เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - ความลับของถังเจิ้ง

บทที่ 7 - ความลับของถังเจิ้ง

บทที่ 7 - ความลับของถังเจิ้ง


บทที่ 7 - ความลับของถังเจิ้ง

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"ติ๋ง ติ๋ง"

ภายในห้องใต้ดินที่แห้งสนิท หยาดน้ำที่ควบแน่นจากความหนาวเย็นภายนอกหยดลงสู่พื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

ภายใต้แสงไฟสลัว เงาทอดยาววูบไหวไปตามการสั่นไหวของดวงไฟ เปลี่ยนรูปทรงไปมาไม่หยุดนิ่ง

นานๆ ครั้งจะมีเสียงสุนัขจรจัดเห่าหอนแว่วมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนภายนอก

ถังเจิ้งสวมถุงมือหนัง ใช้ไม้เท้าเคาะผนังเป็นจังหวะ "ตึก ตึก ตึก" ราวกับเสียงเต้นของหัวใจ

"วูบ..."

ด้านนอกห้องใต้ดิน ลมพายุพัดกรรโชกแรง

ท่ามกลางสายลมหนาวเหน็บ ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าถังเจิ้ง

ร่างนั้นสวมหมวกและผ้าคลุมปิดบังใบหน้าและร่างกายไว้อย่างมิดชิด

ถังเจิ้งได้กลิ่นสาบสางของเหงื่อไคลผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูก จนเขาต้องย่นจมูกเล็กน้อย

"เจ้านาย เวลานี้ท่านไม่ควรมาที่นี่ ข้างนอกมันอันตราย"

เสียงทุ้มต่ำดังก้อง เป็นเสียงของผู้ชาย

"อยู่ที่นี่กับแกปลอดภัยจะตาย แกจะปกป้องฉันไม่ใช่หรือไง?"

ถังเจิ้งค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ใช้ไม้เท้ากระแทกพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงเข้ม "รอส บอกมาซิว่าหลายวันนี้แกสืบรู้อะไรมาบ้าง? ฉันต้องการความจริง ไอ้ฆาตกรต่อเนื่องบ้านั่น ตกลงมันใช่พวกครึ่งอสูรหรือเปล่า?"

ชายลึกลับค่อยๆ ถอดหมวกและปลดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีขนดกปกคลุม

เขามีหาง หางสั้นและหนา มือทั้งสองข้างดูคล้ายกรงเล็บหมาป่า กล้ามเนื้อทั่วร่างปูดโปน แผ่กลิ่นอายดิบเถื่อนออกมาอย่างรุนแรง

นี่ไม่ใช่คนปกติ!

รอสโยนเสื้อผ้าทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี แล้วนั่งลงหยิบก้อนเนื้อดิบชุ่มเลือดออกมาจากตู้ ก่อนจะกัดกินอย่างมูมมาม

"เจ้านาย ข้าไปดูที่เกิดเหตุมาทั้งหกแห่ง รวมถึงคฤหาสน์ตระกูลหยาง ข้าไม่ได้กลิ่นพวกครึ่งอสูรเลยสักนิด ถึงศพจะดูเหมือนฝีมือพวกครึ่งอสูร แต่ข้ายืนยันได้ว่าไม่ใช่"

"ไม่ใช่ครึ่งอสูร?"

ถังเจิ้งขมวดคิ้ว

ถ้าไม่ใช่พวกครึ่งอสูร แล้วตัวอะไรจะดุร้ายป่าเถื่อนได้ขนาดนั้น?

แถมยังฆ่าคนไปมากมายขนาดฆ่าล้างตระกูลหยางได้

"ถึงจะไม่ใช่พวกครึ่งอสูร แต่ในคฤหาสน์ตระกูลหยาง ข้าได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่แปลกมาก กลิ่นที่ทำให้แม้แต่ข้ายังรู้สึกหวาดหวั่น มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ"

"ดังนั้นไอ้ฆาตกรต่อเนื่องนั่นต้องไม่ใช่คน แต่น่าจะเป็นตัวตนอื่นที่ข้าไม่รู้จัก หรืออาจจะเป็นสัตว์ประหลาดพันธุ์ใหม่?"

