- หน้าแรก
- ระบบเพิ่มพูนหมื่นล้านเท่า ข้าไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 765: จัดการอย่างง่ายดาย
บทที่ 765: จัดการอย่างง่ายดาย
บทที่ 765: จัดการอย่างง่ายดาย
“ท่านเจ้าสำนักคิดจะหนึ่งต่อสามหรือขอรับ” ตู้ฉางชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อืม อันที่จริง ด้วยฝีมือของท่านเจ้าสำนัก การหนึ่งต่อสามก็เหมือนรังแกพวกเขาอยู่ดี” เฉินซงซานลูบเคราพลางกล่าว “ควรให้พวกเราเหล่าผู้อาวุโสลงมือมากกว่า”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” โจวฮ่าวพยักหน้า
ทว่า แม้พวกเขาอยากจะลงมือ แต่อู่เม่ยเหนียงกลับไม่ยินยอม
พวกเขาจึงทำได้เพียงยืนดูละครฉากนี้อยู่เบื้องล่างด้วยความเสียดาย
ในขณะนั้นเอง ทั้งสองคนก็ได้พุ่งเข้าจู่โจมหมายจะสังหารอู่เม่ยเหนียงแล้ว
เซียวชิ่งเซิงซัดฝ่ามือหลัวฝูออกไป พลันเนรมิตเงาร่างเจ้าแม่กวนอิมพันมือพุ่งเข้าใส่อู่เม่ยเหนียงในพริบตา
อู่เม่ยเหนียงเพียงตวัดลูกเตะคราหนึ่ง ก็สลายร่างเจ้าแม่กวนอิมพันมือนั้นจนแหลกสลาย
เซียวชิ่งเซิงคาดไม่ถึงว่าอู่เม่ยเหนียงมิต้องใช้เคล็ดวิชาใดๆ ก็สามารถทำลายฝ่ามือหลัวฝูของเขาได้
“เจ้าสำนักอู่ รับมือ!”
กู้ซานเหอตวัดกระบี่ในมือ ส่งปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งเข้าใส่อู่เม่ยเหนียง
อู่เม่ยเหนียงซัดหมัดสวนออกไปปะทะ ก่อเกิดเป็นเงาหมัดเข้าปะทะกับปราณกระบี่นั้น
ทันใดนั้น ทั้งปราณกระบี่และเงาหมัดต่างก็สลายหายไปพร้อมกัน กู้ซานเหอและเซียวชิ่งเซิงต่างรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่งยวด
“นังผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งขึ้นจริงๆ ด้วย” เซียวชิ่งเซิงขมวดคิ้วมุ่น
“ไม่ผิด อีกทั้งยังรับมือยากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก”
กู้ซานเหอก็รู้สึกเสียใจที่เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ขึ้นมาทันที
เขารู้ดีว่าอู่เม่ยเหนียงในตอนนี้ยังมีพลังเหลือเฟือที่จะต่อกร ในขณะที่พวกเขากลับแทบสิ้นเรี่ยวแรงตอบโต้
“ช่างเถอะ ลงมือไปแล้วก็ต้องสู้กับนางให้ถึงที่สุด พยายามริดรอนกำลังของนางให้ได้มากที่สุด ถึงตอนนั้นค่อยให้เจ้าสำนักจ้าวลงมือจัดการนางในคราวเดียว” เซียวชิ่งเซิงกล่าว
เวลานี้กู้ซานเหอก็ไม่มีความคิดอื่นใดที่ดีกว่านี้แล้ว
เขาจำต้องทำตามนั้น
ดังนั้น พวกเขาจึงเปิดฉากรุมโจมตีอู่เม่ยเหนียงพร้อมเพรียงกัน ครั้งนี้พวกเขาไม่คิดจะออมแรงอีกต่อไป
กลางอากาศ การต่อสู้อันดุเดือดปะทุขึ้น ประกายดาบเงากระบี่สาดส่องวูบวาบไม่ขาดสาย ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่อง
ทว่าหลังจากต่อสู้ไปได้สักพัก เซียวชิ่งเซิงและกู้ซานเหอก็เริ่มหอบหายใจรุนแรง
เพราะอย่างไรเสีย ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เพิ่งทุ่มสุดกำลังไป
ทว่าเมื่อพวกเขาหาจังหวะเหลือบมองอู่เม่ยเหนียง
กลับเห็นนางยืนมองพวกเขาจากระยะไกลด้วยสายตาพิลึก ราวกับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น
“ข้าว่านะ ไฉนพวกเจ้าสองคนช่างแก่ชราถึงเพียงนี้ สู้กันเพียงชั่วครู่ก็หอบแฮกราวกับจะขาดใจตาย”
“เจ้า!” เซียวชิ่งเซิงโกรธจนแทบกระอักเลือด
อย่างไรก็ตาม ในแววตาของทั้งสองต่างฉายแววหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
พวกเขาคาดไม่ถึงว่าอู่เม่ยเหนียงในตอนนี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
“มิน่าเล่านังผู้หญิงคนนี้ถึงได้มั่นอกมั่นใจนัก ถึงกับอยากให้พวกเราเข้ามาพร้อมกัน”
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี”
“อย่าเข้าปะทะกับนางโดยตรง”
พวกเขาดูออกถึงความแข็งแกร่งของนาง จึงตัดสินใจโจมตีจากระยะไกลเพื่อริดรอนพลังของนางไปเรื่อยๆ
“พวกเจ้าคิดจะใช้กลยุทธ์ถ่วงเวลาให้ข้าสิ้นแรงหรือ” อู่เม่ยเหนียงมองออกถึงแผนการของพวกเขา ก็อดแค่นหัวเราะมิได้
ดังนั้น นางจึงเล็งเป้าไปที่เซียวชิ่งเซิงซึ่งมีความเร็วช้าที่สุด
“ในเมื่อพวกเจ้าไม่อยากเล่น ข้าก็จะเล่นกับพวกเจ้าให้สาสมกว่าเดิม”
อู่เม่ยเหนียงพุ่งเข้าใส่เซียวชิ่งเซิง ระดมโจมตีใส่อย่างบ้าคลั่ง
ภายใต้การโจมตีอันเกรี้ยวกราดของนาง เซียวชิ่งเซิงได้แต่ส่งเสียงร้องโหยหวนไม่หยุดหย่อน
เขาไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดของนางได้เหมือนอย่างกู้ซานเหอเลย
ไม่นานนัก บนร่างกายของเซียวชิ่งเซิงก็ปรากฏบาดแผลหลายแห่ง
ส่วนกู้ซานเหอที่พุ่งเข้ามาช่วยก็ถูกลูกหลงจนสะบักสะบอมไปด้วย สุดท้ายทั้งสองต่างก็ถอยร่นอย่างทุลักทุเลไปสมทบกับจ้าวป้าเทียน
“พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
จ้าวป้าเทียนเห็นสภาพของทั้งสองที่ถูกอู่เม่ยเหนียงซัดจนสะบักสะบอม ก็อดสงสารเวทนามิได้
“ถามอะไรไร้สาระ!” กู้ซานเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “เจ้ายังไม่รีบมาช่วยพวกเราอีกหรือ”
“เฮ้อ ก็ได้”
จ้าวป้าเทียนรู้ดีว่า ต่อหน้าอู่เม่ยเหนียง ทั้งสองคนมีแต่จะถูกนางยำเละอยู่ฝ่ายเดียว
ดังนั้น เขาจึงรีบกระชับกระบี่ในมือแล้วพุ่งทะยานเข้าไป
เมื่อมีจ้าวป้าเทียนเข้าร่วม เจ้าสำนักอีกสองท่านก็ดูเหมือนจะมีความมั่นใจขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ เจ้าสำนักอู่ เจ้าร้ายกาจมากก็จริง แต่ตอนนี้เจ้าสำนักจ้าวผู้เก่งกาจกว่าเจ้ามาแล้ว”
เซียวชิ่งเซิงที่ถูกอู่เม่ยเหนียงซัดจนหน้าตาบวมปูด เมื่อเห็นจ้าวป้าเทียนเข้ามาในสนาม ก็คิดว่าจะได้ล้างแค้นชำระหนี้เลือดเสียที
“เฮอะ พวกเราลุยพร้อมกัน ให้นางได้รู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของพวกเราเสียบ้าง” กู้ซานเหอกล่าวอย่างไม่ยอมจำนน
ทั้งสามคนรุมโจมตีพร้อมกัน
ทว่าหลังจากผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า พวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่ากระบวนท่าของพวกเขากลับถูกนางทำลายลงอย่างง่ายดาย
ฝีมือของอู่เม่ยเหนียงนั้นเหนือล้ำจินตนาการของพวกเขาทั้งสามไปไกลแล้ว
ผ่านไปอีกหลายสิบกระบวนท่า ก็ยังคงทำอะไรอู่เม่ยเหนียงไม่ได้
เซียวชิ่งเซิงและกู้ซานเหอเริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนจ้าวป้าเทียนก็พลันรั้งมือหยุดลง
“เอ่อ เจ้าสำนักอู่ ขอเสียมารยาทถามสักนิด ตอนนี้ท่านมีฝีมือระดับใดแล้ว” จู่ๆ จ้าวป้าเทียนก็หยุดมือถาม
กู้ซานเหอและเซียวชิ่งเซิงกำลังสู้จนเลือดขึ้นหน้า เมื่อเห็นจ้าวป้าเทียนหยุดกะทันหันก็รู้สึกโมโห
“เจ้าสำนักจ้าว อย่าไปสนว่านางอยู่ขอบเขตไหน นางจะเก่งกาจขึ้นได้สักเท่าใดกันเชียว พวกเราถ่วงเวลาอีกหน่อย รอจนนางหมดแรง!”
มุมปากของจ้าวป้าเทียนกระตุก เขาไม่ได้โง่เขลาเหมือนเจ้าสำนักอีกสองคน
แม้เมื่อครู่เขาจะยังไม่ได้ทุ่มสุดตัว แต่เขาก็มองออกว่าอู่เม่ยเหนียงเองก็ยังไม่ได้เอาจริงเช่นกัน
ถึงขั้นที่ว่า การต่อสู้กับพวกเขาก็ไม่ต่างอันใดกับการลงมือซ้อมกระบวนท่า
ความรู้สึกเช่นนี้ เหมือนกับตอนที่เขาลงสนามด้วยตนเอง ลดระดับพลังของตนเองลงเพื่อชี้แนะศิษย์ที่มีแวว
เพราะเคยทำมาก่อน เขาจึงเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา
“หึๆ เจ้าสำนักจ้าว ท่านอยากรู้หรือ”
“แน่นอน” จ้าวป้าเทียนยิ้มตอบ
“หากได้รู้ขอบเขตของข้า พวกเจ้าก็เท่ากับพ่ายแพ้แล้ว” อู่เม่ยเหนียงเอ่ยเตือน “อีกทั้งยังต้องจ่ายค่าชดเชยอย่างสาสม ข้าถึงจะยอมปล่อยพวกเจ้าไปนะ”
“หึๆ ท่านว่ามาเถอะ” ใบหน้าของจ้าวป้าเทียนกระตุกอีกครั้ง
“เจ้าสำนักจ้าว เพียงเวลาปีกว่า ขอบเขตของนางจะก้าวหน้าไปได้สักเท่าใดกัน” เซียวชิ่งเซิงรู้สึกว่าจ้าวป้าเทียนกำลังเสียเวลาเปล่า
อู่เม่ยเหนียงไม่ได้ตอบตรงๆ แต่กลับปลดปล่อยระดับพลังที่แท้จริงออกมาทั้งหมด
มวลพลังอันน่าสะพรึงกลัวพลันระเบิดออกจากร่างนาง แผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง
ทันใดนั้น จ้าวป้าเทียน เซียวชิ่งเซิง และกู้ซานเหอต่างหน้าถอดสีในบัดดล
“แย่แล้ว! ตั้งรับเร็ว!”
พริบตานั้น ทั้งสามประหนึ่งเรือลำน้อยที่โคลงเคลงอยู่ท่ามกลางพายุในมหาสมุทร ภายในใจบังเกิดความตื่นตระหนกอย่างสุดเปรียบปาน!
“นะ...น่ากลัว ช่างเป็นกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้” ใบหน้าของจ้าวป้าเทียนซีดเผือด
เขาไม่เคยสัมผัสถึงตัวตนที่แข็งแกร่งและน่าหวาดหวั่นเช่นนี้มาก่อน
และอู่เม่ยเหนียงที่อยู่ตรงหน้า คือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยพบพานมาในชีวิต
“ข้า... ข้าจะต้านไม่ไหวแล้ว”
สิ้นเสียงเซียวชิ่งเซิง เขาก็กระอักเลือดออกมาคำโต ร่างก็ปลิวกระเด็นออกไป
กู้ซานเหอก็ไม่อาจต้านทานไหว รีบถอยร่นออกมา
ส่วนจ้าวป้าเทียนหลังจากฝืนต้านอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ จึงรีบกล่าวว่า “เจ้าสำนักอู่ พวกเรายอมแพ้แล้ว โปรดเก็บพลังของท่านกลับคืนไปด้วย!”
อู่เม่ยเหนียงจึงยอมเก็บแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ระเบิดออกมาจากขอบเขตพลังของตนกลับคืน
เมื่อไร้ซึ่งแรงกดดันอันน่ากลัวนี้ สีหน้าของทั้งสามรวมถึงผู้คนที่พวกเขาพามาด้วยจึงค่อยๆ คลายลง
จ้าวป้าเทียนหันกลับไปมองคนของตน จึงพบว่าพวกเขาเองก็ถูกแรงกดดันจากกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของอู่เม่ยเหนียงซัดจนล้มกลิ้งระเนระนาด หลายคนได้รับบาดเจ็บอย่างเห็นได้ชัด
“นี่มันขอบเขตอะไรกันแน่” จ้าวป้าเทียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด