- หน้าแรก
- ระบบตื่นช้า ข้าเป็นอมตะแล้ว
- บทที่ 156 เปิดฉากงานชุมนุม
บทที่ 156 เปิดฉากงานชุมนุม
บทที่ 156 เปิดฉากงานชุมนุม
###
เมิ่งโยวโยวบิดเอวบางราวกับงูน้ำ เดินเข้าหาเจียงหลี่อย่างอ่อนช้อย กลิ่นหอมเย้ายวนลอยมาแตะจมูก "ก็เพราะว่าข้าชอบท่านไงล่ะ"
สตรีศักดิ์สิทธิ์จิ้งซินเบิกตากว้าง ใจเต้นแรง นี่นางไม่รู้จักคำว่าอายเลยหรือ?
"มานี่ ๆ นี่คือเมล็ดแตงของขึ้นชื่อแห่งทะเลตะวันออก กลิ่นหอมติดริมฝีปาก แถมยังมีแตงทะเลชิ้นใหญ่หวานฉ่ำอีกด้วย" ราชามังกรทะเลตะวันออกพูดขึ้นอย่างไม่เข้ากาลเทศะ พร้อมแจกจ่ายของว่างให้ทุกคน
"ข้าขอถุงหนึ่ง" จีจื่อรับไปเคี้ยวอย่างไม่เกรงใจ
"ข้าขอแตงครึ่งลูก"
"กินแตง ๆ ทุกคนได้หมด" ราชามังกรทะเลตะวันออกแจกแตงและเมล็ดแตงจนทั่ว
"สตรีศักดิ์สิทธิ์จิ้งซิน ท่านเอาสักชิ้นไหม?" ราชามังกรกล่าวด้วยความหวังดี แต่ราชามังกรอีกสามตนรีบพาตัวเขาออกไปทันที กลัวว่าจะทำลายบรรยากาศ
แดนบริสุทธิ์แม้ไม่มีผู้ฝึกตนระดับฝ่าเคราะห์หรือศาสตราเซียน แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหกสำนักใหญ่ ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลน เพราะพวกนางมีต้นท้อเซียนที่สามารถสู้รบได้ หากสตรีศักดิ์สิทธิ์จิ้งซินโมโหขึ้นมาแล้วใช้ต้นท้อเซียนถล่มวังมังกร พวกเขาคงรับมือไม่ไหวแน่
เจ้าหอชะตาสวรรค์มองเจียงหลี่เขม็ง เตรียมลงพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ทันที
เจ้าหอชะตาสวรรค์ได้รับเชิญโดยเฉพาะจากจีจื่อให้มาทำหน้าที่อธิบายและวิเคราะห์การประลอง
"ทำไมถึงชอบข้า?" เจียงหลี่ถามกลับ
เมิ่งโยวโยวจ้องตาเขาอย่างเย้ายวน "ก็เพราะท่านแข็งแกร่ง ท่านคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในเก้าแดน เป็นเพียงผู้เดียวที่บรรลุถึงระดับมหายานขั้นสูงสุด ในฐานะสตรี ข้าแค่ปรารถนาจะมีท่าเทียบเทียม มีที่พึ่งพิงก็ผิดหรือ?"
"ผิดสิ" เจียงหลี่วิเคราะห์ทันที "หากเจ้าชอบข้าเพราะข้าแข็งแกร่ง แปลว่าเจ้าชอบระดับมหายานขั้นสูงสุด ไม่ใช่ข้า"
เมิ่งโยวโยวชะงัก "แต่ท่านก็คือผู้บรรลุขั้นนั้นไม่ใช่หรือ?"
