- หน้าแรก
- อาจารย์ครับ ผมไม่อยากเป็นแค่ลูกศิษย์
- บทที่ 5 สุดวิสัย...จะอั้น
บทที่ 5 สุดวิสัย...จะอั้น
บทที่ 5 สุดวิสัย...จะอั้น
บทที่ 5 สุดวิสัย...จะอั้น
ไม่รู้วันเดือนปีใด
ไม่รู้ภพภูมิไหน
ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ
ในความว่างเปล่าอันมืดมิด มีชั้นเมฆขาวส่องแสงเรืองรองลอยล่อง
แหวกเมฆเห็นตะวัน
ท่ามกลางหมู่เมฆมีขุนเขาลอยฟ้า ไอหมอกจางๆ ปกคลุม นกกระเรียนบินโฉบเฉี่ยว
ภูเขาไม่ใหญ่ และไม่สูงนัก
ตีนเขามีสายน้ำไหลริน แปลงนาเป็นระเบียบเรียบร้อย
บนเขามีไผ่เขียวและต้นสนโบราณ รากขดเคี้ยวราวกับมังกร
ยอดเขามีอารามเต๋าสี่เรือนล้อมลานกลาง เก่าแก่คร่ำครึ ตรงกลางปลูกต้นท้อที่ดูใกล้จะตายซาก ไม่รู้ว่าอายุกี่ร้อยกี่พันปีแล้ว
ดอกท้อร่วงหล่นไม่ขาดสาย แต่ร่วงเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที
เด็กสาวผู้นับกลีบดอกท้อดูแล้วอายุเพิ่งจะเริ่มแตกเนื้อสาว ใบหน้างดงามดุจเทพธิดา บริสุทธิ์ผุดผ่องถึงกระดูกดำ ทว่าเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นกลับแฝงเสน่ห์เย้ายวนของสตรีเต็มตัว
"เยื้องย่างผ่านดงบุปผา แต่มิมีใบไม้ติดกายแม้แต่ใบเดียว ท่านแม่เจ้าคะ ช่วงนี้ลูกเนื้อหอมเหลือเกิน ไม่รู้จะเลือกใครดี"
เสียงใสกระจ่างแต่แฝงความหยิ่งทะนงดังก้องไปทั่วลาน
"หุบปาก!"
เสียงสตรีดุดันทรงอำนาจดังแว่วมาจากในเมฆ
"กายาสวรรค์บริสุทธิ์ จะอยู่ร่วมกับบุรุษไม่ได้เด็ดขาด"
เด็กสาวทำปากยื่น เชิดหน้าอย่างแสนงอน
"แต่ดอกท้อของข้าบานสะพรั่ง ตัดเท่าไหร่ก็ไม่ขาดนี่นา!"
"หากเจ้ายังตัดใจจากทางโลกไม่ได้ ก็ไปอยู่กับสตรีเสีย"
"ไม่เอาผู้หญิง ข้าชอบเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารัก!"
"ชอบผู้ชายก็ได้ หากเจ้าโชคดีพบชายที่ทำให้เจ้าหยั่งรู้ถึงวิถีสวรรค์ได้ เจ้าก็ครองคู่กับเขาไปชั่วชีวิตเถิด"
"ท่านแม่โกหกอีกแล้ว! พวกเรายืนอยู่คนละฝั่งกับวิถีสวรรค์ นอกจากเทพเจ้าแล้ว จะมีชายใดทำให้ข้าหยั่งรู้วิถีสวรรค์ได้"
"เจ้าพูดถูก โลกนี้มีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นที่มีคุณสมบัติคู่ควรกับเจ้า อย่าได้ลดตัวลงไปเกลือกกลั้วเด็ดขาด!"
ยอดเขากระบี่
หลิงโจวเยว่ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที
แสงอาทิตย์ยามเย็นสีทองสาดส่องผ่านหน้าต่างหญ้าคา ตกกระทบใบหน้าอันงดงามบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ไม่ว่าจะแปดเปื้อนฝุ่นธุลีเพียงใดก็ไม่อาจบดบังได้
เหอะ แม้แต่เซียนยังตายเกลี้ยง จะไปหาเทพเจ้าที่ไหน!
ผู้หญิงไม่ดีตรงไหนกัน?
นางสลัดเสียงในความฝันที่รบกวนจิตใจทิ้งไป ยกแขนขึ้นกระดกเหล้าเข้าปาก
ร่างขาวนวลพลิกตัวอย่างเกียจคร้าน ราวกับคลื่นกระทบฝั่ง ส่งกลิ่นเหล้าหอมฟุ้งกระจายออกมา
...
