เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42: แลกซื้อหน้ากากอสูร

บทที่ 42: แลกซื้อหน้ากากอสูร

บทที่ 42: แลกซื้อหน้ากากอสูร


ภูเขาหลินเถี่ย

เมื่อหลี่ไท่สิงมาถึงภูเขาหลินเถี่ย ก็ได้พบกับศิษย์ผู้เฝ้าประตูเขา และแจ้งจุดประสงค์ในการมาของตน

“เจ้าบอกว่า เจ้าคือหลี่ไท่สิง ศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสลำดับที่ห้างั้นรึ”

เมื่อได้ยินคำแนะนำตัวของหลี่ไท่สิง ศิษย์เฝ้าประตูก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

“ขอรับ ศิษย์พี่”

เมื่อได้รับการยืนยัน ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองจึงสบตากัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “เจ้ามาที่นี่ทำไม”

“ข้าต้องการเข้าพบผู้อาวุโสลำดับที่สาม”

“ฝันไปเถอะ ท่านอาจารย์ของพวกเราไม่พบเจ้าหรอก กลับไปเสีย”

ด้วยชื่อเสียงของหวังเสวียนอู่ในนิกายเสวียนเทียน คาดว่าคงมีเพียงเจ้าสำนักจ้าวเวิ่นเทียน และผู้อาวุโสลำดับที่เจ็ดจูฉิงเท่านั้นที่ยังพอจะทนได้ ส่วนผู้อาวุโสคนอื่นๆ เมื่อเห็นนาง มีใครบ้างที่ไม่เดินเลี่ยง

สำหรับศิษย์ของหวังเสวียนอู่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ด้วยเหตุนี้ ศิษย์เฝ้าประตูจึงไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อาวุโสลำดับที่สาม เผื่อว่ามีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นจะได้ไม่ถูกลงโทษไปด้วย

“ศิษย์พี่ทั้งสอง พอจะผ่อนปรนให้สักหน่อยได้หรือไม่” หลี่ไท่สิงพูดพลางหยิบถุงหินปราณสองใบออกมาทันที

เขากวาดตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสังเกต จึงเดินเข้าไปหาศิษย์เฝ้าประตูทั้งสอง แล้วยัดถุงหินปราณให้คนละใบ

จากนั้น หลี่ไท่สิงก็ถอยกลับไปยืนที่เดิม ประสานมือคารวะแล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่ทั้งสอง รบกวนด้วย”

“หากช่วยให้ข้าได้พบผู้อาวุโสลำดับที่สาม ยังมีรางวัลน้ำใจให้อีก”

ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองคน เมื่อเห็นถุงหินปราณที่หนักอึ้งในมือ ก็พลันเบิกตากว้าง มองหลี่ไท่สิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ พลางคิดในใจ ‘เจ้าเด็กนี่รู้จักเข้าหาคนเสียจริง!’

“ข้างในมีหินปราณหนึ่งร้อยก้อน หลังจากเรื่องสำเร็จ ข้าจะให้อีกคนละสองร้อยก้อน”

คราวนี้ ทั้งสองคนถึงกับตะลึงงัน ศิษย์เฝ้าประตูเช่นพวกเขา เดือนหนึ่งได้รับหินปราณอย่างมากก็แค่สิบก้อน แต่นี่คือหนึ่งร้อยก้อนเต็มๆ พวกเขามองถุงหินปราณในมือแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

“เอ่อ... หรือเราจะลองดูสักตั้ง อย่างมากก็แค่ไปส่งสารเท่านั้น”

“อืม... ข้าว่าพอจะเสี่ยงได้อยู่”

ดังนั้น ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองจึงยอมรับสินบนของหลี่ไท่สิง แต่เนื่องจากต่างก็กลัวจะถูกลงโทษ จึงตัดสินใจเป่ายิงฉุบกัน สุดท้ายผู้แพ้จึงต้องเป็นคนไปรายงาน

เมื่อหลี่ไท่สิงเห็นว่าพวกเขาตกลงแล้ว มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกลับสู่สภาพปกติในพริบตา

ระหว่างที่ศิษย์คนหนึ่งไปแจ้งข่าว หลี่ไท่สิงก็ฉวยโอกาสตีสนิทกับศิษย์ที่เหลืออยู่

“ศิษย์พี่ ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสลำดับที่สาม... สนใจของเช่นนี้หรือไม่” หลี่ไท่สิงเข้าไปกระซิบใกล้ๆ พร้อมกับชูถุงหินปราณอีกใบขึ้นมา

ศิษย์เฝ้าประตูมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าปลอดคนแล้วจึงกวักมือเรียกเงียบๆ

หลี่ไท่สิงเห็นดังนั้น ก็ยื่นให้โดยไม่ลังเล

อีกฝ่ายรับไปพลางเผยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่เลว รู้ความดีนี่”

แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก

หลี่ไท่สิงจึงคาดเดาได้ในใจ ท่าทีของอีกฝ่ายก็เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า ผู้อาวุโสลำดับที่สามก็เป็นคนละโมบเช่นกัน

นี่เป็นเพราะคำพูดของท่านอาจารย์เมื่อคืนนี้ที่ว่า ‘มีเงินเสียอย่าง จะทำอะไรก็ย่อมได้’

มิเช่นนั้น หลี่ไท่สิงคงไม่ถามคำถามนี้ออกไป

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ศิษย์คนนั้นก็กลับลงมาแล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ให้เข้าพบ!”

“ยอดเยี่ยม ขอบคุณศิษย์พี่มาก”

“ไม่เป็นไร”

จากนั้น หลี่ไท่สิงก็มอบหินปราณให้ทั้งสองคนอีกคนละสองร้อยก้อนตามสัญญา ทำให้ศิษย์เฝ้าประตูทั้งสองดีใจจนเนื้อเต้น

หลี่ไท่สิงเข้าไปในภูเขาหลินเถี่ย เมื่อถึงเรือนบนยอดเขา ก็ได้พบกับผู้อาวุโสลำดับที่สาม จ้าวเต๋อจู้

จ้าวเต๋อจู้มีรูปร่างสูงโปร่ง ไว้หนวดเคราเป็นรูปอักษรแปด[1] ท่าทางดูเจ้าเล่ห์แสนกล

เขามองมาที่หลี่ไท่สิงแล้วเอ่ยถาม “หลี่ไท่สิง เจ้ามาหาข้าถึงที่นี่ มีธุระอันใด”

เมื่อหลี่ไท่สิงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนละโมบ ก็ไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป จึงเอ่ยอย่างมีความนัยว่า “ที่นี่พูดคุยสะดวกหรือไม่ ข้ามีของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ท่าน”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“ท่านผู้อาวุโสลำดับที่สาม ข้าต้องการซื้อหน้ากากอสูรของท่าน” พูดจบ หลี่ไท่สิงก็ยื่นถุงหินปราณหนึ่งหมื่นก้อนให้จ้าวเต๋อจู้

จ้าวเต๋อจู้ตกตะลึงกับการกระทำของหลี่ไท่สิง

“หนึ่งหมื่นก้อน”

“ใช่”

“เจ้าคิดจะใช้หินปราณเพียงหนึ่งหมื่นก้อนซื้อหน้ากากอสูรของข้างั้นรึ” แม้ว่าหินปราณหนึ่งหมื่นก้อนจะมากมาย แต่จ้าวเต๋อจู้ก็ไม่คิดจะขายมันง่ายๆ

“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ผู้อาวุโสลำดับที่สาม นี่เป็นเพียงของกำนัลสำหรับการพบกันครั้งแรกเท่านั้น เพียงแค่ท่านยอมขายหน้ากากอสูร ราคาก็ต่อรองกันได้ แน่นอนว่าราคาต้องสมเหตุสมผล มิเช่นนั้นหากท่านอาจารย์ของข้ารู้เข้า เกรงว่าจะมีเรื่องยุ่งยากตามมา” หลี่ไท่สิงอ้างชื่ออาจารย์ของตน พลางแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ

‘เจ้าเด็กนี่... พบหน้าครั้งแรกก็มอบหินปราณให้ข้าหนึ่งหมื่นก้อน ช่างใจกว้างเสียจริง!’ ผู้อาวุโสลำดับที่สามตกใจอย่างมาก

เขารู้ดีว่าหินปราณหนึ่งหมื่นก้อนมีมูลค่ามหาศาลเพียงใด แต่อีกฝ่ายกลับมอบให้เป็นของกำนัลแรกพบหน้ากันง่ายๆ

ทว่าเขาก็รู้เช่นกันว่าหลี่ไท่สิงย่อมมีเรื่องมาขอร้อง

เมื่อได้ยินคำขอของหลี่ไท่สิง เขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “เอาอย่างนี้แล้วกัน หนึ่งแสนก้อน ข้าจะขายหน้ากากอสูรให้เจ้า”

จ้าวเต๋อจู้ไม่กล้าโก่งราคาสูงไปกว่านี้ เพราะหากเรื่องนี้รู้ถึงหูหวังเสวียนอู่ ด้วยนิสัยของนางแล้ว คงไม่ปล่อยเขาไว้แน่

“ตกลง” หลี่ไท่สิงตอบรับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

การกระทำนี้ทำให้จ้าวเต๋อจู้ประหลาดใจเล็กน้อย พลางคิดในใจ ‘ข้าแค่ลองเรียกราคาไปส่งๆ เจ้าเด็กนี่มีหินปราณหนึ่งแสนก้อนจริงๆ หรือ’

หินปราณหนึ่งแสนก้อน อย่าว่าแต่ตัวเขาเลย แม้แต่ทั้งสำนักจะนำออกมาก็ยังเป็นเรื่องใหญ่ แต่หลี่ไท่สิงกลับบอกว่าสามารถนำออกมาได้ง่ายๆ อย่างนั้นรึ

แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจ้าเด็กนี่ใช้หินปราณหนึ่งหมื่นก้อนเป็นของกำนัลแรกพบ เขาก็ต้องยอมรับว่าฐานะทางการเงินของเด็กคนนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง

ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกอิจฉาหวังเสวียนอู่ขึ้นมาจับใจ ที่หาศิษย์ร่ำรวยเช่นนี้มาได้

“ตกลง” เมื่อเห็นหลี่ไท่สิงตกลง จ้าวเต๋อจู้ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก เขานำหน้ากากอสูรออกมา พร้อมกับอธิบายสรรพคุณของมันให้หลี่ไท่สิงฟัง

“หน้ากากอสูรชิ้นนี้ข้าได้มาโดยบังเอิญ มันสามารถบดบังใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าจากสายตาผู้อื่นได้ แม้กระทั่งซ่อนเร้นระดับพลังที่แท้จริงของเจ้า ข้าเคยทดลองแล้ว ตราบใดที่ยังไม่ถึงขอบเขตข้ามทัณฑ์สวรรค์ ก็ไม่มีผู้ใดสามารถมองทะลุระดับพลังที่แท้จริงของเจ้าได้”

“โอ้... ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้เชียว”

“นั่นแน่อยู่แล้ว”

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสลำดับที่สามมาก”

หลี่ไท่สิงรับหน้ากากอสูรที่มีใบหน้าดุร้ายน่าเกรงขามมา พร้อมกับมอบหินปราณหนึ่งแสนก้อนให้จ้าวเต๋อจู้

หลังจากจ้าวเต๋อจู้ได้รับหินปราณหนึ่งแสนก้อน ก็ลิงโลดใจอย่างยิ่ง แต่ยังคงเก็บอาการไว้ภายนอก ทำทีเป็นสงบนิ่งเช่นเดิม

“เอาล่ะ เจ้าไปได้แล้ว”

“ขอรับ ท่านผู้อาวุโส เช่นนั้นศิษย์ขอตัวลา”

“อืม ไปได้แล้ว”

จ้าวเต๋อจู้แทบจะรอให้หลี่ไท่สิงจากไปไม่ไหว เขาจะได้ชื่นชมหินปราณหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นก้อนของตนอย่างเป็นสุข

ส่วนหลี่ไท่สิงหลังจากได้หน้ากากอสูรมา ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาถือมันไว้ในมือก่อนจะเดินจากภูเขาหลินเถี่ยไป

ในขณะนั้นเอง เขาก็ได้รับการสื่อสารทางจิตจากหวังเสวียนอู่

“ศิษย์ข้า กลับมาที่ยอดเขา ของที่เจ้าต้องการเตรียมพร้อมแล้ว”

หลี่ไท่สิงได้ยินเสียงที่ดังมาจากป้ายชื่อเฟิง จึงตอบกลับไปว่า “ขอรับ ท่านอาจารย์ ศิษย์จะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้”

หลี่ไท่สิงกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นผู้ใดจับตามองอยู่ ก็ใช้ทักษะเคลื่อนย้ายในพริบตากลับไปยังภูเขาชื่อเฟิงทันที

[1] หนวดที่โค้งลงสองข้างคล้ายตัวอักษรจีน แปด (ปา) ที่แปลว่าแปด

จบบทที่ บทที่ 42: แลกซื้อหน้ากากอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว