เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 450: ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี

บทที่ 450: ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี

บทที่ 450: ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี


หลี่ไท่สิงมองไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นในใจ

‘คาดไม่ถึงว่าจะมีวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดปรากฏขึ้นมาอีกแห่ง’

หลี่ไท่สิงคำนวณดูครู่หนึ่ง ก็พบว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดแห่งนี้ แท้จริงแล้วเป็นหนึ่งเดียวกับวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง

‘ตอนนั้นข้าคงมองข้ามไปสินะ’

วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงให้กำเนิดเผ่าเทพไททัน ส่วนวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดกลับชุบชีวิตเหล่าเทพไททันที่ล้มตายไปให้กลายเป็นไททันทมิฬเช่นในปัจจุบัน

‘หนึ่งคือคุณสมบัติแห่งชีวิต อีกหนึ่งคือคุณสมบัติแห่งการฟื้นคืนชีพ หากนำทั้งสองมาหลอมรวมกัน...’

หลี่ไท่สิงพลันบังเกิดความคาดหวังขึ้นมา

ในเวลานี้ เหล่าไททันทมิฬเห็นหลี่ไท่สิงไม่ลงมือกับพวกมันเสียที ก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้

ทว่า ก็มีไททันทมิฬจำนวนไม่น้อยฉวยโอกาสที่หลี่ไท่สิงกำลังเหม่อลอย เตรียมหลบหนี

โดยเฉพาะราชันย์ทมิฬและเหล่าผู้อาวุโส

พวกมันย่อมรู้เรื่องการตายของโพไซดอนและเหล่าผู้อาวุโสดี ในฐานะที่เป็นไททันทมิฬ พลังของพวกมันยังด้อยกว่าเผ่าเทพไททันเสียอีก ย่อมไม่กล้าปะทะซึ่งหน้ากับหลี่ไท่สิง

แต่ทว่า การกระทำของพวกมันกลับอยู่ในสายตาของหลี่ไท่สิงตลอดเวลา

ขณะที่พวกมันกำลังจะหลบหนี หลี่ไท่สิงเพียงเอ่ยขึ้นสั้นๆ ว่า “พันธนาการมิติ”

ทันใดนั้น ระนาบของเผ่าเทพไททันทั้งมวลก็ถูกพันธนาการไว้อย่างสมบูรณ์

“จบสิ้นแล้ว” ราชันย์ทมิฬและเหล่าผู้อาวุโส เดิมทีคิดจะแหวกห้วงมิติหนีไปยังระนาบอื่น

ตอนนี้ พวกมันพบว่ามิติถูกหลี่ไท่สิงผนึกไว้แล้ว การจะแหวกห้วงมิติจึงกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง

“ฝ่าบาท พวกเราจะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ”

เหล่าผู้อาวุโสมีสีหน้าหวาดกลัวอย่างยิ่ง แม้ก่อนหน้านี้พวกมันจะคิดว่ารอสักพันล้านปีค่อยไปแก้แค้นที่โลกเบื้องบน

แต่ตอนนี้ อย่าว่าแต่จะมีชีวิตอยู่ถึงพันล้านปีเลย แค่สิบวันจะรอดหรือไม่ยังไม่รู้เลย

“ข้า... ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร” ราชันย์ทมิฬตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

มันมองหลี่ไท่สิงด้วยความหวาดกลัว

หลี่ไท่สิงคือตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่เผ่าเทพไททันและไททันทมิฬเคยพบเจอมา ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้

“ใครจะไปคิดว่า เผ่าไททันอันสูงส่งของพวกเรา จะต้องมาเจอกับตัวตนที่น่ากลัวถึงเพียงนี้”

ตอนนี้ พวกมันเริ่มเสียใจที่ไปรุกรานโลกเบื้องบนแล้ว

‘ไม่รู้ว่าตอนนี้หากยอมจำนนจะยังมีประโยชน์หรือไม่’ ราชันย์ทมิฬได้แต่คิดจะขอความเมตตาจากหลี่ไท่สิง

‘ยอมจำนนรึ’

‘จริงสิ ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร’ ราชันย์ทมิฬพลันนึกอะไรขึ้นได้ ใบหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์แวบหนึ่ง แต่ก็รีบแสร้งทำเป็นหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวข้าจะยอมจำนน ยอมเป็นทาสของมันเพื่อหาทางรอด พวกเจ้าทำตามข้าก็แล้วกัน”

“หา?”