สายลมเซียนพัดโชย แสงตะวันยามเย็นย้อมขอบฟ้า
การบินครั้งแรกหลังข้ามภพของเซียวหราน มอบให้กับว่าวกระดาษ
เหมือนกับครั้งแรกของเขาในโลกก่อน ที่มอบให้กับกระดาษทิชชู่
ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยอย่างน่าประหลาด
กลางว่าวกระดาษขนาดยักษ์
เซียวหรานนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ระเบียงหน้าเรือนพักศิษย์สองชั้น
เขาปรือตาขึ้นมองไปรอบทิศทาง เหนือใต้บนล่าง สุดสายตาคือยอดเขาน้อยใหญ่เสียดแทงทะลุชั้นเมฆ
ปราณวิญญาณ หมอกจางๆ เสียงสัตว์ร้อง เสียงระฆัง ผสมผสานกัน เติมเต็มฟ้าดิน ยิ่งใหญ่ตระการตา ราวกับไม่ใช่โลกมนุษย์
น่าเสียดายที่เซียวหรานไม่มีวาสนาได้ชื่นชมทิวทัศน์แดนเซียนนี้
เขาขมวดคิ้วมุ่น ตั้งสมาธิสัมผัสพลังสายเลือดตลอดเวลา
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเที่ยวบินแรก แม้จะตื่นเต้นเร้าใจ แต่ก็อดประหม่าไม่ได้
แค่ลมกรรโชกแรงพัดผ่าน หรือนกกระเรียนบินเฉียดมา ว่าวก็โอนเอนโยกเยกไม่หยุด
ระยะทางสั้นๆ แค่สิบกว่าลี้ ดันใช้เวลาบินถึงครึ่งชั่วยาม
ในที่สุด เขาก็บินมาถึงเหนือน่านฟ้ายอดเขากระบี่ท่ามกลางแสงอัสดง
เล็งตำแหน่งให้แม่นยำ ผ่อนแรงลงช้าๆ แล้วร่อนลงจอดอย่างนิ่มนวล
เซียวหรานถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
คืนนี้รอดแล้ว!
เรือนพักศิษย์หลังใหม่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกระท่อม ห่างออกไป 3 วา ทำมุม 45 องศา
ในแง่ของการดึงดูดฮวงจุ้ยชีพจรวิญญาณ ที่นี่คือจุดทองคำอันดับสองของยอดเขากระบี่ รองจากกระท่อมมุงจาก
เซียวหรานเดินเข้าไปในเรือน
เตียงไม้ไผ่ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะยาว... เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในห้องครัวมีเครื่องครัวและหินจุดไฟครบครัน ห้องเก็บของเล็กๆ ยังมีอุปกรณ์การเกษตรเตรียมไว้ให้อีกด้วย
สมกับเป็นหลินอวิ๋นจื่อผู้ดูแลศิษย์ฝ่ายนอก เข้าใจความต้องการในชีวิตประจำวันของปุถุชนที่ยังไม่บรรลุขั้นกลั่นลมปราณเป็นอย่างดี...
ก่อนจะไปแสดงความกตัญญูต่ออาจารย์ เซียวหรานยังมีเรื่องต้องทำอีกสองอย่าง
อย่างแรก ต้องยึดรากฐานให้มั่นคงก่อน
เซียวหรานหยิบค้อนห่อผ้าและลิ่มไม้ขนาดใหญ่ที่มีกลไก 8 อันออกมาจากห้องเก็บของ
เขานำลิ่มไม้ทั้ง 8 ไปเสียบลงในรูที่เจาะเตรียมไว้ภายในเรือน แล้วใช้ค้อนห่อผ้าตอกลงไปในรากฐานทีละอัน
ลิ่มไม้เหล่านี้สามารถยืดหดได้ในแนวตั้ง เจาะลึกลงไปใต้ดินถึง 10 วา
จากนั้นเปิดกลไก ก้านยึดใต้ดิน 8 ก้านจะกางออกในแนวนอน
ก้านยึด 64 ก้าน ยึดทั้งแนวตั้งและแนวนอน
สานเป็นโครงข่ายสามมิติใต้รากฐาน ยึดเรือนสองชั้นไว้อย่างมั่นคง ต่อให้เจอพายุไต้ฝุ่นระดับ 9 ก็เอาอยู่!
นอกจากนี้ ตำแหน่งการวางลิ่มไม้ทั้ง 8 จุดยังมีความพิเศษ
ดูเผินๆ เหมือนผังแปดทิศ แต่ลำดับไม่เหมือนกับผังแปดทิศทั่วไป
เฉียน (☲)
ข่าน (☱)
เกิ้น (☳)
เจิ้น (☶)
ซวิ่น (☰)
หลี (☴)
คุน (☷)
ตุ้ย (☵)
เพราะนี่คือยุคปลายธรรม ชีพจรวิญญาณผิดปกติ หากต้องการดึงดูดพลังฟ้าดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จำต้องใช้วิธีนอกรีตบ้าง
หากไม่นับรวมผลจากค่ายกลอาคม การจัดวางแบบแปดทิศลวงตานี้ จะมีผลในการดึงดูดวิญญาณได้โดยตรงดีกว่ากระท่อมมุงจากเสียอีก
เนื่องจากใช้ค้อนห่อผ้า และตอกลิ่มไม้ภายในห้อง หลังจากเซียวหรานยึดรากฐานเสร็จ ท่านอาจารย์ก็ยังคงหลับสนิท
เวลานี้ ฟ้ามืดแล้ว
ดวงดาวเริ่มปรากฏ ดวงจันทร์ลอยเด่นบนทางช้างเผือก แสงดาวผสมผสานกับแสงจันทร์นวลสาดส่องลงบนหลังคาเรือนพักศิษย์หลังใหม่
สรรพสิ่งเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไร
เรื่องที่สองที่เซียวหรานต้องทำ คือสร้างระบบระบายน้ำให้ห้องครัวและห้องน้ำ
โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการขับถ่าย เป็นสิ่งที่เขา... คาดไม่ถึงมาก่อน หรือที่เรียกว่า "สุดวิสัย...จะอั้น" นั่นเอง
ใครจะไปคิดว่าศิษย์ฝ่ายใน ไม่สิ ศิษย์สืบทอด ยังต้องขี้เยี่ยว?
พวกเราที่นั่งกันอยู่นี่ล้วนเป็นเซียนผู้ไม่กินเส้นกับทางโลก กินลมชมวิว ดื่มน้ำค้าง หากเจ้ายังต้องขี้ เจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติจะฝึกเซียน
สิ่งที่ทำให้เซียวหรานปวดหัวยิ่งกว่าคือ ท่านอาจารย์เป็นสตรีเพศ การที่เขามาทำธุระส่วนตัวอยู่ข้างๆ นาง ช่างเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง
แต่เรื่องนี้เร่งด่วนระดับคอขาดบาดตาย!
การบรรลุขั้นกลั่นลมปราณจนอิ่มทิพย์ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน เขาต้องรีบจัดการระบบระบายน้ำเสียของเรือนพักศิษย์เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ได้ "สุดวิสัย...จะอั้น" ของจริงแน่
หยิบพลั่วออกมาจากห้องเก็บของ เซียวหรานลากร่างอันเหนื่อยล้าเริ่มขุดหลุม นำท่อไม้ไผ่มาต่อกันทีละท่อนแล้ววางลงไป
กระท่อมและเรือนพักศิษย์หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิศทางน้ำทิ้งจึงต้องไปทางทิศตะวันตก
ขุดไปได้ครึ่งทางทางทิศตะวันตก เขากลับขุดเจอน้ำใต้ดินอุ่นๆ
ยอดเขาสูงพันวา ดันมีน้ำใต้ดิน แถมยังอุ่นอีกต่างหาก!
ภูเขา... ดูแต่ภายนอกไม่ได้จริงๆ
น้ำใต้ดินอุ่นลื่นใสสะอาด ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นเหมือนหิมะละลาย และยังมีกลิ่นกำมะถันเจือจาง...
มีน้ำใต้ดินอุ่นๆ แบบนี้ เซียวหรานไม่เพียงแก้ปัญหาเรื่องน้ำใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ยังสร้างบ่อน้ำพุร้อนได้อีกด้วย!
เซียวหรานชอบแช่น้ำพุร้อนเป็นที่สุด การได้แช่น้ำพุร้อนในแดนเซียน... สุขขีสโมสร!
แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคต
ขุดท่อต่อไปทางทิศตะวันตก
เซียวหรานขุดตามแนวสายน้ำไปเรื่อยๆ จนถึงริมหน้าผา
ที่นี่มีโขดหินระเกะระกะและพงหญ้าหนาม
น้ำเสียจากชีวิตประจำวันจะไหลตามท่อใต้ดินมาปล่อยทิ้งที่นี่ ซึมลงสู่ดินหินและพงหนามของภูเขา หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต
ทันใดนั้น เซียวหรานก็ได้กลิ่นเหล้าประหลาดๆ โชยมา
เขามองตามกลิ่นไป เห็นคราบเหล้าเป็นวงกว้างในพงหญ้า
เดี๋ยวนะ กลิ่นคาวจางๆ นี่มัน...
เซียวหรานขมวดคิ้ว รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
ทันใดนั้น ลางสังหรณ์ประหลาดที่ขัดกับหลักเหตุผลก็พรั่งพรูเข้ามาในใจ
เขานั่งยองๆ แล้วหันขวับกลับไป—
ปะทะเข้ากับสายตาเย็นชาของท่านอาจารย์เทพธิดาที่กำลังก้มมองลงมา
"เจ้ากำลังทำอะไร"