เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - ภาพหลอน

บทที่ 47 - ภาพหลอน

บทที่ 47 - ภาพหลอน


บทที่ 47 - ภาพหลอน

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ถังเหวินเงยหน้าขึ้น กวาดสายตามองไปทั่วฝูงชน

"นายน้อย เป็นอะไรไปหรือคะ"

จิ้งจอกแดงเห็นท่าทีของถังเหวินจึงเอ่ยถามเสียงเบา

"ไม่มีอะไร แค่รู้สึกเหมือนได้กลิ่นที่คุ้นเคย"

ถังเหวินลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินออกจากห้องรับรองวีไอพี

อาหลงและจิ้งจอกแดงทำท่าจะลุกตาม แต่ถังเหวินส่ายหน้าห้ามไว้ "ไม่ต้องตามมา ผมจะออกไปดูลาดเลาหน่อย"

ว่าแล้วถังเหวินก็เดินออกจากห้องรับรองไปเพียงลำพัง

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องรับรอง คลื่นความร้อนก็ปะทะเข้าใส่ใบหน้า พร้อมกับกลิ่นฉุนกึกสารพัดชนิด ทั้งกลิ่นน้ำหอม กลิ่นเหงื่อ กลิ่นอาหาร ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด

ชาวบ้านร้านตลาดหิ้วสัมภาระพะรุงพะรัง นั่งกันเกลื่อนพื้นเพราะเก้าอี้ไม่พอ

เสียงจอแจดังอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงคนคุยกัน

ช่างแตกต่างกับห้องรับรองวีไอพีราวกับคนละโลก

"นายท่านครับ ขัดรองเท้าไหมครับ"

เด็กชายหัวโตตัวผอมแห้งคนหนึ่ง เงยหน้ามองถังเหวินตาแป๋ว แววตาแฝงความคาดหวังและความหวาดเกรง

ถังเหวินส่ายหน้าปฏิเสธ

เด็กน้อยไม่กล้าตื๊อต่อ เพราะดูจากการแต่งตัวของถังเหวินแล้วรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่คนธรรมดา

ถังเหวินหลับตาลงเล็กน้อย

เขาพยายามจะดมหากลิ่นปริศนานั้นอีกครั้ง

แต่พอลองดมดูดีๆ กลับพบว่ามีกลิ่นนับร้อยนับพันอัดแน่นอยู่ในโพรงจมูก กลิ่นตีกันมั่วไปหมด ต่อให้จมูกดีแค่ไหนก็ยากจะแยกแยะกลิ่นนั้นออกมาได้

"หรือว่าฉันจมูกเพี้ยนไปเอง"

ถังเหวินขมวดคิ้ว

เมื่อครู่อยู่ในห้องรับรอง เขาได้กลิ่นนั้นลอยเข้ามาจริงๆ มันคล้ายกับกลิ่นของร่างมลทินวิญญาณร้าย

แม้จะไม่เหมือนกันเป๊ะ แต่ก็คล้ายคลึงกันมาก

ทว่าพอออกมาข้างนอก กลับไม่ได้กลิ่นนั้นแล้ว

แม้จมูกเขาจะไว แต่ในสถานที่ที่ซับซ้อนอย่างสถานีรถไฟ การจะแยกแยะกลิ่นเดียวออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

สายตาของถังเหวินกวาดมองไปทั่วฝูงชนอย่างละเอียด

เขาเดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อยในโถงผู้โดยสาร พลางดมกลิ่นต่างๆ ไปด้วย หวังว่าจะจับกลิ่นพิเศษนั้นได้อีกครั้ง

โถงผู้โดยสารกว้างใหญ่ ผู้คนพลุกพล่าน กลิ่นสารพัดปนเปกันจนชวนเวียนหัว

"หืม"

ทันใดนั้น ถังเหวินก็จับกลิ่นที่คุ้นเคยได้อีกครั้ง

เขาเงยหน้าขวับ พบว่าห่างออกไปไม่ไกล มีชายสามคนยืนปะปนอยู่กับฝูงชน ทั้งสามคนห่อหุ้มร่างกายด้วยเสื้อผ้าหนาเตอะ

นอกจากใส่เสื้อผ้าหนาแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีจุดเด่นอะไรอีก

แต่ไม่รู้ทำไม ถังเหวินกลับรู้สึกว่าพวกเขาสะดุดตามาก เหมือนมีแรงดึงดูดให้ต้องมอง

"กลิ่นนี้... คล้ายกันแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว ดูท่าจะไม่ใช่ร่างมลทิน"

ถังเหวินวิเคราะห์กลิ่นนั้นอย่างละเอียด

คราวนี้เขามั่นใจแล้วว่ากลิ่นมาจากชายสามคนนี้แน่นอน

แม้จะไม่ใช่กลิ่นของร่างมลทินโดยตรง แต่มันก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ถังเหวินจึงตัดสินใจเดินเข้าไปหา

คนพวกนี้จะมีปัญหาหรือไม่ แค่ลองสะกดจิตดูเดี๋ยวก็รู้

คิดได้ดังนั้น ถังเหวินก็เดินตรงดิ่งเข้าไปหาทั้งสามคน

แต่ถังเหวินลืมสังเกตการแต่งตัวของตัวเองไปสนิท

ชุดสูทหรูหราของเขาดูโดดเด่นท่ามกลางโถงผู้โดยสารที่วุ่นวาย เหมือนหงส์ในฝูงกา

ทันทีที่ถังเหวินเดินเข้าไปใกล้ ชายทั้งสามคนก็ไหวตัวทันและทำท่าจะหันหลังหนี

วินาทีนั้น ถังเหวินยกนิ้วเรียวยาวขึ้นมา

"เปาะ"

เสียงดีดนิ้วดังขึ้น ราวกับระเบิดก้องข้างหูของชายทั้งสามคน

ร่างกายของพวกเขาสะดุ้งเฮือก แววตาเปลี่ยนเป็นเหม่อลอย

นี่คือวิชาสะกดจิตสกุลถัง

ทั้งสามคนตกอยู่ในภวังค์ทันที ถูกถังเหวินสะกดจิตเข้าอย่างจัง

"อ๊าก..."

จู่ๆ ทั้งสามคนก็กรีดร้องออกมาพร้อมกันอย่างโหยหวน

เสียงร้องเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้ทันที

ในขณะเดียวกัน ถังเหวินกลับรู้สึกเหมือนตัวเองเห็นภาพหลอน ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีแดงฉาน โถงผู้โดยสารทั้งโถงถูกย้อมไปด้วยสีเลือด

"ภาพหลอน"

ถังเหวินใจหายวาบ

ด้วยพลังจิตระดับเขา แถมยังเป็นผู้คิดค้นวิชาสะกดจิตสกุลถัง ยังจะโดนภาพหลอนเล่นงานได้อีกเหรอ

"ปึก"

วินาทีต่อมา ถังเหวินรู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างชนเข้าอย่างจัง แม้ภาพตรงหน้าจะเป็นสีแดงฉานจนแทบมองไม่เห็นใคร แต่ร่างกายเขาก็ตอบสนองไปตามสัญชาตญาณ

พลังปราณหมียักษ์ในกายโคจรทันที เตรียมระเบิดพลังออกมา

แขนของเขาเหวี่ยงหมัดออกไปเต็มแรง

"นายจะทำอะไรน่ะ"

เสียงร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น แสงสีเลือดตรงหน้าถังเหวินพลันสลายไป

เขาเห็นชายหนุ่มแต่งตัวดีคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีด หมัดของถังเหวินจ่ออยู่ที่หน้าของชายคนนั้น ห่างไปเพียงไม่กี่นิ้ว

ถังเหวินแค่ตอบโต้ตามสัญชาตญาณ

แต่หมัดนี้ถ้าโดนเข้าไปจริงๆ หัวของไอ้หนุ่มนี่คงแบนแต๊ดแต๋แน่

โชคดีที่แสงสีเลือดหายไปทันเวลา เขาถึงดึงสติกลับมาและหยุดหมัดได้ทัน

แต่ชายหนุ่มคนนั้นดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความตาย ร่างกายสั่นเทา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา

"นะ... นายจะทำอะไร"

ชายหนุ่มถามเสียงสั่น

"เมื่อกี้นายชนฉันเหรอ"

ถังเหวินเก็บหมัดกลับมา ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ฉันก็แค่เดินไม่ระวังไปชนนายหน่อยเดียว ทำไมต้องรุนแรงขนาดนั้นด้วย เมื่อกี้นายกะจะต่อยฉันจริงๆ เหรอ"

