เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - บารมีตระกูลเซิน

บทที่ 22 - บารมีตระกูลเซิน

บทที่ 22 - บารมีตระกูลเซิน


บทที่ 22 - บารมีตระกูลเซิน

★★★★★

ฮูหยินอวิ๋นเดินมาส่งเซินหานถึงเรือนพัก แล้วก็ไม่ได้รบกวนเขาต่อ

วันนี้เจอเรื่องหนักหนาสาหัส นางคิดว่าเซินหานคงอยากพักผ่อนทำใจ

เซินหานนอนแผ่บนเตียง ยืดเส้นยืดสายอย่างสบายใจ

แผนการร้ายล้มเหลวติดๆ กันสองครั้ง ไม่รู้ว่าครั้งหน้าฮูหยินเหอจะงัดไม้ไหนมาใช้อีก

แต่การสวนกลับของเขาก็แสบสันต์ไม่ใช่เล่น ฮูหยินเซี่ยคงได้ลิ้มรสชาติของการถูกใส่ร้ายบ้างแล้ว

ในมุมมองของเซินหาน นี่คือกรรมตามสนอง

ตอนคิดจะใช้วิธีสกปรกเล่นงานคนอื่น ก็ต้องเตรียมใจรับผลกรรมที่จะตามมาด้วย

สะใจลึกๆ

แต่สะใจแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะนอนตีพุงได้

กฎของโลกนี้ ผู้แข็งแกร่งคือผู้อยู่รอด

อย่างวันนี้ ถ้าไม่มีหลักฐาน เซินเหลยก็ยังกล้าใช้ข้ออ้างบันดาลโทสะมาทำร้ายเขา

ถ้าเซินเหลยทำสำเร็จ อย่างมากก็แค่โดนดุโดนทำโทษนิดหน่อย แต่เขาต้องกลายเป็นคนพิการ

โชคดีที่เขามีกำลังพอจะป้องกันตัว

เซินหานยกกำปั้นขึ้นมาดู วันนี้ที่ปะทะหมัดกับเซินเหลย เขารู้สึกได้เลยว่าหมัดของเซินเหลยเบาหวิว ไม่สมกับเป็นจอมยุทธ์ระดับเก้าเลยสักนิด

เมื่อผ่านการขัดเกลาด้วย "เคล็ดวิชากายาภูผานที" พลังของเซินเหลยก็ไม่ใช่คู่มือของเขาอีกต่อไป

เขาต้องฝึกฝนต่อไป ไม่ใช่แค่เพื่อป้องกันตัว แต่เพื่ออิสรภาพ

ใครๆ ก็บอกว่าเขากับซูจินอวี่เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัด เหมือนเอาดอกกุหลาบงามไปปักกองขี้วัว

บอกว่าเขาไม่คู่ควรกับอัจฉริยะตระกูลซู

แต่เซินหานจะทำให้ดู ถ้าวันหนึ่งเขายืนอยู่บนยอดเขา ผู้คนจะกล้าพูดไหมว่าซูจินอวี่ไม่คู่ควรกับเขา

ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เริ่มเดินลมปราณ "เคล็ดวิชากายาภูผานที" ต่อ

เขาอยู่ระดับเก้าแล้ว เป้าหมายต่อไปคือระดับแปด

จอมยุทธ์ระดับแปด ต้องสัมผัสถึงพลังปราณฟ้าดิน สัญลักษณ์ของการเข้าสู่ระดับแปดคือการฝึกจนเกิด "สัมผัสแห่งปราณ"

หมัดปล่อยลมหมัด กระบี่ปล่อยปราณกระบี่

และตั้งแต่ระดับแปดเป็นต้นไป จอมยุทธ์จะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้

เมื่อควบคุมพลังปราณฟ้าดินได้อย่างเชี่ยวชาญ ความเร็วของจอมยุทธ์จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

จอมยุทธ์ระดับเก้าที่ไม่มีวิชาตัวเบา เมื่อเจอกับระดับแปด แทบจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ไม่มีโอกาสชนะเลย

หายใจเข้า... หายใจออก... รวบรวม... กลั่นกรอง

การฝึก "เคล็ดวิชากายาภูผานที" ลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายเริ่มมีกลิ่นอายของขุนเขาและสายน้ำ

ขั้นต่อไปคือ "ผสานขุนเขาและสายน้ำ" นำเจตจำนงของธรรมชาติหลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย

ถ้าทำสำเร็จ ทุกท่วงท่าที่ขยับจะแฝงไว้ด้วยพลังแห่งธรรมชาติ

นี่คือความลับสุดยอดของ "เคล็ดวิชากายาภูผานที"

นอกจากนี้ การฝึกจิตด้วย "เจตจำนงกระบี่วิถีสวรรค์" ในหัวสมอง เซินหานก็ไม่เคยละเลย

แค่จินตนาการภาพกระบวนท่าในหัว ก็สัมผัสได้ว่าพลังจิตได้รับการขัดเกลา

พลังจิตของเขาจากเดิมที่มีแค่กะละมังใบเล็กๆ

ตอนนี้ขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบเต็มสระน้ำแล้ว

แค่จินตนาการยังมีประโยชน์ขนาดนี้ ถ้าใช้ "เจตจำนงกระบี่วิถีสวรรค์" ออกมาจริงๆ จะทรงอานุภาพขนาดไหน

ฝึกไปจนถึงยามเซิน (15.00 - 17.00 น.) เซินหานสำรวจเสบียง ของกินหมดเกลี้ยงแล้ว

ยังมีเศษเงินติดตัวอยู่บ้าง เขาเลยจะออกไปหาซื้ออะไรกินข้างนอก

ตอนเดินออกจากจวนตระกูลเซิน เซินหานสังเกตว่าสายตาที่ผู้คนมองเขาเปลี่ยนไป

เมื่อก่อนพวกบ่าวไพร่จะมองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

แต่วันนี้ สายตาพวกนั้นเจือความหวาดกลัว

โดยเฉพาะพวกสาวใช้อย่างไฉ่เยี่ยน พอเห็นหน้าเซินหานก็รีบก้มหน้าหลบตา

เซินหานพอจะเดาสาเหตุได้ เมื่อวานเขาปะทะหมัดกับเซินเหลยโดยไม่เพลี่ยงพล้ำ คนพวกนี้ไม่ได้โง่

รับหมัดเซินเหลยได้ แสดงว่าต้องมีฝีมือระดับเก้าเป็นอย่างน้อย

ต่อให้ผู้ใหญ่ในตระกูลจะไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่ลำพังตัวเขาเองก็มีดีพอจะตบสั่งสอนพวกบ่าวไพร่พวกนี้ได้ พวกมันจะไม่กลัวได้ยังไง

เขาไม่มีเวลามาสนใจพวกนี้ เดินตรงไปยังตลาด ซื้อเสบียงแห้งมาตุนไว้

[ขนมเปี๊ยะย่างรสชาติห่วยแตก] [หมั่นโถวฝืดคอ]...

เซินหานเลือกซื้อของราคาถูก เจ้าของร้านรู้ว่าของตัวเองไม่อร่อย ก็ขายให้ถูกๆ

สำหรับเซินหาน นี่คือของดี แค่ดึงคุณสมบัติแย่ๆ ออก รสชาติก็ใช้ได้แล้ว

ถ้าอยากกินของอร่อย ก็แค่เดินผ่านร้านอาหารหรูๆ แล้วดึงคุณสมบัติ [รสเลิศ] มาใส่แทน

เดินในตลาด มีคนเข้ามาทักทายเซินหานหลายคน

"คุณชายเซิน พวกเราเชื่อว่าท่านไม่ได้ขโมยของหรอกขอรับ

โจรจริงๆ พอได้เงินมาก็ต้องรีบเอาไปเสพสุข ใครจะมานั่งกินขนมเปี๊ยะแห้งๆ แบบนี้"

"ใช่ๆ ขโมยเงินมาคงไม่เห็นค่า เอาไปถลุงที่ภัตตาคารอวิ๋นอันหมดแล้ว..."

เซินหานยิ้มรับคำทักทาย ขอบคุณที่ทุกคนเชื่อใจ

พอกลับเข้าจวนตระกูลเซิน ระหว่างเดินกลับเรือน เซินหานได้ยินบ่าวไพร่สูงวัยสองคนคุยกัน

หัวข้อสนทนาคือ เซินหลิงเซิ่ง บิดาที่เขาแทบจำหน้าไม่ได้

ดูท่าทาง สองคนนี้จงใจพูดให้เขาได้ยิน

ท่านโหวผู้เฒ่ามีลูกชายสามคน เซินหลิงเซิ่งเป็นลูกชายคนที่สาม และเป็นคนที่มีพรสวรรค์และฝีมือเก่งกาจที่สุด ถือง้าวเล่มยักษ์สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน

เซินหลิงเซิ่งในสมัยนั้น ก็คงเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะเหมือนกัน

แต่ในความทรงจำของเซินหาน พ่อคนนี้มีแต่ภาพจำของการดุด่าว่ากล่าว แทบไม่มีความผูกพันพ่อลูก

ถ้าพ่อปกป้องเขาบ้างสักนิด เขาคงไม่ต้องมานอนข้างบ่อปลาสวนผักแบบนี้

หน้าร้อนก็ร้อนตับแตก หน้าหนาวก็หนาวเข้ากระดูก ต้องทนทรมานมาทุกปี

หลังจากแม่ของเซินหานหนีไป เซินหลิงเซิ่งก็รีบแต่งงานใหม่กับฮูหยินอวิ๋น เหมือนกลัวจะเสียหน้า แต่งได้สามเดือนก็หนีไปประจำการที่ชายแดนตะวันออก

หลายปีมานี้กลับบ้านแค่ทุกๆ สามปี ส่วนใหญ่จะกลับมาช่วงสิ้นปี

นับดูแล้ว ปีนี้ก็ครบกำหนดสามปีพอดี

ยอดบิดาอัจฉริยะผู้นี้ ไม่รู้ปีนี้จะกลับมาไหม

ถ้ากลับมา แล้วรู้ว่าลูกชายโดนกลั่นแกล้งสารพัด เขาจะทำยังไง?

เซินหานคิดเล่นๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

ยังไม่แน่ว่าจะกลับมาหรือเปล่า

ต่อให้กลับมา จะยอมออกหน้าปกป้องเขาหรือเปล่าก็ยังเป็นปริศนา

ถ้าฮูหยินอวิ๋นมีอำนาจพอ นางคงปกป้องเขาไปนานแล้ว

ในใจเซินหานระลึกถึงแต่ความดีของฮูหยินอวิ๋น มีแค่อยู่กับนางเท่านั้นที่เขารู้สึกเหมือนมีบ้าน

พอกลับถึงเรือน เซินหานก็เริ่มง่วนกับการเตรียมของ

พรุ่งนี้เขามีนัดไปจวนท่านเจ้าเมืองสวี

ไปเยี่ยมผู้ใหญ่จะไปมือเปล่าก็น่าเกลียด แม้ใครๆ จะรู้ว่าเขาจน แต่ก็ต้องมีมารยาท

เรื่องของท่านเจ้าเมืองสวี เซินหานสืบข่าวมาบ้างแล้ว

เป็นขุนนางมาหลายปี ของกำนัลล้ำค่าอะไรท่านก็คงเห็นมาหมดแล้ว

ถ้าอยากให้ของขวัญที่ถูกใจ เซินหานเล็งเป้าไปที่ลูกชายของท่านเจ้าเมือง

คุณชายท่านนี้ไม่ชอบเที่ยวเตร่ ไม่บ้าผู้หญิง

แต่คลั่งไคล้การตีเหล็ก วันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการหลอมสร้างอาวุธ

ท่านเจ้าเมืองสวีแม้จะไม่ชอบที่ลูกชายทำตัวแบบนี้ แต่ก็ไม่อยากห้ามปรามรุนแรง

อย่างน้อยก็ดีกว่าลูกบ้านอื่นที่วันๆ เอาแต่รังแกชาวบ้าน ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - บารมีตระกูลเซิน

คัดลอกลิงก์แล้ว