป็นเรื่องเพ้อฝันที่แม้แต่เขาก็รู้สึกสับสนมันจากความเป็นจริงไปชั่วขณะ!

แต่เขายังคงคิดอ่านได้อย่างดีแม้จะเจอกับเรื่องเหนือจริงเช่นนี้

“ฮ่าฮ่า ข้ารอดแล้ว! รอดแล้ว! หัวหน้า เกรคิดจะฆ่าข้าจริง ๆ ฆ่ามันเลย! มันเป็นคนทรยศ!”

เมลตะโกนออกมาด้วยความดีใจและใส่ร้ายเกรโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขาบ้าคลั่งไปชั่วขณะ

“อย่างนั้นรึ?”

หัวหน้าเดินมาหาเมลที่กำลังตะโกนอย่างน่าสมเพช

เพียงแค่ตอนที่เมลคิดว่าเขาจะได้แก้แค้น หมัดก็ปะทะกับใบหน้าทำให้เขาเบิกตากว้าง!

*ตู้ม~*

หัวหน้าชกหน้าเขาอย่างไม่ออมแรงแม้แต่น้อย

แก้มของเมลเป็นรอยกำปั้นและตัวเขากระเด็นไปสองเมตรกระแทกกับกำแพง กำแพงไม่ได้พังและแบกร่างของเมลเอาไว้

เกรกระพริบตาเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาสับสนว่าทำไมหัวหน้าถึงไม่ปกป้องเมลในคราวนี้

“ทำไมกัน!?”

เมลที่ฝังอยู่ในกำแพงพูดด้วยความงุนงงขณะที่เจ็บปวดจนรู้สึกอัปยศ

“เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้แผนของเจ้าเรอะ? ต้องให้ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งว่าอย่าไปยุ่งกับเกร?”

หัวหน้าเดินไปที่เมลและหันมามองเกร

“เกร ยกโทษให้หลานเมลข้าด้วยเถอะ มันจะไม่ทำแบบนี้อีก และข้าจะลงโทษมันด้วยตัวเอง”

เขาโค้งศีรษะเล็กน้อย

เกรพยักหน้าและไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่แบกรับความยากลำบากและพยายามสุดความสามารถในตอนนี้ แต่สถานการณ์กำลังสิ้นหวังมานาน ด้วยสภาพของเด็กที่อ่อนแอตลอดหลายปีที่ผ่านมา

หัวหน้าถอนหายใจก่อนจะคิดอะไรได้

“ว่าแต่ว่า เจ้าเห็นแสงส่องสว่างแถวนี้บ้างหรือไม่?”

“ที่มันสว่างที่นี่ก็มีแต่ดาบข้า…”

เกรพูดในคอ

“ไม่ใ…เอาเถอะ”

หัวหน้าหยุดพูด เขาคิดว่าเขาเจอสมบัติและไม่เต็มใจจะบอกคนอื่น

เทียนหลงที่สิงร่างใหม่เริ่มเหงื่อออกเมื่อได้ฟังที่พวกเขาคุยกัน ไม่ใช่เพราะหัวหน้าพูดถึงแสงสว่างแต่เป็นเพราะเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ทุกคนคุยกันเลย

‘โชคชะตาอะไรกันเนี่ย? มีคนอ่อนแออายุต่ำกว่ายี่สิบปีตั้งเยอะ ทำไมถึงเป็นเด็กนี่ล่ะ? แบบนี้ดูแลตัวเองยังไม่ได้เลย ตายแล้ว!’

เทียนหลงทำหน้าหมดอาลัย

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเมฆครึ้มไม่ต่างกับโชคชะตาที่หม่นหมองของเขาอย่างเคย แสงตะวันน้อยนิดที่ทอดลงมาบนใบหน้าของเขามิอาจสร้างความอบอุ่นได้เลย

ในตอนนั้นเขาก็ทำหน้ามุ่งมั่นที่จะอยู่รอดให้ได้ในโลกใบนี้ซึ่งนับว่าน่ารักสำหรับใบหน้าของเด็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องรอเวลาห้านาที เขาได้แต่รอ

แม้ว่าบันทึกมรณะจะสลายไปแล้ว ความเสียหายกับดวงวิญญาณของเขาก็เกิดขึ้นไปแล้วด้วย เขายังคงสงสัยว่าเขาจะอยู่รอดหลังจากผ่านเวลาห้านาทีไปหรือไม่

เกรหันมาและเดินกลับมายังเด็กที่นอนหงายอยู่ เขาอึ้งในทันทีที่เห็นเด็กตื่นขึ้นมา!

“เจ้าหนู! ได้ยินข้ารึเปล่า? เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วงรึ?”

เกรตะโกนด้วยความตื่นเต้น เขาคุกเข่าข้างตัวเด็ก

“ใจเย็นก่อนเกร เขาเป็นแค่เด็กที่อยู่ในขีดอันตรายตั้งแต่ที่เจ้าเจอ เจ้าคิดว่าเขาจะพูดได้รึ?”

หัวหน้าหัวเราะเบา ๆ

“อ๊ะ จริงด้วย ข้าดีใจจนลืมตัว ขอโทษที…”

เกรตอบด้วยความเขินอายเล็กน้อย

“เอาล่ะ ดูแลเด็กนั่นไป ข้ามีเรื่องต้องทำ…”

หัวหน้าบอกลาและเดินจากไป เขาตาเป็นประกายและเดินทั่วไปซ้ายทีขวาทีเพื่อมองหาต้นกำเนิดแสงที่เห็น

‘เจ้าพวกบ้านี่พูดอะไรกัน? ไม่เห็นจะเข้าใจเลย…นี่มันภาษาบ้าอะไรเนี่ย?’

เทียนหลงใจเย็นลงก็เมื่อเขาพยายามจะคิดถึงสถานการณ์ตอนนี้

‘แล้วที่จริง นี่มันที่ไหนแล้วเด็กคนนี้คือใคร?’

เขามองชายวัยกลางคนที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเขา

‘หรือว่าเจ้านี่จะเป็น…พ่อของเด็กคนนี้?’

ในตอนนั้นเอง ที่กลางระหว่างติ้วของเทียนหลงก็เริ่มเจ็บแปลบอย่างรุนแรง

“อ๊ากกกกก!”

“เจ้าหนู! เจ้าเป็นอะไร?”

เกรตื่นตระหนกเมื่อมองเด็กที่ตะโกนด้วยความเจ็บปวด

“ไม่นะ!”

เขารู้สึกว่าร่างกายกำลังเย็นลง!

‘ของดำ ๆ ตรงหน้าเรานี่มันอะไร?’

เทียนหลงเห็นภาพน่ากลัวตรงหน้า ภาพของเขาดับหายไปและกลายเป็นความดำสนิทราวกับไม่เหลือแสงจากที่ใดเลย แต่ต่อมาความดำสนิทก็กลายเป็นความผิดปกติในสิ่งที่เขาเห็น

แต่มันเป็นความผิดปกติในแบบที่คุ้นเคยถ้าเขาจะพูด…

เทียนหลงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานและใช้มือจับศีรษะจนกระทั่งหมดสติไปเพราะความเจ็บปวดรุนแรง

เกรที่แตกตื่นเริ่มหวาดกลัวในทันทีที่เห็นว่าเด็กหยุดดิ้นรน เขาดูชีพจรและถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เขาแค่สลบไป ขอบคุณจริง ๆ …บางทีอาจจะแค่กลัวหน้าข้าก็ได้…นั่นก็สมเหตุสมผล ยังไงนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นเขาลืมตา…”

‘เจ้าเด็กนี่ชอบแขวนข้าไว้บนเส้นด้ายเสียจริง’

เขาหัวเราะแห้ง ๆ และถอนหายใจเมื่อคิดถึงความยากลำบากที่เขาเผชิญมาถึงตอนนี้

‘นี่ก็เกือบถึงวันเกิดรอบที่สามของเด็กนี่แล้ว ดีจริง ๆ ที่เขาตื่นมาก่อน ไม่งั้นข้าคงโดนบั่นคอแน่…’

เกรขอบคุณสวรรค์เมื่อรู้สึกถึงความบังเอิญ

เขาแบกเทียนหลงไปที่ห้องของเขาและจัดให้เทียนหลงนอนบนเตียงของเขาเอง จากนั้นเขาก็นั่งหน้าโต๊ะและเขียนจดหมายอย่างไร้คำผิด ตลอดด้วยรูปแบบที่คล้ายกับผนึกลับที่ออกแบบมาอย่างดี

เขายืนข้างหน้าต่างและผิวปาก นกพิราบงดงามตัวหนึ่งบินผ่านหน้าต่างและยืนบนไหล่เกร ดวงตาของมันเฉียบคมและดูน่ากลัวถ้าเทียบกับขนาดตัวที่เล็กของมัน

เกรผูกจดหมายกับขาพิราบ จากนั้นมันก็บินออกไปจากไหลเขาไปสู่จุดหมายที่เขาตั้งใจไว้

‘ดีจริง ๆ ในที่สุดภารกิจของข้าก็เกือบจบลงแล้ว…ถ้าหากทุกอย่างราบรื่น ข้าเดานะ..’

เกรได้เผชิญกับความยากลำบากมามากเกินไปแล้วเป็นเวลาเกินสองปีที่ผ่านมานี้ เขาใช้เงินทั้งหมดที่มีดูแลเด็กคนนี้ทำให้เขายากจนเสียยิ่งกว่าขอทาน

เขาไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้างเพื่อดูแลเด็กคนนี้และเลี้ยงตัวเอง

“เกือบสามปีแล้วตั้งแต่ที่ข้าออกจากอาณาจักร หวังว่ากระแสนั้นจะข้ามไปแล้ว มิเช่นนั้นเราทั้งคู่คงต้องตาย”

เขาหัวเราะแห้ง ๆ อีกครั้งและนอนแผ่กับพื้น ดวงตาหลับสนิทราวกับคนตาย แต่เขาก็ปล่อยเสียงกรนออกมาในเวลาไม่กี่วินาที

นี่เป็นครั้งแรกหลังจากที่เกรได้รับภารกิจมาและได้หลับอย่างเป็นสุข

จบบทที่ ตอนที่ 2 : โลกใบใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว