- หน้าแรก
- ทหารถูกจีบทั้งทีดันมีแฟนเป็นซุปตาร์
- บทที่ 5 อาลัยอาวรณ์ "คู่จิ้น" ในเกม
บทที่ 5 อาลัยอาวรณ์ "คู่จิ้น" ในเกม
บทที่ 5 อาลัยอาวรณ์ "คู่จิ้น" ในเกม
บทที่ 5 อาลัยอาวรณ์ "คู่จิ้น" ในเกม
นาจารีบกดขยายรูปภาพทันที พื้นหลังของภาพดูเหมือนจะเป็นห้องเรียบง่ายห้องหนึ่งที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ชายในภาพสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำเรียบง่าย ยืนตัวตรงสง่า เขาไม่ได้มองกล้องแต่เอียงหน้าเพียงเล็กน้อย เส้นโครงหน้าอันเด่นชัดดูมีมิติเป็นพิเศษภายใต้แสงและเงา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางที่ดูมีเสน่ห์ และแนวกรามที่คมกริบ ผมของเขาตัดสั้นเกรียนดูสะอาดสะอ้าน เผยให้เห็นหน้าผากกว้าง แม้จะเป็นเพียงภาพถ่ายที่ดูสบายๆ แต่ก็ไม่อาจปกปิดกลิ่นอายทรงพลังที่เขามีตามธรรมชาติได้เลย
ลมหายใจของนาจาในวินาทีนั้นแทบจะหยุดชะงัก
หล่อมาก! หล่อเหลือเกิน! ความหล่อแบบนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากพวกไอดอลหนุ่มที่ถูกปรุงแต่งมาอย่างดีในวงการบันเทิง มันเป็นความหล่อแบบชายชาตรีที่ดูดุดันและมีเสน่ห์ล้นเหลือ โดยเฉพาะดวงตาของลู่หยู แม้เขาจะไม่ได้มองตรงมาที่กล้อง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความลุ่มลึกและเฉียบคม
นาจาเคยเห็นหนุ่มหล่อในวงการมาไม่ต่ำกว่าแปดร้อยหรือหนึ่งพันคน แต่ไม่มีใครเลยที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงและแก้มร้อนผ่าวได้เพียงแค่เห็นภาพนิ่งเหมือนชายคนนี้ ใบหน้านี้ รูปร่างนี้ และบุคลิกแบบนี้... ถ้าเขาเข้าวงการบันเทิง รับรองว่าต้องดังเป็นพลุแตกแน่นอน
เธอมองชายหนุ่มบนหน้าจอมือถือ ริมฝีปากโค้งขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มนั้นเหมือนเด็กที่แอบกินขนมหวาน
"พี่นาจา ดูอะไรอยู่คะ ทำไมถึงยิ้มมีความสุขขนาดนั้น?"
เสียงของเสี่ยวลู่ ผู้ช่วยส่วนตัวดังขึ้นข้างกายด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม เธอสังเกตมาพักใหญ่แล้วว่านาจามองมือถือ เดี๋ยวก็โกรธ เดี๋ยวก็ยิ้ม ตอนนี้ถึงขั้นยิ้มหน้าบานเหมือนคนกำลังอินเลิฟ ชัดเลยว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
"ไม่มีอะไร"
นาจารีบกดล็อคหน้าจอด้วยความเลิ่กลั่ก แล้ววางมือถือคว่ำหน้าลงบนตัก เสี่ยวลู่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ พลางขยิบตาแล้วกระซิบกระซาบอย่างชอบเม้าท์
"บอกว่าไม่มีอะไร แต่หน้าแดงเชียวนะคะ ไหนบอกมาเร็ว หนุ่มหล่อคนไหนกัน? คนในกองถ่ายเราหรือเปล่า? หรือว่าเป็นดาราคนอื่นที่พี่รู้จัก?"
เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนรู้ทันของเสี่ยวลู่ นาจาจึงกระแอมไอแล้วพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ แค่... คู่จิ้นในเกมหน่ะ"
"คู่จิ้นในเกม?!"
