- หน้าแรก
- หมัดหมียักษ์ถล่มปฐพี
- บทที่ 6 - วรยุทธ์โบราณ
บทที่ 6 - วรยุทธ์โบราณ
บทที่ 6 - วรยุทธ์โบราณ
บทที่ 6 - วรยุทธ์โบราณ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
สำนักหมียักษ์ เจ้าสำนักนามว่า เฟน ชายร่างยักษ์ผู้มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ หนวดเคราเฟิ้มรุงรัง ดูราวกับสัตว์ป่าดุร้ายที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาตลอดเวลา
"เจ้าอ้วนหลิว แกมันรังแกกันเกินไปแล้ว! สำนักนี้ที่ดินกว้างขวางขนาดนี้ แถมฉันบริหารมาตั้งหลายสิบปี แกกลับให้ราคาแค่สามแสน เห็นฉันเป็นตัวอะไรห๊ะ?"
เสียงของเฟนดังก้องกังวานราวกับระฆังแตก เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน น้ำลายแทบจะพ่นใส่หน้าเจ้าอ้วนหลิว ดูท่าทางเหมือนอยากจะจับเจ้าอ้วนตรงหน้าฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วกลืนลงท้อง
แต่เจ้าอ้วนหลิวกลับนั่งนิ่งไม่สะทกสะท้าน แถมยังพูดเนิบๆ ว่า "เฟน แกต้องรู้นะว่าลูกสาวแกนอนรอเงินค่ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาล เห็นแก่ที่เราคบกันมานาน ฉันให้ราคาสุดท้ายที่สามแสนห้า มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว แกจะขายก็ขาย ไม่ขายฉันก็จะกลับเดี๋ยวนี้!"
"แก..."
เฟนหน้าแดงก่ำ จ้องเขม็งไปที่เจ้าอ้วนหลิว
ถ้าเป็นสมัยหนุ่มๆ เขาคงตบเจ้าอ้วนหลิวตายคามือไปแล้ว
แต่ตอนนี้เขาแก่แล้ว!
ร่างกายอาจจะยังไม่แก่ แต่ใจมันแก่และล้าเต็มที อย่างที่เจ้าอ้วนหลิวบอก ลูกสาวของเขากำลังป่วยหนักนอนรอความตายอยู่ที่โรงพยาบาล
เขาต้องการเงิน!
เจ้าอ้วนหลิวยกยิ้มมุมปาก เขารู้นิสัยเฟนดี
เฟนเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้หมดไฟแล้ว ไม่มีแรงจะดิ้นรนอะไรอีก ดังนั้นเขาถึงบีบเฟนได้อยู่หมัด
"ตกลง เจ้าอ้วนหลิว เอาเงินมา..."
เฟนหน้าสลด แววตาไร้ซึ่งประกายชีวิต
"ปัง"
ทันใดนั้น ประตูสำนักก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง
วันนี้สำนักปิด ไม่น่าจะมีใครมาได้นี่?
"ฟึ่บ"
เฟนเงยหน้าขึ้น เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา ด้านหลังตามมาด้วยชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ที่ดูเหมือนบอดี้การ์ดอีกหลายคน พวกเขาเดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
"พวกแกเป็นใคร?"
เฟนมองผู้มาเยือนด้วยสายตาระแวดระวัง
ถังเหวินปรายตามองเจ้าอ้วนหลิว แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "อาหลง โยนไอ้อ้วนนี้ออกไป"
"อะไรนะ? พวกแก..."
เจ้าอ้วนหลิวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
ไอ้พวกนี้เป็นใครกัน?
โผล่มาก็ทำกร่าง สั่งไล่คนอื่นหน้าตาเฉย
เฟนเองก็โมโหไม่แพ้กัน แม้เขาจะไม่ชอบขี้หน้าเจ้าอ้วนหลิว แต่ตอนนี้เขากำลังคุยธุระสำคัญพันเกี่ยวกับชีวิตลูกสาว แขกไม่ได้รับเชิญพวกนี้โผล่มาถึงก็ไล่แขกของเขา มันจะหยามกันเกินไปแล้ว
ที่นี่มันสำนักของเขานะ!
