- หน้าแรก
- ระบบเพิ่มพูนหมื่นล้านเท่า ข้าไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 585: ชัยชนะในการประลองเอาตัวรอด
บทที่ 585: ชัยชนะในการประลองเอาตัวรอด
บทที่ 585: ชัยชนะในการประลองเอาตัวรอด
จัวหงพักฟื้นพลางรอคอยการมาถึงของผู้อื่น
ทว่า เขากลับต้องผิดหวัง
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่มีใครปรากฏกายออกมาแม้แต่คนเดียว นี่ช่างแตกต่างจากที่เขาจินตนาการไว้ลิบลับ
ในความคิดของเขา การต่อสู้ระหว่างเขากับพวกหู่เซี่ยวน่าจะดึงดูดความสนใจของคนอื่นได้เป็นอย่างดี
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าไร้ซึ่งเงาผู้คน
‘หากคนอื่นตายกันหมดแล้ว ข้าก็น่าจะเป็นผู้ชนะไปแล้ว แต่จนป่านนี้ยังไม่มีข่าวคราว แสดงว่าอย่างน้อยต้องมีอีกคนหนึ่งที่ยังรอดชีวิตอยู่’ ในการคาดการณ์ของจัวหง คนที่เหลือรอดอยู่ย่อมมีจำนวนไม่มากแล้วเป็นแน่
เพียงแต่สภาพของเขาในยามนี้ ไม่อาจประมาทได้เลย
เมื่อเขาวงกตชูร่าบีบตัวแคบลง พวกเขาทั้งหมดต่างถูกส่งตัวมายังใจกลางของเขาวงกต ที่นี่เป็นแท่นวงกลม ซึ่งเมื่อทุกคนมาถึงแล้ว ก็จะไม่มีที่ให้หลบซ่อนอีกต่อไป
เวลานี้ หลี่ซินหลิงเองก็ตระหนักแล้วว่า ในเขาวงกตชูร่าแห่งนี้ เหลือเพียงนางและจัวหงเท่านั้น
นางรู้ซึ้งถึงพลังต่อสู้และเล่ห์เหลี่ยมของจัวหงเป็นอย่างดี
ทว่าจัวหงกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนางเลยแม้แต่น้อย
จัวหงกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าขุ่นมัวเล็กน้อย
ไอเท็มระเบิดที่เขาวางกับดักเอาไว้ ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ใช้งาน
จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย เขาก็ยังไม่พบตัวอีกฝ่าย ในยามนี้เขาจึงฉุกคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมา นั่นคืออีกฝ่ายอาจพกศาสตราวุธวิเศษที่ช่วยในการล่องหนติดตัวมาด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ท่านปู่ทวด ไม่มีคนอื่นแล้วหรือเจ้าคะ” หลี่ซินหลิงมองไปที่แท่นวงกลมด้วยความประหลาดใจ เห็นเพียงนางและจัวหงเท่านั้น
“อืม” หลี่ไท่สิงค้อนขวับใส่นาง “เหลือแค่พวกเจ้าสองคนตั้งนานแล้ว มีแต่เจ้านั่นแหละที่ยังบื้อไม่รู้เรื่องรู้ราว”
“อ้อ เช่นนั้นก็เหลือแค่ข้ากับเขาต้องสู้กันสินะ”
“ใช่แล้ว เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป”
“เจ้านี่แม้ดูเหมือนจะร่อแร่เต็มที แต่ก็ยังไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ ดังนั้นข้าตัดสินใจว่าจะลงมือสังหารเขาให้สิ้นซากในทันที ไม่ยืดเยื้ออีกต่อไป”
หลี่ซินหลิงไม่กล้าดูแคลนจัวหง หากเจ้านั่นซุกซ่อนลูกไม้อะไรไว้อีก นางคงต้องพบกับหายนะเป็นแน่
ดังนั้น นางจึงระเบิดพลังมังกรหงส์ออกมาทันที เพื่อเพิ่มอานุภาพการโจมตี
จากนั้นจึงใช้ออกด้วยกระบวนท่า ‘เพลงกระบี่ดาราสังหาร’ พุ่งทะยานจากกลางหาวลงสู่เบื้องล่าง ตรงเข้าใส่จัวหงที่กำลังเร่งรีบนั่งสมาธิฟื้นฟูพลัง
จัวหงสัมผัสได้ถึงการโจมตีที่มาจากเหนือศีรษะ
เขาเงยหน้าขึ้นจึงได้มองเห็นหลี่ซินหลิงที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
“แค่ขอบเขตสร้างฐาน?” เมื่อจัวหงเห็นว่าผู้มาเยือนอยู่เพียงขอบเขตสร้างฐาน เขาก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
เรื่องนี้ทำให้เขาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาล่วงรู้ตัวตนของหลี่ซินหลิง รู้ว่านางคือผู้ที่ท้าประลองกับหมาป่าวายุและเพิ่งเลื่อนอันดับขึ้นมาเป็นที่สิบ
ทว่าเขากลับคิดว่าหมาป่าวายุออมมือให้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เก็บหลี่ซินหลิงมาใส่ใจ
ในทางกลับกัน เขากลับมองเห็นแสงสว่างแห่งชัยชนะรำไร
“เฮอะ แค่ขอบเขตสร้างฐานตัวจ้อย ข้าพลิกฝ่ามือก็บดขยี้ได้แล้ว”
กล่าวจบ จัวหงก็ชี้นิ้วออกไปพลางตวาดก้อง “กระบี่จัวเยว่!”
กระบี่ยักษ์เล่มหนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาหลี่ซินหลิง ปะทะเข้ากับเพลงกระบี่ดาราสังหารของนาง
ตูม!
ยามเมื่อทั้งสองปะทะกัน พลันเห็นกระบี่จัวเยว่ระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ คาที่ ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย ในขณะที่ปราณกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวนั้นยังคงพุ่งตรงเข้าใส่เขาอย่างไม่ลดละ
จัวหงถึงกับมึนงงทำอะไรไม่ถูก
ในท้ายที่สุด ร่างของเขาก็ถูกเพลงกระบี่ดาราสังหารฟาดฟัน แม้ว่าในชั่วขณะสุดท้าย เขาจะเรียกใช้กระบี่เหินเวหาออกมาป้องกัน
ทว่ากระบี่เหินเวหาก็มิอาจต้านทานเอาไว้ได้ มันไม่อาจยื้อเวลาได้แม้แต่ชั่วลมหายใจเดียวก็พังทลายลง
“อั่ก!”
จัวหงกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายถูกคมกระบี่ฟาดฟันจนล้มฟุบลงกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงฉายแววไม่อยากจะเชื่อ
“ข้า...แพ้แล้วรึ”
เขาตายตาไม่หลับ
เขาถึงกับถูกผู้ที่มีเพียงขอบเขตสร้างฐานสังหาร เรื่องพรรค์นี้หากแพร่งพรายออกไป ใครเล่าจะเชื่อ
และเมื่อร่างของจัวหงล้มลง เหล่าผู้ชมต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดกันถ้วนหน้า
“นี่... นี่จบแล้วหรือ”
“จัวหงถูกนางจัดการได้จริงๆ หรือนี่”
“ใช่ แถมยังเป็นการสังหารได้ในกระบวนท่าเดียวอีกต่างหาก! แม้ข้าจะยอมรับว่าจัวหงในตอนนี้ไม่แกร่งเท่าเมื่อก่อน แต่ด้วยฝีมือระดับเขา ก็ไม่น่าจะถูกฆ่าตายง่ายดายขนาดนี้นะ!”
“นั่นสิ!”
ในสายตาของผู้ชมเหล่านี้ จัวหงน่าจะยังสังหารหลี่ซินหลิงได้อย่างง่ายดายในพริบตาแท้ๆ
ในเวลานั้นเอง กรรมการก็ได้ประกาศก้อง “ขอแสดงความยินดี! หลี่ซินหลิงคือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในการประลองเอาตัวรอด และคว้าตำแหน่งแชมป์ในครั้งนี้ไปครอง!”
เมื่อได้ยินคำประกาศของกรรมการ ผู้ชมก็แตกตื่นราวกับผึ้งแตกรัง ต่างรู้สึกเหลือเชื่อกับบทสรุปสุดท้าย
“สวรรค์! นี่มันบ้าไปแล้ว! ขอบเขตสร้างฐานเอาชนะขอบเขตทารกแรกกำเนิดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ยิ่งไปกว่านั้น บางคนถึงกับตะโกนด่าทอออกมา
“นังหลี่ซินหลิงสมควรตายนั่น ต้องฉวยโอกาสตอนคนอื่นเพลี่ยงพล้ำแน่ๆ!”
“ใช่ๆ นางช่างน่ารังเกียจนัก!”
“จัวหง ลุกขึ้นมาสิ! ฆ่านางซะ!”
ในยามนี้ ยังคงมีคนคิดว่าการที่จัวหงล้มลงเป็นเพียงการแสร้งทำ แต่หลี่ซินหลิงดูออกว่าเขาได้สิ้นใจไปแล้ว
เพียงแต่ผู้ชมเหล่านั้นยังคงคาดหวังการสวนกลับของจัวหงอยู่
ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นคำตัดสินของกรรมการ
“ขอแสดงความยินดีกับหลี่ซินหลิง ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในการประลองครั้งนี้!” สิ้นเสียงของกรรมการ ก็เกิดเสียงฮือฮาดังสนั่นไปทั่ว
“หา? จัวหงตายแล้วจริงๆ หรือ”
“ก็ต้องจริงสิ มิเช่นนั้นกรรมการจะประกาศได้อย่างไร”
“แต่ใครจะไปเชื่อลง ว่าเขาจะถูกคนขอบเขตสร้างฐานฆ่าตายได้”
“นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
“ฮ่าๆๆ!”
เสียงหัวเราะของเจ้าอ้วนดังขึ้นกะทันหันบนอัฒจันทร์ เรียกความสนใจจากผู้คนไม่น้อย แต่คนอื่นต่างนึกว่าเขากำลังเยาะเย้ยใครบางคน หรือไม่ก็เสียสติไปแล้ว
“เยี่ยมไปเลย! หลี่ซินหลิงชนะจริงๆ ด้วย!”
“ในที่สุดข้าก็ไปขึ้นเงินรางวัลได้แล้ว!”
รอบนี้เจ้าอ้วนชนะอีกแล้ว แถมยังได้กำไรถึงร้อยเท่า
เพราะนอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครแทงข้างหลี่ซินหลิงเลยสักคน
หินปราณหนึ่งล้านก้อนของเขา พริบตาเดียวก็กลายเป็นหนึ่งร้อยล้านก้อน
“สะใจโว้ย!”
ในขณะที่เจ้าอ้วนกำลังกระหยิ่มยิ้มย่อง เจ้าผอมที่อยู่ข้างกายกลับมีท่าทีเหม่อลอย ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
“เป็นไปไม่ได้! เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้!”
“ไม่... นี่ต้องไม่ใช่เรื่องจริง!”
รูม่านตาของเจ้าผอมขยายกว้าง ยากจะยอมรับผลลัพธ์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
เจ้าอ้วนเห็นสภาพของเขา ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน “เมื่อกี้ยังทำปากเก่งอยู่เลย ตอนนี้จัวหงตายแล้ว ส่วนหลี่ซินหลิงที่ข้าแทง ก็กลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวอีกครั้ง”
“อ๊าก! เจ้าอ้วน ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เวลานี้เจ้าผอมไม่เหลือแก่ใจจะต่อปากต่อคำกับเจ้าอ้วนอีกต่อไป เขาหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีออกจากลานสังหารวิปลาสอย่างบ้าคลั่ง
เพราะเขาได้สูญเสียเงินเก็บทั้งหมดไปจนเกลี้ยง แถมยังติดหนี้ก้อนโตอีกต่างหาก
ขืนไม่หนี เจ้าหนี้พวกนั้นต้องตามมาทวงแน่ ถึงตอนนั้นเขาคงจบไม่สวย
“ยินดีด้วย เจ้าคือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในการประลองครั้งนี้ นี่คือรางวัลของเจ้า...กุญแจแดนลับ” กรรมการมอบของรางวัลให้แก่หลี่ซินหลิง
หลี่ซินหลิงรับกุญแจแดนลับมา พลางเอ่ยถาม “ท่านกรรมการ สิ่งนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ”
“มันจะนำทางเจ้าไปยังหุบเขาคนตาย ส่วนข้างในมีอะไรนั้น ได้ยินว่าเป็นวาสนาเซียนกระมัง”
กรรมการกล่าวต่อ “อืม ใช่แล้ว มันคือโอกาสในการบรรลุเป็นเซียน แน่นอนว่าเงื่อนไขคือเจ้าต้องหามันให้เจอ และรอดชีวิตกลับออกมาให้ได้”
หลี่ซินหลิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ของล้ำค่าถึงเพียงนี้ กลับถูกนำมาเป็นของรางวัลเชียวหรือ