เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 510: ถ้ำปีศาจหมีดำ

บทที่ 510: ถ้ำปีศาจหมีดำ

บทที่ 510: ถ้ำปีศาจหมีดำ


หลังจากปีศาจงูเหลือมยักษ์ผู้โชคร้ายถูกหลี่ไท่สิงเหวี่ยงขึ้นไปบนฟ้า มันก็ร่วงหล่นลงมาจากห้วงมิติว่างเปล่า

เจ้างูเหลือมยักษ์มองลงไปยังเบื้องล่างด้วยความหวาดผวา หากตกลงไปเช่นนี้ ต่อให้ไม่ตายก็คงพิการสาหัส

ทว่า ยิ่งมองลงไป ก็ยิ่งรู้สึกว่าทิวทัศน์เบื้องล่างช่างคุ้นตาอย่างน่าประหลาด

เมื่อมันนึกขึ้นได้ ความตื่นตระหนกก็พลันแล่นปราดไปทั่วร่าง

นี่มันถิ่นของเจ้าหมีดำตาถั่วนั่นไม่ใช่หรือ? มิหนำซ้ำ ร่างของมันยังกำลังจะร่วงลงไปตรงหน้าปากถ้ำของอีกฝ่ายพอดิบพอดีอีกด้วย?

นี่มันไม่ต่างอะไรกับลูกแกะเข้าปากเสือเลยมิใช่หรือ?

โอ้ ไม่สิ ต้องเรียกว่างูเข้าปากหมีต่างหาก

มันรู้ดีว่าเจ้าหมีดำเฝ้าผลปราณปฐพีอย่างหวงแหนมาโดยตลอด

เดิมทีมันวางแผนไว้ว่าหลังจากกลืนกินผลปราณอัคคีสำเร็จแล้ว จะกลับมาแก้แค้นเจ้าหมีดำ สังหารมันเสีย แล้วค่อยยึดครองผลปราณปฐพี

แต่สถานการณ์ตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตายชัดๆ

หากมันตกลงไปที่ปากถ้ำของเจ้าหมีดำ มีหวังได้ถูกจับกินเป็นอาหารว่างอันโอชะเป็นแน่

ขณะที่มันกำลังคิดอยู่นั้นเอง ปีศาจหมีดำตัวหนึ่งก็ค่อยๆ เดินอุ้ยอ้ายออกมาจากถ้ำ

เมื่อมาถึงปากถ้ำ มันก็ทำท่าจะบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย

ทันใดนั้น มันก็เหลือบไปเห็นเงาทะมึนขนาดมหึมาบนท้องฟ้าที่กำลังพุ่งดิ่งลงมาหามัน

เจ้าหมีดำสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

มันเตรียมจะกระโจนหลบ แต่เงาดำนั้นพุ่งลงมาด้วยความเร็วสูงเกินไป

ฉับพลันนั้นเอง ปีศาจหมีดำก็ถูกปีศาจงูเหลือมยักษ์ที่ร่วงลงมาจากฟากฟ้าทับร่างจนแหลกเหลวคาที่

กะโหลกศีรษะของมันแตกละเอียดในทันที

ส่วนปีศาจงูเหลือมยักษ์ แม้จะเจ็บปวดเจียนตาย แต่อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้

เจ้างูเหลือมยักษ์มองดูซากปีศาจหมีดำที่ถูกมันทับตายด้วยความลิงโลดใจ

ทว่า แม้มันจะไม่ตกกระแทกพื้นตาย แต่สภาพของมันก็สาหัสไม่แพ้กัน ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ชั่วขณะ

มันต้องรีบรักษาอาการบาดเจ็บ จึงเริ่มโคจรพลังปีศาจเพื่อฟื้นฟูร่างกายของตนเอง

ทางด้านหลี่ไท่สิง หลังจากที่เขาช่วยให้จิ้งจอกขาวกลืนกินผลปราณอัคคีแล้ว ระบบก็มอบภารกิจใหม่ให้ตามคาด