เสียงของเสี่ยวลู่แหลมสูงขึ้นทันทีแปดคีย์ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและลนลาน เธอรีบมองออกไปนอกรถอย่างระแวง ก่อนจะลดเสียงต่ำลงแล้วพูดว่า
"พุทโธ่ธัมโม พี่นาจา! พี่บ้าไปแล้วเหรอคะ? พี่เป็นถึงซุปตาร์ดังนะ จะไปเล่นจิ้นในเกมออนไลน์กับใครก็ไม่รู้ได้ยังไง! ถ้าแฟนคลับรู้เข้าจะเรื่องใหญ่ขนาดไหน! แล้วถ้าพี่หงรู้... เธอฆ่าหนูตายแน่!"
เมื่อเห็นเสี่ยวลู่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ นาจานอกจากจะไม่สงสารแล้วยังรู้สึกขำ เธอแสร้งทำหน้าดุแล้วขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อ้อ? นี่เธอคิดจะบอกพี่หงเหรอ?"
เสี่ยวลู่โบกไม้โบกมือเป็นพัลวันด้วยความกลัว นาจาจึงเสริมต่อช้าๆ
"ถ้าเธอโปร่งใจเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่หงล่ะก็ เงินเดือนกับโบนัสเดือนนี้อย่าหวังว่าจะได้แม้แต่หยวนเดียว"
เมื่อได้ยินคำว่าเงินเดือนและโบนัส สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเสี่ยวลู่ก็พุ่งปรี๊ดทันที เธอรีบยืดตัวตรง ชูสามนิ้วสาบานด้วยสีหน้าจริงจัง
"ไม่ค่ะไม่! หนูไม่กล้าแน่นอน! พี่นาจาสบายใจได้เลย วันนี้หนูไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่ได้ยินอะไรเลย หนูเป็นใบ้ไปแล้วค่ะ!"
นาจาวางมือถือลง รอยยิ้มเคอะเขินยังไม่จางหายไปจากใบหน้าเสียทีเดียว เธอนอนทอดถอนใจยาวเหมือนเพิ่งระบายความว้าวุ่นในใจออกมา ภาพถ่ายของชายหนุ่มสลักลึกอยู่ในความทรงจำ เธอหลับตาลง ภาพโครงหน้าคมชัด จมูกโด่ง และดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นก็วนเวียนอยู่ตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เสี่ยวลู่ พี่ขอนอนพักหน่อยนะ"
นาจาเอนตัวพิงเบาะรถตู้ส่วนตัวอย่างสบายอารมณ์ "ถึงแล้วหรือมีเรื่องด่วนค่อยปลุกพี่นะ"
เสี่ยวลู่มองศิลปินในความดูแลที่ดูใจลอยไปไกลแล้วอดไม่ได้ที่จะเตือน
"พี่นาจาคะ ถ้าจะให้หนูพูดในสิ่งที่ควรพูด พี่ควรเลิกเล่นเกมนั้นได้แล้วนะคะ ดูพี่ช่วงนี้สิ อดหลับอดนอนทุกวันเพราะมัวแต่เล่นเกม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปผิวพรรณกับสุขภาพจะเสียเอานะคะ อีกอย่าง ถ้าพี่ใช้เวลากับเกมมากเกินไปจนกระทบเรื่องงาน พี่หงเขา..."
พอได้ยินเสี่ยวลู่พูดถึงเกม ริมฝีปากของนาจาก็โค้งยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่ได้ติดเกมหรอก แต่เธอติดคนในเกมต่างหาก
"เลิกไม่ได้หรอก"
น้ำเสียงของนาจาแฝงไปด้วยความหวานละมุนราวกับอยู่ในความฝัน "พี่ตัดใจจากคู่จิ้นในเกมไม่ได้จริงๆ"
พูดจบเธอก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของเสี่ยวลู่ จัดแจงใส่หมอนรองคอแล้วหลับตาลงอย่างเป็นสุข ในหัวสมองมีแต่ภาพของชายที่ชื่อลู่หยูเต็มไปหมด
เสี่ยวลู่มองเธอด้วยความรู้สึกทั้งหมั่นไส้และเอ็นดู แต่ส่วนใหญ่จะเป็นความอ่อนใจและกังวล เธอหยิบผ้าห่มผืนบางจากเบาะข้างๆ มาห่มให้นาจาอย่างระมัดระวัง แอร์ในรถเย็นจัด เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอาได้ หลังจากทำเสร็จเธอก็ยังไม่หายกังวล จึงโน้มตัวไปกระซิบข้างหูนาจาอีกครั้งด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"พี่นาจา พี่ต้องหักห้ามใจบ้างนะคะ เรื่องคู่จิ้นในเกมห้ามให้คนอื่นรู้เด็ดขาด โดยเฉพาะพี่หง ถ้าพี่หงรู้เข้า เราสองคนตายแน่ๆ! พี่เขาฆ่าหนูทิ้งจริงๆ นะคะ!"
น้ำเสียงของเสี่ยวลู่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว พี่หงในใจของเหล่าทีมงานเปรียบเสมือนพญามัจจุราชที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย
"อือ..."
นาจาส่งเสียงตอบรับในลำคอส่งๆ เธอไม่แม้แต่จะขยับเปลือกตา เห็นชัดว่าไม่ได้ใส่ใจคำเตือนของเสี่ยวลู่เลยแม้แต่น้อย ไม่นานนักเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอก็ดังขึ้น เธอหลับสนิทไปแล้วจริงๆ
เสี่ยวลู่ถอนหายใจพลางนั่งลงที่เบาะอย่างจำยอม เธอเริ่มครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรให้นาจาถอยห่างจากคู่จิ้นในเกมสุดอันตรายคนนั้นโดยไม่ทำให้เธอโกรธ
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ รถค่อยๆ หยุดนิ่ง นาจาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา เธอขยี้ตาที่ยังง่วงงุน
"ถึงแล้วเหรอ?"
"ยังค่ะพี่นาจา ข้างหน้ารถติด"
เสียงของเสี่ยวลู่ดังขึ้น เธอกำลังถือแท็บเล็ตและยื่นมาให้ "พี่หงเพิ่งส่งรายชื่อรายการวาไรตี้ประจำไตรมาสใหม่มาให้ค่ะ อยากให้พี่เลือกดูว่ามีรายการไหนที่สนใจบ้าง"
นาจาสร่างง่วงเป็นปลิดทิ้ง เธอนั่งตัวตรง รับแท็บเล็ตมาเริ่มเลื่อนดู สิ่งแรกที่สะดุดตาคือรายการเรียลลิตี้แนวแข่งขันกลางแจ้งที่ฮิตที่สุดในประเทศ... รันนิ่งแมน
"รายการนี้ไม่ไหวหรอก"
นาจาปฏิเสธแทบจะทันทีพลางเลื่อนผ่าน "การฉีกป้ายชื่อมันรุนแรงเกินไป ถ้าพี่บาดเจ็บขึ้นมาจะกระทบกับการถ่ายทำเรื่องถัดไป"
เสี่ยวลู่พยักหน้า เห็นด้วยว่าเหตุผลนี้ฟังขึ้นและเป็นสิ่งที่ใช้บ่อย
นาจาเลื่อนหน้าจอลงต่อ รายการที่สองคือรายการวาไรตี้แนวสโลว์ไลฟ์อย่าง ชีวิตในบ้านเห็ด ในรูปโชว์ท้องฟ้าสีคราม ก้อนเมฆสีขาว และบ้านพักริมทะเลที่ดูร่มรื่นน่าพักผ่อน
"รายการนี้ก็ไม่เอา"
เธอปฏิเสธอีกครั้ง "สถานที่ถ่ายทำอยู่ริมทะเล แถมต้องถ่ายตั้งเดือนนึง ถ้าพี่ผิวคล้ำขึ้นมาจะทำยังไง? เดือนหน้าพี่ต้องเข้ากองถ่ายละครย้อนยุคแล้วนะ จะให้รับบทนางฟ้าหน้าดำได้ยังไงล่ะ?"