"วางเจ้าอ้วนหลิวลงเดี๋ยวนี้!"
เฟนลุกยืนขึ้นเต็มความสูง
เขาสูงเกือบสองเมตร ขนาดในหมู่ชาวตะวันตกด้วยกันยังถือว่าสูงใหญ่มาก
แถมร่างกายยังกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะ พอเขายืนขึ้น รังสีอำมหิตก็ระเบิดออกมา ราวกับหมีป่ายักษ์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ทำให้คนเห็นต้องขวัญผวา
"กริก กริก กริก"
ทว่า เฟนยังไม่ทันได้ขยับตัว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ร่างกายที่ดูดุดันราวสัตว์ร้ายชะงักค้างทันที
ปืน!
ไม่ใช่แค่กระบอกเดียว!
แต่หลายกระบอก!
บอดี้การ์ดที่ติดตามถังเหวินมา ต่างชักปืนออกมาเล็งไปที่หัวของเฟนเป็นจุดเดียว
เฟนไม่สงสัยเลยว่าถ้าเขาขยับแม้แต่นิดเดียว คนพวกนี้ยิงเขาพรุนแน่
แม้แต่เจ้าอ้วนหลิวก็หยุดดิ้น ดวงตาฉายแววหวาดกลัว ปล่อยให้บอดี้การ์ดหิ้วปีกโยนออกไปนอกสำนักอย่างหมดสภาพ
ถังเหวินยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น "สมคำร่ำลือ นักสู้หมีคลั่งเฟน ผู้ที่เคยใช้มือเปล่าฆ่าหมีจริงๆ มาแล้ว!"
"แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว คุณกันกระสุนได้ไหมล่ะ?"
คำพูดของถังเหวินทำเอาเฟนหน้าถอดสี เขากำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนไปทั่วตัว เหมือนพร้อมจะระเบิดอารมณ์ออกมาอาละวาด
แต่สุดท้าย เฟนก็ค่อยๆ นั่งลง กำปั้นที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก
อย่างที่ถังเหวินพูด ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว เขาเอาร่างกายไปรับกระสุนไม่ได้!
"ว่ามา พวกคุณเป็นใคร? มาที่สำนักผมทำไม?"
เฟนจ้องถังเหวินเขม็ง
ดูจากมาดแล้ว หนุ่มคนนี้คงไม่ใช่คนธรรมดา
"ยินดีที่ได้รู้จัก ผมถังเหวิน!"
"ถังเหวิน? ทายาทเจ้าพ่อกระดาษ ตระกูลถัง?"
แววตาของเฟนฉายแววประหลาดใจ
ในเมืองนี้ไม่มีใครไม่รู้จักตระกูลถัง
ราชากระดาษ!
ตระกูลถังแทบจะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้
ในโลกที่ผู้คนต่างไขว่คว้าหาความมั่งคั่ง
ตระกูลถังคือผู้ครอบครองความมั่งคั่งมหาศาลที่คนทั่วไปจินตนาการไม่ถึง
ถังเหวินยื่นมือออกไป อาหู่รีบส่งกระเป๋าหนังสีดำให้ทันที
"แปะ"
ถังเหวินเปิดกระเป๋าแล้วเลื่อนไปตรงหน้าเฟน "ในนี้มีเงินห้าแสน สำหรับคุณ"
เฟนขมวดคิ้ว
ห้าแสนไม่ใช่เงินน้อยๆ มากกว่าที่ไอ้หน้าเลือดเจ้าอ้วนหลิวเสนอให้เสียอีก
แต่เฟนรู้ดีว่าของฟรีไม่มีในโลก ยิ่งข้อเสนอหอมหวานเท่าไหร่ ราคาที่ต้องจ่ายก็ยิ่งแพงเท่านั้น!
ดีไม่ดีอาจต้องจ่ายด้วยชีวิต!
"คุณต้องการอะไร?"
"ผมต้องการวรยุทธ์โบราณ! ของแท้เท่านั้นนะ ไม่เอาพวกท่าสวยแต่ไร้ประโยชน์!"