รอสเองก็ไม่กล้าฟันธง

เขาไม่เคยได้กลิ่นแบบนี้มาก่อน

แม้เขาจะเป็นครึ่งอสูร แต่กลิ่นนั้นกลับทำให้เขาสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

สัญชาตญาณบอกเขาว่า นี่มันหายนะชัดๆ

"ถ้ายังหาตัวคนร้ายไม่เจอ คฤหาสน์ฉันก็ไม่ปลอดภัย"

ถังเจิ้งเริ่มกังวล

"เจ้านาย ข้าจะปกป้องคฤหาสน์ท่านเอง ตอนนี้ท่านควรเตรียมตัวรับมือได้แล้ว มีสัตว์ประหลาดโผล่มากลางเมืองแบบนี้ บางทีอาจกำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น"

รอสดื่มน้ำผสมเลือดสดๆ เข้าไปอึกใหญ่ พร้อมเอ่ยเตือนถังเจิ้ง

"ได้ รอส ทำเหมือนที่ผ่านมา อย่าให้ใครเห็นแกเด็ดขาด"

"รับทราบ"

สั่งงานเสร็จ ถังเจิ้งก็หันหลังเดินจากไป

"ไสหัวออกมาได้แล้ว"

หลังจากถังเจิ้งออกไปได้ไม่นาน หญิงสาวรูปร่างเล็กกะทัดรัดแต่ส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนใจ ก็เดินออกมาจากมุมมืด

เมื่อครู่ถังเจิ้งไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าเธอซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนั้นตลอดเวลา

"จุ๊ จุ๊ จุ๊ รอส นี่แกกินของแบบนี้เหรอเนี่ย? ถ้าไม่มีแก ถังเจิ้งไม่มีทางได้เป็นราชาแห่งวงการกระดาษหรอก แกช่วยเขากวาดล้างศัตรูทางธุรกิจไปตั้งเท่าไหร่ แต่เขากลับขังแกไว้ในห้องใต้ดินเหมือนสัตว์เดรัจฉาน ฉันล่ะสงสารแกจริงๆ..."

หญิงสาวส่งยิ้มพราวเสน่ห์ แผ่กลิ่นอายยั่วยวนออกมาเต็มพิกัด

"ฟึ่บ"

แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค กรงเล็บของรอสก็พุ่งเสียบทะลุไหล่ของเธอ ตรึงร่างหญิงสาวติดกับผนังห้องทันที

รอสบีบคอเธอแน่น ดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะคลุ้มคลั่ง

แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เธอรู้ดีว่ารอสที่อยู่ตรงหน้าคือสัตว์ประหลาดขนานแท้ ถ้ารอสเกิดบ้าเลือดขึ้นมา เขาจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ แน่นอน!

"จิ้งจอกแดง เก็บความคิดสกปรกของแกไปซะ เจ้านายช่วยชีวิตข้าไว้ ถ้าไม่มีเจ้านาย ข้าคงหนาวตายกลางหิมะไปนานแล้ว ห้องใต้ดินนี้ข้าเป็นคนขออยู่เอง ถ้าข้าได้ยินแกคิดไม่ซื่อกับเจ้านายอีกแม้แต่นิดเดียว ข้าจะฉีกแกเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปโยนให้หมาข้างถนนกิน!"

"ตุบ"

รอสเหวี่ยงร่างหญิงสาวลงกับพื้น

เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากไหล่ของเธอ ส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดินแคบๆ ทำให้อากาศที่แย่อยู่แล้วยิ่งชวนอาเจียน

จิ้งจอกแดงสงบปากสงบคำทันที ไม่กล้าพูดพล่อยๆ อีก

รอสจัดการ "มื้อเย็น" จนหมด เขาเช็ดปากแล้วปรายตามองจิ้งจอกแดงที่กองอยู่กับพื้น เอ่ยเสียงเรียบ "เรื่องที่ข้าให้ไปสืบเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม ได้เรื่องหรือยัง?"

จิ้งจอกแดงส่ายหน้า "ขนาดแกยังสืบไม่เจอ แล้วพวกเราจะไปเจออะไร? แต่เราสืบเจอว่าช่วงนี้เจ้านายแกกำลังเจอปัญหา บริษัทของเขากำลังโดนเพ่งเล็ง แถมฝ่ายตรงข้ามยังมีอิทธิพลไม่เบาด้วย"

"เจ้านายโดนเพ่งเล็ง? ถ้าพวกแกถึงขั้นถ่อมาบอกข้าด้วยตัวเอง แสดงว่าศัตรูต้องไม่ธรรมดา ว่ามา ใครเป็นคนทำ?"

"ยังระบุตัวตนแน่ชัดไม่ได้ แต่ไม่ใช่กลุ่มอิทธิพลทั่วไปแน่นอน และที่สำคัญ เราเจอเบาะแสของพวกมนุษย์ดัดแปลงด้วย"

"มนุษย์ดัดแปลง?"