ความจริงแล้ว ชายหนุ่มยังมีอีกประโยคที่ไม่ได้พูดออกมา

เขารู้สึกเหมือนเมื่อกี้กำลังจะถูกคนตรงหน้าต่อยตายคาที่ ความรู้สึกนั้นมันสมจริงจนน่าขนลุก

แต่ขืนพูดออกไปคงเสียหน้าแย่ เพราะเขากำลังยืนคุยอยู่กับสองสาวพี่น้องฝาแฝด กำลังโม้ถึงความเจ๋งของตัวเองอยู่หยกๆ

ถ้าบอกว่าโดนคนขู่จนกลัวหัวหด คงดูไม่จืดแน่

ถังเหวินไม่สนใจชายหนุ่มคนนี้ เขาหันไปมองยังจุดที่ชายลึกลับสามคนนั้นเคยยืนอยู่

แต่ตอนนี้ ทั้งสามคนหายตัวไปแล้ว

ถังเหวินขมวดคิ้วแน่น

วิชาสะกดจิตของเขาพลาด

นี่มันผิดปกติมาก ปกติแล้ววิชาสะกดจิตสกุลถังใช้กับคนธรรมดาได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

คนธรรมดาแทบไม่มีทางต้านทานการสะกดจิตของเขาได้

แถมเมื่อกี้เขายังเห็นแววตาเหม่อลอยของทั้งสามคน ซึ่งเป็นอาการของคนที่ถูกสะกดจิตชัดๆ

แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้อง แล้วเขาก็หลุดเข้าไปในมิติสีเลือด ก่อนจะถูกชายหนุ่มคนนี้ชนจนได้สติ

พอลืมตามาอีกที สามคนนั้นก็หายไปแล้ว

ชัดเจนว่าภาพหลอนประหลาดเมื่อกี้ ต้องเกี่ยวข้องกับสามคนนั้นแน่

ต่อให้สามคนนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับร่างมลทิน แต่ก็ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

การมีคนแบบนี้โผล่มาในเมืองทูราน ทำให้ถังเหวินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

"ขอโทษที เมื่อกี้นายชนฉัน ฉันเลยมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงไปหน่อย"

ถังเหวินหันมาบอกชายหนุ่ม

เขาเหลือบไปเห็นด้านหลังของชายหนุ่ม มีหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสองคนยืนอยู่ หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ น่าจะเป็นฝาแฝด

ฝาแฝดสวยๆ แบบนี้หาดูได้ยาก สงสัยไอ้หนุ่มนี่คงกำลัง "จีบหญิง" อยู่

ถังเหวินไม่สนใจจะยุ่งเรื่องชาวบ้าน พูดจบก็หันหลังเดินจากไป

ถังเหวินกลับมาที่ห้องรับรองวีไอพี เห็นอาจารย์เฟนมาถึงแล้ว พร้อมกับพายาลิลูกสาวมาด้วย

เฟนมองยาลิที่มีท่าทีประหม่า แล้วหันมาบอกถังเหวิน "ถังเหวิน ฉันแค่อยากพายาลิออกมาเปิดหูเปิดตาบ้าง ตั้งแต่ป่วยแกก็ไม่ได้ออกจากเมืองทูรานเลย"

"ไม่เป็นไรครับ ทีมงานผมคนเยอะแยะ เพิ่มมาอีกคนไม่ใช่ปัญหา"

ถังเหวินพยักหน้ารับทักทายยาลิ

"จิ้งจอกแดง อีกนานไหมกว่ารถไฟจะเข้าเทียบชานชาลา"

"ประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ"

"ครึ่งชั่วโมงเหรอ... คงไม่ทันแล้ว เอาอย่างนี้ โทรบอกรอส ให้ช่วยจับตาดูบุคคลต้องสงสัยในสถานีรถไฟหน่อย"

ตอนแรกถังเหวินคิดจะให้คนออกไปค้นหา

แต่สถานีรถไฟกว้างเกินไป คนของเขาก็มีไม่พอ

คงทำได้แค่ให้รอสช่วยจับตาดูสถานการณ์

ถังเหวินหลับตาลงช้าๆ

ช่วงนี้เขาเจอเรื่องราวแปลกประหลาดเหนือธรรมชาติมามากเหลือเกิน

ทั้งมนุษย์กลายพันธุ์ มนุษย์ดัดแปลง ร่างมลทินวิญญาณร้าย

ตอนนี้ยังมีมนุษย์ลึกลับที่สร้างภาพหลอนได้อีก เมืองทูรานชักจะคึกคักเกินไปแล้ว

หรือต้องบอกว่า โลกใบนี้ชักจะลึกลับซับซ้อนขึ้นทุกวัน

ถังเหวินหลับตาอยู่ แต่ข้างนอกกลับส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย

เขาได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมา

"เพื่อน! ฉันเอง ฉันเองไง!"