"ใช่ ข้าคือผู้บรรลุขั้นนั้น แต่ระดับมหายานขั้นสูงสุดไม่ใช่ข้า" เจียงหลี่พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เมิ่งโยวโยวถึงกับพยักหน้าตามโดยไม่รู้ตัว
"งั้นข้าชอบในความมั่นคงของท่าน ท่านยึดมั่นในหลักการ ไม่เปลี่ยนแปลง"
"ตอนนี้ข้ายังไม่ชอบเจ้า ถ้าวันใดข้าชอบเจ้า แปลว่าข้าไม่มั่นคงอีกต่อไป แล้วเจ้าก็จะไม่ชอบข้าที่ไม่มั่นคง"
เมิ่งโยวโยวเงียบไปครู่หนึ่ง "ท่านยุติธรรม ปกป้องความถูกต้อง นับแต่ขึ้นครองตำแหน่งจักรพรรดิแห่งมนุษย์ เก้าแดนก็สงบขึ้นมาก ไม่มีการชิงดีชิงเด่นอย่างแต่ก่อน"
"งั้นเจ้าควรชอบจีจื่อ ข้าบางครั้งก็ใช้อารมณ์ ยังถือว่าไม่ยุติธรรม"
"เจ้ารู้มาก มีประสบการณ์มาก?" เมิ่งโยวโยวเริ่มลังเล
"ข้าเทียบกับบรรพชนฉางชุนไม่ได้ เจ้าควรชอบท่านมากกว่า"
"ข้าถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าชอบข้าทำไม?"
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงชอบเจ้า" เมิ่งโยวโยวเริ่มสับสน มองไปยังที่ว่างเบื้องหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย
คำถามนี้ช่างลึกซึ้ง นางคิดเท่าไรก็ไม่เจอคำตอบ
ผู้ชมทั้งหมดหันไปมองสตรีศักดิ์สิทธิ์จิ้งซินที่ไม่พูดไม่จา แต่กลับยิ้มมุมปาก เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ราวกับนางคือผู้ชนะอย่างแท้จริง
สตรีศักดิ์สิทธิ์จิ้งซินเลือกเดินเส้นทางที่ยากยิ่งกว่าการบรรลุเป็นเซียน ทุกคนต่างรู้สึกชื่นชมจากใจจริง
"หาคนเหมาะสมได้หรือยัง?" จีจื่อเดินเข้ามาถาม
"ไม่ต้องห่วง ล้วนเป็นสุดยอดฝีมือแน่นอน รับรองว่าเจ้าต้องทึ่งแน่" เจียงหลี่ตบอกยืนยัน
"ถ้างั้นข้าก็วางใจได้" เดิมทีจีจื่อตั้งใจจะใช้เนตรซ้อนเพื่อดูภาพในอนาคต แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงหลี่ ก็รู้สึกว่ารอชมด้วยตาตัวเองน่าจะสนุกกว่า
"หลายปีมานี้ไม่พบกันเลยนะ จักรพรรดิแห่งมนุษย์เจียงหลี่"
"ยังคงสง่างามไม่เปลี่ยนเลย"
หลังจากดูเรื่องสนุกเสร็จ บรรดาผู้ฝึกตนจึงทยอยเข้ามาทักทายเจียงหลี่
"ถึงเวลาแล้ว เริ่มพิธีได้" จีจื่อเตือนทุกคน เจียงหลี่มาถึงแทบจะตรงเวลาเป๊ะ
ราชวงศ์ต้าจโจวให้ความสำคัญกับงานชุมนุมครั้งนี้มาก ลงทุนทรัพยากรจำนวนมหาศาล สร้างเวทีขนาดใหญ่จากหินแข็งกล้าชั่วคราว หินชนิดนี้แม้ผู้ฝึกตนระดับทารกวิญญาณจะโจมตีก็ยากจะทิ้งรอย แม้แต่นำไปหลอมเป็นศาสตราก็คงได้ไม่น้อย
ตำแหน่งที่เจียงหลี่นั่งอยู่คือด้านข้างของเวที สามารถมองเห็นได้ทั้งเวทีและผู้ชมโดยรอบ
"ลมเย็นโชยมาในฤดูใบไม้ร่วง ท้องฟ้าแจ่มใส ฤกษ์งามยามดีอันเป็นฤดูกาลแห่งความหวังและการเก็บเกี่ยว งานชุมนุมครั้งนี้ได้เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ข้าในนามของราชวงศ์ต้าจโจว ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านจากใจ และขอต้อนรับเหล่าผู้ฝึกตนทุกคนด้วยความอบอุ่น..."
"...เหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลาย ศาสตราวิญญาณมีความสำคัญยิ่งต่อพวกเรา และด้วยการหลอมรวมของขุมทรัพย์แห่งเก้าแดน ตราหยินหยาง ทำให้ศาสตราวิญญาณของพวกเราฉลาดขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น เป้าหมายของเราคือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ฝึกตนกับศาสตรา ให้เจริญเติบโตร่วมกัน บรรลุถึงความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย..."
