เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ไปหาเอาเอง ฉันวางไว้ที่...

ตอนที่ 17 ไปหาเอาเอง ฉันวางไว้ที่...

ตอนที่ 17 ไปหาเอาเอง ฉันวางไว้ที่...


ตอนที่ 17 ไปหาเอาเอง ฉันวางไว้ที่...

หลังจากกลับถึงถนนตะวันออก สวีเซินไม่ได้ตรงกลับไปที่อู่ซ่อมรถ

แต่เขาเดินลัดเลาะไปตามเขตที่พักอาศัยซอมซ่ออยู่หลายรอบ จนมาหยุดอยู่หน้าลานบ้านหลังหนึ่ง

ลานบ้านดูเก่าคร่ำครึ รกร้างไปด้วยวัชพืช

ตรงกลางลานมีกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่ ผนังหลุดล่อน หลังคาผุพัง ดูเหมือนจะพังมิพังแหล่

หน้ากระท่อมมีเก้าอี้ไม้โยกเก่าๆ ตัวหนึ่ง ชายชราหลังค่อมเล็กน้อยกำลังนอนทอดกายอยู่บนนั้น

เขาสวมเสื้อผ้าเรียบง่าย หลับตาพริ้ม สีหน้าดูผ่อนคลายไร้กังวล

ในมือถือวิทยุเก่าๆ เครื่องหนึ่ง

สวีเซินผลักประตูรั้วแล้วเดินตรงเข้าไป

"ไอ้ลูกหมา ไม่เห็นมีของติดไม้ติดมือมาด้วย ยังจะกล้ามาหาข้าอีกเรอะ?"

เดินไปได้แค่สองก้าว ชายชราก็ลืมตาโพลง เผยให้เห็นดวงตาขุ่นมัวที่ไร้แวว

เขาคว้าถ้วยชาข้างตัวขว้างใส่สวีเซินอย่างแม่นยำ

ถ้วยชาพุ่งแหววกอากาศมาตรงหน้าสวีเซินพร้อมเสียงหวีดหวิว

สวีเซินหน้าตึง ยื่นมือออกไปรับ

เพล้ง!

ถ้วยชาแตกกระจายคามือ

"ตาแก่ ยังไม่ตายอีกเหรอ?"

สวีเซินเดินบ่นกระปอดกระแปดเข้าไปหา แล้วหาที่นั่งลง

"ข้าตายทีหลังเอ็งแน่นอน" ชายชราตอบเรียบๆ

ทันใดนั้น จมูกเขากระตุกเล็กน้อย แล้วลุกพรวดขึ้นนั่ง

ดวงตาที่มองไม่เห็นราวกับจะจ้องทะลุร่างสวีเซิน

"ตาบอดแท้ๆ จะมาแกล้งทำเป็นมองเห็นทำไม?" สวีเซินชูนิ้วกลางใส่

"เอ็งไปเจอไอ้แก่หนังเหนียวคนนั้นมาแล้วสินะ?" ชายชราตาบอดเอ่ยเสียงเบา

สวีเซินมุมปากกระตุก "สภาพแกดูแก่กว่าเขาตั้งเยอะ ยังกล้าไปเรียกเขาแบบนั้นอีกเหรอ?"

แต่จากคำพูดของชายชรา สวีเซินมั่นใจทันทีว่าสองคนนี้ต้องรู้จักกันแน่!

"บอกมาสิ ตกลงแกเป็นใครกันแน่? อยู่มาจนป่านนี้ น่าจะมีชื่อมีแซ่บ้างสิ?" สวีเซินถาม

สมัยที่เขาเริ่มหากินแถวถนนตะวันออก เคยมีเรื่องกับคนที่พยายามขโมยของ

อีกฝ่ายพาลูกน้องมารุมกระทืบ เขาเลยหนีหัวซุกหัวซุนมาจนถึงที่นี่ และถูกชายชราคนนี้เจอเข้า

ชายชราไม่พูดพร่ำทำเพลง จับเขาสั่งสอนก่อนเลยหนึ่งยก

จากนั้นก็บังคับให้สวีเซินเอาอาหารมาส่งทุกเดือน ถ้าอารมณ์ดีก็จะสอนวิชาให้สักสองสามท่า

แค่วิชาไม่กี่ท่านี้ ก็พอให้เขายืนหยัดอยู่บนถนนตะวันออกได้แล้ว

ตอนนั้นเขานึกว่าเจอปรมาจารย์เข้าให้แล้ว เลยทำตามอย่างว่าง่าย

มารู้ทีหลังว่า ที่แกบอกจะสอน 'ไม่กี่ท่า' แกหมายความตามนั้นจริงๆ

หมัดตรงหนึ่งท่า วิชาซ่อนลมปราณหนึ่งท่า แล้วก็ท่าลอบกัดอีกหนึ่งท่า... ถึงจะมีแค่สามท่า แต่ก็ช่วยชีวิตสวีเซินมานักต่อนักแล้ว

เขาไม่อยากผิดคำพูด เลยเอาอาหารมาส่งให้ชายชราทุกเดือนต่อไป

พอนึกย้อนกลับไป สามท่านี้มันใช้ได้ผลชะงัดจริงๆ แทบไม่เคยพลาด... ทั้งสองคนต่างไม่รู้ชื่อของกันและกัน

อีกฝ่ายเรียกเขาว่า "ไอ้ลูกหมา" ส่วนเขาก็เรียกอีกฝ่ายว่า "ตาแก่"

"ข้าก็แค่คนแก่ตาบอดที่รอวันตาย" ชายชราตอบปัด

"อย่ามาตอแหล! เจียงหรูเยว่รู้จักแก ยังจะมาบอกว่าเป็นแค่คนแก่ธรรมดาอีกเหรอ?"

สวีเซินจ้องมองชายชราเขม็ง

ยิ่งมอง เขาก็ยิ่งตกตะลึง

หลังจากกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ประสาทสัมผัสของเขาก็เฉียบคมขึ้น

ตอนนี้เขาเพิ่งค้นพบว่า พลังภายในของชายชราตาบอดคนนี้ช่างมหาศาลและน่าเกรงขามยิ่งนัก!

แม้จะไม่ใช่พลังเลือดลม แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง!

ถ้าเขาไม่ได้ฝึกเก้าทัศนาเซียนโยวและมีลวดลายยุทธ์ เขาคงดูไม่ออกเลยว่าพลังภายในของชายชราน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้!

ชายชราแสยะยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของสวีเซิน

"ไอ้แก่หนังเหนียวนั่นไม่กล้ามาเจอข้าเอง เลยส่งเอ็งที่เป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆ มาแทนสินะ มันฝากอะไรมาบอกบ้างล่ะ?"

"เขาไม่ได้ฝากอะไรมา ฉันถึงต้องมาถามแกนี่ไง" สวีเซินส่ายหน้า

"ฮึ..."

ชายชราแค่แค่นเสียง แล้วจู่ๆ ก็จิ้มนิ้วใส่สวีเซิน!

ทันใดนั้น ลมปราณรุนแรงพุ่งออกจากปลายนิ้ว พร้อมเสียงหวีดหวิว หมุนวนพุ่งตรงไปยังระหว่างคิ้วของสวีเซิน!

สวีเซินเอียงหัวหลบวูบ ร่างกายดีดตัวไปด้านข้างทันที

รู้สึกแสบร้อนที่ใบหู เลือดซึมออกมา

"แกบ้าไปแล้วเหรอ?" สวีเซินด่าด้วยความโกรธ

ชายชราไม่พูดสักคำ แบมือที่เหี่ยวย่นออก

นิ้วทั้งห้ากางออก แต่ละนิ้วดูเหมือนอัดแน่นด้วยพลังมหาศาล

เพียงแค่ขยับเบาๆ ลมปราณคมกริบห้าสาย ราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง ก็พุ่งเข้าใส่สวีเซินทันที พร้อมเสียงแหวกอากาศหวีดหวิว!

"บ้าเอ๊ย!"

ลวดลายยุทธ์ปรากฏขึ้นบนหลังมือสวีเซิน พลังเลือดลมปะทุ

เขาปล่อยหมัดสวนออกไป เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น

ลมปราณทั้งห้าสายแตกกระจายทันที!

สวีเซินพุ่งเข้าหาชายชรา ซัดหมัดตรงเข้าที่หน้าอกแกอย่างจัง!!

ตูม!

เก้าอี้โยกใต้ร่างชายชราระเบิดเป็นจุณ อากาศรอบข้างสั่นสะเทือน

แววตาของสวีเซินเป็นประกายวูบ!

ชายชราคนนี้ใช้นิ้วแค่สองนิ้วรับหมัดเต็มแรงของเขาไว้ได้!

"ไอ้ลูกหมา..."

สีหน้าชายชราฉายแววแปลกใจ นิ้วทั้งสองสั่นระริกเล็กน้อย

ชั่วพริบตา พลังมหาศาลราวกับคลื่นยักษ์ถาโถมก็แผ่ออกมา กระแทกสวีเซินกระเด็น!

พลังนี้รุนแรงมาก สวีเซินต้านทานไม่ได้เลย ร่างลอยละลิ่วไปกระแทกพื้นอย่างแรง!

พริบตาเดียว ชายชราก็มายืนอยู่ตรงหน้าสวีเซิน ไพล่หลัง ร่างที่เคยหลังค่อมกลับยืดตรง

แม้จะยังดูผอมแห้ง แต่กลับแผ่แรงกดดันมหาศาลออกมาอย่างน่าประหลาด

"เอ็งไปฝึกวิชาอะไรมา?" ชายชราถามเสียงต่ำ

สวีเซินแสยะยิ้ม ตะเกียกตะกายลุกขึ้น

เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ทำหน้าลึกลับ

"อยากรู้เหรอ? ไปหาเอาเองสิ ฉันวางไว้ที่..."

ผัวะ!

ชายชราตบกบาลสวีเซินเข้าให้ แทบจะสมองกระทบกระเทือน

"เลิกเล่นลิ้น แล้วรีบบอกมา! เอ็งไปเอาเคล็ดวิชาฝึกกายเนื้อมาจากไหน?"

"ของพรรค์นี้ นอกจากตระกูลนั้นแล้ว มันสาบสูญไปนานแล้ว แม้แต่หอซินหั่วก็ไม่มี"

สวีเซินอึ้งไป เขาคิดว่าชายชราคงรู้อะไรบางอย่าง

พลังเลือดลมของเขา แม้จะเกี่ยวข้องกับเคล็ดวิชา แต่หลักๆ มาจากลวดลายยุทธ์ต่างหาก

"นี่เป็นความลับของฉัน คิดว่าฉันจะบอกเหรอ?" สวีเซินตอบกวนๆ

ชายชราแสยะยิ้ม "ไม่บอกใช่ไหม? งั้นก็รอนรกมาเยือนได้เลย"

"ถ้าจะซวย ก็อย่าลากฉันไปซวยด้วยแล้วกัน"

พูดจบ แกก็แวบหายเข้าไปในกระท่อม

สวีเซินขมวดคิ้ว ทำไมวันนี้ตาแก่ดูผิดปกติจัง?

"อธิบายมาให้ชัดๆ ซวยเรื่องอะไร?" สวีเซินเดินตามเข้าไป

"ข้าเพิ่งบอกไปไง เคล็ดวิชาฝึกกายเนื้อ มีแค่ตระกูลเดียวที่ครอบครอง และมันคือรากฐานความยิ่งใหญ่ของพวกมัน"

"ตอนนี้มีเอ็งโผล่มาอีกคน คิดว่าพวกมันจะดึงตัวเอ็งไปพวก หรือจะฆ่าเอ็งทิ้งล่ะ?"

ชายชราเอนตัวพิงโซฟาเก่าๆ แสยะยิ้ม

"วาสนาของฉันเกี่ยวอะไรกับพวกมัน? จะมาฆ่ากันดื้อๆ ได้ไง?" สวีเซินถลึงตา

"ก็แค่หาข้ออ้างว่าเอ็งขโมยของพวกมันมาไง"

"..."

สวีเซินเดินไปนั่งลงข้างๆ มองชายชราด้วยสีหน้าจริงจัง

"ตกลงแกเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้เรื่องพวกนี้ดีนัก?"

"แล้วแกกับเจียงหรูเยว่เกี่ยวข้องกันยังไง?"

"หว่อ เนิน เตี่ย (พ่อมึงตาย)"

"อะไรนะ? แซ่หว่อ?" สวีเซินทำหน้าครุ่นคิด

ชายชราพูดไม่ออก "สมัยนี้ วัยรุ่นลืมมุกตลกเก่าๆ ไปหมดแล้วสินะ น่าเบื่อจริงๆ เฮ้อ..."

สวีเซินเริ่มโมโห เวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ตายังจะมาเล่นมุกอีก

"เออๆ ข้าเกิดยุคเดียวกับเจียงหรูเยว่ แค่แก่กว่ามันนิดหน่อย พอใจยัง?"

"ส่วนชื่อข้า ข้ายังไม่อยากบอกตอนนี้" ชายชราโบกมือ พูดปัดๆ

"แล้วตระกูลที่ว่านั่นมันยังไง? แล้วพลังของแกเมื่อกี้..."

