- หน้าแรก
- ระบบตื่นช้า ข้าเป็นอมตะแล้ว
- บทที่ 83 ฝ่าเคราะห์
บทที่ 83 ฝ่าเคราะห์
บทที่ 83 ฝ่าเคราะห์
###
พลังแห่งโชคชะตาที่ขาดหายไปนั้น ส่งผลไม่เพียงแค่กับกระดานหมากล้อม แต่ยังรวมถึงจักรพรรดินีอวี้อินด้วย ระดับฝ่าเคราะห์ของนางไม่มั่นคงเทียบเท่าแม่ทัพเทพฤทธิ์เลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้นางสับสนคือ แม่ทัพเทพฤทธิ์อาศัยกำลังของกองทัพทะลวงถึงฝ่าเคราะห์ ซึ่งตามหลักควรจะอ่อนแอกว่านาง แต่เหตุใดกลับทรงพลังเหนือคาดถึงเพียงนี้?
แม้จะไม่เข้าใจ แต่จักรพรรดินีก็มิได้ลังเล ตรงกันข้ามกลับยิ่งโจมตีหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
แม่ทัพเทพฤทธิ์ผ่านศึกในกองทัพมานับไม่ถ้วน สัญชาตญาณการต่อสู้แทบฝังอยู่ในเลือด ยิ่งรวมเข้ากับพลังเทพซ่อนเร้นแล้ว ยามเผชิญหน้ากับจักรพรรดินีอวี้อิน เขากลับได้เปรียบเต็มที่!
นี่ยังไม่รวมองค์ชายอันกับผู้ฝึกตนระดับรวมวิญญาณอีกห้าคนที่ร่วมโจมตี
ในเมื่อระดับฝ่าเคราะห์ยากแก่การโจมตีด้วยวิชาเวททั่วไป เช่นนั้นก็ใช้วิธีอื่น!
องค์ชายอันถึงขั้นยอมสละบุตรสาวฝาแฝด เพื่อเชิญราชาฉงฉีมาช่วยการรบ แม้ราชาฉงฉีจะไม่แข็งแกร่งเทียบเท่าจางคงหู่ แต่ก็สามารถต่อกรกับระดับฝ่าเคราะห์ได้บ้าง
แค่นี้...ก็เพียงพอ!
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายห้าสายฟ้าร่ายมหาเวทสายฟ้าอีกครั้ง แม้จะเรียกว่าเวท แต่แท้จริงใกล้เคียงกับหนทางแห่งเต๋า จึงไม่เข้าข่ายถูกต้านทานโดยพลังหมื่นเวทไม่อาจแตะต้อง
ก่อนหน้านี้จักรพรรดินียังต้องร่ายเวทสลายพลังสายฟ้านี้ไป นั่นยิ่งพิสูจน์ได้ชัด
เจ้าแห่งทะเลเมฆฝันควักหยดน้ำวารีโลหะหนักออกมาเพียบ เพียงหนึ่งหยดก็หนักถึงหมื่นชั่ง เขากลับถือมาทั้งถ้วย!
เจ้านิกายช่างคงแบกค้อนยักษ์ พุ่งเข้าใส่จักรพรรดินีอวี้อิน!
องค์ชายอันนำบรรทัดวัดฟ้าออกมา อาวุธวิเศษที่สามารถชี้จุดอ่อนของศัตรู เพื่อใช้ในการต่อสู้ แม้เขาจะเป็นเพียงระดับรวมวิญญาณ ไม่อาจวัดจุดอ่อนได้อย่างแม่นยำ แต่อย่างน้อยก็เห็นภาพรวม และแม้จะใช้เวทไม่ได้ผลโดยตรงกับจักรพรรดินี แต่เขาก็สามารถบอกจุดอ่อนให้แม่ทัพเทพฤทธิ์ได้
"บริเวณจุดไป่ฮุ่ย ทงเทียน เฉียนติ่ง เฉิงกวง ซ่างซิง หนึ่งในห้าจุดนี้นางยังฝึกไม่ถึงขั้น!"
"ยามที่นางหมุนเวียนพลังปราณหนึ่งรอบใหญ่ จะมีชั่วขณะหยุดชะงัก!"
"ในอวัยวะภายในส่วนหนึ่งยังมี..."
"ศูนย์กลางลมปราณยัง..."
ทุกครั้งที่องค์ชายอันเอ่ยถึงจุดอ่อน จักรพรรดินีอวี้อินก็จะโดนโจมตีเจาะจง ณ จุดนั้น ทำให้นางเริ่มอ่อนล้า ไม่สามารถรับมือกับแม่ทัพเทพฤทธิ์และการรบกวนของผู้อื่นได้อย่างที่เคย
นอกจากนั้น พลังบ่มเพาะของนางก็ไม่มั่นคง ระดับฝ่าเคราะห์ขึ้น ๆ ลง ๆ โชคชะตาแผ่นดินไม่อาจค้ำจุนให้คงอยู่ได้อีก
"คิดจะหยุดเราสองคนด้วยตัวคนเดียวหรือ?"