เหล่าผู้อาวุโสคาดไม่ถึงว่าราชันย์ทมิฬจะเลือกยอมจำนน

ทว่า เมื่อพวกมันเห็นรอยยิ้มอันมีความนัยลึกซึ้งของราชันย์ทมิฬ พวกมันก็เข้าใจได้ในทันที

“ฝ่าบาท พวกเราจะทำตามท่านพ่ะย่ะค่ะ”

เวลานั้น พวกมันต่างแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ก็รีบเก็บอาการอย่างรวดเร็ว

หารู้ไม่ว่า การแสดงออกของพวกมันล้วนอยู่ในสายตาของหลี่ไท่สิง

หลี่ไท่สิงดูเหมือนกำลังเหม่อลอย แต่กลับรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดอย่างชัดเจน

“ได้เวลาลงมือแล้ว” หลี่ไท่สิงเหาะตรงไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด

ส่วนไททันทมิฬตามรายทางนั้น เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

ไททันทมิฬเหล่านั้นเป็นเพียงปลาซิวปลาสร้อย หลี่ไท่สิงจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

ณ วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด

“มัน... มันมาแล้ว”

เมื่อเห็นหลี่ไท่สิงเหาะมาอยู่เหนือวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด ราชันย์ทมิฬที่มีสีหน้าหวาดกลัวก็นำเหล่าผู้อาวุโสคุกเข่าลงกับพื้น

“ท่านผู้อาวุโส ข้าราชันย์ทมิฬ ยินดีนำเผ่าไททันทมิฬเป็นทาสรับใช้ชั่วกัลปาวสาน ขอเพียงท่านละเว้นชีวิตพวกเราด้วยเถิด”

ขณะที่พวกมันคุกเข่าลง ไททันทมิฬตนอื่นๆ ที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่

เมื่อเห็นดังนั้น พวกมันก็พากันคุกเข่าลงตาม

แม้หลี่ไท่สิงจะยังไม่ลงมือกับพวกมัน แต่เหล่าไททันทมิฬต่างรู้ดีว่า หลี่ไท่สิงจะฆ่าพวกมันหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความคิดเพียงวูบเดียวเท่านั้น

หลี่ไท่สิงกลับส่ายหน้า กล่าวว่า “การเลี้ยงดูพวกเจ้านั้นยากเกินไป พวกเจ้าเกิดมาพร้อมกายากลืนกิน ถูกลิขิตให้ต้องกลืนกินเผ่าพันธุ์อื่นจึงจะแข็งแกร่งขึ้นได้”

“อีกอย่าง พวกเจ้าไม่ได้รับผลกระทบจากคำสาปใดๆ ต่อให้ยอมสวามิภักดิ์ต่อข้า ถึงเวลาก็สามารถทำลายพันธสัญญาได้ ข้าไม่กล้ารับพวกเจ้าไว้หรอก”

หลี่ไท่สิงมองแผนการของราชันย์ทมิฬออกอย่างทะลุปรุโปร่ง

ราชันย์ทมิฬตกตะลึงอย่างยิ่ง

มันรู้ดีว่านี่คือความลับของเผ่าไททันทมิฬ แม้แต่ไททันทมิฬจำนวนมากก็ยังไม่รู้ความลับนี้

แต่หลี่ไท่สิงรู้ได้อย่างไร

นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

ความไม่เข้าใจแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ

“ฆ่าให้หมด”

หลี่ไท่สิงสะบัดมือ ทหารเซียนฉินพลันปรากฏตัวขึ้น พุ่งเข้าสังหารเหล่าไททันทมิฬที่อยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดเบื้องล่าง

“อ๊าก!”

“ไม่!”

“หลี่ไท่สิง ข้าขอแลกชีวิตกับเจ้า!”

เมื่อเห็นว่าหลี่ไท่สิงต้องการฆ่าล้างบาง พวกมันก็โกรธแค้นอย่างยิ่ง

ทหารเซียนฉินพุ่งเข้าใส่ราชันย์ทมิฬและพรรคพวก

ราชันย์ทมิฬดูไม่ออกถึงพลังของทหารเซียนฉินเหล่านี้ คิดว่าพวกมันเป็นเพียงทหารธรรมดา

ทว่าหลังจากปะทะกัน พวกมันถึงกับตื่นตระหนกเมื่อพบว่า ไม่เพียงไม่ใช่ทหารธรรมดา แต่ยังเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สามารถปลิดชีพพวกมันได้อย่างง่ายดาย

“รับบัญชานายท่าน สังหารไททันทมิฬเหล่านี้ให้สิ้นซาก!”

“ฆ่า!”

ทหารเซียนฉินจัดกระบวนทัพสี่เหลี่ยมบินลงไปต่อสู้กับเหล่าไททันทมิฬ

แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นการสังหารหมู่เพียงฝ่ายเดียว

เมื่อเผชิญหน้ากับทหารเซียนฉิน ไททันทมิฬเหล่านี้ไม่มีแรงต่อต้านเลยแม้แต่น้อย

ราชันย์ทมิฬและเหล่าผู้อาวุโส ภายใต้การจู่โจมของทหารเซียนฉิน พวกมันต้านทานไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

“ฉึก!”

“อ๊าก!”

ไม่นาน ราชันย์ทมิฬก็ถูกทหารเซียนฉินนายหนึ่งบั่นคอสังหาร ส่วนเหล่าผู้อาวุโสก็ไม่มีใครหนีรอดไปได้

พวกมันล้มลงจมกองเลือดทีละคน ตายตาไม่หลับ

ในเวลาอันสั้น ไททันทมิฬทั่วทั้งวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดก็ถูกทหารเซียนฉินกำจัดจนหมดสิ้น

หลี่ไท่สิงลอยตัวขึ้นเหนือวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด กางค่ายกลขึ้นและเริ่มหลอมรวมวิหาร

เพียงครู่เดียว เขาก็หลอมรวมวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดได้สำเร็จ

จากนั้น เขาเรียกทหารเซียนฉินทั้งหมดกลับคืน มองดูไททันทมิฬที่เหลืออยู่ แล้วปลดปล่อยวันสิ้นโลกแห่งการทำลายล้างออกไป

“ตูม!”

คราวนี้ ระนาบของเผ่าเทพไททันทั้งมวลก็ถูกลบหายไปโดยสมบูรณ์

หลี่ไท่สิงกลับมายังศาลาแห่งห้วงมิติว่างเปล่า

ภายในศาลาแห่งห้วงมิติว่างเปล่า เขาหยิบวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงและวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดที่ย่อขนาดลงออกมา จากนั้นจึงเริ่มทำการสังเคราะห์วิหารทั้งสองเข้าด้วยกัน

【ติ๊ง! ยืนยันที่จะสังเคราะห์วิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงและวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดให้เป็นหนึ่งเดียวกันหรือไม่】

“ยืนยัน!”

【ติ๊ง! การสังเคราะห์สำเร็จ ยินดีด้วยท่านได้รับวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งห้วงมิติ เกิดผลเพิ่มพลังพันล้านล้านเท่า ยินดีด้วยท่านได้รับตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี】

“เอ่อ... ระบบ รางวัลนี้หมายความว่า ข้าไม่ต้องสังเคราะห์วังเทพเก้าสวรรค์แล้วใช่ไหม”

【ใช่แล้ว โฮสต์】

“...”

หลี่ไท่สิงยังคิดจะอัปเกรดวังเทพเก้าสวรรค์อยู่เลย แต่กลับพบว่าตัวเองเสียแรงเปล่าเสียแล้ว

ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี?

หลี่ไท่สิงเรียกมันออกมา แต่ในชั่วพริบตาที่มันปรากฏ ห้วงมิติทั้งแถบพลันปรากฏร่องรอยแห่งการพังทลาย

“แย่แล้ว”

หลี่ไท่สิงรีบเก็บมันกลับไปทันที

“ระบบ นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

หากเขาตอบสนองช้ากว่านี้อีกเพียงก้าวเดียว ห้วงมิตินี้คงหายไปแล้ว ถึงตอนนั้นปีกแห่งความว่างเปล่าก็คงถูกทำลายไปด้วย

【อะแฮ่ม โฮสต์ ถึงอย่างไรท่านก็อยู่ขอบเขตไท่ซวี ท่านน่าจะรู้วิธีควบคุมมันนะ ขอแนะนำให้ท่านใช้ร่างปราชญ์เทวะไท่ซวีทำพันธสัญญาผูกมัดกับมันเสียก่อน จากนั้นจึงจะสามารถควบคุมได้】

หลี่ไท่สิงจึงทำตามคำแนะนำของระบบ มอบมันให้กับร่างปราชญ์เทวะไท่ซวี

หลังจากตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวีปรากฏขึ้น มันกลับมีขนาดใหญ่กว่าร่างของปราชญ์เทวะไท่ซวีถึงนับไม่ถ้วนเท่า มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

เมื่อหลี่ไท่สิงได้เห็น ก็ยังรู้สึกตื่นตะลึงอย่างยิ่ง

“นี่มันใหญ่โตมโหฬารเพียงใดกัน”

พื้นที่นี้ใหญ่กว่าวังเทพเก้าสวรรค์มากนัก วังเทพเก้าสวรรค์มีขนาดไม่กี่ร้อยหมู่ แต่ขนาดของตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี เกรงว่าคงใหญ่กว่าเป็นร้อยล้านเท่ากระมัง?

หลี่ไท่สิงรู้สึกตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวียังมีสถานที่ที่แบ่งฤดูกาลทั้งสี่อย่างชัดเจน แม้กระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างในตำหนัก ล้วนเป็นระดับขอบเขตไท่ซวีทั้งสิ้น

ของชิ้นใดก็ได้ที่นำออกไป ล้วนสามารถทำลายล้างระนาบใดระนาบหนึ่งได้เลย

“ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวีช่างทรงพลังจริงๆ!”

“เอาล่ะ ทำพันธสัญญา” หลี่ไท่สิงทำพันธสัญญาผูกมัด จากนั้นร่างต้นของเขาก็สามารถนำมันออกมาได้ในที่สุด

“วันหน้า ให้ครอบครัวของข้าอาศัยอยู่ในนี้ก็แล้วกัน”

หลี่ไท่สิงยังพบว่า ภายในนั้นมีพลังไท่ซวีที่น่าตื่นตะลึง

เกรงว่าคนธรรมดาหากเข้าไปข้างใน ก็คงบรรลุขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นสี่สิบเก้าได้ในพริบตา

【โฮสต์ ท่านสามารถนำทหารเซียนฉินจำนวนไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านนายเข้าไปประจำการ จะเกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงด้วยนะ】

“หืม?”

“ก็ได้”

หลี่ไท่สิงนำทหารเซียนฉินเข้าไปในตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี

【ติ๊ง! ยินดีด้วยท่านควบคุมตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวีได้อย่างสมบูรณ์แล้ว】

ชื่อ: ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี

เจ้าตำหนัก: หลี่ไท่สิง

คำอธิบาย: สิ่งของดั้งเดิมทั้งหมดในตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี ล้วนเป็นระดับขอบเขตไท่ซวี

พลังไท่ซวี: สิ่งมีชีวิตระดับต่ำกว่าที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตไท่ซวี จะได้รับพรจากพลังไท่ซวี พลังฝีมือจะถูกยกระดับขึ้นสู่ระดับสูงสุดทั่วไปของระนาบปัจจุบัน

ระนาบปัจจุบัน: ขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นสี่สิบเก้า

กองกำลังประจำการ: 10,000 ล้าน+

ข้อมูลกองกำลังประจำการ:

พลทหาร: ขอบเขตบรรพกาลขั้นต้น (10,000 ล้านนาย)

นายกองร้อย: ขอบเขตบรรพกาลขั้นกลาง (100 ล้านนาย)

นายกองพัน: ขอบเขตบรรพกาลขั้นปลาย (100,000 นาย)

นายกอง: ขอบเขตมหาต้นกำเนิดขั้นต้น (30,000 นาย)

รองแม่ทัพ: ขอบเขตมหาต้นกำเนิดขั้นกลาง (10,000 นาย)

ขุนพลยศรอง: ขอบเขตมหาต้นกำเนิดขั้นปลาย (5,000 นาย)

ขุนพลยศหลัก: ขอบเขตมหาปราชญ์ขั้นต้น (1,250 นาย)

แม่ทัพใหญ่: ขอบเขตมหาปราชญ์ขั้นกลาง (300 นาย)

อ๋อง: ขอบเขตมหาปราชญ์ขั้นปลาย (50 นาย)

กองกำลังประจำการข้างต้นจะถูกกระจายไปเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ของตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี

เมื่อเห็นระดับขอบเขตพลังที่ปรากฏขึ้นมาใหม่เหล่านี้ หลี่ไท่สิงจึงเอ่ยถามว่า “ระบบ ขอบเขตเหล่านี้เมื่อเทียบกับขอบเขตของข้าแล้วเป็นอย่างไร”

【หลังจากขอบเขตบรรพกาล, ขอบเขตมหาต้นกำเนิด, และขอบเขตมหาปราชญ์ ก็คือขอบเขตไท่ซวี】

“งั้นหลังจากขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นสี่สิบเก้า เลื่อนระดับขึ้นมาก็คือขอบเขตบรรพกาลใช่ไหม”

【ไม่ใช่】

“ยังไม่ใช่อีกรึ” หลี่ไท่สิงตกใจมาก ถามต่อว่า “งั้นขอบเขตใหม่ของมันคืออะไร”

【โฮสต์ ในระนาบนี้ นอกจากขอบเขตจอมจักรพรรดิที่เป็นหนึ่งเดียวในตอนนั้นแล้ว ก็คือวิถีสวรรค์】

【สามพันมรรคาวิถีรวมตัวกันที่นี่ หากต้องการทะลวงระดับ มีเพียงต้องเดินทางไปยังแดนบรรพกาล เพื่อค้นหามรรคาวิถีใหม่ที่เป็นของขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ในนั้น】

【บางทีอาจจะค้นพบขอบเขตใหม่ของพวกเขาได้】

【ส่วนขอบเขตของโฮสต์ เป็นขอบเขตที่เหนือกว่าขอบเขตปัจจุบันไปไกลโขผ่านผลเพิ่มพลังพันล้านล้านเท่า และเป็นขอบเขตสูงสุดที่สิทธิ์ของระบบนี้จะมอบให้ได้แล้ว】

【พูดง่ายๆ ก็คือ หากผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ต้องการทะลวงระดับ จำเป็นต้องไปยังแดนบรรพกาล ส่วนท่านหากต้องการทะลวงสู่ขอบเขตที่สูงขึ้น จำเป็นต้องเปิดใช้งานขั้นที่สาม】

จบบทที่ บทที่ 450: ตำหนักปราชญ์เทวะไท่ซวี

คัดลอกลิงก์แล้ว