เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 420: รับคำท้า

บทที่ 420: รับคำท้า

บทที่ 420: รับคำท้า


ณ ตำหนักถังเซียง

ข่าวอันน่าตกตะลึงข่าวหนึ่งได้แพร่สะพัดจากที่แห่งนี้ไปทั่วทั้งโลกเบื้องบน

“วันนี้ ตัวข้าหลิ่วเยียนหรานได้ตกลงปลงใจเป็นสามีภรรยากับบุรุษอันเป็นที่รัก จึงขอประกาศให้ทั่วโลกเบื้องบนได้รับรู้”

“พิธีมงคลสมรสจะจัดขึ้นในอีกเจ็ดวัน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นสักขีพยาน!”

สิ้นคำประกาศ ทั่วหล้าพลันบังเกิดความสั่นสะเทือน

“อะไรนะ? หลิ่วเยียนหรานจะแต่งงานแล้วหรือ?”

“ข้าได้ยินมาว่าตระกูลตวนมู่พยายามแย่งชิงนางมาโดยตลอด ทั้งยังตามหาร่องรอยของนางอยู่เสมอ หรือว่าตระกูลตวนมู่จะทำสำเร็จแล้ว?”

“เป็นไปได้สูง ข้าได้ยินมาว่าทั้งหมดนี้ก็เพื่อตวนมู่ซิ่ว บุตรชายสารเลวผู้นั้น”

“หึหึ ว่ากันว่าขอเพียงได้แต่งงานกับหลิ่วเยียนหราน ผู้ที่อยู่ขอบเขตมรรคาเล็กก็จะสามารถทะลวงสู่ขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ได้ในทันที”

“น่าอิจฉาโดยแท้ เจ้าตวนมู่ซิ่วนั่นก็แค่มีบิดาที่ดีเท่านั้น!”

“นั่นสิ!”

เหล่ายอดฝีมือขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามพันแห่งโลกเบื้องบน เมื่อได้ทราบข่าวนี้ต่างก็ทอดถอนใจด้วยความเสียดาย

ส่วนเหล่าผู้ฝึกตนขอบเขตมรรคาเล็กที่ได้ยินข่าว ต่างก็รู้สึกอิจฉาริษยาจนแทบคลั่ง

เห็นได้ชัดว่าทุกคนล้วนคิดว่าตระกูลตวนมู่เป็นฝ่ายกำชัยไปแล้ว

ทว่าหากจะให้ไปร่วมงานมงคลสมรส พูดตามตรงคงมีผู้ไปร่วมงานเพียงหยิบมือ

อย่าว่าแต่หลิ่วเยียนหรานที่เป็นยอดฝีมือขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ผู้แปลกประหลาดผู้นี้เลย นางนั้นอ่อนแอเกินไปจนยอดฝีมือขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่หลายคนถึงกับดูแคลน

ต่อให้ไปร่วมงานจริงๆ ก็คงเป็นเพราะต้องการไว้หน้าตระกูลตวนมู่ แต่ก็คงไปกันไม่มากนัก อย่างมากก็คงส่งตัวแทนไปร่วมงานเท่านั้น

และอีกสาเหตุสำคัญก็คือการมาเยือนของยุคแห่งความโกลาหลอย่างกะทันหัน

“บัดนี้ยุคแห่งความโกลาหลมาถึงแล้ว เกรงว่าผู้ที่จะเดินทางมายังตำหนักถังเซียงคงมีไม่กี่คน”

“อืม พวกเขาต่างต้องเตรียมรับมือกับยุคแห่งความโกลาหล หากมิอาจเอาชีวิตรอดในยุคสมัยนี้ได้ ก็มีแต่ต้องตกตายอย่างน่าอนาถ”

“ดังนั้น คนที่จะมาตำหนักถังเซียงจริงๆ ข้าเดาว่าหนึ่งในนั้นต้องมีตระกูลตวนมู่อย่างแน่นอน”

“และก็คงมีพันธมิตรของพวกเขาอีกเล็กน้อย”

ภายในห้องโถง หลี่ไท่สิงและหลิ่วเยียนหรานกำลังปรึกษาหารือกันถึงกลุ่มคนที่จะมาเยือนในครั้งนี้

พูดตามตรง หากมิใช่เพื่อสลัดปัญหาอันไม่รู้จบสิ้นนี้ทิ้งไป นางคงไม่เลือกใช้วิธีประกาศก้องไปทั่วโลกเบื้องบนเช่นนี้

ทว่าหลี่ไท่สิงกลับรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เขาเอ่ยขึ้นว่า “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะสามารถส่งเสียงไปได้ทั่วทั้งโลกเบื้องบน”

หากเป็นตัวเขาเองที่ต้องทำ เว้นแต่จะใช้ผลเพิ่มพลังล้านล้านเท่า มิเช่นนั้นก็คงไม่มีทางทำได้สำเร็จ

“อืม ขอเพียงบรรลุขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นสี่สิบห้าขึ้นไป ก็ล้วนสามารถทำเช่นนี้ได้เจ้าค่ะ” หลิ่วเยียนหรานอธิบาย

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง” หลี่ไท่สิงครุ่นคิด ในตอนนี้เขายังอยู่เพียงขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นยี่สิบเก้าเท่านั้น

ยังห่างไกลจากขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นสี่สิบห้าอีกยาวไกลนัก

“เอาล่ะ สิ่งที่ควรทำก็ทำไปแล้ว ต่อไปก็เพียงแค่รอเวลา” จู่ๆ หลิ่วเยียนหรานก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แต่ในใจก็ยังคงมีความกังวลซ่อนอยู่

หลี่ไท่สิงลุกขึ้นยืนพลางกล่าวว่า “แต่ดูเหมือนว่าปัญหาจะมาเร็วกว่าที่คิดนะ”

“เอ๊ะ?” หลิ่วเยียนหรานมีสีหน้างุนงง

“คนของตระกูลตวนมู่มาแล้ว”

“เร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เป็นไปไม่ได้กระมัง?”

นางเพิ่งจะส่งกระแสเสียงประกาศไปทั่วโลกเบื้องบน ต่อให้อีกฝ่ายจะรวดเร็วเพียงใด ก็ย่อมต้องใช้เวลาเดินทางอยู่บ้าง

ทว่านี่นางเพิ่งส่งเสียงไปไม่นาน อีกฝ่ายกลับมาถึงหน้าประตูแล้ว นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?

“แย่แล้ว! ในหมู่พวกเรามีคนทรยศ! น่าตายนัก!”

หลิ่วเยียนหรานเคยเป็นถึงฮ่องเต้ ย่อมเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง

นางย่อมรู้ได้ในทันทีว่าต้องเป็นคนภายในที่ส่งข่าวการกลับมาของนางออกไป

เมื่อตระหนักได้ว่ามีหนอนบ่อนไส้ นางก็โกรธจนตัวสั่น

แต่แล้วนางก็ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง “ต่อให้รู้ว่ามีคนทรยศแล้วจะทำกระไรได้?”

อันที่จริงหลิ่วเยียนหรานรู้เรื่องนี้มานานแล้ว

เพียงแต่ที่ผ่านมานางหลบซ่อนตัวอยู่ภายนอกตลอด ไม่ได้กลับมา จึงไม่ได้สืบสาวหาตัวคนทรยศ

ครั้งนี้เดิมทีก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ไม่นึกว่าจะมีคนทรยศอยู่จริงๆ

“คุณชายหลี่ ตอนนี้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”

ตระกูลตวนมู่มาถึงเร็วเพียงนี้ ย่อมต้องมาเพื่อหาเรื่องเป็นแน่

ข้อนี้ หลิ่วเยียนหรานไม่ต้องคิดก็รู้

“วางใจเถอะ มาดีก็ต้อนรับ มาร้ายก็สังหารทิ้ง” หลี่ไท่สิงกล่าวอย่างไม่แยแส

เขายกจอกสุราบนโต๊ะขึ้นจิบหนึ่งคำ ก่อนจะวางมันลง

“ไปกันเถอะ ไปจัดการปัญหาสักหน่อย” หลี่ไท่สิงลุกขึ้นเอ่ย

“เจ้าค่ะ” หลิ่วเยียนหรานไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เมื่อเห็นหลี่ไท่สิงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจเช่นนี้ นางก็รู้สึกราวกับมีที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่ง

‘น่าเสียดายนัก ที่คุณชายหลี่รักภรรยาของเขามาก’ หลิ่วเยียนหรานรู้สึกเศร้าสร้อยในใจอย่างบอกไม่ถูก

ช่างยากเย็นนักกว่านางจะพึงใจในบุรุษสักคน ทว่าเขากลับมีเจ้าของเสียแล้ว

ภายนอกตำหนักถังเซียง

เรือเหาะลำมหึมาแหวกห้วงมิติปรากฏขึ้นเบื้องหน้าตำหนักถังเซียงอย่างกะทันหัน บนลำเรือมีอักษรคำว่า ‘ตวนมู่’ สลักไว้อย่างเด่นชัด

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายคือคนของตระกูลตวนมู่

“คนของตระกูลตวนมู่!”

เวลานี้ ทั่วทั้งตำหนักถังเซียงกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นในอีกเจ็ดวันข้างหน้า

ทว่าการมาเยือนอย่างไม่คาดฝันของตระกูลตวนมู่ ทำให้เหล่าทหารยามและนางกำนัลต่างพากันตื่นตระหนก

“เรือเหาะของตระกูลตวนมู่ พวกมันมาทำอะไรกัน?”

“ยังต้องถามอีกหรือ? ก็ต้องมาเพราะเรื่องของเจ้าตำหนักน่ะสิ!”

“แต่ข่าวของเจ้าตำหนักเพิ่งจะประกาศออกไป เหตุใดพวกมันถึงมาถึงเร็วเพียงนี้?”

“นั่นสิ! แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดี?”

พวกเขาต่างหวาดกลัวว่าตระกูลตวนมู่จะลงมือกับตำหนักถังเซียง ซึ่งตำหนักถังเซียงที่อ่อนแอย่อมไม่มีทางต่อกรกับตระกูลตวนมู่อันทรงพลังได้เลย

“เจ้าตำหนักเสด็จ!”

ในตอนนั้นเอง หลิ่วเยียนหรานก็ปรากฏกายขึ้นบนกำแพงเมือง ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าองครักษ์และนางกำนัล

ส่วนหลี่ไท่สิงไม่ได้ตามนางออกมาด้วย

เขาให้นางออกไปรับหน้าก่อน ส่วนตนเองคอยสังเกตการณ์อยู่ในที่ลับ

“ตระกูลตวนมู่มาเยือน ไม่ทราบว่ามีธุระอันใด?”

“หลิ่วเยียนหราน นังแพศยา! กล้าดีอย่างไรมาประกาศเรื่องแต่งงาน คิดจะรนหาที่ตายรึ!”

ระหว่างทาง ตวนมู่ซิ่วก็ได้ยินกระแสเสียงของหลิ่วเยียนหรานเช่นกัน

เมื่อรู้ว่านางจะแต่งงานในอีกเจ็ดวัน เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

พอได้เผชิญหน้ากัน ก็สบถด่าออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

ในสายตาของตวนมู่ซิ่ว หลิ่วเยียนหรานเป็นของเขา

ไม่เพียงแค่ร่างกาย แม้แต่การบำเพ็ญเพียรของเขาก็ยังต้องการนาง

ขอเพียงได้นางมา เขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ กลายเป็นยอดฝีมือรุ่นใหม่ได้

นี่คือโอกาสเดียวของเขา

‘ข้าไม่มีทางพลาดโอกาสนี้ไปแน่ หลิ่วเยียนหราน เจ้าคือผู้หญิงของข้า!’ ตวนมู่ซิ่วคำรามในใจ

ส่วนหลิ่วเยียนหรานเมื่อได้ยินวาจาของตวนมู่ซิ่ว ใบหน้างามก็เย็นชาดุจน้ำแข็ง

“ตวนมู่ซิ่ว ระวังปากของเจ้าด้วย!”

“เฮอะ! นังตัวดี เจ้ามันก็แค่ผู้หญิงของข้า! ทั้งชีวิตนี้ก็เป็นได้แค่ของข้า! มีเพียงข้าเท่านั้นที่จะทิ้งเจ้าได้ เจ้าถึงจะมีสิทธิ์ไปหาชายอื่น! ไม่สิ! ต่อให้ข้าทิ้งเจ้าไปแล้ว ข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าไปเป็นของชายอื่น ข้าจะกักขังเจ้าไว้ ขังไปจนวันตาย!”

ตวนมู่ซิ่วประกาศกร้าวอย่างโอหัง ทำเอาหลิ่วเยียนหรานโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ

หลี่ไท่สิงได้ยินคำพูดเหล่านั้น จึงส่งกระแสเสียงไปหาหลิ่วเยียนหราน “ให้ข้าจัดการมันเลยหรือไม่?”

“ไม่เจ้าค่ะ อย่าเพิ่ง”

พอได้ยินเสียงของหลี่ไท่สิง ความโกรธเกรี้ยวของหลิ่วเยียนหรานก็พลันสงบลงราวกับได้รับการปลอบประโลม นางควบคุมสติอารมณ์ของตนเองได้ในทันที

“ตวนมู่ซิ่ว เจ้ามันคนไร้ยางอาย! ข้าไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับเจ้าให้มากความ การมาของพวกเจ้าในครั้งนี้ หากมาดีข้าก็จะต้อนรับ แต่หากมาร้าย ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”

สิ้นเสียงของหลิ่วเยียนหราน พลันมีเสียงหัวเราะดังกึกก้องมาจากเรือเหาะของตระกูลตวนมู่

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะนั้นทรงพลังและดังกังวาน ราวกับจะปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน

สีหน้าของหลิ่วเยียนหรานเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางรู้ว่ามียอดฝีมือมาเพิ่มอีกคนแล้ว

“หลิ่วเยียนหราน พวกเรามาครั้งนี้ก็เพื่อเจ้า ขอเพียงเจ้าไปกับพวกเราแต่โดยดี เราจะไม่แตะต้องทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่แม้แต่ปลายเล็บ มิเช่นนั้น ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”

ร่างของตวนมู่สงปรากฏขึ้นที่กราบเรือ

ร่างกายสูงใหญ่ของเขาแบกดาบยักษ์เล่มหนึ่งไว้บนบ่า ส่งผลให้ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ใบหน้าหยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นลึก ทำให้ดูดุร้ายน่ากลัวราวกับอสูรจากขุมนรก

แววตาของเขาฉายแววอำมหิต ราวกับพยัคฆ์ร้ายกระหายเลือดที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ ทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสะท้านจนไม่กล้าสบตา

“ที่แท้ก็คือผู้อาวุโสลำดับที่สองแห่งตระกูลตวนมู่ ตวนมู่สงนี่เอง นึกไม่ถึงว่าท่านจะมาด้วยตนเอง”

“หึ! หลิ่วเยียนหราน แต่งงานกับนายน้อยของข้าเสียดีๆ อย่างน้อยเจ้าก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้”

“แล้วถ้าข้าไม่ยอมเล่า?”

“เฮอะๆ เจ้าบอกว่ามีสามีแล้วมิใช่รึ? เรียกมันออกมาสิ!” ตวนมู่สงยิ้มเยาะ

“ท่านคิดจะทำอะไร?” หลิ่วเยียนหรานสัมผัสได้ถึงเจตนาที่ไม่ดีของตวนมู่สง

“เรียกมันออกมาประลองกับคนของเรา หากมันชนะ พวกเราจะกลับไปทันที แต่ถ้ามันแพ้ เจ้าต้องมาเป็นคนของนายน้อยข้า” ตวนมู่สงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

หลิ่วเยียนหรานกำลังจะปฏิเสธ แต่หลี่ไท่สิงกลับส่งกระแสเสียงมาว่า “รับปากเขาไป”

เพราะในเวลานี้ หลี่ไท่สิงได้รับภารกิจจากระบบแล้ว

【ติ๊ง! เปิดใช้งานภารกิจใหม่: เอาชนะสื่อฮ่าว】

หลี่ไท่สิงรับภารกิจในทันที และรู้แล้วว่าคู่ต่อสู้คนต่อไปของเขาคือใคร

แม้สื่อฮ่าวจะมีพลังถึงขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นสามสิบ แต่ในสายตาของหลี่ไท่สิงแล้ว เขาก็เป็นเพียงเศษสวะชิ้นหนึ่งเท่านั้น

“ตกลง”

เพราะหลี่ไท่สิงเป็นผู้สั่ง หลิ่วเยียนหรานที่เดิมทีตั้งใจจะปฏิเสธ จึงเปลี่ยนใจตอบตกลงในทันที

“หือ?” ตวนมู่สงประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดว่าหลิ่วเยียนหรานจะไม่ยอมรับคำท้า

หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะได้ดำเนินการตามแผนขั้นต่อไป

แต่ตอนนี้นางกลับตอบตกลงอย่างง่ายดาย

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เชิญบุรุษของเจ้าออกมาได้แล้ว” ตวนมู่สงกล่าวเสียงเย็น

“โอ๊ะ รีบร้อนถึงเพียงนั้นเชียว” ทันใดนั้น ร่างของหลี่ไท่สิงก็ปรากฏขึ้นเหนือป้อมปราการ เขานั่งอยู่บนสันหลังคา พลางทอดสายตามองไปยังเรือเหาะฝั่งตรงข้าม

“มะ...เป็นมัน!”

“หือ?” ตวนมู่สงหันไปมองตวนมู่ซิ่วด้วยความสงสัย

“มันนั่นแหละที่ลอบโจมตี สังหารมู่เว่ยเต้า ทั้งยังทำลายคันธนูเทียนฉานอีกด้วย!”

“ซี้ด... เจ้าหนูนี่ร้ายกาจถึงเพียงนั้นเชียวรึ? แต่เหตุใดข้าสัมผัสได้เพียงพลังขอบเขตมรรคาวิถีที่ยิ่งใหญ่ขั้นยี่สิบเก้าเท่านั้นเล่า?”

“เป็นเช่นนั้นหรือ?”

“ใช่แล้ว”

เวลานี้ ดวงตาของตวนมู่ซิ่วแดงก่ำ เขาบีบไหล่ของสื่อฮ่าวแน่น “ฟังนะ สื่อฮ่าว ประเดี๋ยวเจ้าห้ามแพ้โดยเด็ดขาด!”

“ขอรับ นายน้อย”

พอตวนมู่ซิ่วเห็นว่าบุรุษผู้นั้นคือหลี่ไท่สิง เขาก็เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา

แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวสื่อฮ่าว

ขอเพียงสื่อฮ่าวสามารถวางยาพิษใส่หลี่ไท่สิงได้สำเร็จ และระวังตัวอีกสักหน่อย ก็ย่อมสามารถยื้อเวลาจนสังหารมันได้เป็นแน่

ทว่าในใจของสื่อฮ่าวกลับกำลังตื่นตระหนกอย่างรุนแรง

นึกไม่ถึงว่าหลี่ไท่สิงจะสามารถสังหารมู่เว่ยเต้าได้

เขารู้ฝีมือของมู่เว่ยเต้าดี หากสู้กันซึ่งหน้าโดยไม่ใช้พิษ เขาไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของมู่เว่ยเต้าได้อย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งกว่าหาใช่การตายของมู่เว่ยเต้า แต่เป็นเรื่องที่บุรุษชุดขาวตรงหน้าสามารถฟันคันธนูเทียนฉานจนขาดสะบั้นได้ต่างหาก!

‘ดูท่าอาวุธของอีกฝ่ายจะไม่ธรรมดา ข้าต้องระวังตัวให้มาก!’ สื่อฮ่าววางแผนรับมืออยู่ในใจ

จบบทที่ บทที่ 420: รับคำท้า

คัดลอกลิงก์แล้ว