ภารกิจระบุให้เขาช่วยจิ้งจอกขาวกลืนกินผลปราณเบญจธาตุให้ครบห้าลูก หากสามารถรวบรวมผลปราณเบญจธาตุได้ครบทุกชนิด ของรางวัลจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

หลี่ไท่สิงยินดียิ่งนัก เขาพาจิ้งจอกขาวมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของผลปราณปฐพีที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที

เมื่อหนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกมาถึงถ้ำของปีศาจหมีดำ ก็พบกับปีศาจงูเหลือมยักษ์ที่นอนขดอยู่หน้าปากถ้ำ

ภายใต้ร่างของมัน ยังมีซากของปีศาจหมีดำที่กะโหลกแหลกละเอียดยับเยิน

ในเวลานั้น ปีศาจงูเหลือมยักษ์กำลังจะกลืนกินแก่นในของปีศาจหมีดำพอดีี

แต่ทันทีที่มันเพิ่งจะอ้าปาก มันก็ต้องพบกับภาพที่ทำให้มันหวาดผวาจนขวัญหนีดีฝ่อ

‘ทำไมถึงเป็นเจ้ามนุษย์ผู้นี้อีกแล้ว?’

ภาพเหตุการณ์ที่หลี่ไท่สิงจับมันโยนขึ้นฟ้าอย่างง่ายดายผุดขึ้นมาในหัวของมันอีกครั้ง

หลี่ไท่สิงมองดูปีศาจงูเหลือมยักษ์ตรงหน้า แล้วเดินตรงเข้าไป

“อย่าขวางทาง”

สิ้นเสียง ร่างอันมหึมาของปีศาจงูเหลือมยักษ์ก็ลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครา พุ่งตรงไปยังสถานที่ที่ไกลยิ่งกว่าเดิม

ปีศาจงูเหลือมยักษ์มองดูมนุษย์และจิ้งจอกขาวเบื้องล่างด้วยความงุนงง มันยังไม่ทันเข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น

เพียงชั่วพริบตา มันก็หายลับไปสุดขอบฟ้า

จิ้งจอกขาวเดินตามหลี่ไท่สิงเข้าไปในถ้ำ

ผลปราณปฐพีซ่อนอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้

“ถ้ำของเจ้าหมีดำนี่เหม็นชะมัด”

หลี่ไท่สิงสะบัดมือวูบหนึ่ง กลิ่นเหม็นเน่าและซากกระดูกสัตว์นิรนามบนพื้นถ้ำก็อันตรธานไปสิ้น

จิ้งจอกขาวมองดูด้วยแววตาอิจฉา

หลังจากกลืนกินผลปราณอัคคีไป สติปัญญาของมันก็เริ่มแตกฉานขึ้น

หลี่ไท่สิงพามันเดินลึกเข้าไปในถ้ำ จนกระทั่งพบผลปราณปฐพี

“กินมันซะ”

หลี่ไท่สิงส่งสายตาบอกจิ้งจอกขาว

จิ้งจอกขาวจึงวิ่งเข้าไปหา

มันเด็ดผลปราณปฐพีออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วกลืนลงท้องไป

หลังจากกลืนกินผลปราณปฐพี ร่างกายของจิ้งจอกขาวก็เริ่มเปลี่ยนแปลง จุดที่เห็นได้ชัดที่สุดคือกรงเล็บของมันที่ดูแหลมคมขึ้นกว่าเดิมมาก

“เอาล่ะ ไปหาผลปราณวายุกันต่อ”

สติปัญญาของจิ้งจอกขาวพัฒนาขึ้นอีกระดับ บัดนี้มันเข้าใจคำพูดของหลี่ไท่สิงอย่างถ่องแท้แล้ว มันจึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

หลี่ไท่สิงหัวเราะเบาๆ แล้วพามันเดินออกจากถ้ำ

ในขณะนั้นเอง ที่ด้านนอกถ้ำปีศาจหมีดำ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่งเดินทางมาถึง

“ที่นี่มีผลปราณปฐพีอยู่ แต่ข้างในมีปีศาจหมีดำเฝ้าอยู่ พวกเรา...”

“ตามแผนเดิม พวกเราจะล่อมมันออกไป แล้วพวกเจ้าค่อยเข้าไปเอา...”

“เฮ้ย ทำไมพวกเจ้าถึงเงียบไปล่ะ?”

“พวกเจ้าดูนั่นสิ เจ้าตัวมหึมานั่นดูคุ้นๆ หรือไม่?”

เวลานั้นเอง พวกเขาทุกคนต่างมองไปที่ปากถ้ำปีศาจหมีดำ และได้เห็นซากศพของมัน

“นั่นมันศพของปีศาจหมีดำนี่นา!”

“มันตายได้อย่างไรกัน?”

ทันใดนั้น พวกเขาก็นึกถึงผลปราณปฐพีภายในถ้ำขึ้นมาได้

“แย่แล้ว ผลปราณปฐพี! รีบเข้าไปดูกันเร็ว!”

พวกเขารีบพุ่งตรงมายังถ้ำปีศาจหมีดำทันที

จังหวะนั้นเอง หลี่ไท่สิงและจิ้งจอกขาวก็เดินออกมาจากข้างใน พอดีกับที่ต้องเผชิญหน้ากับคนกลุ่มนี้

“เจ้าเป็นใคร?”

เมื่อเห็นหลี่ไท่สิง พวกเขาก็รีบเข้ามาขวางทางเอาไว้ทันที

หลี่ไท่สิงกวาดตามองคนเหล่านี้ และพบว่าพวกเขามาจากสำนักเดียวกัน

บนอาภรณ์ของพวกเขามีสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์สีแดงเพลิงปักอยู่ หลี่ไท่สิงจึงรู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้คือศิษย์ของนิกายฮั่วหยาง

“เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า?” หลี่ไท่สิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเดินทางมาแถวนี้ ก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ของนิกายฮั่วหยางมาบ้าง

แน่นอนว่าเขาไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับสำนักนี้เลยแม้แต่น้อย

เหล่าศิษย์นิกายฮั่วหยางเห็นว่าหลี่ไท่สิงมาเพียงลำพังกับจิ้งจอกขาวอีกหนึ่งตัว แววตาของพวกเขาก็ทอประกายละโมบขึ้นมาทันที

“จิ้งจอกขาวตัวนี้ดูท่าทางสายพันธุ์ไม่เลวเลยทีเดียว แถมเจ้าหนุ่มนี่ยังดูไม่เก่งกาจเท่าใดนัก พวกเรา...”

พวกเขาต่างเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา

“ช้าก่อน” ทว่า ศิษย์ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มกลับยกมือห้ามไว้

“จุดประสงค์ที่พวกเรามาครั้งนี้คือผลปราณปฐพี หากเขายอมมอบมันออกมา เราก็จะปล่อยพวกเขาไป” คำพูดของศิษย์ผู้นำกลุ่มดูเหมือนจะพูดกับพวกพ้อง แต่แท้จริงแล้วจงใจพูดให้หลี่ไท่สิงได้ยิน

หลี่ไท่สิงหัวเราะในลำคอ “อยากได้ผลปราณปฐพีงั้นรึ?”

“ถูกต้อง แค่เจ้าส่งมันมา พวกเราก็จะไว้ชีวิตเจ้า” ศิษย์คนหนึ่งกล่าวเสริม

หลี่ไท่สิงมองไปยังศิษย์นิกายฮั่วหยางคนอื่นๆ จากสีหน้าท่าทางที่อำมหิตของพวกเขา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต่อให้เขายอมมอบของให้ พวกมันก็คงลงมือสังหารเขาอยู่ดี

“เสียใจด้วย ข้าไม่มี”

“เจ้า...” คำตอบของหลี่ไท่สิงทำให้ศิษย์นิกายฮั่วหยางคนหนึ่งเดือดดาล และทำท่าจะพุ่งเข้ามาทำร้าย

แต่ก็ถูกศิษย์ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มห้ามไว้อีกครั้ง

“พี่ชายท่านนี้ ข้าชื่อสือเฉียง ออกท่องยุทธภพ เพิ่มมิตรย่อมดีกว่าเพิ่มศัตรู มีสหายมากหนทางก็ยิ่งสะดวก ขอเพียงท่านมอบผลปราณปฐพีออกมา พวกเราจะปล่อยท่านไป ตกลงหรือไม่?”

ใบหน้าของสือเฉียงประดับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร เขาดูเป็นคนปกติและน่าคบหาที่สุดในบรรดาศิษย์นิกายฮั่วหยางกลุ่มนี้

แต่ในสายตาของหลี่ไท่สิง คนประเภทนี้แหละคือวิญญูชนจอมปลอมตัวจริง

“พวกเจ้าไม่เข้าไปดูข้างในเองเล่า? เหตุใดจึงปักใจเชื่อว่าผลปราณปฐพีอยู่ที่ตัวข้า?”

หลี่ไท่สิงถามด้วยความแปลกใจ “ข้าไม่ได้หยิบมาสักหน่อย”

“เจ้าพูดจริงรึ?” สือเฉียงจ้องมองหลี่ไท่สิงเขม็ง

หลี่ไท่สิงผายมือออกทั้งสองข้าง “จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของพวกเจ้า เข้าไปดูเองสิ”

เขาไม่ได้หยิบมาจริงๆ เพียงแต่มันถูกจิ้งจอกขาวกินเข้าไปแล้วต่างหาก

หากคนพวกนี้รู้จักเจียมตัว เขาคงจะไว้ชีวิต แต่หากพวกมันยังดึงดันรนหาที่ตาย หลี่ไท่สิงก็ไม่รังเกียจที่จะส่งพวกมันไปลงนรก

เมื่อเห็นว่าหลี่ไท่สิงดูไม่ได้โกหก คนเหล่านั้นจึงหันมามองหน้ากัน

สือเฉียงจึงสั่งการ “เจ้าเข้าไปดูซิ”

ศิษย์นิกายฮั่วหยางคนนั้นจึงเดินเข้าไปข้างใน โดยที่หลี่ไท่สิงไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด

หลี่ไท่สิงเตรียมจะพาจิ้งจอกขาวจากไป แต่สือเฉียงกลับเข้ามาขวางหน้าเขาไว้อีกครั้ง

เขาเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรเช่นเดิมแล้วกล่าวว่า “พี่ชาย คนของเราเข้าไปดูแล้ว หากของอยู่ข้างใน เราก็จะปล่อยท่านไป แต่ถ้าไม่อยู่... ก็รบกวนท่านส่งมอบมันออกมาจะดีกว่า”

สือเฉียงเริ่มวางแผนการอื่นในใจ

เขาเป็นคนช่างสังเกต และพอมองออกว่าหลี่ไท่สิงคงไม่ได้หยิบผลปราณไปจริงๆ

แต่เขากลับเล็งเป้าไปที่ของอย่างอื่นแทน

อย่างเช่น จิ้งจอกขาวข้างกายเขานั่นอย่างไร

หากจับจิ้งจอกขาวที่น่ารักตัวนี้กลับไปเอาใจศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งนิกายฮั่วหยางได้ ผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับย่อมมหาศาล

ดังนั้น เขาจึงอยากให้หลี่ไท่สิง ‘สร้างกุศล’ ต่ออีกสักหน่อย

หลี่ไท่สิงเห็นท่าทีของอีกฝ่าย ก็รู้ทันทีว่าคนผู้นี้ไม่เพียงแต่เสแสร้ง แต่ยังโลภมากอีกด้วย

‘เฮ้อ เดิมทีข้ากะว่าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าแล้วเชียว แต่พวกเจ้ากลับรนหาที่ตายกันเองนะ’ หลี่ไท่สิงเห็นความโง่เขลาของคนพวกนี้ จึงคิดจะลงมือสังหารให้สิ้นซาก

ทันใดนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากที่ไกลๆ

“พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่?”

“เอ๊ะ พวกเจ้าสังหารปีศาจหมีดำได้งั้นรึ? ไม่เลวนี่”

พลันปรากฏคนอีกกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากป่าด้านหน้า

สือเฉียงได้ยินเสียงจึงหันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งนิกายฮั่วหยางนั่นเอง

“ศิษย์พี่หญิงใหญ่!” สือเฉียงเห็นนางแล้วดวงตาก็เป็นประกาย

นางมีรูปโฉมงดงามถึงขั้นล่มเมือง ผิวพรรณขาวผ่อง ใบหน้าสะสวย รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น และยังมีดวงตาหงส์ที่เปี่ยมเสน่ห์ยั่วยวน ชวนให้บุรุษที่พบเห็นแทบจะสยบแทบเท้า

สือเฉียงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ พวกเรากำลังตามหาผลปราณปฐพีขอรับ แล้วบังเอิญเจอคนกับจิ้งจอกคู่นี้เข้า พวกเราสงสัยว่ามันขโมยผลปราณปฐพีไป”

สตรีที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่ มีนามว่าข่งหลิง

ข่งหลิงกวาดสายตามองสำรวจหลี่ไท่สิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และต้องตกตะลึงในรูปโฉมของเขา

‘หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!’ ข่งหลิงไม่เคยพบพานชายใดที่งดงามปานนี้มาก่อน

หัวใจของนางเริ่มเต้นระรัว

‘บุรุษผู้นี้ไม่เลวเลย... ไม่ได้การ ข้าต้องครอบครองเขาให้ได้!’

ข่งหลิงคิดในใจ จากนั้นก็ตบหน้าสือเฉียงฉาดใหญ่

“โอ๊ย!” สือเฉียงถูกตบโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันตาพร้อมความรู้สึกแสบร้อน

เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดข่งหลิงถึงตบเขา

สือเฉียงรู้สึกน้อยใจแทบตาย กำลังจะเอ่ยปากถามเหตุผล แต่ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นว่าในแววตาของข่งหลิง มีแต่ภาพของหลี่ไท่สิงสะท้อนอยู่เต็มไปหมด

เมื่อสือเฉียงนึกถึงใบหน้าของหลี่ไท่สิง เขาก็เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งทันที

นังผู้หญิงคนนี้ถูกใจเจ้าหนุ่มนั่นเข้าแล้ว การที่นางตบเขาก็เพื่อเอาใจหลี่ไท่สิงนั่นเอง!

‘นังแพศยา! ในสำนักมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าเจ้าเป็นนางบำเรอให้ใครต่อใครเชยชม!’ สือเฉียงก่นด่าในใจ

จากนั้นเขาก็จ้องมองหลี่ไท่สิงด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย แววตาเป็นมิตรจอมปลอมก่อนหน้านี้หายไปโดยสิ้นเชิง

“คุณชายท่านนี้ สวัสดีเจ้าค่ะ ต้องขออภัยที่ศิษย์น้องของข้าเสียมารยาทเมื่อครู่ โปรดให้อภัยด้วยนะเจ้าคะ” น้ำเสียงของข่งหลิงช่างไพเราะเสนาะหู ชวนให้เคลิบเคลิ้ม

นี่เป็นหนึ่งในความสามารถที่นางถนัด

เคล็ดวิชาที่นางฝึกฝนคือวิชามารยา ไม่เพียงแต่รูปร่างและน้ำเสียง แต่นางยังเชี่ยวชาญในเล่ห์กลมัดใจชายยิ่งนัก

ดังนั้น ความคิดของนางในตอนนี้คือต้องการเอาใจหลี่ไท่สิง เพื่อที่จะได้ครอบครองเขา

ทว่า จิ้งจอกขาวที่อยู่แทบเท้าของหลี่ไท่สิงกลับแสดงท่าทีระแวดระวัง และแยกเขี้ยวขู่คำรามใส่นาง

ทันทีที่หลี่ไท่สิงเห็นสตรีผู้นี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความ ‘ดัดจริต’ ที่รุนแรงจนต้องขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยปากไล่

“ไสหัวไป”

จบบทที่ บทที่ 510: ถ้ำปีศาจหมีดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว