- หน้าแรก
- หมัดหมียักษ์ถล่มปฐพี
- บทที่ 33 - พลังแห่งจิตใจ!
บทที่ 33 - พลังแห่งจิตใจ!
บทที่ 33 - พลังแห่งจิตใจ!
บทที่ 33 - พลังแห่งจิตใจ!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
วิ้ง
เมื่อถังเหวินสั่งการในใจ หน้าต่างสถานะก็พล่ามัวไปชั่วขณะ
แต้มพลังงานลดฮวบไปทันที 5 แต้ม
ต้องรู้ก่อนนะว่า ขนาดอัปเกรดวิชาหมียักษ์ขั้นที่ 3 หรือคัมภีร์ฝึกพลังหมียักษ์ ก็ใช้พลังงานแค่ 5 แต้มเท่านั้น
วิชาสะกดจิตแบบถังขั้นที่ 2 ถึงกับต้องใช้ 5 แต้มเลยเชียวหรือ?
แต่นั่นก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าวิชาสะกดจิตแบบถังขั้นที่ 2 นั้นไม่ธรรมดา อย่างน้อยก็น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับวิชาหมียักษ์ขั้นที่ 3 และคัมภีร์ฝึกพลังหมียักษ์
ถังเหวินเริ่มคาดหวังกับผลลัพธ์ที่จะได้มากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อพลังงาน 5 แต้มถูกใช้ไป ความทรงจำมหาศาลก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองของถังเหวิน
ในความทรงจำเหล่านั้น ถังเหวินฝึกฝนวิชาสะกดจิตแบบถังจนบรรลุถึงขั้นสุดยอด จนดูเหมือนว่ามันจะก้าวข้ามขอบเขตของคำว่า "การสะกดจิต" ไปแล้ว
มันช่างสอดคล้องกับความคิดเพ้อฝันบางอย่างที่เคยแวบเข้ามาในหัวของเขา
ก่อนหน้านี้ตอนที่ถังเหวินฝึกวิชาสะกดจิตหลากหลายรูปแบบ เขาก็ได้เรียนรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมากมาย จนเกิดความคิดพิสดารและไอเดียบ้าๆ บอๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด
แต่ความคิดพวกนั้นดูเหมือนเรื่องเพ้อฝันที่ไม่มีทางเป็นจริงได้
อย่างวิชาสะกดจิตแบบถังขั้นที่ 1 ก็เป็นแค่การรวบรวมความเข้าใจเรื่องการสะกดจิตของถังเหวินมาผสมผสานกันเท่านั้น
แต่ขั้นที่ 2 นี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
มันดูเหมือนจะหลุดพ้นจากกรอบวิชาสะกดจิตไปแล้ว และใกล้เคียงกับไอเดียสุดล้ำที่เขาเคยจินตนาการไว้
ชั่วขณะหนึ่ง สมองของถังเหวินรู้สึกเย็นวาบ สติสัมปชัญญะแจ่มใสและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
วิชาสะกดจิตแบบถังขั้นที่ 2 ไม่ได้ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายเหมือนวิชาหมียักษ์
แต่มันเน้นไปที่การพัฒนาพลังจิตที่จับต้องไม่ได้
วูบ
ถังเหวินลืมตาขึ้น
ดวงตาของเขายังคงดูสงบนิ่งเหมือนเก่า แต่หากใครได้สบตาเขาในตอนนี้ จะต้องรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่อธิบายไม่ถูก
เพียงแต่ตัวถังเหวินเองกลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนนัก
เขาจึงเรียกดูในใจ "โปรแกรมโกง"
หน้าต่างสถานะโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า
วิชาสะกดจิตแบบถัง: ขั้นที่ 2 (อัปเกรดไม่ได้)
คัมภีร์ฝึกพลังหมียักษ์: ขั้นที่ 2 (อัปเกรดไม่ได้)
4 กระบวนท่าหมีคลั่ง: เชี่ยวชาญ (อัปเกรดไม่ได้)
วิชาหมียักษ์: ขั้นที่ 3 (อัปเกรดไม่ได้)
หัตถ์แปดทิศ: เชี่ยวชาญ (อัปเกรดไม่ได้)
พลังงาน: 1 (2%)
ถังเหวินเห็นว่าวิชาสะกดจิตแบบถังขึ้นเป็นขั้นที่ 2 แล้ว และไม่สามารถอัปเกรดต่อได้
แสดงว่าพื้นฐานวิชาสะกดจิตทั้งหมดที่เขารวบรวมมา สามารถดันวิชานี้มาได้สุดทางแค่นี้
ถ้าอยากจะไปต่อ คงต้องไปหาวิชาสะกดจิตมาเพิ่มอีกมหาศาล
แน่นอนว่าตอนนี้ถังเหวินยังไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของขั้นที่ 2 มากนัก
มันต่างจากวิชาหมียักษ์ที่พออัปเกรดปุ๊บ ร่างกายก็แกร่งขึ้นปั๊บ แต่วิชาสะกดจิตมีไว้ใช้กับคนอื่น ถ้าอยู่คนเดียวก็คงไม่รู้ผลลัพธ์
ถังเหวินจึงเปิดประตูห้องเดินออกไป
พอลงมาถึงห้องโถงชั้นล่าง ก็เห็นลิซกำลังเก็บกวาดห้องอยู่
วันนี้ลิซแต่งตัวเรียบง่าย คงเพราะต้องทำงานบ้านปัดกวาดเช็ดถู
แม้อากาศข้างนอกจะหนาว แต่ในบ้านเปิดฮีตเตอร์ไว้อบอุ่น
ลิซที่ง่วนกับการทำงานเริ่มมีเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
เธอใช้มือปาดเหงื่อเบาๆ แล้วก้มลงเช็ดแจกันลายครามราคาแพงอย่างตั้งใจ
พอถังเหวินเดินลงบันไดมา ลิซก็รีบโค้งตัวทักทาย "นายน้อย"
ถังเหวินมองดูลิซ
ตอนนี้เธอก้มหน้าอยู่ มองไม่เห็นถังเหวิน
ต่อให้เป็นนักสะกดจิตขั้นเทพ ถ้าอีกฝ่ายมองไม่เห็น ก็ยากที่จะสะกดจิตได้
คงทำได้แค่ใช้เสียง
แต่นั่นก็ต้องมีการเตรียมการพอสมควร
ทว่าถังเหวินกลับไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่เดินผ่านลิซไปเงียบๆ
เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นไม้ ดังกึก กึก เป็นจังหวะจะโคน
แม้เสียงจะเบามาก แต่ลิซกลับรู้สึกว่ามันดังก้องชัดเจนในหู และเสียงนั้นช่างไพเราะจับใจ ราวกับทำให้ความเหนื่อยล้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ถึงขนาดที่เธอเผลอฮัมเพลงอย่างมีความสุขขณะทำงานต่อ
"ความสุข!"
ถังเหวินหยุดเดินที่หน้าประตู ได้ยินเสียงฮัมเพลงอย่างร่าเริงของลิซ
นั่นคือการแสดงออกของความสุข
แต่ทำไมลิซถึงมีความสุขล่ะ
บางทีแม้แต่ตัวลิซเองก็คงไม่รู้
เพราะ... เธอถูกสะกดจิตไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อสักครู่นี้ เพียงแค่เสียงฝีเท้าของถังเหวิน ก็สามารถสะกดจิตลิซได้โดยที่เธอไม่รู้ตัว
ตลอดทั้งวันนี้เธอจะรู้สึกเบิกบานใจ แล้วคืนนี้ก็จะหลับฝันดี พอตื่นมาพรุ่งนี้เช้าการสะกดจิตก็จะคลายไปเอง และกลับมาเป็นปกติ
แต่ถ้าถังเหวินอยากจะสะกดจิตต่อ พรุ่งนี้เธอก็จะยังคงมีความสุขต่อไป
วันแล้ววันเล่า วนเวียนไปไม่จบสิ้น...
"น่ากลัวแฮะ"
ถังเหวินชะงักฝีเท้า
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าวิชาสะกดจิตแบบถังนี่มันชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
ขั้นที่ 1 ทำแบบนี้ไม่ได้แน่
มีแต่ขั้นที่ 2 ที่เพิ่งอัปเกรดมาหมาดๆ นี่แหละ ถึงจะมีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งขนาดนี้
หรือจะพูดให้ถูก นี่มันไม่ใช่การสะกดจิตแล้ว แต่มันคือพลังรูปแบบหนึ่ง... พลังแห่งจิตใจ
พลังที่ใช้ชักจูงหรือแม้กระทั่งควบคุมจิตใจคนอื่น
แบบนี้ยังเรียกว่าวิชาสะกดจิตได้อีกเหรอ
ถังเหวินเดินออกจากตัวบ้านไปยังสวนด้านนอก
วันนี้อากาศดี คนรับใช้ในคฤหาสน์ต่างออกมาทำงานกันขวักไขว่
สเติร์น คนสวนประจำตระกูล กำลังตัดแต่งกิ่งไม้แห้งอยู่ในสวน
"นายน้อย"
สเติร์นยิ้มทักทาย วันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
ถังเหวินเพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วกวาดสายตามองสเติร์นแวบหนึ่ง
ไม่รู้ทำไม สเติร์นรู้สึกว่าดวงตาของนายน้อยช่างสว่างจ้า
จากนั้นแสงรอบตัวก็ดูเหมือนจะมืดลง แล้วจู่ๆ ภาพของลูกชายตัวแสบที่ชอบก่อเรื่องก็ผุดขึ้นมาในหัว
อารมณ์ดีๆ ของสเติร์นหายวับไปทันที
หน้าของเขาบึ้งตึงขึ้นมา ในใจคุกรุ่นไปด้วยความโมโห คิดว่ากลับบ้านไปต้องจัดการเจ้าลูกตัวดีสักยก
"ความโกรธ"
ถังเหวินพึมพำเบาๆ
เมื่อกี้เขาแค่ใช้สายตามอง ก็สะกดจิตสเติร์นได้แล้ว
เขาทำให้สเติร์นหวนนึกถึงเรื่องน่าโมโห จนเกิดอารมณ์โกรธเกรี้ยวขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
แม้จะเป็นแค่การมอง แต่แฝงไปด้วยการใช้สี แสง และสภาพแวดล้อมโดยรวม เพื่อสะกดจิตสเติร์นในชั่วพริบตา
ถังเหวินเดินต่อไปจนถึงหน้าประตูรั้วคฤหาสน์
หูของเขากระดิกเล็กน้อย ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวแผ่วเบาบริเวณใกล้ประตู
นั่นคือเวรยามลับ!
คฤหาสน์ตระกูลถังมีเวรยามลับคอยสอดส่องคนเข้าออกตลอดเวลา
และวันนี้ดูเหมือนจะเป็นคิวของบอดี้การ์ดที่ชื่อเวียน
ถังเหวินมองไม่เห็นเวียน แต่เวียนต้องมองเห็นถังเหวินแน่ๆ
ถังเหวินยื่นมือออกมา ขยับนิ้วดีดอากาศเบาๆ เหมือนกำลังดีดเปียโน แล้วก็ลดมือลง
เวียนที่ซุ่มอยู่พงหญ้า พรางตัวอย่างแนบเนียน
แต่จู่ๆ ในหัวของเขาก็ผุดภาพเหตุการณ์ในภารกิจครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว
ตอนนั้นเขาก็ซ่อนตัวดีแบบนี้แหละ แต่ก็ยังถูกศัตรูเจอ
เพื่อนร่วมทีมตายเกลี้ยง ตัวเขาเองก็โดนยิงที่ต้นขา
ความกลัวจับขั้วหัวใจ ความรู้สึกที่ว่าความตายกำลังมาเยือน
นั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้ซึ้งว่าความตายมันน่ากลัวแค่ไหน
"ความกลัว"
ถังเหวินพึมพำ
แม้จะไม่ได้เข้าไปใกล้ แต่เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวในใจของอีกฝ่าย
แค่ดีดนิ้วกลางอากาศไม่กี่ที เขาก็สะกดจิตเวียนได้แล้ว
โดยไม่ต้องเห็นตัวด้วยซ้ำ
ถังเหวินเดินออกไปนอกรั้วคฤหาสน์ มองเห็นผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบ
คนเหล่านี้เป็นแค่คนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนทำมาหากิน
เงาร่างของถังเหวิน และเสียงฝีเท้าของเขา ดึงดูดความสนใจของผู้คน
คนที่เดินผ่านไปมา ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ก็รู้สึกอิจฉาถังเหวินขึ้นมาจับใจ อิจฉาที่เขาเกิดมาเป็นนายน้อยตระกูลถัง มีชีวิตหรูหราสุขสบาย ในขณะที่พวกเขาต้องปากกัดตีนถีบ ทำงานหนักแลกค่าแรงอันน้อยนิด
ความเศร้าโศกถาโถมเข้ามาในจิตใจ ใครก็ตามที่เดินผ่านหน้าคฤหาสน์ตระกูลถัง หรือเดินสวนกับถังเหวิน ต่างก็รู้สึกเศร้าสร้อยหดหู่ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ความเศร้า"
ถังเหวินหยุดเดิน ไม่ก้าวต่ออีกแล้ว
"สุข โกรธ กลัว เศร้า..."
ถังเหวินทดลองมาครบแล้ว ไม่ว่าจะคนเดียวหรือหลายคน ไม่ว่าจะมองเห็นหรือมองไม่เห็น เขาสามารถสะกดจิตได้หมด
แค่ขยับตัว แค่ปรายตามอง หรือแม้ยืนเฉยๆ อาศัยแค่สีเสื้อผ้า ก็สะกดจิตคนได้
และสิ่งที่ถังเหวินถนัดที่สุดคือการเล่นกับอารมณ์
ดูเหมือนว่าหัวใจหลักของวิชาสะกดจิตแบบถัง คือการเจาะเข้าทางอารมณ์
เพราะทุกคนล้วนมีอารมณ์ ขอแค่มีอารมณ์ ถังเหวินก็หาช่องว่างแทรกแซงได้
ถึงขนาดที่เขาสามารถสัมผัสถึงอารมณ์ที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของคนอื่นได้ลางๆ
นี่มันไม่ใช่วิชาสะกดจิตแล้ว
ความสามารถระดับเทพเจ้านี้ มันเกินขอบเขตของการสะกดจิตไปไกล
นี่คือพลังแห่งจิตใจ!
"วิชาสะกดจิตแบบถังขั้นที่ 2 ก้าวข้ามไปสู่ระดับพลังแห่งจิตใจแล้ว..."
ถังเหวินพึมพำกับตัวเอง
วินาทีต่อมา เขาตัดสินใจระเบิดพลัง "เจตจำนงแห่งหมียักษ์" ออกมา
ตูม
ทันทีที่เจตจำนงสำแดงเดช
แม้จะไม่มีเสียง ไม่มีการเคลื่อนไหว แต่ถังเหวินได้ผสานวิชาสะกดจิตแบบถังเข้าไปในเจตจำนงแห่งหมียักษ์ด้วย
ทันใดนั้น ผู้คนที่เดินผ่านไปมา รวมถึงบอดี้การ์ด เวรยามลับ และคนรับใช้ในคฤหาสน์
ทุกคนรู้สึกเหมือนมีภัยพิบัติใหญ่หลวงกำลังจะถล่มลงมาใส่หัว ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว แล้วทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอน
แต่ถังเหวินรู้ดีว่ามันไม่ใช่ภาพหลอน
วิชาสะกดจิตแบบถัง สามารถผสานเข้ากับเจตจำนงแห่งหมียักษ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพราะมันไม่ใช่แค่วิชาสะกดจิตอีกต่อไป
แต่เป็นพลังทางจิต!
เจตจำนงแห่งหมียักษ์ที่ได้รับการเสริมแกร่งด้วยพลังทางจิต จะทรงพลังขนาดไหน?
ถังเหวินเองก็ยังไม่รู้
แม้การอัปเกรดครั้งนี้จะไม่ได้เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย
ไม่ว่าจะเป็นพลังป้องกัน พละกำลัง หรือความเร็ว ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น
แต่ถังเหวินมั่นใจว่า ด้วยพลังแห่งจิตใจที่ได้มานี้ ความแข็งแกร่งของเขาได้ก้าวข้ามไปสู่อีกระดับหนึ่งอย่างแท้จริง!
[จบแล้ว]