ถังเหวินบอกความต้องการตรงๆ
"วรยุทธ์โบราณ?"
เฟนหรี่ตาลง
เขาคิดไม่ถึงว่านายน้อยตระกูลถังผู้มั่งคั่ง จะมาสนใจวิชาคร่ำครึอย่างวรยุทธ์โบราณ
ใครๆ ก็รู้ว่าสมัยนี้ไม่มีใครเชื่อเรื่องวรยุทธ์โบราณแล้ว เขาหันไปฝึกศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่กันหมด
เฟนหลับตาลง ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่
ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงลืมตาขึ้น
"เงิน ผมไม่เอา! วรยุทธ์โบราณ ผมสอนให้คุณได้ แต่คุณต้องรับปากเงื่อนไขของผมหนึ่งข้อ"
"เงื่อนไขอะไร?"
"ย้ายโรงพยาบาลให้ลูกสาวผม ผมต้องการให้เธอได้รับการรักษาที่ดีที่สุด ค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณต้องเป็นคนออก"
นี่คือเงื่อนไขของเฟน
"เรื่องเล็ก ตกลงตามนั้น"
ถังเหวินตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด ตระกูลถังเองก็มีธุรกิจโรงพยาบาล แถมยังเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในเมืองด้วย
อีกอย่าง เรื่องนี้ใช้เงินแก้ปัญหาได้ สำหรับถังเหวิน อะไรที่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ ไม่เรียกว่าปัญหา!
"ตามผมมา"
เฟนหันหลัง เดินนำเข้าไปในห้องด้านในของสำนัก
"นายน้อยครับ หมอนี่อันตรายนะครับ คุณ..."
อาหลงกระซิบเตือนด้วยความเป็นห่วง
ถ้าถังเหวินเข้าไปคนเดียว ต้องเผชิญหน้ากับเฟนลำพัง ต่อให้มีปืนก็ยังเสี่ยงอยู่ดี
นักสู้วรยุทธ์โบราณระดับนี้ ดูจากหุ่นก็รู้แล้วว่าพลังระเบิดรุนแรงแค่ไหน
ในระยะประชิด บางทีอาจจะชักปืนไม่ทันด้วยซ้ำ
"ไม่ต้องห่วง เขาเป็นนักสู้หมีคลั่งก็จริง แต่เขาก็เป็นพ่อคนด้วย!"
ถังเหวินไม่ลังเล เดินตามเฟนเข้าไปด้านในทันที
"คุณใจถึงดีนี่"
เฟนเอ่ยปากชม
ถังเหวินยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบอะไร
จากนั้นเฟนก็หยิบสมุดเล่มเล็กที่เย็บเล่มแบบหยาบๆ กระดาษเหลืองกรอบออกมา แล้วพูดเสียงขรึม "ลองอ่านดูเองก่อน อ่านได้แต่ห้ามนำออกไป"
ถังเหวินเปิดดูสมุดเล่มนั้น ข้างในเต็มไปด้วยรูปวาด แสดงโครงกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์
ด้านล่างมีคำอธิบายกำกับไว้
"วิชาหมียักษ์?"
ถังเหวินพลิกดูจนจบเล่ม ก็พอจะเข้าใจเนื้อหาคร่าวๆ
"นี่แหละวรยุทธ์โบราณ!"