ถังเหวินลืมตาขึ้น

เขาเห็นบอดี้การ์ดกำลังขวางทางชายคนหนึ่งไว้ที่หน้าห้องรับรอง เป็นชายหนุ่มคนเดียวกับที่ชนเขาและช่วยให้เขาหลุดจากภาพหลอนโดยบังเอิญนั่นเอง

"ให้เขาเข้ามา"

ถังเหวินโบกมือ

บอดี้การ์ดจึงยอมหลีกทางให้ ชายหนุ่มรีบเดินจู๊ดเข้ามาในห้องรับรอง มาหยุดยืนตรงหน้าถังเหวิน

พอชายหนุ่มเห็นจิ้งจอกแดงนั่งอยู่ข้างถังเหวิน แววตาเขาก็ฉายประกายตะลึงงัน แทบจะถอนสายตาไม่ได้ จิ้งจอกแดงนอกจากจะสวยแล้ว ยังมีเสน่ห์ยั่วยวนแบบที่ผู้หญิงทั่วไปไม่มี

แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องฝืนละสายตา หันมาคุยกับถังเหวิน "เพื่อน ช่วยหน่อยเถอะ ฉันชื่อเควิน จะไปเมืองทาลินเหมือนกัน แต่ตั๋ววีไอพีเต็มหมดแล้ว แต่เมื่อกี้ฉันดันไปโม้กับสองสาวฝาแฝดไว้ว่าฉันมีตั๋ววีไอพี ฉันเพิ่งไปถามเจ้าหน้าที่มา เขาบอกนายเหมาตู้โดยสารวีไอพีไปทั้งตู้ แต่ดูคนของนายมีแค่สิบกว่ายี่สิบคน ที่นั่งเหลือเฟือแน่ๆ ขอแบ่งให้ฉันสักสามที่ได้ไหม ฉันยอมจ่ายเงินเพิ่มให้เลย"

ถังเหวินมองชายหนุ่มที่ชื่อเควินอย่างสนใจ

ไอ้หมอนี่ลงทุนกับการ "จีบหญิง" น่าดู

ต้องรู้ก่อนนะว่าตั๋ววีไอพีบนรถไฟราคาไม่ใช่น้อยๆ แพงกว่าตั๋วธรรมดาหลายเท่า

คนทั่วไปไม่มีปัญญาซื้อหรอก

แต่เควินดูจะไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน

เดิมทีถังเหวินกะจะปฏิเสธ ก็แค่คนแปลกหน้า ปฏิเสธไปก็ไม่เสียหาย เขาไม่ใช่พ่อพระซะหน่อย

แถมดูท่าทางช่ำชองแบบนี้ คงเป็นเพลย์บอยตัวพ่อ

แต่ถังเหวินฉุกคิดถึงชายลึกลับสามคนที่สร้างภาพหลอนเมื่อกี้ พวกนั้นยืนอยู่ไม่ไกลจากเควิน

แถมสายตายังคอยชำเลืองมองเควินอยู่บ่อยๆ

ดูเหมือนสามคนนั้นจะสนใจในตัวเควิน

"จิ้งจอกแดง จัดที่นั่งให้พวกเขาสามที่ คิดราคาเพิ่มสองเท่า เควินใช่ไหม มีปัญหาไหม"

ถังเหวินนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก

"มะ... ไม่มีปัญหา"

เควินมุมปากกระตุกด้วยความเสียดายเงิน

แต่ทำไงได้ ใครใช้ให้เขาอยากได้ที่นั่งวีไอพีอวดสาวล่ะ

โดนถังเหวินโขกราคาขนาดนี้ ก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 47 - ภาพหลอน

คัดลอกลิงก์แล้ว