- หน้าแรก
- ระบบสร้างราชวงศ์อมตะ
- บทที่ 18 ลางบอกเหตุแห่งพายุ
บทที่ 18 ลางบอกเหตุแห่งพายุ
บทที่ 18 ลางบอกเหตุแห่งพายุ
ภายใต้การจงใจเผยแพร่ของหลี่ชิงจุน ทั่วทั้งดินแดนเฟิงต่างรู้ว่าลานเต๋าจักรพรรดิถูกนำมาเป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ!
“เหะๆ ลานเต๋าจักรพรรดิ! ไม่ได้การ ข้าต้องไปราชวงศ์ต้าเฟิงทันที ไม่ต้องพูดถึงการคว้าแชมป์ แค่ได้มองจากไกลๆ ข้าก็พอใจแล้ว!”
“ใช่แล้ว จักรพรรดิ ช่างเป็นระยะทางที่ห่างไกลเหลือเกิน พวกเราแค่ได้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ก็พอใจแล้ว!”
“องค์จักรพรรติต้าเฟิงผู้นั้นช่างใจกว้างเสียจริง แม้แต่ลานเต๋าจักรพรรดิก็ยังยอมมอบให้!”
ในเมืองหลวงของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิง หลินเหยียนนั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งด้วยใบหน้าที่งุนงง ฟังเสียงสนทนาของผู้ฝึกตนรอบข้าง มุมตากระตุกเล็กน้อย
“ลานเต๋าจักรพรรดิ? ช่างใจกว้างเสียจริง!” เมื่อได้ยินเสียงอุทานในหัว หลินเหยียนก็พยักหน้าเห็นด้วย
แต่เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของหลินเหยียนไม่ค่อยดีนัก อุตส่าห์เดินทางจากราชวงศ์มังกรเพลิงมาถึงที่นี่ กลับต้องกลับไปอีก
“เป็นเพราะท่านผู้เฒ่าเหยา ระหว่างทางยืนกรานจะเดินทางผ่านป่าอสูรที่ไร้ผู้คน มิฉะนั้นก็ไม่ต้องมาที่ราชวงศ์ฉางชิงแล้ว”
เมื่อได้ยินคำบ่นของหลินเหยียน ผู้เฒ่าเหยาก็แค่นเสียงเบาๆ “เจ้าเด็กน้อยอย่าได้มองเจตนาดีเป็นอย่างอื่น หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ เจ้าจะทะลวงถึงตำหนักศักดิ์สิทธิ์ได้หรือ?”
“อีกอย่าง ใครจะไปรู้ว่าราชวงศ์ต้าเฟิงจะใจกว้างขนาดนี้?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินเหยียนก็หัวเราะแหะๆ ต้องบอกว่าผู้เฒ่าเหยาก็มีฝีมืออยู่บ้าง ไม่ถึงครึ่งเดือนก็ทำให้เขาจากทารกเต๋าไปสู่ตำหนักศักดิ์สิทธิ์ได้!
ทันใดนั้น เสียงสนทนารอบข้างก็ทำให้หลินเหยียนต้องเงี่ยหูฟัง!
“เฮ้ ได้ยินข่าวหรือยัง? องค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ฉางชิง เหยียนหลัวอิ่ง ประกาศแล้วว่าจะเข้าร่วมการประลองใหญ่ครั้งนี้!”
“อะไรนะ!? เหยียนหลัวอิ่งก็จะเข้าร่วมด้วย!? มีข่าวลือว่าเขาทะลวงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงอุทานของผู้คนรอบข้าง ชายคนนั้นก็กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “นี่มันเรื่องเล็กน้อย ได้ยินว่าบุตรแห่งเต๋าของนิกายเต๋าเทียนจุนก็จะเข้าร่วมด้วย!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจตจำนงแห่งการต่อสู้ก็วาบขึ้นในดวงตาของหลินเหยียน ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
“เจ้าสั่นอะไร? เจ้าเด็กเหลือขอ ตอนนี้เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบุตรแห่งเต๋านั่น!”
หลินเหยียนหัวเราะแหะๆ เจตจำนงแห่งการต่อสู้ไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับรุนแรงขึ้นอีก!
“ก็ยังมีท่านผู้เฒ่าอยู่ไม่ใช่หรือ? ท่านเพียงแค่ช่วยข้าเล็กน้อย เจ้าบุตรแห่งเต๋าบ้าบอนั่นจะไม่ต้องแหงนหน้ามองดูฝีมืออันไร้เทียมทานของท่านผู้เฒ่าหรือ?”
หลินเหยียนที่รู้ดีถึงนิสัยของผู้เฒ่าเหยาจึงรีบประจบ
เป็นไปตามคาด ในหัวก็มีเสียงตอบกลับอย่างภาคภูมิใจดังขึ้นทันที “แน่นอน! ไม่ดูเสียเลยว่าข้าเป็นใคร? บุตรแห่งเต๋าบ้าบอ!”
“ไป ออกเดินทางไปราชวงศ์ต้าเฟิงทันที!”
“ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือน จะบรรลุขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าเด็กน้อยจะขยันหมั่นเพียรหรือไม่”
ดวงตาของหลินเหยียนทอประกายร้อนแรง ลุกขึ้นทันที โยนหินวิญญาณก้อนหนึ่งลงบนโต๊ะแล้วจากไปอย่างรีบร้อน
‘ปัง!’
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ออกจากโรงน้ำชาก็ชนเข้ากับเด็กหนุ่มในชุดนักพรตอย่างจัง
ความสงสัยแวบผ่านเข้ามาในดวงตาของหลินเหยียน สัมผัสเทวะของเขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าข้างหน้าไม่มีคนนี่นา
“ขอโทษนะ เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?”
หลินเหยียนมองเด็กหนุ่มในชุดนักพรตคนนั้น เผยรอยยิ้มขอโทษ
อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มในชุดนักพรตไม่ได้สนใจเขาเลย เดินตรงไปยังโรงน้ำชา
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินเหยียนก็เบ้ปาก เมื่อได้ยินเสียงเร่งของผู้เฒ่าเหยาในหัว ก็จำต้องจากไปก่อน
“อ๊ะ! ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร!” หลังจากหลินเหยียนจากไปครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มในชุดนักพรตดูเหมือนจะเพิ่งได้สติ รีบโบกมือ
ทันใดนั้น เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของทั้งโรงน้ำชา เหล่าผู้ฝึกตนต่างมองมาที่เขาด้วยสีหน้าแปลกๆ
“...” เด็กหนุ่มชะงักไป ยิ้มอย่างจนใจ พึมพำกับตัวเองว่า “กายานี้ช่างน่ารำคาญขึ้นทุกวัน”
หลี่ชิงจุนอาจไม่คาดคิดว่า ภายใต้การประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ของเขา ข่าวการปรากฏตัวของลานเต๋าจักรพรรดิไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักไปทั่วดินแดนเฟิง แต่ยังแพร่กระจายไปยังสามดินแดนใกล้เคียงอีกด้วย!
ดินแดนชิง!
ยอดเขาเก้าลูกที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า มีรูปร่างคล้ายกระบี่คมกริบ ล้อมรอบเมืองโบราณที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เจตจำนงกระบี่หลายสายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณรอบเมือง แม้แต่อริยะศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดมาถึงที่นี่ก็ยังต้องตกตะลึง!
‘ฟิ้ว!’
ทันใดนั้น มีลำแสงพุ่งออกมาจากเมือง เด็กหนุ่มที่มีคิ้วและดวงตาคมกริบดุจกระบี่ยืนอยู่บนกระบี่บิน มุ่งหน้าไปยังดินแดนเฟิงด้วยความเร็วสูงสุด!
“ท่านประมุขโปรดวางใจ อู๋กุยจะนำลานเต๋ากลับมาให้ได้!”
ดินแดนอิ่งชวน!
ตำหนักและศาลาที่เปล่งประกายสีทองตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขา ราวกับร่างของมังกรฟ้าที่ทอดยาว ปราณมังกรอันเข้มข้นพวยพุ่งออกมาจากพระราชวังจักรพรรดิที่ตั้งอยู่ใจกลางอย่างไม่ขาดสาย
ในขณะเดียวกัน ร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากขุนเขา ทุกที่ที่ผ่านไป ผู้คนที่พบเห็นต่างโค้งคำนับ
“ลานเต๋าจักรพรรดิ? ท่านอ๋องน้อยผู้นี้ต้องการแล้ว”
สำหรับเรื่องราวต่างๆ ของขุมอำนาจแต่ละฝ่าย หลี่ชิงจุนย่อมไม่รู้ และถึงรู้ก็ไม่ใส่ใจ
ในตอนนี้เขากำลังถือฎีกาสองฉบับ อ่านอย่างละเอียดทีละคำ เกรงว่าจะพลาดแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อย
หลี่ชิงจุนบางครั้งก็แสดงสีหน้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ บางครั้งก็อุทานด้วยความทึ่ง บางครั้งก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“แน่นอน เรื่องเฉพาะทางต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทำ” เมื่อปิดฎีกาทั้งสองฉบับ หลี่ชิงจุนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ส่ายหน้ายอมรับว่าตนเองสู้ไม่ได้
เขาเพียงแค่เสนอโครงสร้างคร่าวๆ และรูปแบบการดำเนินงานของสถาบันจักรพรรดิ แต่จี้อู๋โหมวและจูฟู่ซานก็ได้คิดทุกอย่างแทนเขาไว้หมดแล้ว
“เจ้าสำนักชุย ท่านก็ดูสิ เป็นอย่างไรบ้าง เชี่ยวชาญกว่าท่านมากใช่หรือไม่?”