เฟนอธิบาย "ผู้ฝึกวรยุทธ์โบราณเรียนรู้จากธรรมชาติ ดังนั้นวิชาส่วนใหญ่จึงเป็นการเลียนแบบสัตว์หรือพืช อย่างวิชาหมียักษ์นี่ก็เลียนแบบมาจากหมีดำในป่า แล้วนำมาดัดแปลงให้เหมาะกับสรีระมนุษย์ ใช้เทคนิคการนวดกล้ามเนื้อและกระดูกทั่วร่าง เพื่อกระตุ้นให้มันขยายใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ"
"ดูหุ่นผมก็รู้ สำนักเราฝึกวิชาหมียักษ์ รูปร่างเลยใหญ่โตเหมือนหมี พละกำลังมหาศาล เดี๋ยวผมจะนวดเปิดเส้นทางเดินพลังวิชาหมียักษ์ให้คุณก่อน แล้วคุณค่อยกลับไปฝึกเองที่บ้าน"
จากนั้นเฟนก็ให้ถังเหวินยืนขึ้น แล้วเริ่มลงมือนวดกดจุดไปตามศีรษะ ไหล่ ลำตัว แขน ขา แทบจะทุกส่วนของร่างกาย
เฟนใช้เทคนิคเฉพาะตัว นวดคลึงอย่างหนักหน่วง
ระหว่างนวด ถังเหวินรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งตัว แต่เขาก็กัดฟันทน
เฟนกำชับให้ถังเหวินจดจำเส้นทางการนวดนี้ไว้ นี่คือเส้นทาง "เดินพลัง" ของวิชาหมียักษ์ ต้องฝึกฝนทุกวันจนกลายเป็นสัญชาตญาณ
"วิชาหมียักษ์มีสามขั้น ขั้นแรกปกติใช้เวลาฝึกหนึ่งถึงสองปี ถ้าพื้นฐานร่างกายไม่ดีอาจนานกว่านั้น"
"ขั้นที่สองใช้เวลาเพิ่มขึ้นเท่าตัว สองขั้นแรกขอแค่มีเวลาและความเพียร ก็ฝึกสำเร็จได้ไม่ยาก ถ้าใช้น้ำยาสมุนไพรแช่ตัวช่วยด้วยก็จะยิ่งเร็ว ข้อเสียคือน้ำยาสมุนไพรราคาแพงระยับ แต่สำหรับคุณคงไม่ใช่ปัญหา"
ถังเหวินพยักหน้า แล้วถามด้วยความอยากรู้ "แล้วขั้นที่สามล่ะ?"
"ขั้นที่สาม..."
เฟนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "วิชาหมียักษ์ขั้นที่สาม ต้องเข้าถึง 'แก่นแท้แห่งหมียักษ์' ถึงจะสำเร็จ แก่นแท้ที่ว่าคือการทำตัวให้เหมือนหมีจริงๆ เปลี่ยนจิตวิญญาณให้กลายเป็นหมี ซึ่งมันยากมาก เราเป็นคนไม่ใช่หมี แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าใจแก่นแท้ของสัตว์เดรัจฉาน ดังนั้นขั้นที่สาม นอกจากคนคิดค้นวิชาแล้ว ก็ไม่น่าจะมีใครฝึกสำเร็จอีก"
"ยากขนาดนั้นเลย?"
ถังเหวินขมวดคิ้ว
"ใช่ ยากขนาดนั้นแหละ ไม่งั้นวรยุทธ์โบราณคงไม่ตกต่ำแบบนี้หรอก วิชาหมียักษ์แค่ขั้นหนึ่งกับสอง ฝึกไปก็เป็นได้แค่คนตัวใหญ่แรงเยอะ ซึ่งไปฝึกเล่นกล้ามหรือฝึกศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ก็ทำได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องลำบากฝึกวิชานี้"
"แต่ถ้าฝึกถึงขั้นสาม เข้าถึงแก่นแท้แห่งหมียักษ์ได้ นั่นจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ผมเองก็ไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าวิชาขั้นสามจะมีความพิเศษบางอย่าง เป็นรากฐานสำคัญของวรยุทธ์โบราณ! น่าเสียดายที่ไม่มีใครทำได้ และต่อให้ทำได้แล้วยังไง อย่างที่คุณบอก ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว วรยุทธ์โบราณมันไร้ค่า..."
สีหน้าของเฟนดูหดหู่และสิ้นหวัง
ยุคสมัยเปลี่ยน วรยุทธ์โบราณเสื่อมถอย นี่คือกฎแห่งกาลเวลาที่ใครก็ต้านทานไม่ได้
แต่สำหรับคนที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้วรยุทธ์โบราณอย่างเฟน มันช่างน่าเจ็บปวด
"ขอบคุณครับท่านเจ้าสำนักเฟน"
ถังเหวินก้มหัวคารวะเฟนเล็กน้อย
ถือว่าเฟนเป็นอาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชา แม้จะไม่ได้ทำพิธีกราบไหว้เป็นศิษย์อาจารย์กันเป็นเรื่องเป็นราวก็ตาม
เฟนส่ายหน้า "ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก มันก็แค่การแลกเปลี่ยน คุณไม่ได้ยึดสำนักผมไป แถมยังสัญญาจะรักษาลูกสาวผม ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ..."
เฟนรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
ค่ารักษาพยาบาลลูกสาวเขา ย่อมมากกว่าเงินห้าแสนแน่ๆ
เทียบกับเจ้าอ้วนหลิวที่ให้แค่สามแสนห้าแถมยังจะยึดสำนักเขา
ถังเหวินแค่มาเรียนวิชาวรยุทธ์วิชาเดียว
ความหนักเบาของบุญคุณความแค้นนี้ เฟนแยกแยะได้ชัดเจน
"ช่วงนี้ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องวรยุทธ์โบราณ ผมคงต้องมารบกวนเจ้าสำนักอีก"
"ถ้าเป็นเรื่องวรยุทธ์โบราณ มาหาผมได้ทุกเมื่อ"
ถังเหวินไม่รอนาน เขาลุกขึ้นแล้วพาคนของเขาออกจากสำนักหมียักษ์ไป
...
"ไทลอน ฉันสืบมาแล้ว คนที่เข้ามาแทรกแซงเรื่องสำนักอาจารย์แก คือนายน้อยตระกูลถัง ถังเหวิน!"
เจ้าอ้วนหลิวฟ้องด้วยความแค้นเคือง
ตรงหน้าเขาคือชายหนุ่มร่างยักษ์ที่ตัวใหญ่และกำยำยิ่งกว่าเฒ่าเฟนเสียอีก สูงราวสองเมตร นั่งตระหง่านราวกับหมีภูเขาของจริง
ไทลอนสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยเสียงเรียบ "ตระกูลถัง? นึกไม่ถึงว่าอาจารย์จะรู้จักพลิกแพลงไปพึ่งใบบุญตระกูลถัง แต่ว่านะเจ้าอ้วนหลิว ฉันบอกให้แกเอาเงินห้าแสนไปให้อาจารย์ไม่ใช่เหรอ"
สีหน้าเจ้าอ้วนหลิวเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยังฝืนยิ้ม "ไทลอน ฉันรู้นิสัยอาจารย์แกดี เฟนมันแก่แล้ว ไม่อยากมีเรื่องมีราว จะซื้อสำนักแค่นั้นไม่ต้องถึงห้าแสนหรอก สามแสนห้าก็เหลือเฟือแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ถังเหวินนั่นแส่เข้ามา..."
ยังพูดไม่ทันจบ ไทลอนก็กำหมัดแน่น บนกำปั้นมีประกายแสงโลหะวาบขึ้น แข็งแกร่งราวกับค้อนเหล็ก ทุบเปรี้ยงลงกลางกระหม่อมของเจ้าอ้วนหลิว
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง
แต่ไทลอนกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ฉันบอกให้แกไปส่งเงิน ไม่ได้ให้แกไปหาเงินกินส่วนต่าง ยังไงเขาก็เป็นอาจารย์ฉันนะ..."
"แกรก"
ชายสองคนท่าทางเดินแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์เปิดประตูเข้ามา
พวกเขาไม่สนใจศพของเจ้าอ้วนหลิวแม้แต่น้อย รายงานทันที "ท่านไทลอน พบเบาะแสของ 'ร่างมลทิน' แล้วครับ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหกคดี มีกลิ่นอายของร่างมลทินตกค้างอยู่ เป็นไปได้สูงว่าจะเป็นฝีมือของร่างมลทิน"
"รับทราบ"
ทั้งสองไม่พูดอะไรต่อ ลากศพเจ้าอ้วนหลิวออกไปเงียบๆ
ไทลอนเช็ดมือ แล้วลงมือหั่นสเต๊กกินต่ออย่างใจเย็น พึมพำกับตัวเองเบาๆ "อาจารย์ครับ ดูท่าผมคงต้องไปเยี่ยมอาจารย์ด้วยตัวเองซะแล้ว..."
[จบแล้ว]