- หน้าแรก
- หมัดหมียักษ์ถล่มปฐพี
- บทที่ 21 - การกลายร่างอันบ้าคลั่ง
บทที่ 21 - การกลายร่างอันบ้าคลั่ง
บทที่ 21 - การกลายร่างอันบ้าคลั่ง
บทที่ 21 - การกลายร่างอันบ้าคลั่ง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ตระกูลวิลสัน..."
ท่ามกลางความมืดมิดของยามราตรี รอสสวมเสื้อคลุมหนังตัวหนาปกปิดมิดชิดทั่วทั้งร่างเผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องเขม็งไปยังปราสาทเก่าแก่เบื้องหน้า
นั่นคือปราสาทของตระกูลวิลสัน!
นับตั้งแต่จิ้งจอกแดงแจ้งข่าวว่ามีกลุ่มอิทธิพลมืดกำลังจ้องเล่นงานบริษัทของถังเจิ้ง รอสก็สั่งให้เธอตามสืบเรื่องนี้ทันที
จนในที่สุดเบาะแสทั้งหมดก็ชี้เป้ามาที่ตระกูลวิลสัน
"จิ้งจอกแดง เธอสืบไม่เจอจริงๆ หรือว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตระกูลวิลสัน"
รอสปรายตามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาเย็นชา
ครั้งนี้เขาพาจิ้งจอกแดงติดสอยห้อยตามมาด้วย
สีหน้าของจิ้งจอกแดงดูเคร่งเครียด เธอพยักหน้าเบาๆ แล้วตอบว่า "ผู้อยู่เบื้องหลังตระกูลวิลสันซ่อนตัวได้แนบเนียนมาก ฉันเจอแค่ร่องรอยของพวกมนุษย์ดัดแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ระบุตัวตนไม่ได้ว่าเป็นใครกันแน่ รอส เรื่องนี้มันดูทะแม่งๆ ชอบกล ฉันว่าเรารอดูกันอีกสักพักดีไหม รอให้สืบจนแน่ใจแล้วค่อยลงมือ"
ดูเหมือนจิ้งจอกแดงจะมีความกังวลอยู่ไม่น้อย
"ฉันก็อยากจะรออีกสักสองสามวันเหมือนกัน แต่ช่วงนี้ตระกูลวิลสันจู่ๆ ก็เงียบผิดปกติ ฉันเกรงว่าพวกมันคงเตรียมการเสร็จสรรพและพร้อมจะลงมือเล่นงานเจ้านายแล้ว ฉันคงไม่สามารถตัวติดกับเจ้านายเพื่อคอยคุ้มกันได้ตลอดเวลา ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าพวกมันจะลงมือ ฉันก็ขอชิงลงมือก่อนเลยแล้วกัน! ถึงจะยังสืบไม่เจอว่าใครอยู่เบื้องหลังก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะเข้าไปถามเฒ่าวิลสันด้วยตัวเอง เชื่อว่ามันคงยอมคายความลับออกมาหมดเปลือกแน่"
น้ำเสียงของรอสราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความอำมหิตจนจิ้งจอกแดงอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน
เธอย่อมรู้ดีว่าชายตรงหน้านี้คือ "สัตว์ประหลาด" ตัวจริงเสียงจริง นอกจากคำสั่งของถังเจิ้งแล้ว ก็ไม่มีใครหน้าไหนควบคุมเขาได้อีก
แม้แต่องค์กรเบื้องหลังของเธอก็ยังพยายามอย่างยิ่งที่จะดึงตัวรอสไปร่วมงานด้วย
ส่วนเรื่องที่จะออกคำสั่งกับเขานั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ ไม่มีทางเป็นไปได้!
"เธอจะเข้าไปกับฉัน หรือจะรออยู่ที่นี่"
รอสเอ่ยถามจิ้งจอกแดงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
จิ้งจอกแดงผู้นี้เป็นคนติดต่อประสานงานและเปรียบเสมือนผู้ช่วยของเขา แม้บางเรื่องเขาจะไม่ค่อยสบอารมณ์เธอนัก แต่โดยรวมแล้วเขาก็พอใจในการทำงานของเธอ
จิ้งจอกแดงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "ฝีมือฉันยังอ่อนหัดเกินไป การป้องกันของตระกูลวิลสันแน่นหนามาก ฉันขอรออยู่ที่นี่ดีกว่า"
เธอไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปด้วย
ล้อเล่นหรือไง ตระกูลวิลสันมีกองกำลังบอดี้การ์ดเพียบ แถมทุกคนยังมีปืนครบมือ รอสน่ะไม่กลัวกระสุนอยู่แล้ว แต่ถ้าเธอโดนเข้าไปสักนัดมีหวังได้ไปเฝ้ายมบาลแน่
"ก็ตามใจ งั้นเธอก็รออยู่ที่นี่แหละ"
สิ้นเสียง รอสก็เกร็งกำลังที่ขาแล้วดีดตัวผุน
ฟุ่บ!
ร่างของรอกระโดดข้ามกำแพงสูงลิ่วหายเข้าไปในเขตปราสาทวิลสันอย่างง่ายดาย
ภายในปราสาทเวลานี้ เฒ่าวิลสันกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนกำลังสั่งการอะไรบางอย่างกับบรรดาลูกชาย
ปัง! ปัง! ปัง!
ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นภายในตัวปราสาท
ทุกคนในห้องสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
"เกิดอะไรขึ้น!"
เฒ่าวิลสันกระแทกไม้เท้าลงบนพื้นเสียงดังโครม ดวงตาฉายแววเกรี้ยวกราดจ้องมองไปทางประตูใหญ่
เสียงปืนดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าต้นเสียงกำลังใกล้เข้ามาทุกที
"ท่านเซอร์วิลสันครับ มีผู้บุกรุกครับ! มันแข็งแกร่งมาก พวกเราต้านไม่อยู่แล้ว ท่านรีบหนีไปเถอะครับ..."
บอดี้การ์ดรูปร่างกำยำคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องพลางละล่ำละลักบอกเฒ่าวิลสัน
เฒ่าวิลสันนั้นมีบรรดาศักดิ์ขุนนางสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
ทว่าในยุคสมัยนี้ ยศถาบรรดาศักดิ์ก็เป็นเพียงเกียรติยศประดับบารมี ไม่ได้มีอำนาจสั่งการใดๆ
"จะตื่นตูมไปทำไม! ฉันอยากจะเห็นนักเชียวว่าใครมันกล้าบุกเข้ามาในปราสาทของฉัน"
เฒ่าวิลสันถลึงตาใส่ เขายังคงรักษามาดนิ่งสุขุมราวกับไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ตุ้บ!
วินาทีต่อมา ร่างไร้วิญญาณของบอดี้การ์ดคนหนึ่งก็ถูกโยนลอยละลิ่วเข้ามาตกกลางห้องโถง แทบเท้าของเฒ่าวิลสัน
ลำคอของบอดี้การ์ดผู้นั้นมีรอยฉีกขาดเหวอะหวะราวกับถูกของมีคมเฉือน เลือดสดๆ ไหลทะลักนองพื้น
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงใหญ่ของปราสาท
สมาชิกตระกูลวิลสันหลายคนเริ่มถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว เหล่าบอดี้การ์ดรีบเข้ามาล้อมรอบเฒ่าวิลสันไว้แน่นหนา สายตาจ้องเขม็งไปที่ประตูใหญ่เตรียมพร้อมรับมือศัตรู
ฟุ่บ!
เสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิวพุ่งตรงเข้ามายังห้องโถง
บอดี้การ์ดทุกคนเหงื่อแตกพลั่ก
"ยิง! ยิงมันเลย!"
หัวหน้าบอดี้การ์ดตะโกนลั่น
ทันใดนั้นปืนทุกกระบอกก็พ่นไฟแลบแปลบปลาบ กระสุนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกไปทางประตู
แต่ทว่าเมื่อทุกคนมองเห็นสิ่งที่พุ่งเข้ามาอย่างชัดเจน ต่างก็หน้าถอดสี ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดผวา
มันคือก้อนหินขนาดยักษ์!
ดูเหมือนจะเป็นหินประดับสวนด้านนอก แต่ตอนนี้มันกำลังลอยละลิ่วพุ่งเข้ามาถล่มกลางวง ต่อให้มีปืนกี่กระบอกก็คงหยุดมันไม่อยู่
โครม!
หินยักษ์กระแทกพื้นห้องโถงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว บอดี้การ์ดเคราะห์ร้ายที่หลบไม่ทันถูกทับบี้แบน ร่างกายแหลกเหลว เลือดและชิ้นส่วนอวัยวะกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
แม้แต่สมาชิกคนสำคัญของตระกูลวิลสันบางคนก็พลอยโดนลูกหลงจนเสียชีวิตคาที่
เฒ่าวิลสันถูกบอดี้การ์ดดึงตัวไปหลบหลังโซฟา แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ก็สภาพดูไม่จืด เขาหมอบราบอยู่กับพื้น ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น
ติ๋ง... ติ๋ง...