จีจื่อกล่าวเปิดงานอย่างยืดยาว แม้กระทั่งเจียงหลี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และผู้ชมเบื้องล่างก็เริ่มจะง่วง
อย่างน้อยฟังธรรมของพุทธะยังมีอะไรให้คิดตาม แต่นี่พูดยืดยาวจนแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย!
ทุกคนต่างอิจฉาพระโพธิสัตว์หอมช้างที่หลับตาพริ้มอยู่ ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังฝึกเนตรทิพย์หรือแค่หลับ
เพราะนั่งอยู่บนเวที ทุกคนย่อมมองเห็น จึงไม่มีใครกล้าแสดงท่าทีไม่สุภาพระหว่างที่จีจื่อกล่าวสุนทรพจน์
"...สุดท้าย ขอให้ทุกท่านแข่งขันอย่างสุดความสามารถ แสดงศักยภาพให้เต็มที่!"
จีจื่อพูดจบ ก่อนเสริมว่า "ขอเชิญจักรพรรดิแห่งมนุษย์ เจียงหลี่ แห่งตำหนักจักรพรรดิแห่งมนุษย์รุ่นที่เจ็ดสิบสอง กล่าวเปิดงาน"
เสียงปรบมือเบาบางดังขึ้น
เจียงหลี่ยืนขึ้นจากที่นั่งอย่างสงบนิ่ง "เริ่มแข่งขันได้ จบแล้ว"
เสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วทั้งลาน
เจ้าหอชะตาสวรรค์ นามว่า นักพรตเทียนหมิง(นักพรตลิขิตสวรรค์) เป็นผู้ฝึกตนระดับรวมวิญญาณขั้นสูงสุด ชื่นชอบหินวิญญาณเป็นชีวิตจิตใจ มีความสามารถประนีประนอมเก่ง ไม่มีใครกล้าสงสัยในความเชี่ยวชาญของเขา ตั้งแต่ระดับฝึกปราณไปจนถึงระดับรวมวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นวิธีฝึกตน ศาสตราวิญญาณ หรือกลยุทธ์การต่อสู้ เขาล้วนเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง
นักพรตเทียนหมิง จึงเหมาะสมที่สุดในการทำหน้าที่ผู้บรรยายในงานนี้
จีจื่อไม่ได้จ่ายหินวิญญาณมากมายเพื่อจ้างเขา แต่สัญญาว่าหลังงานชุมนุมจะลดภาษีของหอชะตาสวรรค์ลงครึ่งหนึ่ง
นักพรตเทียนหมิงย่อมตกลงอย่างยินดี หอชะตาสวรรค์ทำธุรกิจรุ่งเรืองในแผ่นดินต้าจโจว แต่ภาษีสูงก็ทำให้เขาเจ็บใจมานาน หากลดภาษีลงได้จริง ก็คุ้มค่ากว่าหินวิญญาณมากนัก
ที่จริง จักรพรรดินีแห่งไป๋เจ๋อ ไป๋เสวี่ยหลิง ก็เหมาะสมเช่นกัน แต่นางเป็นถึงจักรพรรดินีของอีกอาณาจักรหนึ่ง มีสถานะเทียบเท่าจีจื่อ จะให้มาทำหน้าที่บรรยายย่อมไม่เหมาะ
การแข่งขันแบ่งออกเป็นกลุ่มระดับสร้างรากฐาน แก่นทองคำ และทารกวิญญาณ เริ่มต้นจากระดับสร้างรากฐานก่อน
"คู่แรก คือผู้เข้าแข่งขันจากสำนักฮว่าอวิ๋น แห่งต้าจโจว นามว่า อวิ๋นฝาน และผู้ท้าชิงจากราชวงศ์ไป๋เจ๋อ นามว่า หู่กู่"
สำนักฮว่าอวิ๋น คือสำนักที่เจียงหลี่เคยเข้าร่วมในช่วงแรก และเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจระบบครั้งที่สอง ที่ให้เขาไปเอาชนะอวิ๋นปัวแห่งสำนักนี้
"แซ่อวิ๋น... คงเป็นลูกหลานของอวิ๋นปัวนั่นกระมัง" เจียงหลี่ยิ้มบางเมื่อเห็นคนคุ้นตา