สวีเซินสูดหายใจลึก จ้องมองชายชราอย่างจับผิด

"ตระกูลนั้นแซ่เฉิง..." สีหน้าชายชราดูแปลกไป

แกคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้น

"เอาเป็นว่า ถ้าเอ็งเจอใครแซ่เฉิงที่ร่างกายแข็งแกร่งผิดมนุษย์มนา ให้หลบไปให้ไกลก่อนที่เอ็งจะเก่งกล้าพอนะ"

"ไม่งั้นเอ็งอาจตายโดยไม่รู้ตัว" ชายชราส่ายหน้า

"ส่วนข้า... เคล็ดวิชาของข้าก็เน้นฝึกกายเนื้อเหมือนกัน..." ชายชรากล่าวเสียงเครียด

สวีเซินเงียบกริบ เหมือนจะเดาอะไรบางอย่างได้

"งั้นแสดงว่า เมื่อก่อนแกโดนพวกมันไล่ล่า จนต้องหนีมาอยู่ที่นี่?" สวีเซินถามพร้อมขมวดคิ้ว

"เหลวไหล! ต่อให้ข้าตาบอด แบกภูเขาไว้บนหลัง ข้าก็ยังไร้เทียมทานในโลกหล้านี้โว้ย!" ชายชราถลึงตาใส่สวีเซิน

"แล้วแกอยู่ขอบเขตไหน?"

"ฝ่ามือเพลิง!" ชายชราตอบอย่างภาคภูมิใจ

"...?"

ทำไมถึงภูมิใจกับขอบเขตฝ่ามือเพลิงนักฟะ?

ลุงหวังของฉันทะลวงขั้นเจาะลึกความสงัดไปแล้วนะ!

สวีเซินปวดหัวตุ๊บๆ ตาแก่นี่ขี้โม้ชะมัด ไม่รู้คำไหนจริงคำไหนเท็จบ้าง

แต่เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ชายชรากับตระกูลเฉิงต้องมีความแค้นฝังลึกต่อกันแน่

ต่อให้เมื่อกี้ชายชราจะพยายามซ่อนมันแค่ไหน เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจางๆ นั้น

สวีเซินอยากจะหนีไปให้พ้นๆ ตามสัญชาตญาณ แต่พอนึกถึงคำพูดที่ว่าตระกูลเฉิงอาจจะตามมาฆ่าเขา เขาก็ลังเล

"ถึงเจียงหรูเยว่หน้าตาจะอัปลักษณ์ แต่มันก็คิดได้สวยหรูที่ให้เอ็งมาหาข้าเพื่อรับสืบทอดวิชา"

"แต่ถึงมันจะไม่บอก ข้าก็ตั้งใจจะสอนเอ็งอยู่แล้ว"

จู่ๆ ชายชราก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ฉันมีเคล็ดวิชาและลวดลายธรรมแล้ว ยังฝึกเคล็ดวิชาอื่นได้อีกเหรอ?" สวีเซินเริ่มสนใจ

"ย่อมไม่ได้"

"สิ่งที่ข้าจะสอนเอ็ง ไม่ใช่ลวดลายธรรม และไม่ใช่เคล็ดวิชา" น้ำเสียงชายชราเจือแววภาคภูมิใจ

"แล้วมันคืออะไร?"

คราวนี้สวีเซินอยากรู้จริงๆ

นอกจากลวดลายธรรมและเคล็ดวิชาแล้ว ยังมีอะไรที่ช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ได้อีกเหรอ?

"เอ็งรู้ใช่ไหม ก่อนยุคพลังปราณฟื้นคืนชีพ ในยุคสมัยที่ไกลโพ้นออกไปอีก มีตำนานเล่าขานกัน?"

"บางคนใช้มือเปล่าฉีกกระชากความว่างเปล่า ดาบเดียวสะเทือนฟ้าดิน"

"หยุดๆๆ... นั่นมันวิถีเซียนไม่ใช่เหรอ?" สวีเซินรีบขัด

"เอ็งไม่รู้อะไร ก็ฟังให้ดี!" ชายชราถลึงตาบอดๆ ใส่ แล้วพูดต่อ

"ในยุคนั้น ลวดลายธรรมก็มีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เรียกว่าลวดลายธรรมโบราณ"

"แต่ในตอนนั้น ก็มีกลุ่มคนที่เน้นฝึกฝนกายเนื้อเป็นหลัก เคล็ดวิชาของพวกเขาเน้นไปที่การขัดเกลาร่างกายและฝึกฝนทักษะการต่อสู้!"

"คนกลุ่มนี้จะร่วมกันฝึกฝน ยุทธที่เก่าแก่ยิ่งกว่า ซึ่งไม่รู้ที่มาที่ไป!"

"และนั่นคือสิ่งที่ข้าจะสอนเอ็ง"

"ยุทธวิธี!"

จบบทที่ ตอนที่ 17 ไปหาเอาเอง ฉันวางไว้ที่...

คัดลอกลิงก์แล้ว