เสียงหยดเลือดกระทบพื้นดังท่ามกลางความเงียบสงัด
เสียงปืนด้านนอกเงียบลงแล้ว ดูเหมือนทุกอย่างจะจบสิ้น
แต่ทุกคนรู้ดีว่าความเงียบนี้หมายถึงอะไร
มันหมายความว่ากองกำลังที่ตระกูลวิลสันวางไว้ด้านนอก ถูกกำจัดจนหมดสิ้นแล้ว
ท่ามกลางความมืดมิด ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งค่อยๆ เดินย่างสามขุมเข้ามา
ร่างนั้นก้าวเข้ามาในห้องโถงอย่างช้าๆ บนตัวของเขามีเลือดหยดเป็นทาง ทว่านั่นไม่ใช่เลือดของเขา แต่เป็นเลือดของเหล่าบอดี้การ์ดด้านนอก
"สวัสดีตอนค่ำครับ ท่านเซอร์วิลสัน"
รอสเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
การจัดการกับบอดี้การ์ดพวกนั้นสำหรับเขาแล้วง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ
เฒ่าวิลสันค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นจากหลังโซฟา มือที่กำไม้เท้าสั่นระริก สายตามองชายชุดดำผู้โหดเหี้ยมตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "แก... แกเป็นใคร"
"ผมจะเป็นใครไม่สำคัญ ท่านเซอร์น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าผมมาที่นี่เพื่อใคร เปิดปากพูดมาเถอะครับ คนที่อยู่เบื้องหลังตระกูลวิลสัน... มันอยู่ที่ไหน"
รอสยื่นมือออกไป มือข้างนั้นค่อยๆ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นกรงเล็บหมาป่าที่มีเลือดหยดติ๋ง ดูน่าสยดสยองและอำมหิตผิดมนุษย์
นี่มันไม่ใช่คนแล้ว นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
ดวงตาของเฒ่าวิลสันเบิกโพลง ร่างกายสั่นเทาขณะเอ่ยปาก "ถังเจิ้ง... แกเป็นคนของถังเจิ้งสินะ? ที่เขาลือกันว่าถังเจิ้งเลี้ยงสัตว์ประหลาดไว้ใช้งาน นึกว่าเป็นแค่เรื่องเหลวไหล ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง..."
"ท่านเซอร์วิลสัน อย่าทดสอบความอดทนของผม บอกมาซะดีๆ ว่าเจ้านายที่อยู่เบื้องหลังคุณอยู่ที่ไหน"
รอสสาวเท้าเข้าไปหาเฒ่าวิลสันอย่างช้าๆ
ปัง!
ทันใดนั้น บอดี้การ์ดคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ฝืนใจลุกขึ้นมา แล้วลอบยิงใส่รอสจากด้านหลัง
รอสชะงักฝีเท้า
เขาก้มลงมองหน้าอกตัวเอง
มีรูโหว่เปื้อนเลือดปรากฏอยู่
ทว่ากลับไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว
กระสุนเจาะเข้าไปเพียงผิวเผิน หัวกระสุนยังฝังไม่มิดด้วยซ้ำ มันถูกกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของรอสหนีบเอาไว้แน่น
ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนอ้าปากค้าง บอดี้การ์ดคนนั้นหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ร่างของรอสไหววูบราวกับภาพลวงตา เพียงพริบตาเดียวเขาก็ไปโผล่ตรงหน้าบอดี้การ์ดคนนั้น กรงเล็บแหลมคมตวัดวูบเบาๆ
ฉัวะ!
ลำคอของบอดี้การ์ดถูกฉีกกระชากในชั่วพริบตา เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด ร่างนั้นดิ้นพราดๆ ก่อนจะแน่นิ่งไป
วินาทีนี้ ไม่มีใครกังขาอีกต่อไป
ชายลึกลับผู้นี้คือสัตว์ประหลาดของแท้!
"ท่านเซอร์วิลสัน หรือคุณอยากจะเห็นลูกชายของคุณตายไปต่อหน้าต่อตาทีละคนๆ"
รอสคว้าคอลูกชายคนหนึ่งของเฒ่าวิลสันที่กำลังกลัวจนเข่าอ่อนขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เฒ่าวิลสันเห็นดังนั้นจึงกระทุ้งไม้เท้าลงพื้นอย่างแรง พร้อมตะโกนลั่น "ยูส! แกจะรอให้คนของฉันตายหมดก่อนหรือไง ถึงจะยอมโผล่หัวออกมา!"
"หืม?"
วินาทีต่อมา รอสสัมผัสได้ถึงอันตรายร้ายแรง สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องว่ามีหายนะกำลังพุ่งตรงมาที่เขา
เขาคำรามก้องอย่างไม่ลังเล "สภาวะคลั่ง!"
ร่างกายของรอสขยายใหญ่ขึ้นในพริบตา เสื้อผ้าฉีกขาดกระจุย กล้ามเนื้อปูดโปนขยายตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หางยาวงอกออกมาจากกระดูกก้นกบ
มือและเท้าขยายใหญ่ เส้นเลือดปูดโปนน่ากลัว
ขนสีเทาเข้มแบบหมาป่าผุดขึ้นปกคลุมทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้รอสแทบจะกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่ายักษ์ที่น่าสะพรึงกลัว มีเพียงศีรษะเท่านั้นที่ยังคงเค้าโครงเดิมอยู่บ้าง!
ตูม!
แต่ทว่า เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากที่รอสเข้าสู่สภาวะคลั่ง ลูกระเบิดสีดำลูกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาและระเบิดใส่ข้างกายเขาอย่างจัง
[จบแล้ว]