ใต้บัลลังก์จ้าวสวรรค์ ชุยชิวหว่านเหลือบมองฎีกาเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ “ท่านทั้งสองช่างมีฝีมือจริงๆ”
ตามความคิดของจี้อู๋โหมวและจูฟู่ซาน ทุกคนที่เข้าร่วมสถาบันสามารถเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ รอจนสำเร็จการศึกษาแล้วค่อยเก็บค่าเล่าเรียน
หลังจากสำเร็จการศึกษาและผ่านการทดสอบ เข้าร่วมราชวงศ์ต้าเฟิง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกยกเลิก
ส่วนการไม่เข้าร่วมราชวงศ์ต้าเฟิง ไม่เป็นไร ค่าเล่าเรียนที่สูงลิ่วกำลังรอเจ้าอยู่
อะไรนะ? เจ้าบอกว่าเจ้าไม่มีเงิน?
ไม่เป็นไร เพียงแค่ทำงานหนักให้ราชวงศ์ต้าเฟิงหนึ่งพันปี ค่าใช้จ่ายก็จะถูกยกเลิกเช่นกัน
อะไรนะ? เจ้าบอกว่าเจ้าอยากจะอยู่ที่สถาบันไปเรื่อยๆ ไม่เข้าร่วมการทดสอบ?
ไม่เป็นไร สถาบันจะจัดการประลองใหญ่ปีละครั้ง หากผ่านก็จะสามารถอยู่ในสถาบันต่อไปได้ หากล้มเหลวจะต้องชำระค่าเล่าเรียนทั้งหมดที่ผ่านมา
แน่นอน หากเจ้าร่ำรวยเป็นพิเศษ สถาบันจักรพรรดิยินดีต้อนรับเจ้า สิ่งที่รอเจ้าอยู่คือค่าสอนวิชา ค่าที่พัก ค่าเคล็ดวิชา ค่าพลังศักดิ์สิทธิ์...
หลี่ชิงจุนอุทานด้วยความทึ่ง เขาได้ดูการทดสอบเพื่อเข้าร่วมราชวงศ์ต้าเฟิงแล้ว เรียกได้ว่าโหดร้ายอย่างยิ่ง!
ตามการแบ่งพรสวรรค์ของระบบ พรสวรรค์สีชาดถึงจะมีหวังผ่านภายในสิบปี ส่วนพรสวรรค์สีม่วงต้องใช้เวลาอย่างน้อยร้อยปี!
【ภารกิจย่อย: สร้างชื่อเสียงในดินแดนเฟิง สำเร็จ】
【ระดับความสำเร็จ: สมบูรณ์แบบ】
【รางวัล: ศิลาเฟยเซียน】
【รางวัล: สถาบันโบราณ】
【รางวัล: ป้ายหยกประจำตัว*ไม่จำกัดจำนวน】
【ป้ายหยกประจำตัว: สามารถใช้สื่อสาร และแสดงถึงสถานะของแต่ละคน】
เมื่อได้ยินการแจ้งเตือนในหัว หลี่ชิงจุนก็ชะงักไป ไม่คิดว่าจะสามารถทำภารกิจสร้างชื่อเสียงในดินแดนเฟิงได้สำเร็จเร็วขนาดนี้
เห็นได้ชัดว่า เขายังไม่รู้ว่าข่าวลานเต๋าจักรพรรดิข่าวเดียวจะสร้างความสั่นสะเทือนได้มากเพียงใด!
“น่าสนใจ ศิลาเฟยเซียน” หลี่ชิงจุนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พอดีจะจัดการประลองใหญ่ยังขาดลานประลองอยู่พอดี ศิลาเซียนในตำนานนี้ใช้สร้างลานประลองย่อมดีที่สุดแล้ว
หากผู้ฝึกตนคนอื่นรู้ความคิดของหลี่ชิงจุน เกรงว่าคงจะกระอักเลือดสามลิตรและโกรธจนตายในทันที!
ศิลาเฟยเซียนเป็นวัตถุดิบเซียนในตำนาน แม้แต่จักรพรรดิก็ยังปรารถนา!
แม้กระทั่งมีข่าวลือว่า กึ่งจักรพรรดิองค์หนึ่งเพื่อที่จะได้ศิลาเฟยเซียนขนาดเท่ากำปั้น เคยยอมเป็นทาสถึงพันปี!
‘ตูม!’
หลี่ชิงจุนขยับพลังวิญญาณ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงดังสนั่นในห้องโถงใหญ่ จากนั้นหินยักษ์ที่ดูเหมือนภูเขาก็ปรากฏขึ้น!
ชุยชิวหว่านมองดูภูเขาที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน สีหน้าก็แข็งทื่อในทันใด กล่าวอย่างไม่อยากเชื่อว่า “ศิลาเฟยเซียน!? ใหญ่ขนาดนี้เลยหรือ!?”