ดวงตาของรอสวาวโรจน์ขึ้นมาทันที

"สืบต่อ ต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นใคร"

จิ้งจอกแดงพยักหน้า ก่อนจะวูบหายไปในความมืดของค่ำคืน

...

ภายในห้องนอนกว้างขวางของถังเหวิน มีถังไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่

ไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากถังไม้ ส่งกลิ่นสมุนไพรหายากหอมฟุ้งไปทั่วห้อง

นี่คือการแช่น้ำยาสมุนไพร!

สูตรยาที่ได้มาจากเจ้าสำนักเฟน ถูกถังเหวินสั่งปรุงแบบจัดเต็ม โดยเพิ่มปริมาณยาเป็นสิบเท่าจากสูตรปกติ

แค่ถังนี้ถังเดียว ก็ปาเข้าไปหนึ่งแสนแล้ว!

ราคาระดับนี้ คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝันถึง

ถังเหวินก้าวลงไปในถังไม้ น้ำร้อนที่โอบล้อมทั่วร่างทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ราวกับรูขุมขนทุกรูเปิดกว้างรับความสดชื่น

และดูเหมือนจะมีไอร้อนประหลาดบางอย่าง แทรกซึมผ่านรูขุมขนเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

ถังเหวินหลับตาพริ้ม ซึมซับความรู้สึกนี้อย่างเพลิดเพลิน พลางนึกถึงเรื่องราวในวันนี้ด้วยความพึงพอใจ

เพียงแค่สามวัน เขาก็ตามหาผู้ฝึกวรยุทธ์โบราณที่หาตัวจับยากจนเจอ แถมยังใช้เงินฟาดเปรี้ยงเดียวก็ได้วิชาหมียักษ์มาครอบครอง

แถมตอนนี้ยังได้นอนแช่น้ำยาสมุนไพรที่จำเป็นสำหรับการฝึกวิชา พร้อมที่จะเริ่มฝึกได้ทุกเมื่อ

นี่แหละคืออานุภาพของเงินตรา!

ถ้าเขาเป็นแค่ตาสีตาสา เป็นคนธรรมดาๆ ก็คงต้องลำบากเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะได้เข้าสำนัก กว่าจะได้รับความไว้วางใจจากเจ้าสำนักเฟนจนยอมสอนวิชาให้

แถมยังไม่มีปัญญาซื้อยาสมุนไพรมาแช่ ทำให้การฝึกวิชาล่าช้าไปอีก

ในหลายๆ สถานการณ์ การใช้เงินแก้ปัญหาช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากไปได้เยอะ

แต่ถังเหวินก็รู้ดีว่า ปัญหาบางอย่างเงินก็แก้ไม่ได้ เขาต้องพึ่งพาตัวเอง!

"โปรแกรมโกง"

ถังเหวินตั้งจิตเรียก

ทันใดนั้น หน้าต่างสถานะโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้น

วิชาหมียักษ์: เบื้องต้น (อัปเกรดได้)

หัตถ์แปดทิศ: บรรลุขั้นสุดยอด (ไม่สามารถอัปเกรดได้)

พลังงาน: 5 (5%)

"เป็นไปตามคาด วิชาหมียักษ์เข้าสู่ระดับเบื้องต้นแล้ว สามารถใช้พลังงานอัปเกรดได้เลย"

ถังเหวินมองสถานะวิชาหมียักษ์ด้วยรอยยิ้ม

ไม่เสียแรงที่เขาอุตส่าห์เพียรฝึกท่าทางวิชาหมียักษ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อช่วงบ่าย ในที่สุดก็ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น

แต่แต้มพลังงานที่มีแค่ห้าแต้ม ทำให้ถังเหวินอดกังวลไม่ได้

ผ่านไปสามวันแล้ว ตามความเร็วก่อนหน้านี้ สามวันน่าจะได้หกแต้ม

แต่ตอนนี้มีแค่ห้า หายไปหนึ่งแต้ม

เห็นได้ชัดว่าพลังงานในหินนำโชคเริ่มลดน้อยถอยลง อีกไม่กี่วันพลังงานคงหมดเกลี้ยง

ถึงตอนนั้น ถังเหวินคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีพลังงานให้ใช้

"ช่างมันเถอะ อัปเกรดวิชาหมียักษ์ก่อนค่อยว่ากัน อืม ไม่ต้องรีบร้อน เอาแค่ขั้นที่หนึ่งก่อน"

ถังเหวินสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิ

ทันใดนั้น หน้าต่างสถานะก็สั่นไหวเล็กน้อย และเริ่มพร่ามัว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - ความลับของถังเจิ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว