- หน้าแรก
- ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครเดิน
- บทที่ 42 - หมดสิ้นความศรัทธา
บทที่ 42 - หมดสิ้นความศรัทธา
บทที่ 42 - หมดสิ้นความศรัทธา
บทที่ 42 - หมดสิ้นความศรัทธา
★★★★★
เมื่อได้ยินถ้อยคำของเซินหลิงเซิ่ง ฮูหยินอวิ๋นก็โกรธจนแทบระเบิด
"หลายปีมานี้ท่านรู้บ้างไหมว่าเซินหานใช้ชีวิตอย่างไร?
อาหารการกิน เสื้อผ้าข้าวของ มีอย่างไหนบ้างที่เขาไม่ได้หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง?
งานสกปรกโสโครกในจวน เขาต้องทำไปตั้งเท่าไหร่ท่านรู้บ้างไหม?
เอาแต่พร่ำบอกว่าเขาไร้พรสวรรค์ในวิถียุทธ์ แล้วตระกูลเซินเคยมอบโอกาสให้เขาได้ฝึกฝนบ้างหรือเปล่า!
ลูกหลานคนอื่นในจวน ใครบ้างไม่ได้สวมใส่ผ้าไหมเนื้อดี ใครบ้างไม่มีอาจารย์มาคอยชี้แนะทุกวี่วัน
แล้วเซินหานมีไหม?
อย่าว่าแต่เรื่องพวกนั้นเลย แค่จะกินให้อิ่มท้องยังยากลำบาก
เซินหลิงเซิ่ง ท่านลองบอกมาสิ ตระกูลเซินปฏิบัติต่อเซินหานเช่นนี้ แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องยอมเสียสละเพื่อตระกูลเซิน?"
ฮูหยินอวิ๋นจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับแม่เสือที่ปกป้องลูกน้อย
คำด่าทอที่สาดซัดเข้ามาเป็นชุด ทำให้เซินหลิงเซิ่งไปต่อไม่ถูกชั่วขณะ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย "ข้าเป็นพ่อของเขา ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องเชื่อฟังข้า"
"พ่อเมตตาลูกจึงกตัญญู พ่อต้องมีความเมตตาก่อน ลูกถึงจะมีความกตัญญูตอบ
พ่อที่คิดแต่จะผลักไสลูกไปตาย ลูกมีเหตุผลอะไรต้องเชื่อฟังด้วย"
ฮูหยินอวิ๋นโต้กลับทุกเม็ดอย่างแม่นยำ
"อีกอย่าง ท่านเป็นพ่อของเซินหาน แต่อย่าลืมว่า ข้าก็เป็นแม่ของเขาเหมือนกัน
ข้าไม่เห็นด้วยที่จะให้เซินหานไปเสียสละ ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!"
ในทางสายเลือด ฮูหยินอวิ๋นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเซินหาน
แต่ในเมื่อนางเป็นฮูหยินสาม นางก็คือแม่ของเขาในทางนิตินัย
คนเป็นแม่ย่อมมีสิทธิ์ปกป้องลูกชายของตน!
มุมปากของเซินหลิงเซิ่งกระตุกเล็กน้อย แววตาเริ่มฉายความอำมหิตขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง
"รากฐานของตระกูลเซินในภายภาคหน้า ย่อมต้องถูกส่งต่อให้เซินเย่หลานชายของเจ้า
ซูจินอวี่กับเซินเย่ต่างก็มีใจให้กัน การถอนหมั้นครั้งนี้ ก็เท่ากับทำให้เซินเย่ติดค้างหนี้บุญคุณเจ้า
เจ้าเสียสละสักหน่อย ต่อให้ต้องพิการขาทั้งสองข้าง เซินเย่เห็นแก่ความหลัง ย่อมต้องเลี้ยงดูเจ้าไปตลอดชีวิต
ชีวิตในวันข้างหน้า เผลอๆ จะสุขสบายกว่าตอนนี้เสียอีก"
ไม่อ่อนก็แข็ง ในเมื่อบังคับไม่ได้ผล ก็ใช้วิธีหว่านล้อม
บอกว่าตอนนี้ชีวิตลำบากนักใช่ไหม งั้นก็สัญญาว่าจะให้ชีวิตที่สุขสบายในอนาคต วาดวิมานในอากาศให้ดูสวยหรู
น่าเสียดายที่เซินหานกินขนมวาดวิมานพวกนี้จนเอียนแล้ว
"แล้วถ้าพี่ใหญ่ไม่เห็นแก่ความหลัง ชีวิตของข้าจะเป็นอย่างไร?"
คำถามย้อนกลับของเซินหาน ทำเอาเซินหลิงเซิ่งตอบไม่ได้ไปต่อไม่ถูก
เขาครุ่นคิดอยู่นาน กว่าจะตอบออกมาอย่างอึกอัก "จะเป็นไปได้อย่างไร... เขารับปากกับข้าแล้ว ว่าในอนาคตจะดูแลเจ้าอย่างดี"
"คำสัญญาไม่ได้มีไว้เพื่อผิดสัญญาหรอกหรือ?
เหมือนตอนที่ท่านพ่อแต่งงานกับฮูหยินสาม ท่านก็ให้คำมั่นสัญญาไว้มากมาย แล้วท่านทำได้สักกี่ข้อกันเชียว?"
การเชื่อคำสัญญาของคนตระกูลเซิน ก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
อนาคตหากเขาพิการ ก็ยิ่งหมดทางต่อสู้ขัดขืน
ถ้าตระกูลเซินผิดสัญญา เขาจะทำอะไรได้?
คนพิการคนหนึ่ง จะไปมีปัญญาทำอะไรได้?
เซินหลิงเซิ่งหาเก้าอี้ในศาลบรรพชนนั่งลง ใบหน้าเริ่มฉายแววโกรธเคือง
"เดิมทีซูจินอวี่ก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับเจ้าอยู่แล้ว การหมั้นนี้สุดท้ายก็ต้องยกเลิก แค่วิธีการมันต่างกัน
ถ้าเจ้าไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้ายก็ไม่ได้มีจุดจบที่ดีหรอก"
เซินหานยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย "ในเมื่ออัจฉริยะตระกูลซูไม่อยากแต่งงานกับข้า งั้นก็ให้นางไปหักขาตัวเองสิ ให้นางเป็นคนจ่ายค่าตอบแทน
ทำไมคนที่ต้องจ่ายค่าตอบแทน ถึงต้องเป็นข้า?"
เซินหลิงเซิ่งแค่นเสียงเย็น "ทำไมถึงต้องเป็นเจ้า? ก็เพราะเจ้ามันไร้ความสามารถ เพราะเจ้ามันไม่มีปัญญา จะเพราะอะไรได้อีก?"
"อีกอย่าง ซูหงอี้แห่งตระกูลซูประกาศออกมาแล้ว ว่าถ้าถอนหมั้นไม่ได้ เขาจะใช้วิธีของเขาจัดการเอง
ซูหงอี้ตระกูลซูเป็นคนเช่นไร เจ้าลองไปสืบดูเอาเอง
ร่วมมือกับตระกูลเซินถอนหมั้นเสียแต่ตอนนี้ จุดจบยังจะเบากว่าให้เขาลงมือ"
ฟังมาถึงตรงนี้ เซินหานก็มองธาตุแท้ของพ่อคนนี้ออกจนหมดเปลือก
คนอื่น เพื่อลูกชายลูกสาวของตน ยอมสละทุกอย่างเพื่อปกป้องความปลอดภัยของลูก
หากได้ยินว่าซูหงอี้จะมาทำร้ายลูกตัวเอง ต่อให้รู้ว่าสู้ไม่ได้ ก็คงต้องพุ่งเข้าไปสู้เพื่อยื้อชีวิตให้ลูก
แต่เซินหลิงเซิ่งกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เขาไม่มีความคิดที่จะปกป้องเซินหานเลยแม้แต่น้อย
ถึงขั้นเอาเรื่องที่ซูหงอี้จะกลับมา มาใช้ข่มขู่เขาเสียอีก
หึ ช่างเป็นบิดาที่ประเสริฐเสียจริง
ฮูหยินอวิ๋นดูเหมือนจะสิ้นหวังในตัวเขาจนถึงที่สุด จึงไม่เอ่ยปากพูดอะไรอีก
เสี่ยวไฉ่หลิงที่อยู่ข้างๆ ฟังมาตั้งนาน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว
"นายท่านสาม คุณชายห้ายังไงก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน ท่านควรจะปกป้อง..."
ไฉ่หลิงยังพูดไม่ทันจบ เซินหลิงเซิ่งก็ตบหน้าฉาดใหญ่ใส่หน้านาง
ฝ่ามือนี้รุนแรงมาก หากโดนเข้าไปเต็มๆ เสี่ยวไฉ่หลิงคงสลบเหมือดคาที่
เซินหานในตอนนี้มีพลังระดับเจ็ด ปฏิกิริยาตอบสนองเหนือกว่าคนทั่วไปมาก
เขายื่นมือออกไปรับ แต่พละกำลังยังไม่เพียงพอ
มืออีกข้างจึงผลักไฉ่หลิงออกไป ทำให้ฝ่ามือนั้นฟาดลงบนตัวเขาแทน
ความเจ็บปวดแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
ลงมือหนักจริงๆ ไม่มีการออมแรงเลยสักนิด
"เจ้านายคุยกัน สาวใช้อย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาสอด!
ถ้ามีคราวหน้าอีก ข้าจะสั่งให้คนโบยจนตายแล้วเอาไปทิ้ง"
เซินหลิงเซิ่งอารมณ์ฉุนเฉียวมาก ความโกรธเกรี้ยวในใจกำลังหาที่ระบายอยู่พอดี
ฮูหยินอวิ๋นรีบดึงไฉ่หลิงไปหลบข้างหลัง ปกป้องนางไว้
เซินหลิงเซิ่งที่อยู่ตรงหน้า ช่างน่ากลัวและแปลกหน้าเหลือเกิน
ดูไม่เหมือนคนในครอบครัว แต่เหมือนศัตรูคู่อาฆาตมากกว่า
"ถ้าข้ามีความสามารถ มีพรสวรรค์เหนือกว่าซูจินอวี่ ค่าตอบแทนในการถอนหมั้นครั้งนี้ จะตกเป็นของนางใช่หรือไม่?"
แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ทะนงองอาจ เซินหานจ้องมองเซินหลิงเซิ่งเขม็ง
"ทำไม? คิดจะถ่วงเวลาหรือ?"
แต่ในสายตาของเซินหลิงเซิ่ง เซินหานก็แค่ต้องการยื้อเวลาตายเท่านั้น
"กำหนดวันแต่งงานคือกลางเดือนสิบสอง เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามเดือน
ถ้าภายในสามเดือนนี้ เจ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าเจ้าเก่งกว่าซูจินอวี่ การถอนหมั้นครั้งนี้ ข้าย่อมไม่ผลักไสเจ้าไปเป็นเหยื่อสังเวย
แต่ข้าจะบอกให้รู้ไว้ แค่เลื่อนขั้นเป็นระดับเก้า ยังห่างไกลจากคำว่าอัจฉริยะอีกมากโข"
เซินหลิงเซิ่งพูดจบ ก็เหลือบมองฮูหยินอวิ๋น แล้วหันกลับมามองเซินหาน
"ปลายเดือนสิบเอ็ด ซูจินอวี่จะไปร่วมงานชุมนุมเชียนชิวที่เมืองเหอหยาง ถ้ามั่นใจว่าเก่งกว่านาง ก็ไปที่งานชุมนุมนั้น แล้วเอาชนะนางให้ได้
ถ้าไม่มีปัญญา ก็จงก้มหน้ารับชะตากรรมซะ!"
พูดจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อเดินออกจากศาลบรรพชนไปโดยไม่หันกลับมามอง
ภายในศาลบรรพชน เซินหานประคองฮูหยินอวิ๋นนั่งลง
"ฮูหยิน ท่านเป็นอะไรไปหรือเปล่าเจ้าคะ?"
เห็นฮูหยินอวิ๋นหน้าซีดเผือด เสี่ยวไฉ่หลิงก็ถามด้วยความเป็นห่วง
ฮูหยินอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ "ข้าแค่หมดหวังในตัวเขาแล้วเท่านั้น..."
"ฮูหยินอย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะ นายท่านสามแค่กำลังโมโห คนเราเวลาโมโหก็มักจะพูดจาไม่คิด..."
เสี่ยวไฉ่หลิงแม้จะเกลียดเซินหลิงเซิ่งเข้าไส้ แต่เพื่อปลอบใจฮูหยินอวิ๋น นางก็จำต้องพูดจาดีๆ
"เขาทำกับเสี่ยวหานได้เลือดเย็นขนาดนี้ ขนาดลูกแท้ๆ เขายังทำได้ลงคอ...
ข้าที่เป็นแค่ผู้หญิงที่เขาแต่งเข้ามาเพื่อรักษาหน้าตา เขาคงยิ่งเลือดเย็นกว่านี้..."
ฮูหยินอวิ๋นมองไปยังทิศทางที่เซินหลิงเซิ่งจากไป สายใยผูกพันเส้นสุดท้าย ดูเหมือนจะขาดสะบั้นลงในวินาทีนี้
เซินหานนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงข้างกายฮูหยินอวิ๋น
"ฮูหยินสาม ท่านยังมีข้า ยังมีไฉ่หลิง
เชื่อข้าเถิด ต่อไปข้าจะทำให้ท่านและเสี่ยวไฉ่หลิงได้อยู่อย่างสุขสบาย
สถานที่น่าอึดอัดอย่างตระกูลเซิน สักวันเราจะไปจากที่นี่ด้วยกัน"
คำพูดนั้นหนักแน่นมั่นคง ราวกับคำสาบาน
และน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตาของฮูหยินอวิ๋น ก็ไหลรินลงมาในที่สุด
[จบแล้ว]