เสนาบดีการทหารและเสนาบดีกรมพิพากษาถีบซุนหยวนที่บาดเจ็บสาหัสกระเด็นออกไป แล้วเร่งตรงไปหาองค์ชายอัน
พวกเขามองออกแล้วว่าสมรภูมิกำลังจะสิ้นสุด หากตอนนี้ยังไม่เข้าร่วมศึกจริง พอถึงเวลานับผลงานก็คงไม่ได้รับผลตอบแทนใด
ทั้งสองแม้ไม่ใช่ระดับหัวกะทิของรวมวิญญาณ แต่เปรียบได้กับฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หลังอูฐหัก การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้จักรพรรดินีไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
นางร่วงหล่นกลับสู่ระดับรวมวิญญาณสูงสุด ไม่สามารถรักษาระดับฝ่าเคราะห์ไว้ได้อีก!
องค์ชายอันปลื้มปิติเหลือเกิน กำบรรทัดวัดฟ้าไว้แน่น เตรียมจู่โจมใส่จุดอ่อนที่สุดของจักรพรรดินี เพื่อตัดจุดชีพ
แม่ทัพเทพฤทธิ์แม้สีหน้าเรียบเฉย แต่ก็ไม่อาจซ่อนแววปิติได้ เขาช่วยองค์ชายอันช่วงชิงบัลลังก์ ไม่ใช่เพราะต้องการสิ่งใด แต่เพราะต้องการเอาชนะจักรพรรดินีอวี้อิน
เขาเคยคิดว่าตนคืออัจฉริยะ และฝันอยากเป็นจักรพรรดิแห่งมนุษย์ ทว่าเส้นชีพจรของเก้าแดนกลับไม่ให้แม้แต่โอกาสเข้าชิงตำแหน่ง นับจากนั้น จิตใจเขาก็เปลี่ยนไป ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นผู้ท้าชิง เขาก็จะพิสูจน์ว่าเส้นชีพจรแห่งเก้าแดนนั้นผิด!
เจียงหลี่ เขาย่อมไม่มีวันเอาชนะได้
ไป๋หงถู คือผู้บรรลุฝ่าเคราะห์โดยแท้ เขาย่อมเทียบไม่ไหว
เช่นนั้น...ก็เหลือเพียงจักรพรรดินีอวี้อิน
ใครใช้ให้นางไม่รู้จักสะสมอำนาจล่ะ จึงมีเพียงซุนหยวนคนเดียวที่ยอมช่วยเหลือ
จักรพรรดินีอวี้อินโดนฝ่ามือของแม่ทัพเทพฤทธิ์จนตับไตปั่นป่วน เส้นปราณไหลย้อน เลือดทะลักออกมาไม่หยุด อาการเลวร้ายยิ่งกว่าคราวแสร้งป่วยเสียอีก!
ชีวิตนาง...แขวนอยู่บนเส้นด้าย
แม้นางจะเผชิญกับอันตรายที่ไม่เคยพบมาก่อน แต่ในใจกับสงบนิ่งยิ่งนัก เมื่อนานมาแล้วนางสัมผัสได้ถึงม่านบางสิ่งหนึ่ง ทว่าพลังแห่งชะตาแผ่นดินกลับฉุดรั้งไม่ให้นางก้าวข้ามไปได้ บัดนี้ม่านนั้นกลับราวกับจะขาดเพียงสะกิด แม้แต่ชะตาแผ่นดินก็ขวางไม่อยู่
เสียงหัวเราะขององค์ชายอัน เสียงแหวกอากาศของแม่ทัพเทพฤทธิ์ เสียงฟ้าก้องของมหาเวทห้าสายฟ้า เสียงคำรามของราชาฉงฉี ความสิ้นหวังของซุนหยวน...
นางหลับตา ทว่าเห็นทุกอย่างชัดเจนยิ่งกว่าลืมตา เสียงอึกทึกทั้งหมดกลับค่อย ๆ ห่างไกลจากใจของนาง ลานจิตของนางกลับบริสุทธิ์ไร้มลทิน นางจินตนาการว่ากำลังนั่งขัดสมาธิ หลอมรวมกับลานจิต กับสวรรค์และพิภพ
แท้จริงแล้ว...นี่คือภาวะแห่งการฝ่าเคราะห์โดยแท้
จักรพรรดินีอวี้อินเริ่มเข้าใจความหมายของการฝ่าเคราะห์ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีใครกล่าวถึงวิธีเข้าสู่ระดับฝ่าเคราะห์ เพราะหากกล่าวออกมาก็ไม่มีวันทะลวงเข้าสู่ระดับนั้นได้จริง
เหตุที่เรียกว่า "ฝ่าเคราะห์" ก็เพราะต้องเผชิญกับเคราะห์ภัย เคราะห์นั้นต้องเป็นเคราะห์แห่งความตายแท้จริง ต้องเป็น "ตายแน่" แล้วจึงแสวงชีวิตจากความตาย หากผู้ฝึกตนระดับรวมวิญญาณรู้ความจริงนี้ ก็จะพยายาม "จัดฉาก" เคราะห์แห่งความตาย ต่อให้ใช้กลวิธีใดเอาตัวรอดได้ ก็ยังไม่อาจนับเป็นฝ่าเคราะห์ที่แท้จริง
แม้แต่เมื่อเผชิญกับเคราะห์แห่งความตายจริง แต่หากใจยังคิดว่า "หากผ่านเคราะห์นี้ไปได้ ก็จะเข้าสู่ระดับฝ่าเคราะห์" แบบนี้...ก็ถือว่าล้มเหลว
บางผู้ยิ่งใหญ่จัดตั้งเคราะห์แห่งความตายให้ หวังให้ผู้ฝึกตนเข้าสู่ระดับนี้ ก็ยังไม่ได้ผล
นางบีบตนเองให้ถึงขีดสุด เพื่อปลุกศักยภาพฝ่าเคราะห์ แม้เจตนาเริ่มต้นจะไม่ถูกต้อง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นทางที่ถูกโดยบังเอิญ
เคราะห์แห่งความตายหาได้ยากยิ่ง ระดับรวมวิญญาณขั้นสูงสุดจะไปหาความตายจากที่ใด? แม้เจอผู้ฝึกตนระดับเดียวกันถึงสิบคน ก็ยังสามารถหลบหนีได้อยู่ดี แบบนั้นไม่ใช่เคราะห์แห่งความตาย
ราชวงศ์เทียนหยวนแม้จะปั่นป่วน การฆ่าฟันแพร่หลาย แต่ก็เพียงในระดับทารกวิญญาณ ระดับเปลี่ยนจิตยังตายกันไม่มาก และระดับรวมวิญญาณยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่
อีกทั้ง การฝ่าเคราะห์ยังต้องอาศัยการพิสูจน์หนทางแห่งตน ยืนยันเต๋าของตน สำหรับจักรพรรดินีอวี้อินแล้ว นี่หาใช่เรื่องยาก
กล่าวไปก็น่าขัน การต่อสู้กับมารฟ้านอกดินแดนคือช่วงเวลาที่ผู้ฝึกตนระดับฝ่าเคราะห์มีโอกาสตายมากที่สุด และก็คือช่วงที่ผู้ฝึกตนระดับรวมวิญญาณมีโอกาสเข้าสู่ระดับฝ่าเคราะห์มากที่สุดเช่นกัน
…
องค์ชายอันสั่นสะท้านเมื่อพบว่าจุดอ่อนของจักรพรรดินีอวี้อินลดลงอย่างรวดเร็ว กระทั่ง...หายไปจนหมดสิ้น ราวกับว่านางกลายเป็นผู้ฝึกตนผู้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!
เป็นไปได้อย่างไร!
เขาไม่อยากเชื่อ และก็ไม่กล้าเชื่อ!
ผู้ฝึกตนไร้ที่ติ...มีเพียงประเภทเดียวเท่านั้น!
แสงแห่งสวรรค์สาดท่วมฟ้า ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายห้าสายฟ้าเป็นคนแรกที่รู้ตัว เขาเงยหน้าขึ้นโดยพลัน ราวกับของเทียมพบกับของแท้ ความเกรงกลัวผุดขึ้นมาอย่างมิอาจขัดขืน เส้นขนทั่วกาย ทั้งบนล่างและที่ลับลุกซู่ชูชัน
ผู้คนในสนามรบรู้สึกถึงบางสิ่ง ต่างพากันเงยหน้ามองท้องฟ้า ณ เวลานั้น ผู้ฝึกตนอันแข็งแกร่งผู้หนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้น
ไป๋หงถูยืนอยู่เหนือยอดเขาสูงสุดของสำนักเต๋า จ้องมองไปยังทิศทางราชวงศ์เทียนหยวน แม้จะไม่อาจมองเห็น แต่ก็สัมผัสได้ถึงการปรากฏของผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกับตนอีกผู้หนึ่ง
"รอมานาน ในที่สุดเจ้าก็ขึ้นมายืนในระดับเดียวกับข้าเสียที"
เซียนแห่งโลกีย์นั่งแกว่งขาบนต้นท้อเซียน ท่อนขาขาวราวหิมะไหวตามจังหวะ นางเองก็มองไปยังทิศทางราชวงศ์เทียนหยวนเช่นกัน
ภายนอกดูจะน่าสนุกนัก แต่ข้านั้นขี้กลัว ไม่กล้าออกไป...จะทำอย่างไรดีนะ?
…
“ตูม!!”
พลังแห่งฟ้าเปลี่ยนเป็นเคราะห์สวรรค์
จักรพรรดินีอวี้อิน ทะลวงเข้าสู่ระดับฝ่าเคราะห์อย่างเป็นทางการ